Q

ยางที่ใช้ใน Kia Soul มีขนาดเท่าใด

รถ Kia Soul ที่วางขายในตลาดไทยมักใช้ยางขนาด 215/55 R17 ซึ่งขนาดนี้ช่วยให้มีความสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย รวมถึงถนนในเมืองและการขับรถออกนอกเมืองเป็นครั้งคราว ความกว้างของยาง 215 มม. ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดี ส่วนอัตราส่วนความสูงของแก้มยาง 55 ก็ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากผิวถนนขณะเดียวกันก็ยังคงความมั่นคงเมื่อเข้าโค้ง ขนาดล้อ R17 ยังช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับรูปลักษณ์รถ ในสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่าง Michelin หรือ Bridgestone ที่มีคุณสมบัติการระบายน้ำดีและทนความร้อนสูง ควรตรวจสอบลมยางและดอกยางเป็นประจำโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนเพื่อความปลอดภัย บางคนในไทยอาจอัพเกรดล้อเป็น 18 นิ้วตามความชอบส่วนตัว แต่ต้องระวังเพราะอาจส่งผลต่อความแม่นยำของเครื่องวัดระยะทางและเพิ่มภาระให้ระบบช่วงล่าง ขนาดยางมาตรฐานจากโรงงานนั้นผ่านการทดสอบมาแล้วว่าให้สมรรถนะและประหยัดน้ำมันดีที่สุด หากต้องเปลี่ยนยางควรเลือกขนาดเดียวกันหรือสูงกว่ามาตรฐานเดิมเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
น้ำหนักของรถ Kia Soul คือเท่าไหร่
น้ำหนักของ Kia Soul จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 ถึง 1,400 กิโลกรัม ข้อมูลที่แน่นอนสามารถตรวจสอบได้จากสเปคที่ทางผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยกำหนดไว้ เพราะน้ำหนักรถจะขึ้นอยู่กับปีที่ผลิตและรุ่นเครื่องยนต์ เช่น รุ่นเบนซินหรือไฮบริด ในตลาดไทย Kia Soul เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและความใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในเมืองที่น้ำหนักตัวรถที่พอดีช่วยให้ประหยัดน้ำมันและยังให้ความรู้สึกมั่นคงขณะขับขี่ นอกจากนี้ น้ำหนักตัวรถยังส่งผลต่อการตั้งค่าสปริงและความปลอดภัย รถที่มีน้ำหนักมากมักจะทรงตัวดีในความเร็วสูง แต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ดังนั้นเวลาจะเลือกรุ่นก็ควรดูความชอบและความต้องการในการขับขี่ของตัวเองด้วย ประเทศไทยมีสภาพถนนที่หลากหลาย ตั้งแต่ในกรุงเทพฯ ที่รถติดจนถึงเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขาทางเหนือ Kia Soul จึงเป็นหนึ่งในรถที่น่าจับตามองเพราะความคล่องตัวและปรับตัวได้ดี แนะนำให้ไปทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวเอง
Q
Kia Soul ใช้แก๊สชนิดใด
สำหรับคำถามที่ว่า Kia Soul ใช้ก๊าซชนิดใดในประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้ปรับให้เข้ากับระบบก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งเป็นก๊าซที่พบมากที่สุดในตลาดรถยนต์ดัดแปลงในประเทศไทย เพราะมีสถานีเติมแก๊สครอบคลุมทั่วประเทศและราคาค่อนข้างถูก ร้านดัดแปลงแก๊สในไทยมักจะติดตั้งชุดอุปกรณ์ LPG ที่ได้มาตรฐาน TISI ให้กับเครื่องยนต์ 1.6L ของ Kia Soul โดยประกอบด้วยถังแก๊ส ตัวระเหย และระบบควบคุม หลังดัดแปลงแล้วยังสามารถรักษาความstableของ ECU ต้นทางได้ ที่สำคัญ กฎหมายไทยกำหนดว่ารถที่ดัดแปลงแก๊สทุกคันต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และต้องตรวจสอบความปลอดภัยของระบบแก๊สทุก 6 เดือน สำหรับคนที่กำลังคิดจะดัดแปลง แนะนำให้เลือกร้านที่ได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (TISI Mark) และควรใช้โหมดเชื้อเพลิงแบบผสมผสานที่ตรงกับมาตรฐานน้ำมัน E20 เพื่อปกป้องเครื่องยนต์ เพราะแก๊ส LPG ในบางจังหวัดของไทยอาจมีปัญหาเรื่องสิ่งเจือปน ข้อควรรู้ก็คือ แม้ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน LPG จะถูกกว่าในระยะยาว แต่ต้องบำรุงรักษาหัวเทียนและวาล์วบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้แก๊ส LPG ทุกคัน
Q
ความสูงของ Kia Soul คือเท่าไหร่
รถ Kia Soul มีความสูงตัวถังอยู่ที่ 1,610 มิลลิเมตร ซึ่งขนาดนี้ถือว่าเหมาะมากสำหรับใช้ในเมืองไทย ทั้งบนถนนในเมืองและลานจอดรถ เพราะให้พื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวาง แต่ก็ไม่สูงจนเกินไปจนทำให้ขับผ่านจุดต่างๆ ได้ลำบาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น Kia Soul ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความรู้สึกของแฟชั่น ตัวรถที่สูงช่วยให้ผู้โดยสารขึ้นลงง่าย แถมยังทำให้มุมมองในการขับขี่ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับสภาพถนนในไทยที่บางครั้งก็ค่อนข้างซับซ้อน นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังมีระยะความสูงจากพื้นดินที่กำลังดี สามารถรับมือกับถนนลูกรังหรือทางที่ไม่เรียบในบางพื้นที่ของไทยได้ โดยไม่ทำให้ความสะดวกสบายลดลงมากนัก ถ้าคุณสนใจเรื่องความสูงของตัวรถเป็นพิเศษ ก็อาจจะมองรถในระดับเดียวกันอย่าง Toyota Corolla Cross หรือ Honda HR-V ที่มีความสูง 1,620 มิลลิเมตร และ 1,605 มิลลิเมตร ตามลำดับ แต่แนะนำว่าให้ลองทดลองขับและพิจารณาจากความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจจะดีที่สุด
Q
วิธีการเปิดฝาถังน้ำมันในรถ Kia Soul
สำหรับรถ Kia Soul ที่ขายในตลาดไทย วิธีเปิดฝาถังน้ำมันจะมี 2 แบบหลักๆ แบบแรกคือใช้คันโยกเปิดฝาถังน้ำมันที่อยู่ข้างๆ พนักเท้าข้างคนขับ ส่วนแบบที่สองคือกดที่ฝาถังน้ำมันตรงๆได้เลยเมื่อรถอยู่ในสถานะปลดล็อค วิธีไหนจะใช้ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นและปีที่ผลิต แนะนำว่าควรทาซิลิโคนหล่อลื่นที่บริเวณบานพับฝาถังน้ำมันเป็นประจำเพราะอากาศไทยร้อนชื้นอาจทำให้เกิดสนิมได้ และอย่าลืมตรวจสอบยางซีลว่ายังอยู่ในสภาพดีเพื่อป้องกันน้ำรั่วเข้า สำหรับรุ่น Special Edition ของไทยที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงคู่ CNG/LPG ต้องดับเครื่องยนต์และรออย่างน้อย 5 นาทีก่อนเติมแก๊สเพื่อให้ระบบลดความดัน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าเจอปัญหาฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ส่วนใหญ่เกิดจากระบบล็อคอิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง ลองกดปุ่มล็อค/ปลดล็อครถซ้ำๆ หรือใช้สายฉุกเฉินที่มักอยู่ข้างๆ ช่องเก็บของในกระโปรงหลัง ควรพกคู่มือใช้รถไปด้วยเพราะตำแหน่งสายฉุกเฉินอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
Q
Kia Soul มีที่นั่งกี่ที่
สำหรับ Kia Soul ในตลาดไทย จะมีการจัดวางเบาะแบบ 5 ที่นั่งตามมาตรฐานของรถ SUV Compact โดยเบาะหน้าจะเป็นแบบแยกอิสระ 2 ที่ ส่วนเบาะหลังเป็นแบบนั่ง 3 คนติดกัน วัสดุเบาะขึ้นอยู่กับรุ่นว่ามีผ้าหรือหนังสังเคราะห์ โดยรุ่นท็อปอาจมีฟังก์ชันเบาะร้อนให้ด้วย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้เลือกเบาะผ้าที่ระบายอากาศดีกว่าหรือเลือกเพิ่มเติมระบบเบาะระบายอากาศ ส่วนเบาะหลังสามารถพับลงในสัดส่วน 6:4 ได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้เหมาะกับการใช้งานสุดสัปดาห์หรือครอบครัวชาวไทย ที่สำคัญคือ Kia Soul ในไทยใช้เครื่องยนต์ 1.6L แบบเบนซินที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 โดยสิ้นเปลืองน้ำมันราว 14 กม./ลิตรในเมือง และ 18 กม./ลิตรบนทางหลวง ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ก่อนซื้อควรตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับสเปกที่อัปเดตล่าสุด เพราะบางรุ่นพิเศษอาจมีสีภายในให้เลือกต่างออกไป แถมยังได้ประกันยาวถึง 5 ปีหรือ 150,000 กม. ซึ่งเป็นจุดแข็งสำหรับคนที่คิดจะใช้รถระยะยาว
Q
Kia Soul สามารถลากน้ำหนักได้เท่าไหร่
ความสามารถในการลากจูงของ Kia Soul ในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับรุ่นและการปรับแต่งของรถ โดยทั่วไปน้ำหนักสูงสุดที่สามารถลากจูงได้จะอยู่ที่ประมาณ 1,300 ถึง 1,500 กิโลกรัม แต่ควรตรวจสอบค่าที่แน่นอนในคู่มือรถหรือปรึกษาตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เนื่องจากสภาพอากาศและถนนในไทย เช่น อุณหภูมิสูงหรือภูมิประเทศแบบภูเขาอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของรถได้ เมื่อใช้รถสำหรับการลากจูงในประเทศไทย แนะนำให้ระมัดระวังระบบระบายความร้อนและภาระของเกียร์ รวมถึงการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้กฎหมายไทยยังมีข้อกำหนดชัดเจนเกี่ยวกับการลากจูง เช่น รถพ่วงต้องมีการจดทะเบียนและติดตั้งระบบเบรก และหากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดจะต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติม การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมายแต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องลากจูงของหนักบ่อยๆ อาจพิจารณาเลือก SUV หรือรถกระบะที่มีสมรรถนะการลากจูงที่ดีกว่า แต่ Kia Soul ในฐานะ SUV เมืองยังคงมีความคล่องตัวและประหยัดน้ำมันซึ่งเป็นจุดแข็งในการใช้งานประจำวัน
Q
ฉันจะหาสวิตช์ไฟหน้าอัตโนมัติสำหรับ Kia Soul 2020 ได้ที่ไหน?
สำหรับ KIA Soul 2020 สวิตช์ไฟหน้าอัตโนมัติมักจะอยู่ที่ก้านควบคุมด้านซ้ายของพวงมาลัยหรือที่ปุ่มควบคุมด้านซ้ายของคอนโซลกลางและตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าขอแนะนำให้ปรึกษาคู่มือผู้ใช้ยานพาหนะเพื่อยืนยันและจะมีคำอธิบายโดยละเอียดในคู่มือ ในประเทศไทยไฟหน้าอัตโนมัติมีประโยชน์มากเนื่องจากสภาพถนนที่มีอุโมงค์จำนวนมากในช่วงฤดูฝนและอุโมงค์ซึ่งสามารถเปิดหรือปิดไฟหน้าโดยอัตโนมัติตามแสงโดยรอบและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากไฟหน้าอัตโนมัติแล้ว Soul รุ่นปี 2020 อาจมาพร้อมกับฟังก์ชั่นไฟสูงอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้สามารถสลับแสงไฟใกล้และไกลโดยอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงแสงจ้ากับผู้ขับขี่คนอื่น หากไม่พบการควบคุมที่เกี่ยวข้องคุณสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย KIA ในประเทศไทยที่สามารถให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ สภาพอากาศที่ร้อนและฝนตกในประเทศไทยมีความต้องการการปิดผนึกของโคมไฟสูง จึงเป็นนิสัยที่ดีที่จะตรวจสอบชุดไฟเป็นประจำว่ามีหมอกหรือน้ำเข้า ความรู้ด้านการบำรุงรักษานี้เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของรถ
Q
Kia Soul เปิดตัวปีไหน
รถ Kia Soul เปิดตัวครั้งแรกในงาน Detroit Auto Show ปี 2008 และเริ่มวางจำหน่ายในตลาดโลกอย่างเป็นทางการช่วงปี 2009 รวมถึงตลาดไทยด้วย รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมสุดแปลกตาและความประหยัดพื้นที่ ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ตัวรถขนาดกะทัดรัดแต่ภายในกว้างขวาง พร้อมเครื่องยนต์ 1.6L และ 2.0L ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและสมรรถนะ เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ล่าสุดคิยายังปล่อยรุ่นไฟฟ้าของ Soul ออกมา ตอบเทรนด์รถพลังงานสะอาดเหมือนทั่วโลก สำหรับคนไทยแล้ว Soul ไม่ใช่แค่ SUV เมืองดีไซน์โดนใจ แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์เพียบ ทั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะและความบันเทิงครบครัน ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่ได้อีกเยอะ ถ้าคุณกำลังมองหารถสไตล์คนเมืองที่ทั้งเท่และใช้งานได้จริง Soul ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา
Q
ราคาของ KIA Soul ใหม่เท่าไหร่
ปัจจุบันราคาขายใหม่ของ Kia Soul ในตลาดประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือก ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของตัวแทนจำหน่ายหรืออุปกรณ์เสริมที่เลือกเพิ่ม รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นในเมืองไทยด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่ดูโดดเด่นและความประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะส่วนหลังคาที่สูงทำให้มีพื้นที่เหนือศรีษะกว้างขวาง เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯที่การจราจรหนาแน่น ในตลาดไทย Kia Soul มักจะมีตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งแบบ 1.6L แบบดูดอากาศปกติและแบบเทอร์โบชาร์จ คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและความสนุกในการขับขี่ นอกจากนี้ผู้ซื้อยังควรสนใจนโยบายหลังการขายของ Kia ที่มักจะให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน และเนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะนำให้สอบถามข้อมูลล่าสุดก่อนซื้อว่ามีรุ่นที่ได้รับสิทธิ์นี้หรือไม่
Q
Kia Soul สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อแกลลอน
Kia Soul เป็น SUV คอมแพคต์ที่ประหยัดและใช้งานได้จริงในตลาดไทย โดยมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่ค่อนข้างดี จากข้อมูลทางการ คิส ซูล มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือประมาณ 35-38 ไมล์ต่อแกลลอน) ซึ่งตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามสไตล์การขับขี่ สภาพถนนและการกำหนดค่าของรถ แต่ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือบนทางหลวงไทยก็ยังคงประหยัดน้ำมันได้ดี สำหรับคนไทยแล้ว Kia Soul ถือว่าเหมาะกับการใช้งานประจำวันและการเดินทางของครอบครัว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรหนาแน่น เพราะความประหยัดน้ำมันที่สูงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย นอกจากนี้ Kia Soul ยังมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ ตอบโจทย์ความต้องการรถประหยัดพลังงานในตลาดไทยได้เป็นอย่างดี ถ้าอยากให้รถประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น แค่ดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอ เช็คลมยางให้เหมาะสม และขับขี่อย่างนุ่มนวล ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ ซึ่งเคล็ดลับเหล่านี้ใช้ได้กับทุกคันรถ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงๆ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ภายในของรถกว้างขวางและสบาย
การออกแบบภายนอกน่าสนใจมีเส้นสายที่ราบรื่น มีแสงไฟจราจร LED แสงหน้าและแสงท้าย และไฟเบรกสูง
ภายในรถกว้างขวางและทันสมัย มีเล่มวายเมฆที่มีหุ้มด้วยหนังพิเศษ ที่นั่งแถวหน้าสามารถปรับได้โดยไฟฟ้า
บันเทิงเครื่องมือที่ครบครัน ประกอบด้วยระบบเสียงที่มีจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งมีระบบ Sound Mood Lamp
พื้นที่จัดเก็บกระเป๋าขนาดใหญ่ ที่นั่งด้านหลังมีอัตราส่วน 60:40 ที่สามารถพับได้

ข้อเสีย

ออกแบบที่ไม่ซ้ำกันแต่ไม่เหมาะสมกับทุกคน
ที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่แคบ
ช่องชาร์จเป็นประเภท I ซึ่งไม่สอดคล้องกับมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศไทยควรเป็นประเภท II
ประสิทธิภาพการเร่งความเร็วที่ธรรมดา การเร่งความเร็วไม่เหมาะสมเมื่อเลี้ยวหรือขับขึ้นเนิน
ราคาสูง บางอุปกรณ์ถูกลดลง
ศูนย์บริการหลังการขายมีน้อย ราคาไม่เหมาะสมในการขายรถมือสอง

Q&A ล่าสุด

Q
Offroading คือกิจกรรมที่ขับรถยนต์หรือยานพาหนะผ่านเส้นทางที่ไม่ได้ใช้สัญจรทั่วไป เช่น ทางลูกรัง ทางโคลน ทางทะเลทราย หรือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศขรุขระ รวมถึงป่าเขา ซึ่งไม่เหมาะกับการขับขี่บนถนนปกติ โดยกิจกรรมนี้มักจะต้องใช้ยานพาหนะที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย เช่น รถโฟร์วิลหรือรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
การขับขี่แบบออฟโรดเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ยานพาหนะเฉพาะทาง และในตลาดมีรถยนต์สมรรถนะสูงหลากหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศและความต้องการที่แตกต่างกัน Jeep Wrangler Rubicon 4xe ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ Rock-Trac และแรงบิดไฟฟ้าล้วน 470 Nm โดดเด่นในการปีนป่ายหินและภูมิประเทศสุดขั้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรดสุดขีด Toyota Land Cruiser 300 series มีชื่อเสียงในด้านเครื่องยนต์ V6 3.5T และเฟืองท้าย Torsen ถังน้ำมันขนาด 94 ลิตร และระยะทาง 1000 กม. ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า รุ่นไฮบริด Tank 300 Hi4-T มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 2.1 ลิตร/100 กม. พร้อมแรงบิดที่เพิ่มขึ้น 2.64 เท่าในโหมด 4L ทำให้ประหยัดน้ำมันและมีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่สมดุล Mercedes-Benz G-Class ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสุดยอด เครื่องยนต์ V8 4.0T และความสามารถในการลุยน้ำลึก 700 มม. ทำให้รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพสูง สำหรับการใช้งานออฟโรดที่ไม่หนักมากนัก Suzuki Jimny ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame และฐานล้อสั้น จึงสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมในพื้นที่แคบๆ นอกจากนี้ Beijing BJ40 Huanta Champion Edition ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part-time และระบบล็อกเฟืองท้ายสามจุด ยังเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่แข็งแกร่ง เมื่อเลือกซื้อรถออฟโรด ควรพิจารณาถึงงบประมาณ สถานการณ์การใช้งาน และคุณลักษณะของรถอย่างรอบด้าน ตัวอย่างเช่น Jeep Wrangler เหมาะสำหรับการปีนป่ายในสภาพสุดขั้ว Land Cruiser เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ในขณะที่รุ่นไฮบริดอย่าง Tank 300 Hi4-T เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวันและการขับขี่ออฟโรดในวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
OHV คืออะไร?
OHV เป็นชื่อย่อของ Overhead Valve หรือในภาษาไทยเรียกว่า วาล์วเหนือหัว ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดวางวาล์วของเครื่องยนต์ โดยมีลักษณะว่าวาล์วตั้งอยู่ที่ส่วนบนของกระบอกสูบ แต่จะถูกขับเคลื่อนโดยลูกเบี้ยวที่อยู่ด้านข้างกระบอกสูบผ่านก้านดันและคันโยก การออกแบบนี้ยังคงถูกใช้ในรถยนต์คลาสสิกและรถแต่งที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น มอเตอร์ไซค์ยามาฮา SR400 ที่ยังคงใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ซึ่งเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศของรุ่นนี้ใช้โครงสร้าง OHV ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ทนทาน และค่าบำรุงรักษาต่ำ เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ข้อดีของเครื่องยนต์ OHV คือให้แรงบิดสูงที่รอบต่ำ เหมาะกับสภาพถนนที่เป็นภูเขาและชนบทที่ซับซ้อนของประเทศไทย แต่ข้อเสียคือประสิทธิภาพที่รอบสูงต่ำกว่าและมีเสียงดังกับการสั่นสะเทือนมากกว่า ในเครื่องยนต์ดีเซล โครงสร้าง OHV มักถูกใช้ในเครื่องยนต์สูบเดียวหรือขนาดเล็กของรถกระบะและเครื่องจักรการเกษตร เช่น เครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวที่แต่งเพิ่มซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทย มักใช้การออกแบบนี้เนื่องจากทนทานและมีอะไหล่ใช้ร่วมกันได้ง่าย เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า รถยนต์โดยสารสมัยใหม่ส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบ DOHC (ลูกเบี้ยวคู่เหนือหัว) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ OHV ยังคงมีประโยชน์ในบางสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นความประหยัดและง่ายต่อการซ่อมบำรุง
Q
ความแตกต่างระหว่าง ATV กับ SxS คืออะไร?
ATV (รถจักรยานยนต์ทุกภูมิประเทศ) และ SxS (รถสองที่นั่งขนาน) เป็นรถออฟโรดที่พบบ่อยสองประเภท โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างการออกแบบและการใช้งาน ATV ใช้เบาะแบบรถจักรยานยนต์และมือถือพวงมาลัยในการควบคุมทิศทาง โดยปกติออกแบบสำหรับขับขี่คนเดียวหรือสองคนนั่งแบบหน้า-หลัง เหมาะสำหรับการขับขี่ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อนได้อย่างคล่องตัว เช่น ป่าไม้ หาดทราย เป็นต้น ตัวรถที่เบาและความคล่องตัวสูงทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการสำรวจกลางแจ้งและการขนส่งระยะสั้น SxS ใช้พวงมาลัยและโครงสร้างเบาะนั่งขนาน มีล้อ 4 ถึง 6 ล้อ ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นคงกว่าและพื้นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่กว้างขวางกว่า (ปกติสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2-6 คน) พร้อมทั้งมีความสามารถในการบรรทุกสินค้าที่ดีกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น การรับส่งในรีสอร์ท งานในฟาร์ม หรือภารกิจกู้ภัย จากมุมมองการใช้งานในตลาด ATV จะเน้นไปที่ความบันเทิงส่วนบุคคลมากกว่า (เช่น การแข่งรถ การล่าสัตว์) ในขณะที่ SxS เนื่องจากมีความหลากหลายในการใช้งาน ทำให้มีสัดส่วนในภาคธุรกิจสูงกว่า (58.27%) เช่น การดำเนินการในสถานที่ท่องเที่ยวหรือการขนส่งทางอุตสาหกรรม ในแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าปัจจุบัน ทั้งสองประเภทต่างมุ่งพัฒนาสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ SxS เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านพื้นที่ จึงสามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้ง่ายกว่า ในขณะที่ ATV จะเน้นการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา แบรนด์ชั้นนำเช่น Polaris, Honda และ Yamaha Motor ต่างมีรถทั้งสองประเภทนี้ ในด้านราคา SxS เนื่องจากมีระบบที่ซับซ้อนกว่า จึงมักมีราคาสูงกว่า ATV แต่การเลือกที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับรุ่นและวัตถุประสงค์การใช้งาน
Q
คำว่า "UTV" ย่อมาจากอะไร?
UTV เป็นคำย่อของ Utility Terrain Vehicle ซึ่งแปลว่า ยานพาหนะอเนกประสงค์สำหรับทุกสภาพภูมิประเทศ หรือ ยานพาหนะสำหรับเกษตรกร ปรัชญาการออกแบบหลักคือการสร้างสมดุลระหว่างความอเนกประสงค์และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับภูมิประเทศที่ซับซ้อน ยานพาหนะเหล่านี้มักมีตัวถังไฟเบอร์กลาส ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ (ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่) และการจัดวางเครื่องยนต์แบบแยกส่วน เพื่อให้มั่นใจถึงเสถียรภาพและความสะดวกสบายในการขับขี่ เพลาหลังรวมเอาเฟืองท้ายและกลไกการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและการบังคับเลี้ยว การใช้งานหลัก ได้แก่ การเกษตร (เช่น การขนส่งสินค้าและการฉีดพ่น) การพักผ่อนหย่อนใจ (การขับรถออฟโรดบนชายหาด การล่าสัตว์) การกู้ภัยฉุกเฉิน (การดับเพลิง การบรรเทาภัยพิบัติ) และงานเฉพาะทาง (การลาดตระเวนทางทหาร การขนส่งบนหิมะ) ในตลาดไทย UTV ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงสำหรับฟาร์มและสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากมีการออกแบบแบบโมดูลาร์ (เช่น กระบะบรรทุกด้านหลัง) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (รองรับการสลับระบบขับเคลื่อนสองล้อ/สี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์) ขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 800 ซีซี ถึง 1000 ซีซี สามารถตอบสนองความต้องการในการบรรทุกที่แตกต่างกันได้ ควรทราบว่าคำย่อ UTV มีความหมายแตกต่างกันในแต่ละสาขา เช่น ในแวดวงธุรกิจ "Utility, Technology, Value" หรือในชื่อองค์กร "Uninspected Towing Vessel" แต่ในแวดวงยานยนต์นั้น หมายถึงรถยนต์ออฟโรดโดยเฉพาะ
Q
ยานพาหนะ ATV คืออะไร?
ATV เป็นคำย่อของ All-Terrain Vehicle ซึ่งเป็นยานยนต์แบบเปิดประทุนที่มีที่นั่งเดียวหรือสองที่นั่ง ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับภูมิประเทศที่ซับซ้อน โดยทั่วไปจะมีล้อกว้างสามถึงสี่ล้อที่มีแรงดันต่ำเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะและความเสถียร เบาะนั่งแบบคร่อมและแฮนด์แบบมอเตอร์ไซค์นั้นได้มาจากโครงสร้างทางเทคนิคของรถจักรยานยนต์สองล้อ ยานพาหนะเหล่านี้ทำงานได้ดีเยี่ยมบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เช่น ทราย โคลน ทุ่งหิมะ และภูเขา โดยหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นรุ่นสปอร์ตที่เน้นความคล่องตัว (เช่น รุ่นแข่งขับเคลื่อนล้อหลัง) และรุ่นเกษตรกรรม/วิศวกรรมที่เน้นการใช้งานจริง (เช่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อหรือหกล้อสำหรับงานหนัก) รุ่นหลังนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการขนส่งทางการเกษตร การลาดตระเวนป่าไม้ และภารกิจกู้ภัย ในด้านความปลอดภัย แม้ว่า ATV จะมีโอกาสพลิกคว่ำน้อยกว่ารถจักรยานยนต์เนื่องจากมีล้อหลายล้อ แต่เนื่องจากน้ำหนักที่มากกว่าจึงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสูงกว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ในตลาดท้องถิ่น แบรนด์หลักๆ เช่น ฮอนด้าและยามาฮ่า มีรถเอทีวีให้เลือกหลายรุ่น ราคาประมาณ 150,000 ถึง 500,000 บาท การเลือกซื้อควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน (เช่น การพักผ่อนหย่อนใจหรืองานเกษตรกรรม) และสภาพภูมิประเทศ รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การต้องมีป้ายทะเบียนสำหรับบางรุ่นเพื่อให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย
ดูเพิ่มเติม