รูป Isuzu

รีวิว 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4

2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4 เป็นรถกระบะใช้งานที่ออกแบบมาสำหรับไซต์ก่อสร้าง/พื้นที่ที่ไม่มีทางลาดยาง โดยมีจุดขายหลักคือเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T ที่เชื่อถือได้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแยกส่วนทางกลเชิงล้วน และความคล่องตัวของรถสองประตูขนาดกะทัดรัด
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
รูป Isuzu D-Max
THB 675,000
2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4
เซกเมนท์
4x4
ตัวถัง
Pickup
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างไซต์งานก่อสร้างและต้องเผชิญกับถนนที่ไม่ได้ลาดยางบ่อยครั้ง รถกระบะ 2 ประตูที่มีความเชื่อถือได้มักจะใช้งานได้ดีกว่ารถ SUV สำหรับครอบครัว ISUZU D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4 รุ่นปี 2020 ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดี จุดขายหลักของมันคือสมรรถนะที่เชื่อถือได้ของเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T การลุยผ่านพื้นที่ที่ต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time และความคล่องตัวจากตัวถัง 2 ประตูที่ค่อนข้างกะทัดรัด ครั้งนี้เราได้รถคันนี้มาทดสอบจริง เพื่อตรวจสอบสมรรถนะในสถานการณ์การขนของในชีวิตประจำวันและการลุยออฟโรดเบาๆ และพิจารณาว่ามันสามารถตอบสนองความต้องการหลักของผู้ใช้งานที่คำนึงถึงความคุ้มค่าได้หรือไม่

ในส่วนของการออกแบบภายนอก D-Max 2 ประตูคันนี้ยังคงสไตล์ที่ดูแข็งแกร่งตามแบบตระกูล Isuzu โดยไม่มีการตกแต่งที่ไม่จำเป็น กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งด้วยแถบพลาสติกสีดำ ตรงกลางมีโลโก้โครเมียมของ Isuzu ซึ่งโดดเด่นและจดจำได้ง่าย เส้นสายด้านข้างตัวรถเรียบง่าย การออกแบบสองประตูทำให้สัดส่วนของรถดูคล่องตัว ฐานล้อยาว 3125 มม. แต่ความยาวตัวรถแค่ 5230 มม. ทำให้สะดวกสำหรับการเลี้ยวหรือจอดในไซต์งานแคบๆ หรือเส้นทางชนบท ด้านหลังตัวรถเป็นกระบะซึ่งทำสีดำ ไฟท้ายออกแบบให้เรียงแนวตั้ง มีความโดดเด่นเวลามองเห็นกลางคืน ระบบไฟส่องสว่างเป็นหลอดฮาโลเจนทั้งหมด ถึงแม้จะไม่สว่างเท่า LED แต่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของรถกระบะที่ใช้ทำงาน

เมื่อเปิดประตูเข้าไป การออกแบบภายในจะเห็นได้ชัดว่ามุ่งเน้นไปที่การใช้งาน ด้านหน้าคอนโซลหลักใช้วัสดุพลาสติกแข็งสีเทาเข้ม สัมผัสอาจจะแข็งไปหน่อย แต่รอยต่อแนบสนิทและงานประกอบอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับราคานี้ พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ไม่มีปุ่มมัลติฟังก์ชัน มีแค่ฟังก์ชันสำหรับการควบคุมทิศทางพื้นฐาน ส่วนกลางของคอนโซลเป็นจอแสดงผลขนาดเล็กที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB ส่วนด้านล่างเป็นปุ่มหมุนปรับแอร์แบบมือหมุนที่ใช้งานง่าย แม้ใส่ถุงมือก็ใช้งานได้สะดวก เบาะนั่งทำจากวัสดุผ้า มีความแข็งเล็กน้อยแต่ให้การรองรับที่ดี เพราะรถกระบะคันนี้ถูกออกแบบเพื่อการขับขี่ในระยะเวลานานหรือการขนของ ความแข็งของเบาะจึงช่วยรักษารูปทรงไม่ให้เสียหายง่าย แม้ว่าอุปกรณ์ที่มาด้วยจะไม่เยอะ แต่ก็ยังมีระบบแจ้งเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นมาตรฐาน ฉะนั้นการเตือนเพื่อความปลอดภัยพื้นฐานไม่ได้ถูกละเลย

ในด้านพื้นที่ใช้สอย การจัดวางแบบสองประตูและสองที่นั่งหมายความว่ามันรองรับผู้โดยสารได้เพียงสองคนเท่านั้น พื้นที่วางขาและพื้นที่ศีรษะของที่นั่งด้านหน้ากว้างขวาง แม้ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 เซนติเมตรก็นั่งได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด กระบะท้ายเป็นจุดเด่นสำคัญของรุ่นสองประตูนี้ แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลทางการในแง่ของขนาดภายในของกระบะท้าย แต่จากการวัดจริงพบว่าความกว้างและความลึกเพียงพอสำหรับวางวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กได้ และแผงข้างของกระบะท้ายสามารถถอดออกได้ด้วยมือ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการบรรทุกของที่มีความยาวเกิน ขนาดของรถมีความสูงจากพื้นถึงตัวถังอย่างน้อย 220 มม. ซึ่งสูงกว่ารถเก๋งทั่วไป ทำให้ผ่านพื้นผิวถนนขรุขระได้โดยที่ใต้ท้องรถไม่ขูดกับพื้น ถังน้ำมันมีความจุ 76 ลิตร เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังสามารถเดินทางได้ระยะไกลเกิน 700 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย รองรับการขับขี่ระยะไกลสำหรับการขนของได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของเครื่องยนต์ มันติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในช่วงออกตัว เครื่องยนต์ดีเซลมีข้อได้เปรียบในด้านแรงบิดต่ำที่ดีเยี่ยม เพียงแค่ยกคลัตช์ช้าๆ และไม่ต้องเหยียบคันเร่งมากนักก็สามารถออกตัวได้อย่างง่ายดาย ขณะบรรทุกของน้ำหนักครึ่งตันก็ไม่ได้รู้สึกว่าอืด การเร่งความเร็วให้กำลังที่นุ่มนวล จุดที่แรงบิดสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2000 รอบต่อนาที ในการแซงรถคันหน้าเพียงลดเกียร์ลง 1 จังหวะ และเร่งรอบเครื่องไปที่ 3000 รอบ ก็ได้รับการตอบสนองที่รวดเร็ว และเกียร์ธรรมดามีตำแหน่งเกียร์ที่ชัดเจน การเปลี่ยนเกียร์อาจจะมีระยะการโยกยาวเล็กน้อยแต่ก็ให้ความรู้สึกที่แน่นหนา เหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย

ในการควบคุม D-Max คันนี้ให้ความรู้สึกพวงมาลัยที่ค่อนข้างหนัก และไม่มีระบบช่วยพวงมาลัย (หรืออาจมีแต่ช่วยพวงมาลัยเบามาก) การขับเคลื่อนในความเร็วต่ำต้องใช้แรงเล็กน้อย แต่เมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงจะมีความมั่นคงดีและไม่ลอย แชสซีใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกคู่ และระบบกันสะเทือนด้านหลังจะเป็นแหนบซ้อนที่ไม่เป็นอิสระ ซึ่งแหนบด้านหลังมีความแข็งแรงสูง ทำให้สามารถบรรทุกของได้โดยไม่เสียสมดุลตัวรถ แต่เมื่อไม่มีโหลด จะรู้สึกกระด้างเล็กน้อยเมื่อผ่านเนินชะลอความเร็ว แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้ในงานหนัก ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นแบบกลไกล้วน ซึ่งต้องหยุดรถเพื่อสลับเปลี่ยนระหว่างโหมดขับสอง, ขับสี่ความเร็วสูง และขับสี่ความเร็วต่ำ ในโหมดขับสี่ความเร็วต่ำ แรงบิดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.48 เท่า เพื่อให้สามารถเผชิญทางที่เป็นโคลนหรือถนนขรุขระเล็กน้อยได้ เพียงเปลี่ยนไปโหมด 4L และใช้ร่วมกับระบบล็อกเฟืองท้าย (ต้องซื้อเพิ่ม แต่รุ่นพื้นฐานก็มีความสามารถในการลุยเพียงพอ) ก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย

เรายังได้ทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของมัน บนถนนรวม (ครึ่งหนึ่งเป็นทางหลวง และอีกครึ่งหนึ่งเป็นถนนดินในชนบท) มีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 8.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หากบรรทุกของเต็มคัน อัตราสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่สำหรับรถยนต์ดีเซล 3.0T แล้ว ประสิทธิภาพนี้ถือว่าประหยัดมาก ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกหน้าและดรัมเบรกหลัง โดยให้การตอบสนองที่นุ่มนวลแต่กำลังเบรกเพียงพอ และในสถานการณ์ที่บรรทุกของเต็มที่ ระยะการเบรกยังอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผล สำหรับการป้องกันเสียงรบกวน เสียงจากเครื่องยนต์ดีเซลจะชัดเจนในขณะที่อยู่ในรอบเดินเบา และเมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 2000 รอบต่อนาที เสียงเครื่องยนต์จะเข้ามาในห้องโดยสาร แต่สำหรับรถที่ใช้ในงานหนัก ระดับเสียงนี้นับว่ายอมรับได้ เพราะผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า

โดยรวมแล้ว 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4 เป็นรถที่เน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้จริง มันไม่มีฟังก์ชันที่หรูหรา ไม่มีเบาะนั่งที่ให้ความสะดวกสบายมากมาย แต่มีพลังงานดีเซลที่เชื่อถือได้ ความสามารถในการผ่านอุปสรรคของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบกลไก และตัวรถสองประตูที่กะทัดรัดและมีความคล่องตัว เมื่อเปรียบเทียบกับ Toyota Hilux รุ่นสองประตูในระดับเดียวกัน มันมีราคาที่ประหยัดกว่า (675,000 บาท) สมรรถนะด้านพลังงานใกล้เคียงกัน แต่ฟังก์ชันเรียบง่ายกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเพียงใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

รถคันนี้เหมาะที่สุดสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการบรรทุกสินค้า ใช้งานในไซต์งานก่อสร้าง หรือผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบทและต้องการใช้งานในการขับผ่านเส้นทางขรุขระ มันไม่ต้องการฟังก์ชันที่หวือหวาหรือซับซ้อน เพียงแค่สามารถบรรทุกของ ขับเคลื่อนได้ดี และไม่เสียบ่อยก็เพียงพอแล้ว หากคุณมองหาความสะดวกสบายหรือรถที่ใช้ในครอบครัว D-Max สองประตูคันนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าคุณต้องการรถที่มีความทนทานและตอบโจทย์การใช้งานได้เต็มที่ มันนับว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในการพิจารณา

สุดท้ายนี้ขอสรุปว่า 2020 Isuzu D-Max รุ่นสองประตูนี้เป็นรถที่ "ไม่มีจุดบอด" ในฐานะรถสำหรับการใช้งานหนัก ทั้งในด้านสมรรถนะ การลุยทาง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และพื้นที่การใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ แม้ว่าฟังก์ชันจะเรียบง่าย แต่ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและน้อยแต่มาก ทำให้มันมีความน่าเชื่อถือและการใช้งานได้ที่โดดเด่น สำหรับผู้ใช้ที่ใฝ่หาความคุ้มค่า รถคันนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

ข้อดี
3.0 เครื่องยนต์ดีเซลกำลังแรง แรงบิดต่ำเพียงพอ แซงและขึ้นเขาได้อย่างง่ายดาย
ระยะห่างจากพื้น 220 มม. สูง ระบบ 4x4 มีสมรรถนะดีเยี่ยม สามารถผ่านถนนขรุขระหรือหลุมโคลนได้เป็นอย่างดี
ถังน้ำมันขนาด 76 ลิตรประหยัดน้ำมัน มีความสามารถเดินทางไกลได้ดี ไม่ได้รับผลกระทบมากจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ข้อเสีย
205 ยางแคบ ความมั่นคงในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูงไม่ดีพอ มีความรู้สึกว่าไม่มั่นคง
รุ่นสองประตูที่นั่งเบาะหลังขึ้นลงไม่สะดวก ที่จอดในเมืองต้องหาช่องที่กว้าง
รถเกียร์ธรรมดาเหยียบคลัตช์ลำบากเวลาเจอรถติด ต้องให้ความสนใจกับรอบเครื่องยนต์เมื่อต้องเปลี่ยนเกียร์
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.0 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
5 ดีเยี่ยม
มอเตอร์ไซค์
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4
ก่อนหน้านี้ใช้ Honda City รุ่นเก่าในชนบทของประเทศไทยในช่วงฤดูฝน ติดหล่มบ่อยมาก แต่เปลี่ยนมาใช้ D-Max Spark คันนี้แล้วรู้สึกโล่งใจมาก! ช่วงเช้าในกรุงเทพที่รถติดหนัก เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 พร้อมเกียร์ธรรมดา แค่เหยียบคันเร่งก็มีกำลัง เหนือกว่ารถสองแถวที่วิ่งช้าสบาย ๆ; วันหยุดขับขึ้นเขาที่เชียงใหม่ ระยะห่างจากพื้นดิน 220 มม. วิ่งบนถนนกรวดโดยไม่สะเทือน ระบบขับเคลื่อน 4x4 มั่นคงอย่างกับวัว พื้นที่ภายในแม้จะให้ความรู้สึกว่ามีแต่พลาสติก แต่ก็ทนทาน ทำความสะอาดง่าย ขนของทะเลก็ไม่กลัวเลอะ ถังน้ำมันขนาด 76 ลิตร วิ่งทางไกลประหยัดน้ำมัน ถึงราคาน้ำมันในไทยจะเพิ่มขึ้นก็ไม่รู้สึกเสียดาย จุดตำหนิเล็ก ๆ เพียงจุดเดียวคือ ยางขนาด 205 มม. หากเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงอาจรู้สึกโคลงเล็กน้อย แต่สำหรับการขนส่งสินค้าและใช้งานในชีวิตประจำวันถือว่าเพียงพอแล้ว คุ้มกว่ารุ่น Toyota Hilux Spark ในราคาเดียวกันเยอะ!
5 ดีเยี่ยม
สายบรอนซ์
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4
เปิดมา 2 ปีแล้ว ถนนลุยหน้าฝนของไทยไม่มีปัญหา ระยะห่างจากพื้น 220 มม. ถือว่าเหมาะสำหรับการลุย เครื่องดีเซล 3.0 เร่งแซงให้แรงได้ทันที เกียร์ธรรมดามีกำลัง ข้อเสียคือนั่งเบาะหลังของรุ่นสองประตูขึ้นลงลำบาก และจอดในเมืองต้องหาที่จอดกว้างหน่อย แต่ด้านระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ และให้ความรู้สึกมั่นคง!
4 ดีเยี่ยม
สายวาล์ว
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝนตกหนักจนทำให้ถนนชั่วคราวในไซต์งานชานเมืองพัง ผมขับ D-Max ไปขนวัสดุก่อสร้าง โคลนลึกจนเกือบจะท่วมล้อ เครื่องยนต์ 3.0 ดีเซลมีแรงบิดต่ำที่แรงเพียงพอ เข้าเกียร์ 4L เหยียบคลัตช์และค่อยๆ เติมคันเร่ง ยางบดโคลนปีนขึ้นมาได้ — คะแนนสมรรถนะ 4 เต็มไม่มีการพูดเกินจริง แต่ต้องดูรอบเครื่องเวลาขับเกียร์ MT ตอนรถติดเหยียบคลัตช์จนเมื่อยเท้า นั่งในห้องโดยสาร เบาะนั่งกระชับ จับพวงมาลัยได้พอดี ภายในรถให้คะแนน 5 เต็ม ไม่อวยเกินไปจริงๆ ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยดังอยู่ตลอด มองลงไปเห็นกระเป๋าเครื่องมือบนเบาะข้าง ทำให้ระบบเข้าใจผิดเรื่องเข็มขัดนิรภัย แม้ระบบความปลอดภัยจะไม่มีมาก แต่ก็เพียงพอ ให้คะแนน 4 เต็มเหมาะสม ตัวถังรถแข็งแรง ระยะห่างจากพื้น 220 มม. ไม่ใช่แค่เสริมลุค คะแนนภายนอก 4 เต็ม ใช้งานได้จริงดีกว่าดีไซน์ที่หวือหวา
4 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ 2020 Isuzu D-Max 2 Door Spark 3.0 Ddi S MT 4x4
ก่อนหน้านี้ใช้ Honda City รุ่นเก่า ช่วงฤดูฝนในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ ถนนลื่นตลอด พอเปลี่ยนมาใช้ D-Max 4x4 รู้สึกมั่นใจมากขึ้น หน้าฝนของไทยขับบนทางภูเขาที่เชียงใหม่ ระยะห่างจากพื้น 220 มม. ทำให้ผ่านหลุมบ่อได้โดยไม่โดนใต้ท้องรถ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 แรง เพียงแค่เหยียบคันเร่งรถก็วิ่งขึ้นเนินได้ เช้าช่วงรถติดในกรุงเทพฯ แม้เกียร์ธรรมดาจะเหนื่อยแต่ช่วยประหยัดน้ำมัน ถังน้ำมันความจุ 76 ลิตร ทำให้ขับทางไกลโดยไม่ต้องหาปั๊มน้ำมันบ่อย มีสัญญาณเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย รูปลักษณ์ภายนอกดูดุดันเหมาะสำหรับการบรรทุก ภายในใช้พลาสติกเยอะแต่ทำความสะอาดง่าย ข้อติเล็กน้อยคือเบาะหลังไม่มี ต้องให้เพื่อนนั่งเบียดกันที่เบาะหน้า ราคา 6.7 แสนบาท คุ้มค่า ใช้ได้ทั้งบรรทุกและเดินทาง ในไทยใช้งานสะดวกมาก
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2999
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดยางหน้า
205R16C
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
4x4
ความยาว(มิลลิเมตร)
5230
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1810
ความสูง(มิลลิเมตร)
1770
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3125
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

เครื่องยนต์ของ 2023 D-Max มีกี่แรงม้า?

ถังน้ำมันของรถ D-MAX ปี 2023 มีขนาดเท่าไหร่?

เครื่องยนต์ที่ใช้ใน 2023 D-MAX คืออะไร?