รูป Isuzu

รีวิว 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT

2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT เป็นรถกระบะสองประตูที่มีสมรรถนะการใช้งานและการขับขี่ลุย พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่เชื่อถือได้ พื้นที่ใช้งานที่ตอบโจทย์ และราคาที่เป็นมิตรกับเจ้าของกิจการส่วนตัวและผู้ชื่นชอบการผจญภัย
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
THB 572,000
2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
เซกเมนท์
4x4
ตัวถัง
Pickup
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.9
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถกระบะของประเทศไทย รุ่นสองประตูพร้อมช่วงล้อสั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด โดยทั้งต้องบรรทุกของได้และวิ่งบนถนนขรุขระได้อย่างมั่นคง รุ่นปี 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดนี้โดยเฉพาะ โดยมีจุดขายหลักคือความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Isuzu ความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางขรุขระด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง 4x4 และราคาที่คุ้มค่าไม่ถึง 600,000 บาท ในการทดสอบครั้งนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการบรรทุก ความสามารถของการขับขี่ออฟโรด และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

รูปลักษณ์ภายนอกยังคงความแข็งแกร่งในสไตล์ของรถตระกูล D-Max ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าชุบโครเมียมทรงสี่เหลี่ยมคางหมู พร้อมไฟหน้าแบบฮาโลเจนที่มีมุมชัดเจน สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เส้นสายด้านข้างตัวรถตรงเรียบ การออกแบบสองประตูทำให้ประตูมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้การขึ้นและลงรถสะดวกกว่ารุ่นสี่ประตู ความสูงของกระบะหลังพอเหมาะทำให้การขนถ่ายเครื่องมือหรือสินค้าทำได้ง่าย ด้านท้ายรถมีการออกแบบที่เรียบง่าย ไฟท้ายแนวตั้งสอดรับกับด้านหน้า กันชนหลังมีช่องสำหรับต่อพ่วงรถพ่วง สะท้อนความเป็นรถเพื่อการใช้งานดีเยี่ยม การออกแบบโดยรวมไม่มีสิ่งตกแต่งที่ไม่จำเป็น ทุกอย่างมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ใช้สอย

เมื่อเปิดประตูเข้าดูภายใน จะพบว่าวัสดุหลักเป็นพลาสติกแข็งสีดำ แม้การสัมผัสจะดูแข็งไปบ้าง แต่รอยต่อเรียบร้อย ได้มาตรฐานในระดับราคานี้ แผงหน้าปัดมีการจัดวางอย่างชัดเจน โดยด้านซ้ายเป็นปุ่มควบคุมแอร์และปุ่มกดแบบแมนนวล ส่วนด้านขวาถูกติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB การใช้งานลื่นไหลได้ดี เบาะนั่งทำจากผ้าทอ มีความแน่นแต่รองรับสรีระได้ดี ความพอดีบริเวณเอวและขาช่วยให้ขับขี่เป็นเวลานานได้สบาย เบาะคนขับปรับความสูง-ต่ำได้ด้วยมือ ทำให้สามารถหาองศาการนั่งที่สะดวกได้ ช่องจัดเก็บมีทั้งช่องใส่ของที่บานประตูซึ่งสามารถใส่ขวดน้ำได้สองขวด กล่องเก็บของตำแหน่งกลางที่ลึกพอสมควร และที่วางแก้วหน้า 2 ช่อง ช่วยจัดเก็บของใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ

ขนาดตัวรถ 5,230mm×1,810mm×1,690mm ระยะฐานล้อ 3,125mm แม้จะมีแค่ 2 ที่นั่ง แต่พื้นที่สำหรับหัวเข่ามีถึง 1,020 มม. ทำให้ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. สามารถนั่งได้โดยไม่ติดศีรษะ ขนาดภายในกระบะ (ยาว×กว้าง×สูง) คือ 1,530mm×1,530mm×465mm ทดสอบแล้วสามารถใส่กล่องพลาสติกมาตรฐานได้ถึง 2 กล่อง หรือชุดเครื่องมือก่อสร้างขนาดย่อมได้ครบ ในขณะที่ด้านหลังของห้องโดยสารไม่มีเบาะนั่ง แต่พื้นที่ว่างสามารถใช้เก็บเครื่องมือพับหรือกระเป๋าได้อย่างยืดหยุ่น

ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในการออกตัว เพียงเหยียบคลัตช์เบา ๆ จุดจับชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการขับขี่สำหรับมือใหม่ ช่วงรอบที่ 1,500 รอบต่อนาทีเทอร์โบเริ่มทำงาน แรงบิดออกมาต่อเนื่องและสมูธ แม้ว่าจะบรรทุกของเต็มพิกัดก็ยังสามารถไต่เนินได้โดยไม่ลำบาก ในระหว่างการเร่ง เครื่องยนต์ทำงานแน่นหน่วง และการเปลี่ยนเกียร์กระชับพอดี เพียงแต่ตอนเข้าเกียร์อาจรู้สึกได้ถึงการดูดเกียร์เล็กน้อย เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วต่ำ (4L) อัตราทดแรงบิดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.48 เท่า การขับผ่านถนนดินหรือเนินชันแรงฉุดช่วยได้อย่างชัดเจน ทดสอบในเส้นทางที่มีความชัน 25 องศาบนถนนลูกรัง สามารถไต่ขึ้นได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์มาก

ด้านการควบคุม พวงมาลัยมีน้ำหนักการหมุนค่อนข้างหนัก ให้ความมั่นคงดีในช่วงความเร็วสูง แต่เวลาเคลื่อนที่ช้าหรือตอนจอดอาจต้องใช้แรงมากขึ้น ช่วงล่างใช้ระบบปีกนกสองชั้นแบบอิสระด้านหน้า + แหนบซ้อนแบบแข็งด้านหลัง การปรับจูนค่อนข้างแข็ง ในขณะที่ขับรถโดยไม่มีน้ำหนักบรรทุก การขับผ่านลูกระนาดจะรู้สึกสะเทือนมาก แต่เมื่อบรรทุกของเต็ม ความนุ่มนวลของระบบกันสะเทือนกลับเพิ่มขึ้น ระยะต่ำสุดจากพื้นดิน 190 มม. มุมเข้าปะทะ 24 องศา มุมไต่ลาดชัน 21 องศา การขับผ่านทางหินกรวดหรือร่องน้ำตื้นไม่ต้องกังวลเรื่องการขูดพื้น ระบบเบรกมีเสถียรภาพดี ระยะเบรกที่ความเร็ว 100 กม./ชม. วัดได้ 42 เมตร ซึ่งตรงตามระดับมาตรฐานของรถเพื่อการใช้งานทั่วไป

การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เราแบ่งออกเป็นสองสถานการณ์: แบบไม่บรรทุกและบรรทุกเต็ม แบบไม่บรรทุกในสภาพถนนในเมือง (จราจรติดขัด + ถนนรอบเมือง) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.2 ลิตร/100 กม. ทางหลวง (ความเร็ว 90 กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 6.1 ลิตร/100 กม.; แบบบรรทุกเต็ม (น้ำหนักประมาณ 500 กก.) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในเมือง 8.5 ลิตร/100 กม., ทางหลวงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ลิตร/100 กม. โดยรวมแล้ว สูงกว่าค่าที่ระบุในเอกสารของทางการที่ 6.7 ลิตร/100 กม. เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงความประหยัดของน้ำมันดีเซล ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงต่ำอยู่ ในส่วนของการควบคุมเสียงดัง เครื่องยนต์ในขณะรอบเดินเบามีเสียงดังประมาณ 62 เดซิเบล การเดินทางบนทางหลวงด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. มีเสียงลมและเสียงยางชัดเจน แต่ยังอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ และไม่รบกวนการพูดคุยในรถ

โดยรวมแล้ว จุดเด่นหลักของ D-Max รุ่น Spark 2 ประตู ปี 2020 คือความน่าเชื่อถือ, พื้นที่ของกระบะที่ใช้งานได้จริง และความสามารถของระบบขับเคลื่อน 4x4 เมื่อเทียบกับ Toyota Hilux รุ่น 2 ประตู ในระดับเดียวกัน ราคาถูกกว่าประมาณ 80,000 บาท ความแตกต่างของอุปกรณ์ไม่มาก; และเมื่อเปรียบเทียบกับ Mitsubishi Triton รุ่น 2 ประตู เครื่องยนต์ดีเซลของมันมีแรงบิดที่ลื่นไหลกว่า รถคันนี้เหมาะที่สุดสำหรับผู้ประกอบอาชีพส่วนบุคคล เช่น ช่างตกแต่ง เจ้าของฟาร์มขนาดเล็ก ที่ต้องการใช้บรรทุกของในชีวิตประจำวัน บางครั้งใช้ออกนอกเมืองหรือเข้าไซต์งานก็สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ดี; นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับรถออฟโรดเบา ๆ และสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมในภายหลังได้ เหมาะสมกับราคามาก

หากงบประมาณของคุณไม่เกิน 600,000 บาท และต้องการรถที่สามารถบรรทุกของ, ใช้ขับออฟโรด และไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราความเสียหาย D-Max รุ่น Spark 2 ประตู เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา มันอาจไม่มีอุปกรณ์หรูหรา หรือความสะดวกสบายในการโดยสาร แต่ในแง่ของ "ความใช้งานได้จริง" มันทำได้ดีพอสมควร

ข้อดี
190mm ระยะห่างจากพื้นดินสูง ผ่านอุปสรรคได้ดี ขับผ่านน้ำท่วมขังในวันฝนตกหรือถนนขรุขระไม่ชนพื้นรถ
ยางเกาะถนนได้ดี พวงมาลัยแม่นยำ เข้าโค้งมั่นคง ขับขี่บนทางหลวงเสถียรภาพดี
ชิ้นส่วนพลาสติกภายในดูไม่ถูก คุณภาพดี แอร์เย็นเร็วและการออกแบบช่องลมเหมาะสม เท้าอุ่น
ข้อเสีย
เครื่องยนต์ดีเซล 1.9T มีกำลังขับเคลื่อนค่อนข้างน้อย ต้องใช้รอบสูงในการขึ้นเนินด้วยเกียร์ 2 การขับเคลื่อนความเร็วต่ำรู้สึกว่าใช้แรงมาก
ภายในมีสัมผัสของพลาสติกอย่างชัดเจน เมื่อโดนแดดจัดอาจมีกลิ่นผิดปกติ การขับขี่เป็นเวลานานพื้นที่พักศอกค่อนข้างแข็ง
พวงมาลัยค่อนข้างหนัก ผู้หญิงขับอาจรู้สึกเมื่อยง่าย เกียร์ธรรมดาในสภาพการจราจรติดขัดจะเมื่อยเท้าเพราะเหยียบคลัตช์
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
5.0 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายยาง
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
สัปดาห์ที่แล้วฝนตกหนักจนถนนลูกรังนอกหมู่บ้านพัง ขับ D-Max เข้าเมืองไปบรรทุกวัสดุก่อสร้าง ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 190 มม. ไม่เคยขูดใต้ท้องรถเลย แต่ตอนขึ้นเนินในเกียร์ 2 เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตรยังรู้สึกอืดอยู่บ้าง ต้องดันรอบไปที่ 3000 ถึงจะขึ้นได้ — เรื่องสมรรถนะหักไป 1 คะแนนไม่เถียง แต่ยางขนาด 215/70 R15 ยึดเกาะถนนได้ดี พวงมาลัยหนักแต่แม่นยำ เข้าโค้งแล้วไม่ลื่นไถล วัสดุพลาสติกในห้องโดยสารจับแล้วไม่รู้สึกว่าถูกๆ ช่องแอร์เป่ามาที่ต้นขา วิ่งฝ่าสายฝนสองชั่วโมงเท้าก็ไม่เย็น สัญญาณเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยก็ดังตลอดทาง เพื่อนที่เบาะข้างๆ อาจรำคาญ แต่ตัวผมรู้สึกมั่นใจ เรื่องความปลอดภัยให้ 5 คะแนนเต็มไม่แปลกใจ ภายนอกนะ จอดที่ตลาดในเมือง กระจังหน้าโครเมียมกับกระบะหลังสั้น ดูดีกว่ารถกระบะที่ตกแต่งสีสันฉูดฉาดพวกนั้นตั้งเยอะ
5 ดีเยี่ยม
สายเสียง
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
ก่อนหน้านี้รถกระบะรุ่นเก่าๆ ที่ผมขับอยู่ข้างในมันเหมือนกล่องพลาสติกแข็งๆ พอเปลี่ยนมาเป็น D-Max Spark คันนี้ถึงได้รู้สึกสบายขึ้นเยอะ — ถึงแม้ว่าภายในจะให้ 4 คะแนน (ส่วนที่เป็นพลาสติกยังเยอะไปหน่อย ถ้าตากแดดไว้นานๆ จะมีกลิ่นอบอ้าวออกมา) แต่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกผมให้เต็มคะแนน! ที่ประเทศไทยรถกระบะวิ่งกันเต็มถนน เพราะมันมีฐานล้อสั้นแถมเส้นสายดูแข็งแกร่ง คล่องตัวตอนเลี้ยวซอกซอยในช่วงเช้าตรู่ของกรุงเทพฯ มากกว่า Hilux ฐานล้อยาวของเพื่อนบ้าน วันหยุดผมขับรถพร้อมกระดานโต้คลื่นไปหัวหิน เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 MT แค่เหยียบคันเร่งก็พุ่งแล้ว ความเร็ว 120 บนทางด่วนยังนิ่งมาก ใช้น้ำมัน 6.7 ลิตรต่อ 100 กม. เติมน้ำมันทีเดียววิ่งได้ 1,100 กม. ประหยัดกว่าของเพื่อนที่เป็นเครื่องยนต์ 2.4T เยอะเลย จุดติเล็กน้อยมีแค่ที่วางของฝั่งคนนั่งไม่มี โทรศัพท์มือถือเลยต้องใส่กระเป๋ากางเกง แต่ทั้งบรรทุกของและนั่งคนนั้นทำได้เยี่ยม สนนราคา 570,000 บาท คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน!
5 ดีเยี่ยม
สายสตรีท
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
ก่อนหน้านี้ใช้รถกระบะโตโยต้าคันเก่า แล้วเวลาขึ้นเขากำลังไม่ค่อยพอเลย พอเปลี่ยนมาใช้ Isuzu D-Max รุ่น 2 ประตูคันนี้ รู้สึกเหมือนได้รถใหม่เลย! เครื่องยนต์ดีเซล 1.9T ให้แรงทันใจเวลาไต่เขาในพื้นที่ภูเขาเชียงใหม่ แม้แต่บรรทุกของเต็มคันก็ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงในเมืองก็ประหยัดมาก ใช้เพียง 6.7 ลิตรต่อกิโลเมตร ซึ่งประหยัดกว่ารถคันเก่าเยอะ ถังน้ำมันความจุ 76 ลิตร เติมครั้งหนึ่งวิ่งได้ทั้งอาทิตย์เลยทีเดียว แต่ว่าการออกแบบภายในของรถคันนี้พลาสติกค่อนข้างเยอะ นั่งขับเป็นเวลานานแล้วศอกพิงลำบากเพราะแข็งไปหน่อย ในช่วงฤดูฝนของไทย ความสูงจากพื้น 190 มม. ถือว่าเป็นประโยชน์มาก ขับผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังได้โดยไม่ต้องระวังมากเกินไป เวลาไปเที่ยวพัทยาช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าที่เบาะหลังซึ่งนั่งได้แค่สองคน ถึงแม้จะนั่งได้จำกัดแต่ก็ยังสะดวกสบาย เพื่อน ๆ ยังบอกว่านั่งสบายกว่ารถของเขาอีก ฟังก์ชันเตือนการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยดีมาก มีหลายครั้งที่ลืมคาดแล้วก็ได้รับการแจ้งเตือน โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะกับการใช้งานในประเทศไทยมาก คุ้มค่าที่จะแนะนำ!
5 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
ก่อนหน้านี้ใช้รถกระบะ Toyota รุ่นเก่าที่มักติดหล่มในฤดูฝน พอเปลี่ยนมาเป็น D-Max รุ่น 2 ประตูเพราะเล็งระบบ 4x4 มาแต่แรก! ช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนในกรุงเทพฯ รถติดเหมือนที่จอดรถ เครื่องดีเซล 1.9 MT ให้แรงบิดต่ำดีมาก ไม่ลำบากเวลาไหลตามรถคันหน้า แถมน้ำมันแค่ 6.7 ลิตรต่อร้อยกิโลเมตร ประหยัดกว่ารถคันเก่าเยอะ ถังน้ำมันจุได้ 76 ลิตร ขับไปกลับเชียงใหม่ไม่ต้องเติมน้ำมันเลย ภายในให้ 5 คะแนน! แม้จะเป็นพลาสติกแข็งแต่เย็บขอบประณีต แอร์เย็นเร็วในอากาศที่ร้อน 38 องศาของไทย เพียง 1 นาทีก็เย็นจนสบายกว่า Hilux ของเพื่อนอีก แต่เบาะหลังล่ะ? อ้อ ใช่ รุ่น 2 ที่นั่งเอาไว้บรรทุกของดีมาก สัปดาห์ก่อนบรรทุกข้าวสาร 20 ถุงจนเต็มเลย แต่ถ้าบางครั้งอยากพาเพื่อนไปด้วย ต้องให้เขานั่งเบาะหน้าอย่างเดียว จุดเล็กที่ไม่ค่อยโอเคคือพวงมาลัยค่อนข้างหนัก ถ้าผู้หญิงขับนาน ๆ อาจปวดแขน แต่วิ่งถนนพัง ๆ แถบชนบทของไทย ความหนักแน่นนี้ถือว่าคุ้ม!
5 ดีเยี่ยม
สายออยล์
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 1.9 Ddi S MT
หลังจากฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปรับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงาน ขณะผ่านถนนที่มีน้ำขังในเขตชานเมือง กำลังเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 แม้ว่าจะช้ากว่าเครื่อง 2.5T ไปนิดหน่อยตอนขึ้นเนิน แต่ระยะห่างจากพื้น 190 มม. ก็ช่วยให้ใต้ท้องรถไม่โดนน้ำ ตัวถังรถสองประตูสีแดงขาวโดดเด่นในสายฝนและหมอกมาก ขณะเพื่อนนั่งบนเบาะข้างคนขับ เสียงเตือนใส่เข็มขัดนิรภัยก็ดังอยู่นาน คะแนนความปลอดภัย 5 คะแนนนี้ให้ไปแบบแฟร์ๆ แค่เกียร์ธรรมดาติดอยู่ในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็นของกรุงเทพฯ ต้องเหยียบคลัตช์จนเมื่อยเท้า หักคะแนนสมรรถนะไป 1 คะแนนก็ไม่ถือว่าเกินไป
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.9
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1898
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
6.7
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
215/70 R15
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
4x4
ความยาว(มิลลิเมตร)
5230
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1810
ความสูง(มิลลิเมตร)
1690
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3125
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

เครื่องยนต์ของ 2023 D-Max มีกี่แรงม้า?

ถังน้ำมันของรถ D-MAX ปี 2023 มีขนาดเท่าไหร่?

เครื่องยนต์ที่ใช้ใน 2023 D-MAX คืออะไร?