Q

รุ่นไหนเร็วกว่ากันระหว่าง CLA กับ C300?

Mercedes-Benz CLA250 และ C300 เป็นรถหรูที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมทั้งคู่ แต่ในแง่ของอัตราเร่งจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยตามข้อมูลจากผู้ผลิต CLA250 4MATIC ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 6.3 วินาที ส่วน C300 4MATIC ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเท่ากันแต่ปรับจูนให้แรงกว่า สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.9 วินาที จึงทำให้ C300 เหนือกว่าในเรื่องของความเร็วในการออกตัว อย่างไรก็ตาม CLA มาพร้อมดีไซน์แบบแฮทช์แบ็กรูปทรงสปอร์ต และขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้เวลาขับขี่จริง โดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ จะรู้สึกได้ถึงความคล่องตัวและความสนุกในการขับมากกว่า ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบไฮบริดแบบ 48V ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ถ้าเน้นเรื่องสมรรถนะการเร่งแนะนำให้เลือก C300 แต่ถ้าชอบสไตล์สปอร์ตและการควบคุมรถที่คล่องตัว CLA250 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
คลาส CLA ไหนเร็วที่สุด?
ในกลุ่มรถยนต์รุ่น CLA-Class รุ่นที่เร็วที่สุดคือ CLA 45 AMG 4MATIC ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาดความจุ 1,991 มิลลิลิตร และใช้ระบบเกียร์ธรรมดา (MT) ความเร็วระดับนี้สะท้อนถึงสมรรถนะด้านกำลังที่ยอดเยี่ยม ทำให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องการแรงเร่ง เช่น การเร่งแซงหรือการขับขี่บนทางด่วน อย่างไรก็ตาม ความเร็วสูงก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีทักษะและการตอบสนองที่ดี รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
CLA ตรงกับ A-Class หรือไม่?
CLA กับ A-Class ไม่ใช่รถที่เทียบเท่ากันโดยตรง ด้านขุมพลัง บางรุ่นของ CLA มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งให้กำลังสูงสุดและแรงบิดมากกว่ารุ่น A-Class ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า ส่งผลให้ CLA มีอัตราเร่งและการตอบสนองด้านสมรรถนะที่เหนือกว่า ในส่วนของยาง CLA มักติดตั้งยางขนาดกว้างกว่า เช่น 225/45R18 ขณะที่ A-Class ใช้ยางที่แคบกว่า เช่น 205/60R16 ซึ่งส่งผลต่อการยึดเกาะถนนและความมั่นคงของตัวรถ ด้านขนาดตัวถัง CLA มีเส้นสายภายนอกที่ยาวและเพรียวกว่าชัดเจน บางรุ่นมีความยาวและความกว้างมากกว่า A-Class เล็กน้อย ทำให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว ส่วน A-Class มีขนาดที่กระชับกว่า การจัดสรรพื้นที่ภายในจึงอาจเน้นความคุ้มค่าและการใช้งานที่หลากหลายมากกว่า สำหรับภายในห้องโดยสาร CLA มาพร้อมเบาะนั่งหนังแท้ พร้อมหลังคาพาโนรามาแบบเปิดได้ เสริมความหรูหรา ในขณะที่ A-Class ใช้เบาะวัสดุผสมหนังและหนังกลับ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบแบ่งส่วน ซึ่งให้ความรู้สึกทันสมัยและเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นความเป็นวัยรุ่นมากกว่า กล่าวโดยสรุป ทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นเฉพาะตัว ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการและรสนิยมส่วนบุคคล
Q
CLA หรือ A-class ขนาดใหญ่กว่า?
เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Mercedes-Benz CLA-Class กับ A-Class จะพบว่า CLA-Class มีขนาดบางด้านที่ใหญ่กว่า โดย CLA-Class มีความยาวตัวถังประมาณ 4,630–4,695 มม. ความกว้างประมาณ 1,830 มม. ความสูงประมาณ 1,422–1,435 มม. และระยะฐานล้อ 2,699 มม. ส่วน A-Class มีความยาวตัวถังประมาณ 4,622 มม. ความกว้างประมาณ 1,796 มม. ความสูงประมาณ 1,454 มม. และระยะฐานล้อ 2,729 มม. จากตัวเลขจะเห็นว่า CLA-Class มีความยาวและความกว้างมากกว่า ทำให้ดูโดดเด่นและหรูหรามากขึ้นในแง่ของภาพลักษณ์ภายนอก อย่างไรก็ตาม A-Class กลับมีระยะฐานล้อยาวกว่า ซึ่งในทางทฤษฎีหมายถึงพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอาจดีกว่า แต่ในทางปฏิบัติ ความสบายในการโดยสารยังขึ้นอยู่กับการออกแบบเบาะนั่งและรูปทรงภายในห้องโดยสาร ดังนั้น เมื่อตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น สมรรถนะ อุปกรณ์มาตรฐาน ความประหยัดน้ำมัน และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง เพื่อให้ได้รถที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด
Q
CLA เป็นคลาส A หรือคลาส C?
CLA-Class จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ขนาด A-Segment หรือรถยนต์ขนาดเล็กพรีเมียม โดยการจัดแบ่งประเภทของรถยนต์มักพิจารณาจากพารามิเตอร์หลักอย่างระยะฐานล้อ ขนาดตัวถัง และความจุเครื่องยนต์ ซึ่งสำหรับรถยนต์กลุ่ม A-Segment โดยทั่วไปจะมีความยาวตัวถังประมาณ 4.3–4.79 เมตร ฐานล้ออยู่ที่ 2.35–2.79 เมตร และความจุเครื่องยนต์อยู่ระหว่าง 1.4–2.0 ลิตร Mercedes-Benz CLA มีขนาดตัวถังประมาณ 4,654 × 1,777 × 1,413 มม. และระยะฐานล้อ 2,699 มม. มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ของรถกลุ่ม A-Segment อย่างชัดเจน นอกจากนี้ หากพิจารณาจากระบบการตั้งชื่อของ Mercedes-Benz ตัวอักษร "CL" หมายถึงรถคูเป้ 4 ประตู ส่วน "A" ในชื่อ CLA สะท้อนถึงการเป็นสมาชิกในตระกูล A-Class ซึ่งถือเป็นกลุ่มรถยนต์ระดับเริ่มต้นของแบรนด์ เมื่อเทียบกับ C-Class ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลาง (D-Segment) โดยทั่วไปมีฐานล้อ 2.6–2.8 เมตร และเครื่องยนต์ขนาด 2.3–3.0 ลิตร จะเห็นได้ว่า CLA มีขนาดและขุมพลังที่เล็กกว่าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม CLA มีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่แตกต่าง โดยยึดโครงสร้างพื้นฐานจาก A-Class แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยประตูแบบไร้กรอบ เส้นหลังคาแบบลาด และบุคลิกแบบคูเป้ ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะในกลุ่มรถระดับเริ่มต้นของ Mercedes-Benz แม้จะเน้นความหรูหราและความสปอร์ตมากขึ้น แต่ตามเกณฑ์การจัดประเภทแล้ว CLA ยังจัดเป็นรถยนต์ในกลุ่ม A-Segment
Q
Mercedes CLA รุ่นไหนดีที่สุด?
รถในซีรีส์ Mercedes CLA แต่ละรุ่นมีจุดเด่นเฉพาะตัว จึงไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่ารุ่นไหน “ดีที่สุด” เพราะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน CLA-Class 200 Urban ราคา THB 2,140,000 ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.9 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 8.1 ลิตร/100 กม. เหมาะกับคนที่อยากได้สมรรถนะระดับหนึ่งแต่มีงบจำกัด CLA-Class 180 Urban ราคา THB 2,390,000 ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 10.3 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 5.3 ลิตร/100 กม. ถ้าเน้นความประหยัดน้ำมัน รุ่นนี้ตอบโจทย์ CLA-Class 250 AMG Dynamic ราคา THB 2,690,000 ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.1 วินาที น้ำหนักรถ 1,505 กก. มี 5 ที่นั่ง ทั้งแรงและใช้งานได้จริง ส่วน CLA-Class 45 AMG 4MATIC ตัวท็อปราคา THB 5,990,000 ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเพียง 4.6 วินาที ให้สมรรถนะระดับสูง เหมาะกับคนที่ต้องการพลังเต็มขั้นและงบไม่ใช่ปัญหา โดยรวมแล้ว ควรเลือกตามงบ ความต้องการด้านแรงม้า และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Q
CLA มีเบาะหนังไหม?
รถยนต์ Mercedes-Benz CLA ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีตัวเลือกเบาะหนังให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่คุณเลือก เช่น รุ่น CLA 200 มาพร้อมเบาะหนังสังเคราะห์ ARTICO (เป็นวัสดุหนังคุณภาพสูงที่ดูแลรักษาง่าย) ส่วนรุ่นที่สูงขึ้นอย่าง CLA 250 มักจะใช้เบาะหนังแท้ หรือวัสดุแบบ MB-Tex และ Dinamica ไมโครไฟเบอร์ ซึ่งให้สัมผัสที่หรูหราและนุ่มนวลมากขึ้น ในรุ่นท็อปหรือรุ่นที่ติดตั้งชุดแต่ง AMG Line ยังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นเบาะหนังแท้แบบ Nappa ซึ่งมีความหรูหรา ระบายอากาศได้ดี และนั่งสบาย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ฟังก์ชันต่างๆ เช่น ปรับไฟฟ้า ระบบจดจำตำแหน่ง และระบบทำความร้อน/ระบายอากาศก็มีให้ครบ นอกจากนี้ Mercedes-Benz ประเทศไทยยังมีตัวเลือกตกแต่งภายในที่หลากหลาย ทั้งสีของเบาะและลายตะเข็บ เพื่อให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถให้ตรงกับสไตล์ของตัวเอง แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดกับโชว์รูมหรือดีลเลอร์ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้รุ่นและออปชันที่ตรงใจที่สุด
Q
CLA 250 กับ CLA 45 รุ่นไหนดีกว่ากัน?
CLA 250 กับ CLA 45 ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเอง จึงไม่สามารถฟันธงได้ว่ารุ่นไหน “ดีกว่า” อย่างชัดเจน ในด้านราคา CLA 250 อยู่ที่ประมาณ 2,690,000 บาท ส่วน CLA 45 ราคาสูงกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ 5,990,000 บาท ถ้ามองเรื่องสมรรถนะ CLA 45 เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบที่แรงกว่า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. และเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในแค่ 4.6 วินาที ขณะที่ CLA 250 ทำได้ 230 กม./ชม. และเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.1 วินาที ด้านขนาดตัวรถ CLA 45 มีความยาวและความกว้างมากกว่าเล็กน้อย ทำให้รู้สึกโปร่งขึ้นเล็กน้อย แต่ความแตกต่างไม่ชัดเจนมาก ถ้าคุณเป็นสายขับสนุก ชอบรถแรงๆ มีงบประมาณพร้อม CLA 45 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าเน้นใช้งานทั่วไป ขับสบาย ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า CLA 250 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน
Q
เมอร์เซดีส CLA มีระบบอัตโนมัติหรือไม่?
รถ Benz CLA มีระบบอัตโนมัติ ในแง่ของระบบเกียร์ รถ Benz CLA ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่เปียก 7 จังหวะ ไม่จำเป็นให้ผู้ขับขี่ต้องใช้งานคลัตช์ด้วยตนเอง กระบวนการเปลี่ยนเกียร์สะดวกและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งสามารถปรับกลยุทธ์การเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติตามสภาพการขับขี่และความต้องการของผู้ขับขี่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและราบรื่น ในด้านระบบช่วยขับอัจฉริยะ รถ Benz CLA รุ่นใหม่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MMA พร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะระดับ L2++ ที่สามารถให้โซลูชันขับขี่อัจฉริยะในเวอร์ชันต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ นอกจากนี้ CLA รุ่นใหม่ยังติดตั้งระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร MBUX รุ่นที่ 4 ที่มี "อินเทอร์เฟซแบบ Zero-Layer" ระบบโต้ตอบด้วยเสียงตามธรรมชาติ และ Mercedes-Benz Virtual Assistant ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบอัตโนมัติ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นให้กับผู้ขับขี่
Q
เครื่องยนต์ CLA ตัวไหนดีที่สุด?
ว่าเครื่องยนต์ CLA ไหน “ดีที่สุด” จะขึ้นอยู่กับความต้องการและความชอบของแต่ละบุคคล ถ้าคุณต้องการประหยัดน้ำมันและการเดินทางในเมืองประจำวันอย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 1.3T จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมันสามารถให้กำลังเพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมือง เช่น CLA 200 รุ่น 2025 เครื่องยนต์ 1.3T มีกำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร และใช้เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะแบบเปียก โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวม WLTC 5.93 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับสมรรถนะและความตื่นเต้นในการขับขี่ เครื่องยนต์ 2.0T จะเหมาะสมกว่า เพราะมีกำลังส่งที่แข็งแกร่งและเร่งความเร็วได้ดี เช่น เครื่องยนต์ 2.0T กำลังสูงของ CLA 260 4MATIC ที่มีกำลังสูงสุด 165 กิโลวัตต์ ซึ่งได้เปรียบในการแซงบนทางหลวงและการออกตัวเร็ว ส่วนเครื่องยนต์ 2.0T ของ CLA 45 AMG 4Matic มีกำลังสูงสุดที่น่าประทับใจ โดยสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.6 วินาทีตามข้อมูลทางการ สรุปแล้ว การเลือกควรพิจารณาจากงบประมาณ นิสัยการขับขี่ และสถานการณ์การใช้รถในชีวิตประจำวันประกอบกัน
Q
Mercedes รุ่นไหนดีกว่า?C-Class หรือ CLA?
รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C-Class และ CLA-Class ต่างก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว จึงไม่สามารถตัดสินได้แน่ชัดว่ารุ่นไหน “ดีกว่า” C-Class เป็นรถยนต์ขนาดกลาง (Mid-size Sedan) ขนาดตัวถังอยู่ที่ 4,784 x 1,810 x 1,457 มม. ฐานล้อยาวถึง 2,920 มม. ทำให้ภายในกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเยอะ รวมถึงผู้ใช้ในเชิงธุรกิจ อีกทั้งยังใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (FR) ทำให้การควบคุมและการทรงตัวดีเยี่ยม มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไหล และยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ส่วน CLA-Class เป็นรถยนต์แนวสปอร์ตคูเป้ขนาดกะทัดรัด (Compact Coupe) ดีไซน์โดดเด่นทันสมัย มีจุดเด่นที่ประตูไร้กรอบและทรงหลังคาลาดแบบสปอร์ต ภายในตกแต่งแนววัยรุ่น ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) ราคาจับต้องได้ง่ายกว่า เหมาะกับคนที่ชอบความแตกต่าง ชอบสไตล์แฟชั่น และไม่ได้ต้องการพื้นที่ภายในเยอะมาก สรุปคือ ควรเลือกตามความต้องการ ไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน ถ้าเน้นหรูหรา ขับนุ่ม นั่งสบาย C-Class ตอบโจทย์ แต่ถ้าชอบความสปอร์ต เท่ มีสไตล์ CLA-Class ก็คือทางเลือกที่ใช่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ชื่อเสียงยี่ห้อที่แข็งแกร่ง เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราญ
เครื่องยนต์แบบเทอร์โบให้พลังงานเพียงพอ
ห้องโดยสารสวยงามพร้อมส่วนตกแต่งเนื้ออ่อนที่มีคุณภาพ

ข้อเสีย

เครื่องยนต์อาจมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น
ระบบช่วงล่างอาจรู้สึกแข็งเกินไปสำหรับบางคน
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาวค่อนข้างสูง

Q&A ล่าสุด

Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Nissan Navara 2025 เป็นเท่าไหร่?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Nissan Navara ปี 2025 แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.3 ลิตร มีดังนี้: 7.6 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด, 7.3 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ 7.9 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของประเภทการขับเคลื่อนและประเภทเกียร์ต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่ารุ่นขับเคลื่อนสองล้อเล็กน้อยเนื่องจากลักษณะโครงสร้างของระบบส่งกำลัง และยังมีความแตกต่างเล็กน้อยในอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา ในการใช้งานจริง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ ตัวอย่างเช่น ถนนในเมืองที่แออัดหรือการเร่งและเบรกอย่างรวดเร็วบ่อยครั้งจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ในขณะที่การขับขี่อย่างราบรื่นและการขับขี่บนทางหลวงจะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรุ่นนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรถกระบะรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพและการปรับแต่งระบบส่งกำลังที่เหมาะสมที่สุด
Q
ราคาของ Nissan Navara 2025 ในมาเลเซียเท่าไหร่?
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 มีราคาจำหน่ายในมาเลเซียระหว่าง 98,600 ถึง 154,800 ริงกิตมาเลเซีย รุ่นย่อยต่างๆ ได้แก่ รุ่น 2.5L Single Cab MT ราคา 98,600 ริงกิตมาเลเซีย, รุ่น 2.5L Double Cab SE AT ราคา 123,600 ริงกิตมาเลเซีย และรุ่น X-Tremer Pro-4X AT ราคา 154,800 ริงกิตมาเลเซีย มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ รวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ตัวรถมีขนาด 5260 มม. × 1875 มม. × 1855 มม. และระยะห่างจากพื้น 225 มม. ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย
Q
รถ Nissan Navara 2025 ราคาเท่าไหร่ในฟิลิปปินส์?
ราคาเริ่มต้นของ Nissan Navara ปี 2025 ในฟิลิปปินส์อยู่ที่ 1,240,000 เปโซ โดยบางรุ่นหรือสี Aspen Pearl White อาจมีราคาเพิ่มอีก 20,000 เปโซ รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 2488 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่แข็งแกร่งเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งแบบออฟโรดและในชีวิตประจำวัน ในด้านการออกแบบภายนอก บางรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าดุดัน ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED 4 ดวง พร้อมไฟวิ่งกลางวัน ไฟท้าย LED ใหม่ และล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางออฟโรด แสดงให้เห็นถึงสไตล์ที่แข็งแกร่งและทันสมัย รุ่น PRO-4X เน้นสมรรถนะแบบออฟโรด ในขณะที่รุ่น Calibre-X4X2 ผสมผสานความต้องการในการขับขี่ในเมืองเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และนำเสนอรถกระบะที่ผสมผสานความใช้งานได้จริงและการออกแบบเข้าด้วยกัน
Q
แน่นอน! อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่ฉันมีอยู่คือถึงเดือนตุลาคม 2023 และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Nissan Navara ปี 2025 ณ ตอนนี้ หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นที่ผ่านมา โปรดแจ้งให้ฉันทราบ!
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 ได้เปิดตัวในตลาดไทยแล้ว โดยรุ่นที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ประกอบด้วยรุ่น King Cab และ Double Cab ราคาเริ่มต้นที่ 758,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.3 ลิตร ให้กำลัง 2 ระดับ คือ 160 แรงม้า หรือ 190 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด บางรุ่นรองรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นยังมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง ระบบกล้องมองหลัง และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน นอกจากนี้ Navara รุ่นใหม่มีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับการอัพเกรดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time และโหมดการขับขี่ 7 ระดับ ภายในรถจะมาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 9 นิ้ว และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดและคุณสมบัติทางเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
Q
“วันที่วางจำหน่ายของ Navara 2025 คือเมื่อไหร่?”
วันที่เปิดตัวครั้งแรกของ Nissan Navara 2025 รุ่นใหม่ทั่วโลกคือวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 รถคันนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Mitsubishi Triton ด้านการออกแบบภายนอกใช้ลักษณะเฉพาะ เช่น ไฟหน้าแบบแบ่งส่วนและกริลลี่แบบใหม่ คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จขนาด 2.4 ลิตร และมีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นแห่งแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ดูเพิ่มเติม