รูป Ferrari

รีวิว 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12

2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12ในฐานะธงนำ V12 GT ขับเคลื่อนล้อหลังของ Ferrari ด้วยกำลัง 789 แรงม้า การออกแบบที่คลาสสิก และประสบการณ์การขับขี่ที่สมดุลทั้งสำหรับสนามแข่งและการใช้งานในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของซุปเปอร์คาร์ V12 ซึ่งหายาก
รูป Ferrari 812 Superfast
THB 31,500,000
2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
ตัวถัง
Coupe
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
ดู Ferrari 812 Superfast >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ในตลาดรถซุปเปอร์คาร์ของไทยในปัจจุบัน รถยนต์ V12 แบบดูดอากาศธรรมชาติกำลังกลายเป็นสิ่งที่หายากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความต้องการของผู้บริโภคต่อรถยนต์ที่รวมเอาสมรรถนะสูงสุดและความรู้สึกทางกลชุดดั้งเดิมเข้าด้วยกันไม่ได้ลดลง "2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12" ในฐานะรถ GT ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังและเครื่องยนต์หน้า V12 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงของ Ferrari ด้วยพลัง 789 แรงม้าและการตั้งชื่อ "Superfast" ชื่อเสียงนี้ปลุกความสงสัยของผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะการขับขี่ การรีวิวครั้งนี้จะพาท่านไปสัมผัสประสบการณ์ทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบภายนอกไปจนถึงสมรรถนะในการขับขี่ เพื่อดูว่ามันสามารถสมดุลระหว่างสมรรถนะในสนามแข่งกับความใช้งานได้ในชีวิตประจำวันอย่างไร

จากมุมมองด้านหน้า 812 Superfast ยังคงสัดส่วนแบบคลาสสิกของ Ferrari ด้วยฝากระโปรงหน้าที่ยาวและท้ายรถที่สั้น หน้ารถมาพร้อมกระจังหน้าแบบสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่จับคู่กับช่องลมด้านข้างสองข้าง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์แต่ยังเพิ่มความดุดันอีกด้วย เส้นสายด้านข้างรถที่ดูไหลลื่นตั้งแต่ซุ้มล้อหน้าไปยังท้ายรถ เส้นเอวที่ขับเคลื่อนให้เกิดความสปอร์ตร่วมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้วหลายก้าน และคาลิปเปอร์เบรกสีเหลืองสร้างความน่าตะลึงในเชิงสายตา ด้านท้ายรถใช้การจัดวางไอเสียแบบคู่ทั้งสองข้าง ไฟท้าย LED และสปอยเลอร์ที่ออกแบบเชื่อมในตัว ซึ่งเมื่อขับที่ความเร็วสูง สปอยเลอร์จะยกตัวขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศให้ดียิ่งขึ้น ระบบไฟ LED แบบครบชุดไม่เพียงให้แสงสว่างอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีไฟส่องหน้าสำหรับการขับขี่ในตอนกลางวันที่ออกแบบเป็นรูป "L" ทำให้รถยนต์นี้มีเอกลักษณ์ในทะเลรถยนต์

เมื่อเข้าสู่ตัวรถ การตกแต่งภายในด้วยสีแดง-ดำสะท้อนความสปอร์ต ชุดคอนโซลหน้าถูกดีไซน์ให้เอียงเข้าหาฝั่งผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เบาะนั่งมาในวัสดุผสมระหว่าง Alcantara และหนังพร้อมความแน่นหนาและสามารถปรับพนักพิงด้านข้างด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อยึดร่างกายขณะขับขี่ที่รุนแรง หน้าจอ LCD ขนาด 12.3 นิ้วแสดงผลได้อย่างชัดเจน รองรับการเปลี่ยนโหมดได้สามแบบ ได้แก่ โหมดคลาสสิก โหมดสปอร์ต และโหมดสนามแข่ง โดยแต่ละโหมดมุ่งเน้นการแสดงข้อมูลรอบเครื่องยนต์ ความดันยาง หรือเวลาในสนาม ตามลำดับ พื้นที่คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8.4 นิ้ว รองรับ CarPlay และการตั้งค่ารถยนต์ ปุ่มฟังก์ชั่นแบบกายภาพถูกรวมไว้ใกล้พวงมาลัยและคันเกียร์เพื่อความสะดวกขณะขับขี่ แม้จะเป็นรถยนต์สองที่นั่ง พื้นที่เก็บของค่อนข้างจำกัด แต่ที่วางแขนตรงกลางและช่องเก็บของบริเวณบานประตูยังสามารถรองรับโทรศัพท์หรือกระเป๋าสตางค์ได้

ตัวถังมีขนาด 4657 มม. × 1971 มม. × 1276 มม. ระยะฐานล้อไม่ได้ระบุไว้ แต่พื้นที่นั่งจริงสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. นั้นทั้งศีรษะและพื้นที่วางขาค่อนข้างเพียงพอ ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด มุมพนักพิงสามารถปรับเล็กน้อย ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ทางไกลน้อยกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ระบบปรับอากาศรองรับการควบคุมอุณหภูมิแยกโซน ท่อระบายอากาศถูกออกแบบให้ปกปิดและสามารถปรับระดับการไหลของลมได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยก็ยังสามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว

ในด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 6.5 ลิตร V12 แบบดูดอากาศธรรมชาติมีกำลังสูงสุด 789 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 718 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด เมื่อเริ่มออกตัวด้วยการเหยียบคันเร่งเบาๆ การตอบสนองของรถถือว่าไหลลื่น เมื่อเหยียบคันเร่งลึก เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 จะพุ่งทะลุออกมาทันที การเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที ส่วนการเร่งแซงในช่วงกลาง (80-120 กม./ชม.) ทำได้ง่ายโดยไม่ต้องออกแรงมาก เมื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่เป็น Sport หรือ Race ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ยิ่งไวขึ้น และรอบเครื่องยนต์จะถูกปรับขึ้นคงที่ที่ประมาณ 3000 รอบต่อนาที พร้อมที่จะส่งพลังออกมาได้ทุกเมื่อ

พวงมาลัยตอบสนองได้แม่นยำ มีช่องว่างน้อยมาก ความรู้สึกเบายามขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำ และหนักขึ้นเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นให้การตอบสนองของถนนที่ชัดเจนกับผู้ขับขี่ ระบบช่วงล่างใช้การออกแบบตัวลดทอนแรงดันที่ปรับตามสภาพ ในโหมด Normal สามารถกรองการกระเด้งกระดอนบนพื้นถนนเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยรับประกันความสะดวกสบายในการขับขี่ประจำวัน เมื่อเปลี่ยนไปเป็นโหมด Sport ระบบช่วงล่างจะแข็งขึ้น สามารถลดการเอียงของตัวรถในขณะเข้าโค้งได้อย่างโดดเด่น มีขีดจำกัดในโค้งสูงและตัวรถมีเสถียรภาพ ระบบเบรกมาพร้อมกับดิสก์เบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ให้การตอบสนองเบรกที่รวดเร็ว โดยไม่มีอาการลดประสิทธิภาพในการเบรกในระหว่างการใช้งานต่อเนื่อง

ในด้านอัตราสิ้นเปลือง ค่าที่ระบุอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 16.1 ลิตร/100 กม. แต่ในการขับขี่ในเมืองจริงๆ อัตราสิ้นเปลืองอยู่ประมาณ 20-22 ลิตร/100 กม. เมื่อขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็ว อัตราสิ้นเปลืองสามารถลดลงไปอยู่ที่ 12-14 ลิตร/100 กม. ซึ่งอยู่ในความคาดหวังของเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีเยี่ยม ในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางรถแทบไม่ได้ยิน เสียงเครื่องยนต์ V12 ในโหมด Sport จะถูกขยายผ่านวาล์วไอเสีย เพิ่มประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มที่ ที่นั่งมีความแข็งนุ่มที่พอเหมาะ ทำให้การขับขี่ยาวนาน 1-2 ชั่วโมงไม่รู้สึกไม่สบายที่เห็นได้ชัด ความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้นหรือใช้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันเกินความคาดหมาย

ในฐานะที่เป็นตัวแทนของรถยนต์เครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศธรรมชาติ Ferrari 812 Superfast มีคู่แข่งหลักในตลาดประเทศไทยคือ Lamborghini Aventador S และ Aston Martin DBS Superleggera เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 812 Superfast มีข้อได้เปรียบในด้านการส่งกำลังที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและการใช้งานที่สมดุลในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Ferrari ยังมีความได้เปรียบด้านมูลค่าแบรนด์และเครือข่ายบริการหลังการขายที่มีความเป็นมืออาชีพมากกว่า จุดเด่นหลักๆ คือเครื่องยนต์ V12 ให้กำลัง 789 แรงม้า สมรรถนะการควบคุมที่แม่นยำ การออกแบบที่นั่งที่สะดวกสบาย และการตั้งค่าด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย

โดยรวมแล้ว Ferrari 812 Superfast 6.5 V12 ปี 2020 เป็น "รถซูเปอร์คาร์ที่สามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้" ที่สามารถทั้งให้สมรรถนะบนสนามแข่งและตอบสนองความต้องการการขับขี่ในเมืองได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถที่มีพลังและสนุกในการขับขี่ในระดับสูงสุด โดยไม่ต้องเสียสละความสะดวกสบายมากเกินไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความหลงใหลในเครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศธรรมชาติ หากคุณกำลังมองหารถซาลูนเรือธงที่รวมความรู้สึกเครื่องจักรคลาสสิกและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันแล้วยังสามารถตอบสนองการใช้งานในระดับสูง Ferrari 812 Superfast คือหนึ่งในตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในตลาดประเทศไทย

ข้อดี
V12เครื่องยนต์ทรงพลัง แรงม้า 789 ตัว มอบประสบการณ์การเร่งความเร็วที่เหลือเชื่อ แซงได้อย่างง่ายดาย
เสียงเครื่องยนต์ V12 มีเอกลักษณ์ เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ เป็นแหล่งความสนุกสนานในการขับขี่ตามแบบฉบับเฟอร์รารี่
การบังคับเลี้ยวแม่นยำเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูง การควบคุมยอดเยี่ยม อุปกรณ์ความปลอดภัย (เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ) ใช้งานได้จริง
ข้อเสีย
ขณะขับตามความเร็วต่ำ การส่งกำลังมีความกระตุกอย่างชัดเจน ต้องจับพวงมาลัยแน่นตลอดเวลา ซึ่งทำให้การขับขี่เป็นเรื่องยาก
ขณะรอบเดินเบา V12 คำรามเสียงดังจนดึงดูดผู้คนให้มามุงดู ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ
ไหล่ทางในประเทศไทยแคบ เมื่อต้องจอดรถมีโอกาสเบียดชายบันได ต้องระมัดระวัง
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.0 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.0 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายไอเสีย
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
ก่อนหน้านี้ผมขับ 911 Turbo S อยู่ กำลังก็พอใช้ได้แต่รู้สึกว่าขาดเสน่ห์อะไรบางอย่างไป—จนกระทั่งมาเจอ V12 ของ 812 ตอนช่วงเช้าในกรุงเทพฯ ที่รถติดเหมือนปลากระป๋อง เจ้าสัตว์ประหลาดคันนี้กลับขับง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ พวงมาลัยเบา วิสัยทัศน์ก็ไม่อึดอัด แต่เสียงคำรามต่ำๆ ของ V12 ตอนเดินเบากลับเรียกสายตาคนขับแท็กซี่ข้างๆ ให้หันมามองจนรู้สึกเขินเล็กน้อย วันหยุดขับบนทางด่วนไปหัวหิน แค่เหยียบคันเร่ง 789 แรงม้าก็เหวี่ยงเสียงลมข้างหลังไปหมด การแซงมันส์ยิ่งกว่ากินต้มยำกุ้งอีก! ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม Cruise Control อัตโนมัติช่วยชีวิตผมบนทางด่วนไทยตอนเผลอหลับไปหลายครั้ง จุดเดียวที่รู้สึกติดขัด? ไหล่ทางในไทยแคบมาก เวลาจอดทีต้องระวังสุดๆ กลัวจะขูดสเกิร์ตข้าง แต่เลือกคันนี้แล้วไม่เสียใจเลย—นี่แหละคือสิ่งที่ Ferrari ควรจะเป็น!
4 ดีเยี่ยม
สายคาร์บอน
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
นี่ V12 กดลงไปรู้สึกเหมือนโดนเตะก้น ตอนขับตามรถอย่างช้าๆ รถพุ่งจนเหงื่อออกเต็มฝ่ามือ สนุกจริงๆ แต่ต้องจับพวงมาลัยให้แน่น!
4 ดีเยี่ยม
สายซิ่ง
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
ก่อนหน้านี้เคยขับ 911 Turbo S แต่รู้สึกว่ามันขาด "เสียงคำรามของจิตวิญญาณ" ปีที่แล้วเลยกัดฟันถอย 812 มา—31.5 ล้านบาทไทยคันนี้คุ้มค่าจริง! เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร พอลงเท้าที่ทางด่วนกรุงเทพ เสียงคำรามก็ดังกว่าแตรตุ๊กตุ๊กข้างๆ การเร่งแซงเหมือนกับการตัดเนย; วันหยุดวิ่งบนเส้นทางภูเขาหัวหิน การเลี้ยวให้ความแม่นยำราวกับว่ารถมันติดอยู่กับโค้ง ภายในห้องโดยสารที่หุ้มหนังสีแดงและดำดูเท่สุดๆ แต่ในสภาพอากาศ 40 องศาในไทย แม้จะเปิดเบาะระบายอากาศจนสุดก็ยังรู้สึกอบอ้าว ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า? ไม่ไหวหรอก เพราะรถคันนี้ตอนจอดติดเครื่องยนต์สั่นเหมือนกินเรดบูลไป และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากกว่า 16 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรก็เป็นโจรปล้นกระเป๋าเงินจริงๆ แต่ทุกครั้งที่จอดรถที่สยามสแควร์ แล้วมีคนหยิบมือถือออกมาถ่ายรูป ความไม่พอใจเล็กๆ ทั้งหมดก็หายไปในทันที—เพราะนี่คือเฟอร์รารีรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ มันคุ้มจริงๆ!
4 ดีเยี่ยม
สายแซง
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
เครื่องยนต์ V12 นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ให้ความมั่นใจในการแซงช่วงเวลาเร่งด่วน! แต่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 16.1 ลิตร ต้องระวังเงินในกระเป๋าเวลากดคันเร่ง ภายในรถหรูหรามากพอ แต่หน้าร้อนถ้าจอดกลางแจ้ง เบาะนั่งร้อนจนต้องเปิดแอร์ระบายก่อน ข้อเสียนิดหน่อยแค่นั้น
4 ดีเยี่ยม
สายออฟโรด
เจ้าของ 2020 Ferrari 812 Superfast 6.5 V12
เสียงเครื่อง V12 ดังลั่นถนนมันสะใจจริง ๆ แต่เวลาขับผ่านลูกระนาดมันเหมือนนั่งบนแทรมโพลีน เอวแทบพัง!
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ราคา Ferrari 812 Superfast คือเท่าไหร่

Ferrari 812 Superfast มีแรงม้าเท่าไหร่

Ferrari 812 Superfast วิ่งเร็วหรือไม่?