Q

รุ่นน้ำมันเกียร์สำหรับ Isuzu D-Max รุ่นเกียร์อัตโนมัติ

รถยนต์ Isuzu D-Max รุ่นเกียร์อัตโนมัติส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเกียร์แบบ Dexron III ที่ผู้ผลิตแนะนำ หรือน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ (ATF) ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า โดยรุ่นที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปตามปีและสเปครถ ทางที่ดีควรตรวจสอบคู่มือการใช้รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่าย Isuzu ในประเทศไทยเพื่อความถูกต้อง ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย น้ำมันเกียร์ต้องทนความร้อนได้ดี การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เป็นประจำ (แนะนำทุก 4-6 หมื่นกิโลเมตร หรือตามที่ผู้ผลิตกำหนด) จะช่วยยืดอายุเกียร์และป้องกันปัญหาการเปลี่ยนเกียร์กระตุกหรือสึกหรอจากน้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ นอกจากนี้หากขับบินเส้นทาง off-road หรือบรรทุกหนักเป็นประจำในบางพื้นที่ของไทย อาจต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์บ่อยขึ้น เวลาเลือกน้ำมันเกียร์ต้องมั่นใจว่าได้มาตรฐานตามที่ Isuzu กำหนด เพราะน้ำมันเกียร์คุณภาพต่ำอาจทำให้เกียร์เสียและค่าซ่อมบำรุงสูงได้ สำหรับเจ้าของ D-Max นอกจากการดูแลน้ำมันเกียร์แล้ว ควรตรวจสอบซีลเกียร์และระบบระบายความร้อนเป็นประจำ เพื่อให้เกียร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแม้อากาศร้อน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
2022 D-MAX มีแรงม้าเท่าไหร่?
สำหรับรุ่นปี 2022 ของ Isuzu D-MAX ในตลาดไทย มีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ แบบแรกเป็นเครื่องดีเซลเทอร์โบ 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ที่แรงกว่าคือรุ่น 3.0 ลิตร เทอร์โบดีเซล ที่ให้กำลังถึง 190 แรงม้าและแรงบิดสูงถึง 450 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ทั่วไปและการลุยออฟโรด ด้วยแรงบิดสูงของ D-MAX ทำให้เหมาะเป็นพิเศษกับการขับขึ้นเขาและเดินทางไกลในสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและอากาศร้อนของไทย นอกจากนี้เทคโนโลยี VGS หรือ Variable Geometry System ยังช่วยลดอาการเทอร์โบแลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงสร้างตัวถังแบบแชสซีแยกและระบบล็อกดิฟเฟอเรนเชียลหลัง ทำให้ D-MAX เป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกร ชาวประมง และคนรักกิจกรรมกลางแจ้งในไทย และที่สำคัญคือรถรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Isuzu ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Q
"ความจุของถังน้ำมันสำหรับ 2022 D-MAX คือเท่าไหร่?
รถกระบะ D-MAX รุ่นปี 2022 มีความจุถังน้ำมันถึง 76 ลิตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการเดินทางไกลและการใช้งานประจำวัน โดยเฉพาะในประเทศอย่างไทยที่มีภูมิประเทศหลากหลายและมักต้องเดินทางไกล ถังน้ำมันขนาดใหญ่แบบนี้ช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมัน ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น D-MAX เป็นรถกระบะที่คนไทยนิยมมาก แถมยังประหยัดน้ำมันดี คู่กับเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องขนของหรือออฟโรดบ่อยๆ ความจุถังน้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญ ถัง 76 ลิตรของ D-MAX นั้นจัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน ทำให้วิ่งได้ไกลพอสมควร นอกจากนี้ในไทยมีปั๊มน้ำมันกระจายอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แต่ถ้าต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกลหรือขึ้นเขาลงเขา ถังน้ำมันใหญ่จะเห็นข้อเด่นชัดเจน แนะนำให้เจ้าของรถวางแผนจุดเติมน้ำมันล่วงหน้าในการเดินทางไกล เพื่อให้การเดินทางราบรื่น
Q
เครื่องยนต์ใน Isuzu D-Max 2022 คืออะไร?
รถปิกอัพ Isuzu D-Max รุ่นปี 2022 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TC และ 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX โดยเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเป็นพิเศษ เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 190 แรงม้าและแรงบิดสูงถึง 450 นิวตันเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องบรรทุกหนักหรือขับบ่อยในพื้นที่ภูเขา ทั้งสองรุ่นสามารถเลือกได้ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์ออโต้ 6 สปีด และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ล่าสุดของไทย ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลของ Isuzu ได้รับการยอมรับในเรื่องความทนทานและค่าบำรุงรักษาต่ำ แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยก็ยังทำงานได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ D-Max ยังติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนลูกรังในช่วงฤดูฝนได้อย่างมั่นใจ ความนิยมของรถปิกอัพรุ่นนี้ในตลาดไทยมาจากการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง โดยลูกค้าสามารถเลือกเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองได้ว่าจะเน้นพลังหรือประหยัดน้ำมันมากกว่า
Q
Isuzu D-Max 2022 มีกี่กิโลวัตต์ (kW)?
Isuzu D-Max รุ่นปี 2022 มีกำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) จากเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร เทอร์โบ ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ (190 แรงม้า) ทั้งสองรุ่นจับคู่กับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้บริโภคชาวไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับความทนทานและประหยัดน้ำมันของรถกระบะ D-Max ใช้เทคโนโลยี Blue Power Diesel ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดของประเทศไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเพลาท้าย D-Max มีระบบล็อคเฟืองท้าย (Time Fractional Quad Drive) และระบบล็อคเฟืองท้าย (Differial Lock) ที่เหมาะกับสภาพถนนที่เต็มไปด้วยโคลนในฤดูฝน นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ เช่น Adaptive Cruise และ Lane Keep ที่ติดตั้งในรถยนต์คันนี้ ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ได้อย่างมากท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพฯ ตลาดไทยให้การยอมรับในวัฒนธรรมการดัดแปลงรถกระบะเป็นอย่างดี การออกแบบตัวถังและอุปกรณ์ตกแต่งที่หลากหลายของ D-Max ทำให้เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดัดแปลงรถกระบะ ตั้งแต่แร็คกันสะเทือนสำหรับรถบรรทุกไปจนถึงการอัพเกรดช่วงล่าง
Q
รถ D-Max 2022 มีขนาดเท่าไหร่?
รถกระบะ D-Max รุ่นปี 2022 เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย ด้วยขนาดตัวรถที่ยาว 5,265 มิลลิเมตร กว้าง 1,870 มิลลิเมตร สูง 1,790 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร ทำให้ขับเคลื่อนได้สะดวกทั้งในเมืองและเส้นทางชนบทของไทย พร้อมยังมีกระบะขนสินค้าขนาด 1,495 มิลลิเมตร × 1,530 มิลลิเมตร × 490 มิลลิเมตร ที่เหมาะสำหรับการบรรทุกของหรืออุปกรณ์ออกค้างแรม D-Max 2022 ในไทยยังมีหลายรุ่นให้เลือก ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร และ 1.9 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 2WD และ 4WD เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม สำหรับคนไทย รถกระบะไม่ใช่แค่รถทำงาน แต่ยังเป็นรถครอบครัวที่ครบครัน D-Max 2022 จึงโดดเด่นด้วยความทนทานและใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงระบบความปลอดภัยเช่น ABS, EBD และถุงลมนิรภัยหลายจุด ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดไทย ทั้งการเดินทางไกลและการใช้ชีวิตประจำวัน
Q
Isuzu D-Max มีระยะความสูงจากพื้นเท่าไหร่?
รถปิคอัพ Isuzu D-Max รุ่นปี 2022 มีระยะความสูงจากพื้น 240 มม. ซึ่งถือว่าโดดเด่นในกลุ่มรถปิคอัพด้วยกัน ทำให้สามารถขับเคลื่อนบนเส้นทางหลากหลายแบบในประเทศไทยได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนลูกรังในชนบท สภาพถนนที่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน หรือแม้แต่ทางออฟโรดแบบเบาๆ ด้วยการออกแบบโครงสร้างช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี D-Max จึงไม่เพียงให้ความมั่นใจในเรื่องการขับขี่ผ่านเส้นทางยากๆ แต่ยังรักษาความมั่นคงขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ทั้งใช้ชีวิตในเมืองก็ขนของเป็นประจำ ระยะความสูงจากพื้นนับเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกถึงความสามารถในการผ่านพ้นสิ่งกีดขวาง ยิ่งตัวเลขสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดโอกาสการเกิดรอยขีดข่วนที่ช่วงล่าง แต่ก็ต้องระวังเรื่องจุดศูนย์ถ่วงที่สูงขึ้นอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงในโค้ง ซึ่ง D-Max ก็จัดการจุดนี้ได้อย่างลงตัว ด้วยการปรับแต่งที่แม่นยำ และยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเลือกได้ (Part-time 4WD) ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการหลุดพ้นจากปัญหาได้ได้อีกด้วย สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเดินทางไปและกลับจากสวนอุตสาหกรรมรอบกรุงเทพฯ หรือบริเวณภูเขาทางตอนเหนือเป็นประจำ การออกแบบดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่เกิดจากพื้นผิวถนนที่ขรุขระได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาสนิมจากโรงงานเดิมยังคำนึงถึงลักษณะภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง การใช้งานในระยะยาวจึงสบายใจยิ่งขึ้น
Q
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Isuzu D-Max 2022 คือเท่าไร?
รถปิกอัพ Isuzu D-Max รุ่นปี 2022 ในไทยนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีมากครับ ตัวเลขการบริโภคน้ำมันจะแตกต่างกันไปตามรุ่นเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.9 ลิตร จะวิ่งได้ประมาณ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่น 3.0 ลิตรเทอร์โบจะอยู่ที่ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ตัวเลขจริงอาจขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ ถนน และน้ำหนักบรรทุกด้วยนะ ในสภาพอากาศร้อนและเส้นทางขึ้นเขาของไทย แนะนำให้เจ้าของรถดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบลมยางให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นครับ Isuzu D-Max เป็นปิกอัพยอดนิยมในตลาดไทย ด้วยเทคโนโลยีเครื่องดีเซลที่เชื่อถือได้และความประหยัดน้ำมันที่ถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เหมาะมากสำหรับทั้งการใช้งานทั่วไปและการขนส่งของในชีวิตประจำวัน แถมเครือข่ายบริการหลังการขายของ Isuzu ในไทยก็ครอบคลุม ทำให้สะดวกในการดูแลรักษารถอีกด้วย
Q
"ความจุของถังน้ำมันสำหรับ 2022 D-MAX คือเท่าไหร่?
รถปิคอัพ D-MAX รุ่นปี 2022 มีความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร ซึ่งถือเป็นขนาดมาตรฐานในกลุ่มรถปิคอัพระดับเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาหรือการเดินทางข้ามจังหวัดของไทย ที่ถังน้ำมันขนาดใหญ่จะช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมัน เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ระยะทางจริงที่วิ่งได้ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ น้ำหนักบรรทุกและสภาพถนน เช่น การเร่ง-เบรกบ่อยหรือการขับขึ้นเขาจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถปิคอัพ นอกจากความจุถังน้ำมันแล้ว อาจลองดูเรื่องประหยัดน้ำมันของรถด้วย อย่าง D-MAX ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 1.9T และ 3.0T ที่ทั้งแรงและประหยัด เหมาะกับสภาพการใช้งานที่หลากหลายในไทย แถมสถานีน้ำมันในไทยก็มีเยอะ ถัง 76 ลิตรนี้ส่วนใหญ่ก็วิ่งได้สบายๆระหว่างปั๊ม แต่ถ้าไปเที่ยวพื้นที่ห่างไกล แนะนำให้วางแผนจุดเติมน้ำมันล่วงหน้าจะดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรอยู่ใน Isuzu D-MAX 2022?
สำหรับรุ่นปี 2022 ทาง Isuzu D-MAX ในตลาดไทยได้เตรียมเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงและความน่าเชื่อถือไว้ให้เลือก 2 รุ่น คือ 1.9 ลิตร RZ4E-TC และ 3.0 ลิตร 4JJ3-TCX เทอร์โบชาร์จ ซึ่งทั้งคู่ใช้เทคโนโลยีคลีนดีเซลอันล้ำสมัยจากอีซูซุ ที่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมล่าสุดของไทย เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดน้ำมัน ส่วนเครื่อง 3.0 ลิตร ให้กำลังแรงถึง 190 แรงม้าและแรงบิด 450 นิวตันเมตร เลยเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องลากของหนักหรือขับบนทางเขาบ่อยๆ ด้วยสภาพอากาศร้อนและภูมิประเทศเป็นภูเขาในไทย D-MAX ออกแบบระบบระบายความร้อนพิเศษมาเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์จะทำงานได้อย่างเสถียรแม้อยู่ในอุณหภูมิสูงหรือทางชัน แถมทั้งสองรุ่นยังติดตั้ง DPF (ตัวกรองอนุภาคดีเซล) ที่ช่วยให้ได้ทั้งกำลังเครื่องยนต์แรงๆ และยังผ่านกฎหมายควบคุมมลพิษอันเข้มงวดของไทย สำหรับคนไทยที่ต้องขับทั้งในซอยแคบๆ หรือขึ้นเขาลงห้วยบ่อยๆ D-MAX ถือว่าเหมาะมากเพราะเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้มีแรงบิดสูงแม้รอบต่ำ ช่วยให้ขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัวทั้งให้กำลังดีและประหยัดน้ำมันไปพร้อมๆ กัน นี่แหละที่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ D-MAX ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะไทยมาอย่างยาวนาน
Q
รถ Isuzu D-Max 2022 ราคาเท่าไหร่?
รถยนต์ปิกอัพ Isuzu D-Max รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีราคาอยู่ระหว่าง 579,000 บาท ถึง 1,199,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือก เช่น ระบบขับเคลื่อน ประเภทเกียร์ และระดับความหรูหรา โดยรุ่นพื้นฐานอย่าง Cab 4x2 กับรุ่นท็อปอย่าง Prestige 4x4 จะมีราคาต่างกันค่อนข้างมาก ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2 แบบคือ 1.9L และ 3.0L ให้เลือก ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์ออโต้ 6 สปีด พ่วงได้หนักสุดถึง 3.5 ตัน เหมาะกับทุกการใช้งานในไทย ทั้งขับในเมืองหรือขนส่งการเกษตร จุดเด่นคือ D-Max เป็นรถที่ค่าตัวคงทนมาก แถมศูนย์บริการอิซูซุก็มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ แม้ในต่างจังหวัดก็เข้าถึงง่าย ส่วนคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux และ Ford Ranger ก็มีจุดเด่น แต่ D-Max ยังคงเป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ในตลาดปิกอัพไทย เพราะค่าบำรุงรักษาถูกและความทนทานเป็นเลิศ ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ไปทดลองขับและเปรียบเทียบที่ตัวแทนจำหน่ายตามงบประมาณและความต้องการจริงๆของแต่ละคน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รูปลักษณ์ทรงพลังและทันสมัย สายการวาดตามธรรมชาติ การจับคู่ของไฟหน้าและกริดที่ทันสมัย
ภายในรถกว้างขวาง ที่นั่งแถวหน้านุ่มสบาย การออกแบบคอนโซลส่วนกลางเป็นประโยชน์และมีฟังก์ชั่นครบครัน
มีเครื่องยนต์สองรุ่นที่ให้เลือก ทนทานและประหยัดน้ำมัน
บริการหลังการขายยอดเยี่ยม ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ดูแลอย่างดียิ่ง ราคาอะไหล่ไม่สูง มีศูนย์บริการทั่วประเทศ
ราคาของรถมือสองไม่ลดลงมาก ฐานรถสามารถดูดซับการสั่นสะเทือนได้ดีเมื่อขับขี่ในเมือง

ข้อเสีย

หน้ารถและกริลล์ไม่สอดคล้องกัน
เครื่องยนต์ 1.9 ลิตรเร่งความเร็วไม่ทันเวลาโดยเฉพาะในฟาสท์องค์และการแซง
เมื่อความเร็วสูงขึ้น ชาซีนิ่มเกินไป มีความเอียงชัดเจนในทางโค้ง
หลังจากการใช้งานเป็นระยะหนึ่ง มีเสียงแปลกๆ เมื่อหมุนพวงมาลัย

Q&A ล่าสุด

Q
ราคาของ Porsche Cayenne 2020 คือเท่าไหร่?
ช่วงราคาแนะนำอย่างเป็นทางการของปอร์เช่ Cayenne รุ่นปี 2020 อยู่ระหว่าง 913,000 ถึง 2,438,000 หยวน โดยมีราคาที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละรุ่นย่อยที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างกัน โดยรุ่น 3.0T มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตเริ่มต้นที่ 918,000 หยวน ในขณะที่ราคารถเปล่าจริงสามารถลดลงได้ถึง 650,000 หยวน;รุ่น S 2.9T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,158,000 หยวน และราคาสุทธิหลังรวมภาษีรถยนต์ ประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วอยู่ที่ประมาณ 1,291,400 หยวน;รุ่น S Coupe 2.9T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,236,000 หยวน;รุ่น Turbo 4.0T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,840,000 หยวน และราคาสุทธิหลังรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดมักจะสูงกว่า 2,058,000 หยวน นอกจากนี้ ราคารถยังอาจได้รับผลกระทบจากอุปกรณ์เสริมที่เลือกติดตั้ง (เช่น ชุดแต่งภายนอก การอัปเกรดภายใน ฯลฯ) และนโยบายการลดราคาของตัวแทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ จึงแนะนำให้ผู้ซื้อสอบถามราคาที่แน่นอนจากตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ รถรุ่นนี้เป็นที่นิยมในตลาด SUV หรูในช่วงเวลานั้น เนื่องจากมีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย อุปกรณ์ที่หรูหรา และประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
Q
รถปอร์เช่คาเยนน์ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Porsche Cayenne ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือโดยรวมดีเยี่ยม ติดอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรม จากข้อมูลที่เชื่อถือได้ อัตราการเกิดปัญหาต่อรถยนต์ 100 คันนั้นต่ำ เทียบได้กับแบรนด์ชั้นนำ คุณภาพทางกลไกมีความเสถียร และระบบส่งกำลัง (เช่น เครื่องยนต์ 3.0T, 2.9T และ 4.0T) ก็มีความน่าเชื่อถือ ตัวถังและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์หรู แสดงให้เห็นถึงความทนทานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เจ้าของบางรายรายงานปัญหาเล็กน้อย เช่น การทำงานผิดปกติของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งคราว (เช่น การตอบสนองของหน้าจอสัมผัสช้า) เสียงเบรก และความล้มเหลวของชิปบนเมนบอร์ดในบางกรณี ปัญหาเหล่านี้โดยทั่วไปจะได้รับการแก้ไขผ่านบริการรับประกันอย่างเป็นทางการ โดยสรุปแล้ว Cayenne ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือโดยทั่วไป แต่ควรระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความเสถียรมากยิ่งขึ้น
Q
"ความแตกต่างระหว่าง Porsche Cayenne 2020 และ Cayenne S คืออะไร?"
ความแตกต่างหลักระหว่าง Porsche Cayenne และ Cayenne S รุ่นปี 2020 อยู่ที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ ราคา ฟีเจอร์ และรายละเอียดการออกแบบ ประการแรกคือเครื่องยนต์: Cayenne รุ่นมาตรฐานใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบเดี่ยว 3.0 ลิตร ในขณะที่ Cayenne S ใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ 2.9 ลิตร ให้กำลังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด—Cayenne S มีความเร็วสูงสุด 259 กม./ชม. และเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที ให้การเร่งความเร็วและการตอบสนองของกำลังในช่วงกลางที่ดีกว่ารุ่นมาตรฐาน ในส่วนของราคา Cayenne 3.0 มีราคาแนะนำอยู่ที่ 7,900,000 บาทในตลาดไทย ในขณะที่ Cayenne S มีราคา 9,400,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะและฟีเจอร์ที่ได้รับการอัพเกรด ในด้านคุณสมบัติ Cayenne S โดดเด่นด้วยระบบเบรกที่ล้ำหน้ากว่า (เช่น คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบโมโนบล็อกอะลูมิเนียม 6 ลูกสูบ) และการปรับแต่งแชสซีที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมและประสิทธิภาพการเบรก คุณสมบัติขั้นสูงบางอย่างอาจเป็นมาตรฐานหรือมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่น S ในแง่ของรายละเอียดภายนอก ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันในเรื่องขนาดของยาง (Cayenne S ใช้ยางหน้าขนาด 255/55R18) และตราสัญลักษณ์ด้านหลัง โดยรุ่น S จะดูสปอร์ตและโดดเด่นกว่า โดยรวมแล้ว Cayenne เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มองหาความสมดุลระหว่างความหรูหราและการใช้งานจริง ในขณะที่ Cayenne S มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคที่ต้องการสมรรถนะที่สูงกว่าและยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อกำลังที่มากขึ้นและคุณสมบัติขั้นสูง
Q
"รถ Porsche Cayenne รุ่นปี 2020 เร็วแค่ไหน?
ประสิทธิภาพความเร็วของ Porsche Cayenne ปี 2020 มีความแตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชัน โดยรุ่นเบสิค 3.0T มีความเร็วสูงสุดถึง 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง;รุ่น Cayenne S 2.9T มีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง;รุ่น Turbo 4.0T ขับเคลื่อนด้วยกำลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งมากขึ้น มีความเร็วสูงสุดถึง 286 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเวลาเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 3.9 วินาที;นอกจากนี้ รุ่น Turbo 4.8 ลิตร มีความเร็วสูงสุด 279 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเวลาเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4.5 วินาที ข้อมูลประสิทธิภาพเหล่านี้มาจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ตุอร์โบชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ทั้งตอบสนองความต้องการความสะดวกสบายของ SUV ลักซ์ และแสดงประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่ใกล้เคียงกับรถสปอร์ต พร้อมแสดงข้อได้เปรียบในการออกแบบด้านความสมดุลระหว่างกำลังขับเคลื่อนและการควบคุมรถ
Q
เครื่องยนต์ที่อยู่ในรถ Porsche Cayenne ปี 2020 คืออะไร?
Porsche Cayenne ปี 2020 มีตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน รุ่นพื้นฐานมาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร (บางรุ่นเป็นแบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร บางรุ่นเป็นแบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร) รุ่น Cayenne S มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 440 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร รุ่นสมรรถนะสูง Cayenne Turbo มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 4.0 ลิตร หรือ 4.8 ลิตร โดยรุ่น 4.0T ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร และรุ่น 4.8T ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริด เช่น Cayenne S E-Hybrid ซึ่งใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่มีกำลังสูงสุดรวม 416 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 590 นิวตันเมตร ทุกรุ่นติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 สปีด ช่วยให้การส่งกำลังราบรื่นและตอบสนองฉับไว สมดุลระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและความสะดวกสบายในการขับขี่
ดูเพิ่มเติม