Q
Ford Everest ราคาเท่าไร?
รถ Ford Everest ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.2 ถึง 1.8 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริม โดยราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของตัวแทนจำหน่ายหรือการเพิ่มอุปกรณ์เลือกสรร แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการของฟอร์ดประเทศไทยหรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อข้อมูลที่แม่นยำ รุ่น SUV ระดับกลางนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0L และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์การขับขี่ในสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย คู่แข่งในตลาดได้แก่ โตโยต้า Fortuner และ Isuzu MU-X แต่ Everest ได้รับความนิยมจากครอบครัวด้วยระบบ SYNC®4 ที่ทันสมัยและพื้นที่บรรทุกผู้โดยสารแถวที่สามที่กว้างขวางกว่า นอกจากนี้ผู้ซื้อในไทยควรติดตามนโยบายสนับสนุนรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล ซึ่งรุ่นไฮบริดอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ก่อนซื้อ แนะนำให้จองทดลองขับเพื่อสัมผัสประสิทธิภาพของระบบ Terrain Management ในสภาพถนนที่ซับซ้อน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Ford Everest 2022 คือเท่าไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่แตกต่างกันตามรุ่นเครื่องยนต์ โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.6-8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาพถนนแบบผสม ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8.5-9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยสภาพอากาศร้อนของไทยและการจราจรติดขัดบ่อยๆ ในเมืองอาจทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบลมยางและบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีดีเซลอันล้ำสมัยของฟอร์ดที่สร้างสมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในครอบครัวในประเทศไทย นอกจากนี้ระยะความสูงจากพื้นรถที่มากยังช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนสภาพซับซ้อนบางพื้นที่ของไทยได้ดี หากต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้นอาจพิจารณารุ่นไฮบริดหรือไฟฟ้า แต่ปัจจุบัน Everest ยังไม่มีรุ่นพลังงานทางเลือกวางจำหน่ายในประเทศไทย
Q
"2022 Everest มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง?"
รถยนต์ Everest รุ่นปี 2022 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงหลายรายการ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพถนนหลากหลายรูปแบบและความต้องการของผู้ใช้ครอบครัวชาวไทยโดยเฉพาะ ระบบ SYNC 4 ที่ติดตั้งมาสามารถรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว ทำให้ใช้งานง่ายสำหรับคนไทย นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบคันและระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาไปจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้า
ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0L คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่ให้ทั้งความประหยัดในเมืองและพลังเพียงพอสำหรับทางขึ้นเขาทางเหนือ ส่วนระบบ Terrain Management System ที่มีโหมดขับขี่ถึง 5 แบบ จะช่วยให้ขับผ่านเส้นทางลื่นๆ ในฤดูฝนหรือทางลาดชันรอบๆเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจ
เรื่องความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบ Cruise Control อัจฉริยะและระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NCAP ใหม่ของไทยปี 2022 ที่น่าสนใจคือระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย พร้อมช่องระบายอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารหลัง และยังสามารถเลือกติดตั้งกระจกกันรังสี UV ได้
จุดเด่นของ Everest ในตลาดรถระดับเดียวกันคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะออฟโรดกับความสะดวกสบายสำหรับใช้ในเมืองได้อย่างลงตัว ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบ Road Trip ทุกพื้นที่ในไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะจะทำงานได้ดีทั้งบนหาดทรายที่เกาะเสม็ดหรือเส้นทางภูเขาทางเหนือ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Ford Everest 2022 คือเท่าไหร่?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีสมรรถนะด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม จนได้รับคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน NCAP โดยการประเมินนี้พิจารณาจากประสิทธิภาพในการปกป้องผู้โดยสารทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนสภาพซับซ้อนแบบไทย ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น 7 ถุงลมนิรภัย ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยรักษาเลน (LKA) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริง สำหรับคนไทยแล้ว Everest ยังได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อปรับตัวสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทั้งระบบเบรกที่ทำงานได้ดีในทุกสภาพ และเทคโนโลยีป้องกันสนิมบนตัวถัง นอกจากนี้ระยะยกตัวสูงและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังเหมาะกับการใช้งานบนถนนลูกรังในบางพื้นที่ของไทยด้วย
ที่น่าสนใจคือมาตรฐานการทดสอบของอาเซียน NCAP จะเน้นเรื่องความปลอดภัยภายใต้สภาพอากาศเขตร้อนเป็นพิเศษ รวมถึงการประเมินการชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีจำนวนมอเตอร์ไซค์สูง แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคควรทดลองขับขี่ด้วยตนเองนอกเหนือจากการอ้างอิงการจัดอันดับความปลอดภัยในการเลือกซื้อและสัมผัสกับการกำหนดค่าความปลอดภัยของรถยนต์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบความปลอดภัยจะทำงานได้ดีที่สุดตลอดเวลา
Q
รถ Ford Everest 2022 มีทั้งหมดกี่ที่นั่ง?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกการจัดวางเก้าอี้ 2 แบบ ทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละครอบครัว สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งมีการจัดวางแบบ 2+3+2 ที่นั่งแถวสองสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนแถวสามพับเก็บได้แบบ 50:50 ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยที่ชอบท่องเที่ยวหรือต้องการพื้นที่ขนของ ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งก็ให้พื้นที่กระโปรงหลังกว้างขวางขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความจุในการเก็บสัมภาระ ด้านสมรรถนะ SUV คันนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ที่แสดงความสามารถได้อย่างโดดเด่นบนเส้นทางภูเขาในไทย คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน สิ่งที่น่าสนใจคือระยะความสูงจากพื้นรถที่มาก พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนลื่นๆในช่วงฤดูฝนของไทยได้อย่างมั่นใจ ระบบ SYNC 4 ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของสามารถขยายได้ถึง 898 ลิตรเมื่อพับแถวที่นั่งสาม เหมาะสมอย่างยิ่งกับการไปจ่ายตลาดสุดสัปดาห์แบบคนไทย ที่ชอบซื้อของทีละมากๆ ตัวถังรถยังใช้วัสดุโบรอนสตีลที่คงความแข็งแรงได้แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย
Q
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีแบบไฮบริดให้เลือกหรือไม่?
รุ่น Ford Everest ปี 2022 ในตลาดไทยยังไม่มีเวอร์ชันไฮบริดให้เลือก โดยตัวรถในไทยจะเน้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่เน้นสมรรถนะออฟโรดและความประหยัดพื้นที่ ส่วนความสนใจในรถไฮบริดและรถไฟฟ้าของคนไทยนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ Ford ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงโฟกัสที่รถเครื่องยนต์สันดาปอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทรนด์รถไฟฟ้าโลกมาแรง แนวโน้มในอนาคต Everest อาจจะมีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊ก-อินไฮบริดเพื่อตอบโจทย์ตลาด รัฐบาลไทยเองก็มีนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาด เช่น ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจดันให้หลายแบรนด์นำเข้ารถโมเดลพลังงานใหม่มาไทยมากขึ้น ตอนนี้ในตลาดไทยมี SUV ไฮบริดให้เลือกอย่าง Toyota Fortuner Hybrid และ Mitsubishi Outlander PHEV ที่ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการและเรื่องประหยัดน้ำมัน ส่วน Ford Everest ด้วยโครงสร้างแข็งแรงและความสามารถออฟโรดระดับพรีเมียมนั้นโด่งดังในเขตภูเขาและต่างจังหวัดของไทย ถ้าหากมีรุ่นไฮบริดออกมาในอนาคต คงช่วยเพิ่มจุดแข่งในตลาดได้ไม่น้อย
Q
“รถ Ford Everest ปี 2022 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ไหม?”
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอัตโนมัติตามสภาพถนน ทำให้เหมาะกับสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย ทั้งถนนภูเขาทางเหนือหรือผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝน นอกจากรุ่น 4WD แล้วยังมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือต้องเจอกับเส้นทางยากๆ เพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความคล่องตัว โดยเฉพาะในไทย Ford Everest ยังมาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบ เช่น โหมดปกติ โหมดโคลน/หิมะ โหมดทราย ช่วยให้รถปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV การเข้าใจระบบขับเคลื่อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและการใช้งาน ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกไปผจญภัย Ford Everest รุ่น 2022 ก็ตอบโจทย์ได้ดี
Q
ช่วงราคารถ Everest ปี 2022 คือเท่าไหร่?
รถ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น Trend ราคาจับต้องได้เหมาะสำหรับคนงบประมาณไม่สูง ส่วนรุ่น Sport หรือ Titanium+ ที่เป็นรุ่นท็อปจะมาพร้อมฟีเจอร์หรูอย่างซันรูฟพาโนรามิก ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ทำให้ราคาสูงขึ้นหน่อย ในไทยรถคันนี้ค่อนข้างโดนใจทั้งครอบครัวและคนชอบออกไปเที่ยวธรรมชาติ เพราะทั้งแรงและพื้นที่ในรถกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนหลายแบบของไทย จะขับในเมืองหรือทริปยาวๆ ก็ไม่มีปัญหา แถมยังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 3.0 ลิตร ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัดในตัวเดียว เวลาจะซื้อแนะนำให้ไปที่โชว์รูม Ford อย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางทีมีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรีหรือโปรผ่อนดาวน์เบาๆ แถมยังได้ทดลองขับรถรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ จะได้รู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของไทยที่สุด
Q
Ford Everest 2022 คืออะไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ด้วยสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงถึง 226 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและโหมดขับขี่หลากหลายภูมิประเทศ เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ทั้งเส้นทางขรุขระแถบภาคเหนือหรือถนนลื่นในช่วงฤดูฝน ด้านภายในติดตั้งระบบความบันเทิง SYNC 4 ที่รองรับเสียงสั่งงานภาษาไทยและ Apple CarPlay แบบไร้สาย ส่วนเบาะหลังพับได้อย่างคล่องตัว เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,010 ลิตร สำหรับใส่กระเป๋าไปตั้งแคมป์หรือของช้อปปิ้งชิ้นใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครันด้วย 7 หมอนอิงและ Ford Co-Pilot360 ที่สำคัญ Ford Everest เวอร์ชั่นไทยยังได้รับการปรับปรุงระบบปรับอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น และเพิ่มการป้องกันสนิมเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันแล้ว Everest โดดเด่นเรื่องสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่เก็บของ แต่อาจกินน้ำมันมากกว่ารถญี่ปุ่นบ้างเมื่อขับในเมือง ปัจจุบันรถรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานระยอง พร้อมรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตรตามมาตรฐานไทย
Q
Ford Everest 2025 ราคาเท่าไหร่?
คาดว่าราคาของ Ford Everest รุ่นปี 2025 ในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ถึง 2.5 ล้านบาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับเครื่องแต่งตัว เช่น รุ่นพื้นฐาน XL และรุ่นสูงสุด Platinum ที่มีราคาห่างกันค่อนข้างมาก แนะนำให้ผู้ซื้อติดตามราคาอัปเดตล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น รุ่นนี้ยังคงดีไซน์แนว SUV ทรหด พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาและระบบจัดการการขับขี่บนพื้นผิวต่างๆ เหมาะสมกับสภาพเส้นทางภูเขาและฤดูฝนของไทยเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นของรุ่นปี 2025 คือการอัปเกรดหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้วและหน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและภาพพาโนรามา 360 องศา ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนในส่วนของเทคโนโลยี ในตลาดไทย Everest มีคู่แข่งหลักอย่าง Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบนโยบายหลังการขายที่แต่ละแบรนด์เสนอ เช่น Ford ไทยปัจจุบันให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และบางตัวแทนยังมีโปรโมชั่นบริการฟรีให้อีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รุ่นดีเซลของ Everest จึงได้เปรียบด้านภาษีมากกว่ารุ่นเบนซิน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยนิยม SUV ระบบดีเซล
Q
“Ford Everest จะเปิดตัวในปี 2025 ใช่หรือไม่?”
ขณะนี้ทาง Ford ประเทศไทยยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการนำเข้า Ford Everest รุ่นปี 2025 แต่ด้วยความนิยมของรุ่นนี้ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประสิทธิภาพที่โดดเด่นของ Everest รุ่นปัจจุบันในไทย คาดว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเข้ารุ่นใหม่ค่อนข้างสูง สำหรับ Everest 2025 คาดว่าจะยังคงตำแหน่ง SUV แข็งแกร่ง พร้อมอาจอัพเกรดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิงที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งอัพเดตเหล่านี้เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบในไทยและความต้องการเทคโนโลยีของผู้บริโภค แนะนำให้ติดตามข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์ Ford ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV ทาง Everest Series ได้รับความนิยมจากสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะในเขตภูเขาและชนบททางภาคเหนือของไทย ส่วนรุ่นอื่นในระดับเดียวกันเช่น Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ควรทดลองขับและเปรียบเทียบตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถยนต์ที่ถูกที่สุดในประเทศไทยในปี 2025 คือรุ่นอะไร?
ในปี 2025 ราคาต่ำสุดของรถยนต์ใหม่ในตลาดไทยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 600,000 บาท โดยทั่วไปแล้วรถยนต์รุ่นเริ่มต้น เช่น รถยนต์ขนาดเล็กจากแบรนด์อย่างโตโยต้าและฮอนด้า จะอยู่ในช่วงราคานี้ หากพิจารณารถยนต์มือสอง ราคาอาจต่ำกว่า 300,000 บาท แต่โดยทั่วไปแล้วรถยนต์มือสองจะมีอายุมากกว่า (ส่วนใหญ่ 6-7 ปี) และต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในอนาคตด้วย สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสูง (สูงถึง 200% สำหรับรถยนต์ใหม่) ทำให้ได้เปรียบในเรื่องราคา นอกจากนี้ หลังจากซื้อรถยนต์แล้ว คุณจะต้องจ่ายภาษีจดทะเบียนและภาษีถนนประจำปีประมาณ 800 ถึง 10,000 บาท ประกันภัยภาคบังคับประมาณ 1,000 บาท และประกันภัยส่วนบุคคลตั้งแต่ 10,000 ถึง 25,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับความคุ้มครอง ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีในการเป็นเจ้าของรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 2,000 ถึง 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอายุของรถยนต์
Q
"รถครอบครัวรุ่นไหนดี?"
ในการเลือกรถยนต์สำหรับครอบครัวในประเทศไทย สามารถเน้นประเภทรถต่างๆ ตามความต้องการของครอบครัวได้
หากเน้นที่ที่นั่งจำนวนมาก พื้นที่ยืดหยุ่น และความสามารถในการใช้งานในเมือง Honda Freed เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเป็นรถ MPV ขนาดเล็ก มีโครงสร้างที่นั่ง 2+3+2 ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5L แบบ自然吸气 ร่วมกับเกียร์ CVT มีระยะฐานล้อ 2,740 มม. ให้พื้นที่กว้างขวางและเหมาะสำหรับขับขี่บนถนนแคบ
หากต้องการสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่ขนาดใหญ่ Mitsubishi Pajero Sport (รถ SUV 7 ที่นั่งที่มียอดขายนำหน้าในระยะไม่นานมานี้) หรือ Toyota Fortuner น่าสนใจ รุ่นแรกมีความเสถียรสูงเมื่อเข้าโค้งเร็วและมีจุดยึด ISOFIX สำหรับที่นั่งเด็ก ส่วนรุ่นหลังใช้แพลตฟอร์มรถกระบะ มีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซิน 2.7L และดีเซลเทอร์โบ 2.4L/2.8L พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
สำหรับผู้ต้องการประหยัดน้ำมันและใช้สัญจรประจำวัน Toyota YARIS ATIV รุ่นไฮบริดคุ้มค่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวม 29.4 กม./ลิตร ราคา 729,000-779,000 บาท พร้อมระบบช่วยความปลอดภัย Toyota Safety Sense
ตลาดรถไทยถูกครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่น การเลือกรถควรคำนึงถึงจำนวนสมาชิกครอบครัว สถานการณ์ใช้งาน(ในเมือง/ออฟโรด) และงบประมาณ ครอบครัวใหญ่ควรมองหา MPV หรือ SUV 7 ที่นั่ง ส่วนรถไฮบริดได้เปรียบในการใช้ชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ รถญี่ปุ่นยังมีศูนย์บริการกระจายทั่วประเทศ ซ่อมบำรุงสะดวกกว่า
Q
ยี่ห้อรถมือสองแบบ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวที่ดีคือยี่ห้อไหน?
สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถ MPV มือสอง 7 ที่นั่ง สามารถเลือกยี่ห้อและรุ่นต่างๆ ได้ตามงบประมาณและความต้องการ สำหรับงบประมาณที่จำกัด (ประมาณ 150,000 บาท) Mazda 5 ถือว่าคุ้มค่ามาก เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ มีความน่าเชื่อถือและเสถียร ระยะฐานล้อ 2750 มม. และการจัดวางเบาะที่ยืดหยุ่น (เบาะแถวที่สามพับได้) ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่หลากหลาย BYD Song MAX ด้วยดีไซน์หน้ามังกรและหน้าจอควบคุมกลางแบบหมุนได้ขนาด 12.8 นิ้ว ให้ความรู้สึกไฮเทค ระยะฐานล้อ 2785 มม. และการจัดวางเบาะ 6/7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญทั้งความสวยงามและเทคโนโลยี Wuling Capgemini เน้นการจัดวางเบาะ 4 ที่นั่งที่กว้างขวางและยืดหยุ่น เครื่องยนต์ 1.5T ให้ความสมดุลระหว่างความใช้งานได้จริงและความประหยัด สำหรับงบประมาณระดับกลาง (ประมาณ 250,000 บาท) Mazda 8 เป็นตัวเลือกที่ดี ประตูเลื่อนไฟฟ้าคู่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และระยะฐานล้อ 2950 มม. และความจุท้ายรถ 759 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว Buick GL8 รุ่นปี 2013-2014 มีพื้นที่ภายในกว้างขวางและอัตราการเป็นเจ้าของสูง ทำให้บำรุงรักษาและซ่อมแซมได้ง่าย เป็นตัวเลือกคลาสสิกสำหรับทั้งการใช้งานในครอบครัวและธุรกิจ Honda Odyssey รุ่นปี 2014 ด้วยความสามารถในการพับที่ยืดหยุ่น (ขยายพื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง) ตอบโจทย์ความต้องการในการเดินทางประจำวันและการท่องเที่ยว สำหรับงบประมาณที่สูงขึ้น (ประมาณ 1,000,000-1,250,000 บาท) Toyota Previa ที่นำเข้า แม้จะมีค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็มีเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตรที่ทรงพลังและคุณสมบัติหรูหรา (ประตูเลื่อนไฟฟ้า เบาะระบายอากาศและเบาะอุ่น) ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มองหาคุณภาพ Buick GL8 ES (รุ่นปี 2016-2019) มีมูลค่าขายต่อสูงและมีความกว้างขวางและความสะดวกสบายที่โดดเด่น เมื่อซื้อรถ MPV มือสอง แนะนำให้เลือกรถที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี และวิ่งไม่เกิน 50,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีรอยรั่วในเครื่องยนต์และระบบเกียร์หรือไม่ ร่องรอยการชนบนตัวถัง และตรวจสอบว่าประตูเลื่อนไฟฟ้าและเบาะนั่งทำงานปกติหรือไม่ แนะนำให้ทำธุรกรรมผ่านช่องทางที่เป็นทางการเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณ
Q
รถ SUV ที่มีราคาย่อมเยาในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?
ตลาดรถยนต์ไทยมีรถ SUV ราคาประหยัดให้เลือกมากมาย Nezha V ราคา 549,000 บาท หลังหักส่วนลดอย่างเป็นทางการ เป็นหนึ่งในรถ SUV สำหรับครอบครัวที่ราคาไม่แพงที่สุดในปัจจุบัน MG ZS เริ่มต้นที่ 689,000 บาท ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านราคาอย่างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากญี่ปุ่น Haval First Love ราคา 799,000 บาท มาพร้อมระบบไฮบริดในทุกรุ่น และราคาประหยัดกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน สำหรับรถ SUV ระดับเริ่มต้น Toyota Urban Cruiser Taisor ราคาประมาณ 67,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0T หรือ 1.2L มีฟังก์ชั่นพื้นฐานและใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Mitsubishi Pajero Sport ยังคุ้มค่าคุ้มราคา มียอดขายในประเทศที่ดี และดูแลรักษาง่าย Changan Deepal S05 รุ่นไฟฟ้าล้วน เริ่มต้นที่ 799,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น และห้องโดยสารกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินทางด้วยไฟฟ้าล้วน รถยนต์รุ่นต่างๆ จากญี่ปุ่น เช่น Isuzu MU-X มีส่วนแบ่งการตลาดสูงและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ราคาไม่แพง รถยนต์รุ่นเหล่านี้มีระบบขับเคลื่อนหลากหลาย ทั้งเบนซิน ไฮบริด และไฟฟ้าล้วน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการและงบประมาณของตนเอง
Q
"ยี่ห้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4-wheel drive) ยี่ห้อไหนดี?"
ในตลาดไทย รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อจากแบรนด์ญี่ปุ่นได้รับความนิยมและเชื่อถือได้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รถ SUV ที่แข็งแกร่งซึ่งพัฒนามาจากรถกระบะฮิลิกซ์ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อ ขับเคลื่อนสี่ล้อ และขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์ต่ำ เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพถนนที่ซับซ้อนต่างๆ ทำให้เป็นหนึ่งในรุ่นหลักในตลาดท้องถิ่น รถกระบะนิสสัน นาวาร่า รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย โดยรุ่นดับเบิ้ลแค็บตอบโจทย์ทั้งความต้องการของครอบครัวและการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการปรับแต่งระบบส่งกำลังสามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายได้ นอกจากนี้ เดนซ่า ดี9 รถ MPV พลังงานใหม่ ก็ได้เปิดตัวรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อในประเทศไทย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ระดับสูงทั้งด้านความสะดวกสบายและความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด เมื่อเลือกซื้อรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ควรพิจารณาถึงสถานการณ์การใช้งาน (เช่น การขับขี่แบบออฟโรด การเดินทางของครอบครัว หรือการใช้งานเชิงพาณิชย์) งบประมาณ และความต้องการด้านกำลัง ขอแนะนำให้ดูข้อมูลการกำหนดค่าอย่างเป็นทางการหรือรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกให้เหมาะสม
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Ford เปิดตัว Everest Tremor รุ่นที่ทรงพลังที่สุดในเมืองสำหรับตลาดตะวันออกกลาง
Kevin WongDec 26, 2025

ตารางผ่อนชำระของ Ford Everest สัมผัสรถ SUV สไตล์อเมริกันได้อย่างง่าย
พงศธรNov 10, 2025

ตลาดรถมือสองในประเทศไทย: ความต้องการการบริโภคเบื้องหลังความนิยมและการวิเคราะห์แนวโน้มปี 2025
Kevin WongSep 10, 2025

Ford Everest: พื้นที่ 7 ที่นั่งและเทคโนโลยีอัจฉริยะเปิดเผยความคุ้มค่า
วิรุฬห์Apr 9, 2025

Ford Everest Special Edition เปิดตัวในช่วง Motor Show 2025
ณัฐวุฒิApr 2, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย