"Mazda จะลงทุน 5 พันล้านบาทในการสร้างโรงงานในประเทศไทย เพื่อผลิต B-SUV ที่ใช้งานระบบไฮบริดเบา"

ณัฐวุฒิFeb 17, 2025, 06:12 PM

【PCauto】เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ Masahiro Moro ประธานและซีอีโอของ Mazda ได้พบกับนายกรัฐมนตรีของไทย และประกาศว่า Mazda จะเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ครอสโอเวอร์ B-SUV ที่ใช้เทคโนโลยีมิกซ์ไฮบริด (MHEV) การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจทั่วโลกของ Mazda แต่ยังช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วย

Mazda ได้ดำเนินงานในตลาดรถยนต์ของไทยมากว่า 70 ปี โดยมีฐานตลาดที่มั่นคงและระบบการผลิตที่ครบครัน ตั้งแต่ปี 1995 Mazda ได้สร้างโรงงาน AutoAlliance (AAT) ในจังหวัดระยอง เพื่อผลิตรถยนต์นั่งและรถพาณิชย์ โดยสินค้าของโรงงานนี้ไม่เพียงแต่จัดจำหน่ายในตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ อีกด้วย ในปี 2015 Mazda ยังได้สร้างโรงงาน Mazda Powertrain Manufacturing Thailand (MPMT) ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเน้นผลิตเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ การลงทุนและการวางแผนในขั้นต้นเหล่านี้ช่วยวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการพัฒนาของ Mazda ในประเทศไทย

โรงงานผลิต B-SUV ที่ใช้ระบบมิกซ์ไฮบริดใหม่ของ Mazda จะตั้งอยู่ที่โรงงาน ATT ในจังหวัดระยอง โดยมีเป้าหมายผลิตรถยนต์ใหม่ 100,000 คันต่อปี และส่งออกไปยังตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และอื่นๆ คาดว่าโมเดลใหม่จะมาแทนที่ CX-3 และจะต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด B-SUV เช่น Chery Omoda 5 และ Toyota Corolla Cross

จากมุมมองทางเทคนิค ระบบมิกซ์ไฮบริด (MHEV) กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักในการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซในอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบ MHEV จะเพิ่มระบบช่วยไฟฟ้าขนาดเล็กเข้าไปในเครื่องยนต์เบนซินแบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ในระหว่างการสตาร์ท การเร่งความเร็ว หรือการเบรก ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำมันและลดการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสีย

การลงทุนของ Mazda ในประเทศไทยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเดือนธันวาคม 2024 คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (EV Committee) ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์มิกซ์ไฮบริด (MHEV) ลงเหลือ 6%-9% และ 10%-12% ตามลำดับ โดยมาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2032 ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ขยายการลงทุนและเพิ่มกำลังการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยยังได้ออกมาตรการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับผู้ผลิตรถยนต์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งช่วยดึงดูดให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับนานาชาติ เช่น Mazda ขยายการลงทุนในประเทศไทยต่อไป

Mazda ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e (ในจีนเรียกว่า MazdaEZ-6) ในประเทศไทยปลายปีนี้ ก่อนที่จะมีการเปิดตัวรถใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Mazda กำลังเร่งขยายการลงทุนในรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก

# ข่าวสารยานยนต์

คุณสามารถติดต่อเราให้ลบออกเนื้อหาถ้าละเมิดลิขสิทธิ์

ติดตามเรา

You Tube Facebook Google News

  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ