Q

Toyota Corolla Altis ใช้ยางประเภทไหน?

ยางมาตรฐานของ Toyota Altis ในตลาดไทยจะมีความแตกต่างกันไปตามปีรถและระดับเครื่องยนต์ โดยถ้าเป็นรุ่นที่ 12 (ปี 2023) ส่วนใหญ่จะใช้ยางขนาด 205/55 R16 หรือ 225/45 R17 ซึ่งสามารถตรวจสอบขนาดยางที่แน่นอนได้จากสติกเกอร์ที่กรอบประตูหรือคู่มือการใช้งาน เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางยี่ห้อที่มีประสิทธิภาพในการขับขี่บนถนนเปียกได้ดี เช่น Bridgestone Turanza T005A หรือ Michelin Primacy 4 เพราะดอกยางเหล่านี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ต้องระวังเรื่องกฎหมายด้วยนะครับ กรมการขนส่งทางบกไทยมีข้อกำหนดเคร่งครัดเกี่ยวกับยางรถยนต์ ต้องเลือกยางที่ได้มาตรฐาน E-mark และต้องติดตั้งยางแบบเดียวกันบนเพลาคู่หน้า-หลัง หากคุณกำลังเปลี่ยนขนาดล้อ ควรตรวจสอบให้เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของยางโดยรวมไม่เกิน ±3% ของข้อมูลจากโรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง การตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงในประเทศไทย ขอแนะนำให้ตรวจสอบแรงดันลมยางทุกเดือน โปรดดูแรงดันลมยางที่ผู้ผลิตแนะนำที่ด้านในฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิง โดยทั่วไปควรให้แรงดันลมยางอยู่ที่ 32 ปอนด์ต่อตารางนิ้วสำหรับล้อหน้า และ 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้วสำหรับล้อหลัง นอกจากนี้ บางจังหวัดในประเทศไทยมีสภาพถนนที่ซับซ้อน หากคุณขับรถบนถนนชนบทบ่อยครั้ง ควรพิจารณาใช้ยางที่มีแก้มยางหนาขึ้น (เช่น อัตราส่วน 55) เพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทก
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Corolla Altis เป็นรถประเภทใด
โคโรลล่า แอลติส เป็นรถยนต์คอมแพ็คที่ผลิตโดยโตโยต้า และอยู่ในกลุ่มซีเซกเมนต์ของการจำแนกรถยนต์ รุ่นนี้มีตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและระบบไฮบริด เช่น เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร และ 1.8 ลิตร รวมถึงรุ่นไฮบริด 1.8 ลิตร เครื่องยนต์เบนซินมักจับคู่กับเกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission) ที่ให้การส่งกำลังนุ่มนวล ส่วนรุ่นไฮบริดมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีกว่า จึงเป็นตัวเลือกเหมาะสำหรับผู้ที่คำนึงถึงการประหยัดน้ำมัน ในด้านอุปกรณ์ โคโรลล่า แอลติสติดตั้งครบครัน มักมาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ถุงลมนิรภัยหลายจุด ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นส่วนใหญ่ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสมัยใหม่ เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัส ระบบควบคุมความเร็วคงที่ และกล้องถอยหลัง การออกแบบของโคโรลล่า แอลติสผสมผสานความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ภายนอกมีรูปทรงเรียบลื่นและอากาศพลศาสตร์ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย นอกจากนี้รุ่นพิเศษอย่าง GR Sport ยังมีดีไซน์สปอร์ตทั้งภายในและภายนอก ช่วยเพิ่มความโดดเด่นทางสายตาและสมรรถนะการขับขี่ โดยรวมแล้ว โคโรลล่า แอลติสเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคด้วยความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และความสมดุลระหว่างอุปกรณ์และสมรรถนะ
Q
Altis วิ่งได้เร็วสุดเท่าไหร่?
ความเร็วสูงสุดของ Altis ในรุ่นต่างๆ จะแตกต่างกัน โดยบางรุ่นปี 2022 และรุ่น 1.6 G, 1.8 Sport ของปี 2024 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. ในขณะที่รุ่น HEV Premium และ HEV GR Sport ของปี 2024 มีความเร็วสูงสุดที่ 200 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดเป็นค่าทางทฤษฎีที่วัดได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ในทางปฏิบัติแล้ว การขับขี่แทบจะไม่สามารถทำความเร็วได้ถึงระดับนั้น เนื่องจากปัจจัยด้านความปลอดภัยและกฎหมายจราจร ความเร็วในการขับขี่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักบรรทุกของรถ สภาพถนน และสภาพอากาศ เป็นต้น
Q
โตโยต้าอัลติสวิ่งเร็วแค่ไหน?
ความเร็วสูงสุดของ Toyota Corolla Altis จะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถ. ความเร็วสูงสุดของบางรุ่นปี 2022 สามารถถึง 240 กม./ชม. ข้อมูลความเร็วสูงสุดเฉพาะของ Toyota Corolla Altis HEV Premium และ Toyota Corolla Altis HEV GR Sport ปี 2024 ไม่ได้ระบุค่าตัวเลขอย่างชัดเจน. ความเร็วในการขับขี่จริงของรถอาจถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพถนน และกฎหมายจราจร. ในการขับขี่ประจำวัน โปรดปฏิบัติตามกฎจราจรท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่.
Q
ถังน้ำมันของ Toyota Altis จุได้กี่ลิตร?
ขนาดถังเชื้อเพลิงของรถ Toyota Corolla Altis ในแต่ละรุ่นจะแตกต่างกัน บางรุ่นมีขนาดถังเชื้อเพลิงเท่ากับ 50 ลิตร เช่น Toyota Corolla Altis 1.6 G 2024, Toyota Corolla Altis 1.8 Sport 2024 เป็นต้น และบางรุ่นมีขนาดถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร เช่น Toyota Corolla Altis 1.8 Hybrid Premium 2022, Toyota Corolla Altis HEV Premium 2024 เป็นต้น ขนาดถังเชื้อเพลิงมีผลต่อระยะทางที่รถสามารถเดินทางได้ ถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่จะทำให้รถสามารถเดินทางได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงบ่อย ในขณะที่ถังเชื้อเพลิงขนาดเล็กจะมีความคล่องตัวมากกว่า และน้ำหนักรถอาจเบาลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมรถในระดับหนึ่ง
Q
ความแตกต่างระหว่าง Toyota Camry และ Corolla Altis คืออะไร
Toyota Camry และ Toyota Corolla Altis มีความแตกต่างกันในหลายด้าน โดย Camry เป็นรถยนต์ขนาดกลางที่เน้นความหรูหราและความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานเชิงธุรกิจหรือครอบครัว ซึ่งชื่อ Camry มาจากภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง “มงกุฎ” ส่วน Corolla Altis เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยคำว่า Corolla มาจากภาษาละตินแปลว่า “มงกุฎน้อย” ทั้งสองรุ่นมีระดับราคาต่างกัน โดย Camry จะมีราคาสูงกว่าเนื่องจากมีอุปกรณ์และฟังก์ชันที่ครบครัน รวมถึงขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า ซึ่งส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายมากกว่า Altis ที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในเมืองและขับขี่คล่องตัว ส่วนด้านขุมพลัง Camry มีตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลายและทรงพลัง ในขณะที่ Corolla Altis เน้นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เช่น 1.6 ลิตร 1.8 ลิตร และรุ่นไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันเป็นพิเศษ ในแง่ของดีไซน์ Camry มีความเรียบหรู ดูภูมิฐาน ส่วน Corolla Altis มีดีไซน์ทันสมัย โฉบเฉี่ยว โดยเฉพาะรุ่นตกแต่งแบบสปอร์ตที่เพิ่มความเร้าใจด้วยกระจังหน้า ล้อแม็ก และสปอยเลอร์หลัง โดยรวมแล้ว Camry เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถหรูขนาดกลางที่นั่งสบายและขับขี่มั่นใจ ขณะที่ Corolla Altis เหมาะกับผู้ที่มองหารถประหยัด ขับง่าย และดูดีในราคาที่เข้าถึงได้
Q
ระยะทางที่ Altis สามารถวิ่งได้ด้วยถังเต็มเท่าใด
ระยะทางที่รถยนต์ Toyota Corolla Altis (อัลติส) สามารถวิ่งได้หลังจากเติมน้ำมันเต็มถังนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รุ่นย่อยของรถ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ โดยในรุ่นปี 2024 เช่น Toyota Corolla Altis 1.6 G ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน ความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 50 ลิตร และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ทำให้ระยะทางวิ่งได้โดยประมาณอยู่ที่ 649 กิโลเมตร (คำนวณจาก 50 ÷ 7.7 × 100) สำหรับรุ่น Altis 1.8 Sport ปี 2024 ก็ใช้ถังน้ำมันขนาด 50 ลิตรและมีอัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกัน จึงมีระยะทางวิ่งได้ประมาณเท่ากันคือ 649 กิโลเมตร ส่วนรุ่นไฮบริดอย่าง Altis HEV Premium และ HEV GR Sport ปี 2024 มีถังน้ำมันขนาด 43 ลิตร และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร จึงสามารถวิ่งได้ไกลถึงประมาณ 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้น การขับขี่แบบเร่งกระชาก การติดไฟแดงบ่อย หรือการบรรทุกของหนัก อาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นและระยะทางลดลง ในทางกลับกัน การขับขี่อย่างนุ่มนวล รักษาความเร็วคงที่ และการดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันและอาจทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้นหลังเติมน้ำมันเต็มถัง
Q
โตโยต้าอัลติสมีปริมาตรเท่าไหร่ในหน่วยลิตร
ข้อมูลความจุของโตโยต้าอัลติสประกอบด้วยความจุถังน้ำมันและความจุห้องเก็บสัมภาระ โดยความจุถังน้ำมันของแต่ละรุ่นจะแตกต่างกัน บางรุ่นมีความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร บางรุ่นอยู่ที่ 43 ลิตร ส่วนความจุห้องเก็บสัมภาระส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 471 ลิตร การทราบข้อมูลความจุเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนการเติมน้ำมันได้อย่างเหมาะสม และจัดเก็บสัมภาระตามความต้องการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
Toyota Corolla Altis รุ่นเก่ามีระยะทางวิ่งเท่าไหร่
โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส รุ่นเก่า มีอัตราการใช้น้ำมันที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่น ปีรถยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ ประเภทเกียร์ รวมถึงนิสัยการขับขี่และสภาพถนน เช่น รุ่นปี 2007 ใช้งานมา 10 ปี วิ่งไปประมาณ 140,000 กิโลเมตร อัตราการใช้น้ำมันในเมืองประมาณ 7 ลิตร/100 กิโลเมตร และทางด่วนประมาณ 5.5 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างยังอยู่ในสภาพดี รุ่นปี 2011 เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ใช้งานมา 8 ปี อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 9 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่วนรุ่นปี 2008 ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 136 แรงม้า แบบ 4 สูบเรียง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มีอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย 9.18 ลิตร/100 กิโลเมตร และรุ่นที่ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย 7.91 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยรวมแล้ว รุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร รุ่นเก่ามีอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 8.63 ลิตร/100 กิโลเมตร โดยอัตราการใช้น้ำมันจะอยู่ในช่วง 7.51 ถึง 9.76 ลิตร/100 กิโลเมตร ทั้งนี้อัตราการใช้น้ำมันจริงอาจแตกต่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
Q
โตโยต้าคอโรลล่าอัลทิสเปิดตัวเมื่อไหร่
Toyota Corolla Altis 在ประเทศไทยมีการเปิดตัวรุ่นต่าง ๆ หลายปีหลายรุ่น แม้ข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นในช่วงปีแรก ๆ ยังไม่ระบุวันเปิดตัวอย่างละเอียด แต่ในช่วงปี 2020 ถึง 2024 มีการเปิดตัวรุ่นหลายรุ่น เช่น ในปี 2020 มีรุ่น Corolla Altis 1.6 Limo, 1.6G, 1.8 Hybrid Entry เป็นต้น ปี 2021 เปิดตัวรุ่น Corolla Altis Limo, 1.6G และรุ่นอื่น ๆ ปี 2022 มีการเปิดตัวรุ่น Toyota Corolla ALTIS GR Sport 1.6 G CVT และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ได้เปิดตัวรุ่น Corolla Altis 1.6 G, 1.8 Sport เป็นต้น โดยแต่ละปีรุ่นจะมีการปรับปรุงทั้งในด้านขุมพลัง ออปชั่น และดีไซน์ภายนอก เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้นขึ้น
Q
Altis 的颜色是什么?อัลติสมีสีอะไรบ้าง
Toyota Corolla Altis (Toyota Corolla) ในตลาดประเทศไทยมีตัวเลือกสีหลากหลายเพื่อตอบสนองความชอบที่แตกต่างของผู้บริโภค โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นสีมาตรฐานและสีพิเศษอย่างสีมุกหรือสีเมทัลลิก สีที่พบได้บ่อย ได้แก่ PLATINUM WHITE PEARL, METAL STREAM METALLIC, CEMENT GRAY METALLIC, CELESTITE GRAY METALLIC, สีแดงมุก Ruby Red Pearl และ ATTITUDE BLACK MICA
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รถใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ประหยัดน้ำมัน ใช้น้ำมันเพียง 19.0 ลิตรต่อร้อยกิโลเมตร
การออกแบบชั้นล่างดีรถวิ่งลื่นนุ่ม การระงับสั่นเยี่ยม ใช้เทคโนโลยีเสาโฟร์กคู่เพื่อลดการโน้มเอียงรถ ทำให้การขับขี่มั่นใจมากขึ้น
ความหนักหมายเลขไม่น้อยเกินไปวางแผนการควบคุมแม่นยำ และควบคุมการสั่นของกีฬาหลังชั้นล่างทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น
มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Toyota และระบบช่วยส่งเสริมการติดตามทางลูก
ราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าล้านหนึ่ง ดึงดูดลูกค้าเพิ่มเติม

ข้อเสีย

ตกแต่งภายในควรปรับปรุง แผงควบคุมดูยุ่งเหยิง ที่นั่งด้านหลังไม่สอดคล้องกับรูปร่างของมนุษย์ พื้นที่ห้องเท้าแคบ
ไม่มีที่วางโทรศัพท์และช่องเก็บของภายในรถ สะดวกสบาย
ระบบแอร์ไม่สามารถแบ่งโซน
มีเสียงลมและเสียงยางเลนเข้ามาในรถขณะขับรถ ความเร็วเพิ่มขึ้นเกิน 120 กม. ซึ่งทำให้เสียงดังเห็นได้ชัด
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทับเหยียบเร่ง สปีดสูงๆ เครื่องยนต์ตอบสนองช้า

Q&A ล่าสุด

Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติม