รูป Ferrari

รีวิว Ferrari GTC4Lusso

2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12 เป็นรถ GT สี่ที่นั่งที่เป็นมาตรฐาน ด้วยกำลังเครื่องยนต์ V12 แบบหายใจธรรมชาติ รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเสถียรภาพและการออกแบบภายในที่หรูหราและใช้งานได้จริง รองรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและความต้องการด้านสมรรถนะในระยะไกล
รูป Ferrari GTC4Lusso
THB 25,060,000
Ferrari GTC4Lusso
เซกเมนท์
Grand Tourer
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.3
ระบบเกียร์
AT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถ GT ระดับหรูในประเทศไทยแม้จะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มแต่ก็มีความต้องการที่คงที่ ผู้บริโภคต้องการทั้งความสะดวกสบายสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และไม่ยอมลดทอนสมรรถนะในการขับขี่ทางไกล รถรุ่น 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12 (ปริมาตรกระบอกสูบจริง 6.3 ลิตร) จึงเป็นรถที่เล็งไปยังตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ โดยถือเป็น GT แบบสี่ที่นั่งที่มีเพียงไม่กี่รุ่นในแบรนด์ Ferrari จุดเด่นหลักอยู่ที่ขุมพลังเครื่องยนต์ V12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ความเสถียรของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และการออกแบบภายในที่หรูหราพร้อมใช้งานได้อย่างลงตัว บททดสอบการขับขี่ครั้งนี้จะเน้นการยืนยันสมรรถนะของเครื่องยนต์ว่าเหมาะสมกับการเป็น "ตัวชี้วัดมาตรฐานของ GT" หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบความสะดวกสำหรับการใช้งานในรูปแบบสี่ที่นั่ง เพื่อให้ข้อมูลจริงแก่ผู้ที่สนใจซื้อ

จากมุมมองภายนอก GTC4Lusso ยังคงเส้นสายคลาสสิกของรถ GT จาก Ferrari: ตัวรถโดยรวมลาดต่ำและมีความลื่นไหล ด้านหน้ามีหน้ากระจังขนาดใหญ่คู่กับชุดไฟ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว มีความเป็นเอกลักษณ์ที่สูง เส้นกล้ามเนื้อบริเวณฝากระโปรงยกตัวขึ้นสองเส้น ลากยาวจากเสา A ไปจนถึงหน้ากระจัง เพิ่มความรู้สึกสปอร์ต เส้นข้างตัวถารถยนต์ยาวตั้งแต่ซุ้มล้อไปจนถึงท้ายรถ ล้ออัลลอยด์ลายหลายก้านขนาด 20 นิ้ว ช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงพลัง ด้านท้ายรถใช้ท่อไอเสียคู่ทั้งสองฝั่งรวมเป็นสี่ท่อ พร้อมชุดไฟท้ายแบบรมดำที่เชื่อมต่อกับดิฟฟิวเซอร์ท้าย สไตล์ทั้งหมดสื่อถึงความสปอร์ตในแบบฉบับของ Ferrari แต่ก็ดูสง่างามกว่ารถสปอร์ตแบบดั้งเดิม ในส่วนของระบบไฟส่องสว่าง ไฟหน้าเป็นแบบเปิดปิดอัตโนมัติและรองรับการปรับระยะไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ เมื่อเปิดในช่วงกลางคืนจะให้พื้นที่การส่องสว่างที่กว้าง ใช้งานได้ดี

เมื่อเข้าสู่ภายใน ห้องโดยสารออกแบบโดยใช้สีหลักสีแดง-ดำ (สามารถเลือกสีดำทั้งหมดหรือสีน้ำตาลอ่อน) แผงคอนโซลกลางหุ้มด้วยหนังแท้จำนวนมาก ประกอบกับแถบตกแต่งอะลูมิเนียมที่ให้สัมผัสที่ประณีต จอแสดงผลกลางมีขนาด 8.4 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์เฉพาะของ Ferrari รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay และมีความลื่นไหลดี ปุ่มควบคุมเชิงกายภาพถูกรวมไว้บริเวณพวงมาลัยและด้านล่างของคอนโซลกลาง รวมถึงปุ่มเลือกโหมดการขับขี่และปรับช่วงล่าง การจัดวางเป็นระเบียบ ใช้งานโดยไม่ต้องละสายตามองได้ง่าย เบาะเป็นแบบทรงสปอร์ตพร้อมระบบปรับไฟฟ้าและฟังก์ชันทำความร้อน มีการยึดติดรอบตัวได้ดี แต่ก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อยแม้นั่งนาน เบาะหลังแม้เป็นที่นั่งแบบสองที่ แต่พื้นที่บริเวณขาแคบ — ผู้โดยสารที่มีส่วนสูง 175 เซนติเมตรจะมีพื้นที่ระหว่างเข่าและพนักพิงของเบาะหน้าเพียงสองนิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นหรือใช้วางสิ่งของ ในด้านพื้นที่จัดเก็บ กล่องคอนโซลกลางมีขนาดเล็ก ช่องเก็บของบริเวณแผงประตูสามารถใส่ขวดน้ำดื่มขนาดเล็กได้สองขวด และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุปกติประมาณ 450 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 800 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง เหมาะสมสำหรับการเก็บสัมภาระในการเดินทางระยะไกล

ในส่วนของสมรรถนะ รถคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ 6.3 ลิตร กำลังสูงสุด 507kW (690 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 697N·m จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่แบบ 7 สปีด มีโหมดการขับขี่ให้เลือกสามแบบ ได้แก่ Comfort, Sport และ ESC Off ในโหมด Comfort การส่งกำลังจะราบรื่น เกียร์เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองประจำวัน เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport การตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้นชัดเจน เครื่องยนต์ยังคงทำงานที่รอบ 3000 รอบต่อนาทีหรือสูงกว่า การเปลี่ยนเกียร์จะเกิดอาการสะดุดเล็กน้อย แต่รู้สึกถึงแรงดึงที่มากขึ้น ในการขับขี่จริง ในช่วงออกตัวเพียงเหยียบคันเร่งเบาๆ ก็จะรู้สึกถึงการตอบสนองของพลังงานได้อย่างชัดเจน อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 3.4 วินาที ส่วนการเร่งเครื่องในช่วงกลาง (80-120 กม./ชม.) เมื่อต้องการแซง การเปลี่ยนเกียร์ลงจะทำได้รวดเร็ว และพลังงานมีตอบสนองตามที่ต้องการ ขณะขับขี่ทางไกลบนความเร็วสูง เครื่องยนต์สามารถควบคุมรอบให้อยู่ที่ประมาณ 1800 รอบต่อนาที และการควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี

ด้านการควบคุมและสมรรถนะของช่วงล่าง GTC4Lusso มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา 4RM-S ของ Ferrari ซึ่งสามารถเพิ่มการยึดเกาะบนถนนลื่นหรือในขณะเข้าโค้ง พวงมาลัยมีความแม่นยำ ให้อัตราการตอบสนองที่ดี กรณีใช้ความเร็วต่ำจะให้สัมผัสที่เบา ในขณะที่ความเร็วสูงจะรู้สึกหนักขึ้นทีละน้อย การตอบสนองค่อนข้างชัดเจน ระบบช่วงล่างใช้โช้กอัพแบบแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปรับตัวได้ ในโหมด Comfort สามารถลดการสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี แม้ขับผ่านเนินชะลอความเร็วก็ให้แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย ส่วนในโหมด Sport ช่วงล่างจะกระชับขึ้นและการควบคุมน้ำหนักตัวในโค้งยอดเยี่ยม แม้ขับผ่านโค้งด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังคงมีความเสถียร ในส่วนของการทดสอบสมรรถนะโดยเฉพาะ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คาดหวังได้—เมื่อขับในเขตเมืองจะใช้น้ำมันประมาณ 18 ลิตร/100 กม. ในขณะที่ขับบนถนนหลวงด้วยความเร็วคงที่ การใช้น้ำมันจะลดลงเหลือเพียง 12 ลิตร/100 กม. ระบบเบรกใช้จานเบรกเซรามิกคาร์บอน ให้ระยะการเบรกที่สั้น เมื่อเบรกฉุกเฉิน ตัวรถมีความสมดุลและไม่มีอาการกระดกตัวหน้าให้เห็นชัดเจน

สำหรับความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร ภายในรถมีการเก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยม: ในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง (120 กม./ชม.) เสียงลมและเสียงยางยังคงอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ และไม่รบกวนการสนทนาในรถ เสียงเครื่องยนต์ในโหมด Comfort ถูกลดเสียงจนได้ดี มีเพียงในโหมด Sport เท่านั้นที่จะได้ยินเสียงคำรามที่เร้าใจ เสียงคำรามนี้ให้ความรู้สึกที่โดดเด่น ที่นั่งของรถมีความสะดวกสบายและรองรับร่างกายได้ดี ตามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า เบาะหน้ามีความสมดุลระหว่างการรองรับและการโอบรัด ส่วนเบาะหลังแม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัด แต่สำหรับการนั่งระยะสั้นก็ไม่มีปัญหา ระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกอุณหภูมิ 4 โซน พร้อมช่องจ่ายลมในเบาะหลังเพื่อให้ทุกที่นั่งในรถได้รับความสะดวกสบายสูงสุด มีประโยชน์ใช้งานจริงสูง

โดยภาพรวมแล้ว 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12 จุดเด่นหลักอยู่ที่เครื่องยนต์ V12 แบบไม่มีระบบอัดอากาศที่ให้พลังสูงสุด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เสถียร และการออกแบบภายในที่ผสมผสานความหรูหราและประโยชน์ใช้สอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เช่น Bentley Continental GT รุ่นนี้มีสมรรถนะที่เหนือกว่าและความสนุกในการขับขี่มากกว่า ในขณะที่เมื่อเทียบกับรถสปอร์ต Ferrari แบบดั้งเดิม (เช่น F8 Tributo) รุ่นนี้มีเบาะหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใช้งานได้จริงมากกว่า เหมาะกับการเดินทางไกล รถรุ่นนี้ตอบโจทย์สองกลุ่มผู้ใช้หลัก คือผู้ที่หลงใหลในเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 และความสนุกในการขับขี่ พร้อมต้องการให้รถมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารหรือคนในครอบครัวในบางครั้ง และผู้ชื่นชอบสไตล์ที่หนักแน่นของรถ GT แต่ไม่ต้องการลดทอนสมรรถนะลง

สรุปได้ว่า 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12 เป็นรถ GT ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย —— ทั้งมี DNA ของ Ferrari ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ และสามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในตลาดรถ GT ระดับหรู หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ และต้องการรถที่ตอบสนองความต้องการด้านการขับขี่และยังเหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัว รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา

ข้อดี
V12เครื่องยนต์ทรงพลัง เสียงเครื่องยนต์เร้าใจ การเร่งความเร็วให้ความรู้สึกดันหลังที่ยอดเยี่ยม
ดีไซน์สไตล์ Shooting Brake สง่างาม ดึงดูดสายตา มีอัตราการหันมองสูง รวมสมรรถนะเทียบเท่ารถซูเปอร์คาร์และการใช้งานที่หลากหลาย
พื้นที่นั่งสี่ที่นั่งใช้งานได้จริง ที่นั่งด้านหลังสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัว
ข้อเสีย
หลังหน้าต่างลาดเอียง หลังติดฟิล์มแล้วทัศนวิสัยกระจกหลังในเวลากลางคืนมืด
ตัวถังเตี้ย ช่วงหน้าฝนหรือเจอน้ำขังและหลุมบ่อ ต้องระมัดระวังง่ายต่อการชนขอบด้านหน้า
สิ้นเปลืองน้ำมันสูง ในเมืองและทางภูเขาค่าน้ำมันอยู่ที่ 16-18 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายการใช้งานสูง
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 17 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 17 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายวาล์ว
เจ้าของ 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12
ก่อนหน้านี้ใช้ Panamera Turbo อยู่ เปลี่ยนเป็น GTC4Lusso เพราะชอบเครื่อง V12 และดีไซน์แบบเวกอน —— บนถนนในไทยมีซุปเปอร์คาร์เยอะ แต่ Ferrari “สี่ประตู” ที่ดูสง่างามแบบนี้ดึงดูดสายตาคนได้จริงๆ คะแนนสำหรับรูปลักษณ์ให้ 4 เต็มก็ไม่เกินจริง ข้อเสียอย่างเดียวคือเส้นสายหน้าต่างหลังที่ลาดชันมาก หลังติดฟิล์มแล้วตอนกลางคืนมองกระจกมองหลังค่อนข้างมืด ด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนนก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกช่วยให้ขับตามตอนรถติดในช่วงเช้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างมั่นคง แต่ช่วงฤดูฝนในไทยถนนมักลื่น ต้องระวังอย่าเหยียบคันเร่งแรงเกินไป วันหยุดพาครอบครัวไปหัวหินใช้ทางหลวงขับได้เต็มที่ เสียงเครื่อง V12 ในถนนโล่งของถนนหมายเลข 7 ช่างไพเราะ ลูกหลังก็ยังนอนหลับในเบาะหลังได้ สบายกว่า Panamera คันเก่าเยอะเลย ข้อเสียนิดหน่อยคือน้ำมันเบนซิน 95 ในไทยต้องเติมแบบนำเข้า ไม่งั้นยังรู้สึกว่าพลังเหมือนขาดอะไรไปนิดๆ
5 ดีเยี่ยม
ChiangMaiCar
เจ้าของ 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12
เปลี่ยนจาก Panamera Turbo มาเป็น GTC4Lusso แล้วไม่ได้เลือกผิดเลย! ช่วงเช้ารถติดในกรุงเทพเหมือนลานจอดรถ แต่ V12 ในรอบเดินเบานิ่งเหมือนนั่งอยู่ในร้านกาแฟฟังเพลงแจ๊ส พวงมาลัยเบาจนสามารถจับมือเดียวได้ และคล่องตัวกว่าขับ Panamera เยอะมาก สุดสัปดาห์พาภรรยาและลูกไปหัวหิน บนทางหลวงแค่เหยียบคันเร่งเล็กน้อย เครื่อง 6.3 ลิตรพุ่งไปทันที แซงคันอื่นได้อย่างคล่องตัว สะอาดและรวดเร็ว เด็ก ๆ ที่นั่งหลังยังเอนนอนดูวิวได้ ใช้งานได้จริงกว่ารถซูเปอร์คาร์เป็นร้อยเท่า จุดติเล็กน้อย: ช่วงฤดูฝนของไทยมักมีน้ำขัง ตัวถังรถเตี้ยจนเหมือนบินติดพื้น ตอนขับลุยน้ำต้องระวังสุด ๆ กลัวจะขูดกับลิ้นหน้ารถ แต่ด้วยหน้าตารถที่สวยมาก จอดที่สยามสแควร์คอหันมองกันเต็มไปหมด คุ้มค่า! ด้านความปลอดภัยนั้นดีกว่ารุ่นเก่าตรงที่มีระบบเบรกอัตโนมัติเพิ่มเติมให้ 4 คะแนนก็ไม่เกินไป เพราะโดยปกติรถซูเปอร์คาร์มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยแบบนี้มากนัก
5 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12
ม้าป่าหลังแดงตัวนี้แรงจริงๆ เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.3 ลิตรแค่เหยียบก็กระโจนไปได้ การแซงรถไม่เคยต้องลังเล พื้นที่ภายในสำหรับสี่ที่นั่งก็กว้างพอสมควร ที่นั่งด้านหลังใส่เพื่อนสองคนก็ไม่อึดอัด แต่การสิ้นเปลืองน้ำมันก็น่าใจหาย ใช้น้ำมัน 16 ลิตรทุกวัน แต่อย่างไรก็ตาม พอขับรถคันนี้ไปในกระแสรถ หน้ามองกลับมานับไม่ถ้วน ถือว่าคุ้ม!
5 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้พาครอบครัวไปเที่ยวภูเขาแถวชียงใหม่ พอออกจากตัวเมืองก็เจอฝนฟ้าคะนองที่ตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว ประตูรถแบบไร้กรอบของ GTC4Lusso มีการซีลที่ดี แต่เส้นของฝากระโปรงท้ายกลับทำให้หน้าต่างข้างเสา A มีฝ้าบางๆ เกาะจากฝนที่ตกหนัก—ถือเป็นข้อเสียเล็กๆ ในเชิงรูปลักษณ์ แต่พอเข้าสู่ทางเขา ระบบควบคุมเสถียรภาพรถตอบสนองได้ไวมาก และความกระชับของถุงลมนิรภัยด้านข้างของเบาะนั่งก็ทำให้เด็กๆ ที่นั่งด้านหลังไม่บ่นว่าเวียนหัว รถที่มีราคากว่า 25 ล้านบาทนี้ เรื่องความปลอดภัยบอกเลยว่าไม่ทำให้ผิดหวัง
5 ดีเยี่ยม
สายคอมมอนเรล
เจ้าของ 2020 Ferrari GTC4Lusso 6.2 V12
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปที่ภูเขาแถวเชียงใหม่ หลังจากฝนตกหนักทางโค้งแคบๆ พลังระเบิดจากเครื่องยนต์ V12 ทำให้การแซงเป็นเรื่องง่าย แต่การลื่นไถลบนถนนเปียกลื่นนั้นรู้สึกมากกว่าที่คาดไว้ (หักไป 1 คะแนนสำหรับสมรรถนะ) โชคดีที่ระบบเตือนการชนด้านหน้าทำงานทันการณ์ พร้อมกับระบบควบคุมเสถียรภาพของรถที่ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง หยุดรถอย่างปลอดภัยหลังจากลื่นไกล้รถกระบะ—ระบบความปลอดภัยนี้เหมาะมากกับถนนที่มีโค้งมากและฝนตกบ่อยในไทย สมควรได้ 5 คะแนนไม่เกินเลย เด็กๆ ที่เบาะหลังก็ยังคงเล่น iPad อยู่ ความอเนกประสงค์ของ GT แบบ 4 ที่นั่งไม่ได้เสียเงินไปเปล่าเลย
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
6.3
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
6262
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
16.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Grand Tourer
ความยาว(มิลลิเมตร)
4922
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1980
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Ferrari ผลิตรถยนต์กี่คันในปี 2023?

ราคา Ferrari 296 GTB 2022 เท่าไหร่?

Ferrari 296 GTB ราคาเท่าไหร่?