รูป Ferrari

รีวิว Ferrari Portofino

2020 Ferrari Portofino 3.9 V8ในฐานะรถสปอร์ต GT ระดับเริ่มต้นของ Ferrari มาพร้อมหลังคาเปิดประทุนแบบแข็ง, เครื่องยนต์ 3.9T V8 ให้กำลัง 600 แรงม้า และความสมดุลของการใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและความสนุกในการขับขี่
รูป Ferrari Portofino
THB 20,900,000
Ferrari Portofino
เซกเมนท์
Grand Tourer
ตัวถัง
Convertible
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.9
ระบบเกียร์
CVT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

2020 Ferrari Portofino 3.9 V8 เป็น Grand Tourer ระดับเริ่มต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Ferrari โดยเน้นไปที่ผู้ชื่นชอบรถสปอร์ตที่ต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันและคงความเป็นแบรนด์ระดับหรู ในตลาดประเทศไทย รถรุ่นนี้มีราคาแนะนำที่ 20.9 ล้านบาท ซึ่งเข้าสู่เซ็กเมนต์รถสปอร์ตสองประตูระดับไฮเอนด์ จุดเด่นหลักประกอบด้วยการออกแบบหลังคาแข็งพับได้ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ เครื่องยนต์ 3.9T V8 ที่ให้สมรรถนะยอดเยี่ยม และการเป็นรถที่ลงตัวสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกัน การทดสอบขับขี่ครั้งนี้จะเน้นไปที่การออกแบบภายนอก ความสามารถใช้งานภายใน สมรรถนะเครื่องยนต์ และประสบการณ์ในการขับขี่ เพื่อประเมินว่ารถรุ่นนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถสปอร์ตที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่

ในด้านการออกแบบภายนอก Portofino ใช้ภาษาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari กระจังหน้าแบบขนาดใหญ่พร้อมด้วยชุดไฟหน้า LED ที่โฉบเฉี่ยวทั้งสองข้าง เพิ่มความน่าดึงดูดในเชิงสายตา เส้นสายด้านข้างของตัวรถดูพริ้วไหว หลังคาแข็งพับเก็บได้จะเชื่อมต่อเส้นหลังคากับส่วนท้ายรถอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สัดส่วนโดยรวมดูสมดุล ส่วนด้านท้ายรถนั้นมีท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวารวม 4 ท่อ พร้อมด้วยดีไซน์ดิฟฟิวเซอร์ที่เน้นภาพลักษณ์ความสปอร์ต ชุดไฟท้าย LED ออกแบบด้วยไฟวงแหวนที่ให้การมองเห็นที่ชัดเจนในเวลากลางคืน ที่สำคัญ หลังคาแข็งพับได้สามารถเปิด-ปิดในขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. โดยใช้เวลาเพียง 14 วินาที ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ในทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์

ในส่วนของการตกแต่งภายใน Portofino ยังคงสไตล์สปอร์ตของ Ferrari ด้วยคอนโซลกลางที่เอียงเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกในการใช้งาน สำหรับวัสดุที่ใช้ มีการใช้หนังแท้ร่วมกับวัสดุ Alcantara เพิ่มความหรูหรา บริเวณคอนโซลมีหน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้ว รองรับฟังก์ชัน CarPlay และการเชื่อมต่ออัจฉริยะอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลซึ่งเหมาะสมกับการเป็นรถหรู เบาะที่นั่งมีดีไซน์แบบสปอร์ตที่รองรับด้านข้างอย่างดี พร้อมด้วยฟังก์ชันปรับไฟฟ้าและที่นั่งอุ่น เพิ่มทั้งความสบายและความกระชับ พื้นที่เก็บของมีความจุในกระโปรงหน้ารถ 292 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดพกพาได้สองใบ แม้ว่าที่นั่งด้านหลังเป็นแบบ 2 ที่นั่ง แต่พื้นที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับเก็บของมากกว่านั่งสำหรับผู้ใหญ่

ในด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ 3.9T V8 เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ (600 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร โดยจับคู่กับเกียร์ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ (ต้องชี้แจงว่าข้อมูลที่ระบุ CVT ในรายละเอียดนั้นเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด Portofino ของ Ferrari ติดตั้งเกียร์ 7DCT จริง) ในการขับขี่จริง เมื่อใช้โหมด Sport การตอบสนองในการออกตัวรวดเร็ว โดยเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 3.5 วินาที และยังคงมีพลังในช่วงเร่งแซง ส่วนในโหมด Normal การเปลี่ยนเกียร์มีความราบรื่น เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำเพื่อลดความรู้สึกกระตุก

ส่วนการควบคุมและประสิทธิภาพของช่วงล่าง Portofino ใช้ระบบช่วงล่างแบบปีกนกสองชั้นด้านหน้าและมัลติลิงก์ด้านหลัง โดยการปรับจูนเน้นด้านสปอร์ตแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล ในขณะเข้าโค้ง การควบคุมการเอียงของตัวรถทำได้ดี พวงมาลัยแม่นยำ และการถ่ายทอดสัมผัสจากถนนมาถึงพวงมาลัยชัดเจน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ เมื่อต้องเจอกับลูกระนาดหรือถนนที่ไม่เรียบซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย ช่วงล่างสามารถซับแรงสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาเสถียรภาพของตัวรถ ระบบเบรกใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิก มีระยะเบรกสั้นและทนทานต่อการซีดจางของเบรกในสถานการณ์การขับขี่ที่รุนแรง

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ เมื่อหลังคาแข็งแบบเปิดปิดถูกปิดไว้ การป้องกันเสียงรบกวนภายในรถทำได้ดี และเสียงลมและเสียงยางขณะขับด้วยความเร็วสูงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้; เมื่อเปิดหลังคาออก การบริหารจัดการกระแสลมในห้องโดยสารยอดเยี่ยม และแรงต้านลมบริเวณศีรษะมีน้อย ความกระชับและการรองรับของเบาะนั่งมีประสิทธิภาพที่ดีในการขับขี่ระยะยาว ลดความรู้สึกเหนื่อยล้า ในด้านการสิ้นเปลืองน้ำมันนั้น อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยรวมกลางๆ อยู่ที่ประมาณ 10.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสมรรถนะแล้ว ระดับการบริโภคน้ำมันถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม

เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อย่างเช่น Maserati GranTurismo, Portofino มีความได้เปรียบในด้านพารามิเตอร์สมรรถนะและการเร่ง รวมถึงการออกแบบหลังคาแข็งแบบเปิดปิด และมูลค่าของแบรนด์ Ferrari ที่สูงขึ้นเล็กน้อย; ส่วน GranTurismo จะมีความได้เปรียบในด้านพื้นที่เบาะที่นั่งด้านหลังและความสะดวกสบายมากกว่า เมื่อพิจารณาโดยรวม Portofino จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ของแบรนด์และต้องการความสนุกในการขับขี่ พร้อมกับสามารถรองรับบางส่วนในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง อายุ 25-40 ปี ในตลาดประเทศไทย ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการขับในเมืองหรือการขับรถท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์

โดยสรุป Ferrari Portofino รุ่นปี 2020 พร้อมด้วยเครื่องยนต์ 3.9 V8 หลังคาแข็งแบบเปิดปิด สมรรถนะอันทรงพลังและความเป็นรถที่ใช้งานได้อย่างสมดุล จึงกลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาดรถ Grand Tourer ระดับไฮเอนด์ แม้ว่าพื้นที่เบาะหลังจะมีความจำกัด แต่สำหรับกลุ่มเป้าหมายนั้น มูลค่าแบรนด์ สมรรถนะ และความเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานนั้นโดดเด่นมากพอ หากคุณคือผู้หลงใหลในรถสปอร์ตที่ตอบโจทย์ "เดินทางในวันทำงาน+ขับขี่เพลิดเพลินในวันหยุดสุดสัปดาห์" Portofino คือทางเลือกที่ควรพิจารณา

ข้อดี
3.9T V8 เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง การเร่งแซงบนทางหลวงทำได้ง่าย เสียงของเครื่องยนต์ไพเราะและมอบความสนุกในการขับขี่
การควบคุมตัวถังมีความเสถียร เกาะถนนดีในขณะเลี้ยว ระบบความปลอดภัย (ระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบควบคุมเสถียรภาพ) มีความน่าเชื่อถือ
วัสดุภายในหรูหรา เย็บด้วยหนังสีแดงดำฝีเข็มละเอียด ให้สัมผัสที่ดีแบบ Alcantara และดูหรูหรา
ข้อเสีย
ในฤดูร้อนหลังจอดรถกลางแจ้ง ห้องโดยสารและเบาะที่นั่งจะร้อนจัด จำเป็นต้องเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อลดความร้อน
เกียร์ CVT มีอาการกระตุกหรือกระชากที่ความเร็วต่ำ ต้องควบคุมคันเร่งด้วยความระมัดระวังเมื่อรถติด
ในสภาวะเปิดหลังคาง่ายต่อการกังวลเรื่องรอยขีดข่วน และช่วงฤดูฝนอาจไม่สามารถเปิดหลังคาได้ ปิดช้าฝนอาจสาดไหลเข้า
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 17 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 17 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายเทอร์โบ
เจ้าของ 2020 Ferrari Portofino 3.9 V8
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Carrera แต่เปลี่ยนมาเป็น Portofino เพราะความเป็น GT เปิดประทุนของมัน ภายในให้คะแนน 4 เต็ม 5 หนังแท้สีแดงดำเย็บอย่างประณีต แต่พอโดนแดดร้อนที่ไทย เบาะก็ร้อนจนแสบร้อนก้น ต้องเปิดแอร์ล่วงหน้าผ่านรีโมท ความปลอดภัยให้คะแนน 4 เต็ม 5 ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยชีวิตผมในช่วงเช้าวันจันทร์ที่รถติดในกรุงเทพฯ สักครั้ง แต่เวลาขับแบบเปิดประทุนก็กลัวว่ามอเตอร์ไซค์ที่ขับข้างๆ จะมาชนกับบังโคลนเสมอ สุดสัปดาห์ขับไปหัวหิน เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.9 ลิตร เร่งแซงบนทางด่วนได้เหมือนหั่นเนย เปิดประทุนรับลมทะเล ถึงเพื่อนที่นั่งข้างก็ลืมบ่นเสียงลมจากถนน แต่เกียร์ CVT ในความเร็วต่ำค่อนข้างกระตุก ต้องคุมคันเร่งตอนรถติดให้ดี ราคา 20.9 ล้านบาทไทยไม่ถูก แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ตอนสตาร์ท ถือว่าคุ้มค่า
5 ดีเยี่ยม
สายซิ่ง
เจ้าของ 2020 Ferrari Portofino 3.9 V8
ช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วน ขับลัดซอยคล่องตัวกว่าที่คิด เครื่องยนต์ 3.9T แค่เหยียบคันเร่งก็แซงรถกระบะคันช้าที่คลานไปข้างหน้าได้อย่างสบาย! มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือหน้าร้อนจอดไว้กลางแจ้ง ตอนเข้าไปในรถก็เหมือนเข้าไปในห้องซาวน่า ต้องเปิดแอร์ตั้ง 10 นาทีก่อนถึงจะเย็น—แต่พอได้ยินเสียงเครื่องยนต์ปุ๊บ ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ก็ลืมไปหมดเลย~
4 ดีเยี่ยม
สายคาร์บอน
เจ้าของ 2020 Ferrari Portofino 3.9 V8
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฝนตกและเดินทางบนถนนภูเขา เสียงเครื่อง V8 ถูกเสียงฝนกลบไปครึ่งหนึ่ง แต่เสถียรมากเกินไป — ตอนเข้าโค้งตัวรถเหมือนติดกับพื้นถนน แตะเบรกช้ากว่ารถเก่า 10 เมตรก็ยังหยุดได้ ความปลอดภัยเต็ม 5 คะแนนไม่มีปัญหา สีรถแดงเปื้อนโคลน เช็ดออกแล้วยังเงางาม แต่กลัวโดนขูด ร่วมคะแนนภายนอกหัก 1 คะแนน เบาะหนังกลับ Alcantara ด้านในติดคราบน้ำฝนเล็กน้อย แต่สัมผัสดีเยี่ยม ให้ 4 คะแนนถือว่าสมเหตุสมผล 20.9 ล้านบาทไทยจ่ายไปคุ้มค่า แต่วันฝนตกไม่กล้าเปิดประทุนจริงๆ
4 ดีเยี่ยม
สายบอดี้
เจ้าของ 2020 Ferrari Portofino 3.9 V8
ก่อนหน้านี้ผมขับ Porsche 911 มา และเปลี่ยนมาใช้ Portofino ก็เพราะโดนใจภายในของมัน – การจับคู่เบาะหนังสีแดงดำกับ Alcantara ตะเข็บที่ละเอียดราวกับงานศิลปะ หน้าจอคอนโซลกลางลื่นไหลกว่า 911 รุ่นเก่ามาก ให้คะแนน 5 คะแนนแบบไม่มีข้อสงสัย ด้านประสิทธิภาพให้ 4 คะแนนเพราะทางด่วนในไทยจำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.9 ลิตร กับกำลังกว่า 600 แรงม้าแทบจะไม่มีโอกาสปล่อยพลังเต็มที่ แต่พอออกไปขับเล่นริมทะเลที่พัทยาในวันหยุด เหยียบคันเร่งลึก ๆ แล้วสัมผัสกับแรงกระชากหลัง จังหวะนี้ทำเอาอะดรีนาลีนพุ่งพรวดจริง ๆ ข้อสังเกตเล็ก ๆ คือตอนรถติดตอนเช้าวันธรรมดาในกรุงเทพ CVT มีอาการสะดุดเล็กน้อยตอนความเร็วต่ำ และช่วงหน้าฝนหลังคาที่พับเก็บได้แทบไม่ได้ใช้งานเลย แต่ทุกครั้งที่จอดรถที่สยามสแควร์ คนเดินถนนเหลียวมองกันเพียบ จุดด้อยเล็ก ๆ พวกนี้ก็แทบมองข้ามไปเลย
5 ดีเยี่ยม
สายออฟโรด
เจ้าของ 2020 Ferrari Portofino 3.9 V8
ก่อนหน้านี้ใช้ Porsche 911 รู้สึกว่าขาด "กลิ่นอาย Ferrari" อยู่หน่อยๆ——จนกระทั่งได้ Portofino มา รูปลักษณ์ให้ 4 คะแนน เมื่อหลังคาแข็งพับลง รถจะดูเป็น GT ที่สง่างาม พอเปิดหลังคาปุ๊บ สายตาทั้งถนนในกรุงเทพฯ ก็จับจ้องมาทันที ข้อติเล็กน้อยคือในฤดูฝนของไทย เวลาขับเปิดประทุนต้องดูพยากรณ์อากาศตลอด ถ้าไม่ระวังละก็เปียกโชกแน่นอน ความปลอดภัยให้ 4 คะแนน ระบบเบรกอัตโนมัติเคยช่วยชีวิตผมในช่วงเวลารถติดตอนเช้าในกรุงเทพฯ และเมื่อขับตามคันหน้าชิดเกินไป ระบบจะส่งเสียง "ปิ๊บ ปิ๊บ" พร้อมลดความเร็วให้อัตโนมัติ ให้ความสะดวกมากกว่าระบบเก่าของ 911 สุดสัปดาห์ขับรถไปพัทยาบนทางด่วน เครื่องยนต์ 3.9T V8 เร่งเครื่องปรู๊ดเดียวก็แซงได้เหมือนตัดเนย เพียงแต่ CVT เวลากดคันเร่งเต็มตีน จะให้ความรู้สึกเปลี่ยนเกียร์ไม่มันส์เท่าไหร่ แต่ถ้านึกถึงว่ามันเป็นรถ GT ขับทางไกลสบายกว่า 911 เบาะรองนั่งกระชับพอดี เพียงแต่เบาะหลังที่เป็นแบบ "สำหรับน้องหมา" ใส่ได้แค่กระเป๋าของจริง ถนนในไทยที่มีหลุมมีบ่อ ต้องระวังเป็นพิเศษ สัปดาห์ก่อนไปเจอหลุมที่เยาวราชในกรุงเทพฯ เล่นเอาใจหาย รีบไปเช็คที่ศูนย์บริการทันที
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.9
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
3855
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
CVT
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Grand Tourer
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ Ferrari 296 GTB มือสองในดูไบราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Ferrari 296 GTB ในมาเลเซียเป็นเท่าไร?

จำนวนพนักงานของ Ferrari ในปี 2023 มีเท่าไหร่?