รีวิว 2020 Mitsubishi Triton Double Cab 2.5 2WD GLX





ในตลาดรถกระบะของประเทศไทย รถกระบะดีเซล 2.5 ลิตรแบบสองประตู ได้เป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและลูกค้าที่เน้นการใช้งานจริง - รถรุ่นนี้ต้องทนทานต่อการใช้งานขนส่งในชีวิตประจำวัน และยังต้องตอบโจทย์ความสะดวกสบายพื้นฐานในการขับขี่ 2020 Mitsubishi Triton Double Cab 2.5 2WD GLX จึงมุ่งเป้าหมายไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ โดยเน้นที่พลังงานดีเซลที่ทนทานและการออกแบบสองประตูที่กะทัดรัด จุดประสงค์หลักของการทดลองขับครั้งนี้คือการตรวจสอบว่ามันตอบสนองต่อความต้องการทั้ง "ขนของ + เดินทาง" ได้ดีพอหรือไม่
จากภายนอก Triton รุ่นนี้ยังคงรักษาสไตล์ที่ดุดันตามแบบรถกระบะของ Mitsubishi กระจังหน้าชุบโครเมียมมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เชื่อมต่อกับไฟหน้าแบบฮาโลเจนทรงเหลี่ยมทั้งสองข้างได้อย่างลงตัว ทำให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตัวรถด้านข้างมีเส้นสายที่เรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งมากมาย ส่วนการออกแบบสองประตูทำให้ความยาวรถอยู่ที่ 5,075 มม. และระยะฐานล้อ 3,000 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับกระบะบรรทุกสัมภาระและที่นั่งหลัง (แม้ว่าจะเป็นแบบ 2 ที่นั่ง) ด้านหลังไฟท้ายแบบคอมบิเนชันถูกจัดวางในแนวตั้ง กันชนท้ายทำจากพลาสติกสีดำ ซึ่งทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี สะท้อนถึงภาพลักษณ์รถสำหรับการใช้งานออกแบบโดยเน้นประโยชน์ใช้สอย
เมื่อเปิดประตูออกมา ดีไซน์ภายในก็ยังคงเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก คอนโซลกลางใช้วัสดุพลาสติกแข็ง แม้สัมผัสจะแข็งไปบ้าง แต่ช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ เรียบร้อย การประกอบดูเรียบง่าย บริเวณคอนโซลกลางมีการจัดเรียงพื้นฐาน ไม่มีหน้าจอขนาดใหญ่ มีเพียงวิทยุและเครื่องเล่นซีดีเท่านั้น ด้านล่างมีปุ่มหมุนเครื่องปรับอากาศแบบมือหมุน ซึ่งใช้งานง่ายแม้จะใช้งานโดยไม่ต้องมอง ที่นั่งบุด้วยผ้า มีการเติมฟองน้ำที่ค่อนข้างแข็ง แต่ก็ให้การรองรับที่ดี เบาะนั่งคนขับสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังและปรับมุมพนักพิงได้ด้วยมือ ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องขับขี่เป็นเวลานาน ในด้านของพื้นที่จัดเก็บของ ช่องเก็บของบนบานประตูสามารถวางขวดน้ำได้ 2 ขวด บริเวณด้านล่างของคอนโซลกลางยังมีช่องเก็บของขนาดเล็กที่เพียงพอต่อการเก็บของชิ้นเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
สำหรับพื้นที่ภายในรถ คันนี้มีการจัดวางแบบ 2 ที่นั่ง เบาะหน้ามีพื้นที่นั่งเพียงพอ ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. สามารถนั่งได้โดยมีพื้นที่เหนือศีรษะและด้านหน้าสำหรับขาเหลืออยู่มากกว่า 1 กำปั้น ขนาดของกระบะหลังแม้บริษัทผู้ผลิตจะไม่ได้ให้ตัวเลขที่ชัดเจน แต่จากการทดสอบจริงพบว่าสามารถใส่กล่องกระดาษขนาดมาตรฐานได้ 2 ใบ หรือมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก 1 คัน ซึ่งเพียงพอสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้รถที่ 200 มม. สูงกว่ารถเก๋งธรรมดาอยู่พอสมควร สามารถรับมือกับถนนที่ไม่ได้ราดยางในชนบทของไทยได้
ในส่วนของเครื่องยนต์ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แม้ว่าทางผู้ผลิตจะไม่ได้ระบุข้อมูลกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ แต่ในการขับขี่จริงพบว่าการตอบสนองในรอบต่ำทำได้ดี ที่รอบประมาณ 1,500 รอบ/นาที ก็สามารถให้พลังงานเพียงพอสำหรับการออกตัวและการขับขึ้นเนิน เมื่อเข้าเกียร์ 3 แล้วรักษารอบไว้ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาที ความเร็วจะคงตัวอยู่ที่ 80 กม./ชม. เมื่อต้องขับขี่บนทางด่วน เสียงของเครื่องยนต์อาจดังขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โหมดการขับขี่มีเพียงแบบมาตรฐาน ไม่มีตัวเลือกเพิ่มเติม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการความซับซ้อนในระบบควบคุม
ในส่วนของการควบคุมพวงมาลัย มีระยะฟรีเล็กน้อยในพวงมาลัยซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พบได้บ่อยในรถกระบะ โดยไม่ได้มีความแม่นยำมากนัก แต่ก็ให้ความรู้สึกเบาสบายขณะขับ ตัวช่วงล่างใช้ระบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงด้านหน้า และแหนบแผ่นซ้อนด้านหลัง การปรับแต่งแหนบแผ่นซ้อนทำให้ช่วงล่างด้านหลังค่อนข้างแข็ง เมื่อใช้รถเปล่าผ่านลูกระนาดจะรู้สึกถึงแรงกระเทือนชัดเจน แต่เมื่อบรรทุกของเต็มแล้ว ช่วงล่างให้การรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น รู้สึกถึงแรงกระเทือนได้น้อยลง เมื่อเข้าโค้ง ตัวรถมีการเอียงชัดเจน เนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงของรถที่สูงตามลักษณะของรถกระบะ ซึ่งไม่เหมาะกับการขับขี่แบบหวาดเสียวหรือใช้ความเร็วสูงในโค้ง
การประหยัดน้ำมันเป็นข้อได้เปรียบของรถเครื่องยนต์ดีเซล โดยการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 7.5L/100km ในขณะที่การทดสอบจริงสำหรับการขับขี่ในเมือง (รวมถึงการติดขัด) สามารถประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 8.2L และเมื่อขับขี่บนทางหลวงสามารถลดการใช้น้ำมันลงถึง 6.8L เติมน้ำมันเต็มถัง 75L สามารถทำให้รถวิ่งได้ไกลกว่า 900km ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานที่วิ่งทางไกลและต้องบรรทุกของบ่อยๆ จะช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้อย่างมาก ด้านระบบเบรก มีการใช้ดิสก์เบรกที่ล้อหน้าและดรัมเบรกที่ล้อหลัง ความรู้สึกของแป้นเบรกค่อนข้างนุ่มแต่แรงเบรกเพียงพอ ในกรณีเบรกฉุกเฉินตัวรถยังคงทรงตัวได้อย่างดีและไม่มีอาการหน้ารถทิ่มอย่างชัดเจน
ด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร เบาะผ้าช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ทำให้รู้สึกร้อนเมื่อขับขี่ในฤดูร้อน ด้านการควบคุมเสียงรบกวน แม้ว่าจะมีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ดีเซลในขณะเดินเบาค่อนข้างชัด แต่เมื่อขับขี่แล้ว เสียงลมและเสียงยางจะช่วยกลบเสียงเครื่องยนต์ไปบางส่วน การควบคุมเสียงโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับรถกระบะในช่วงราคานี้ ด้วยระบบเกียร์ธรรมดา ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการเก็บพลังงานเมื่อเบรก การเปลี่ยนเกียร์มีระยะที่เหมาะสม และตำแหน่งที่คันเหยียบคลัตช์ชัดเจน ผู้เริ่มต้นก็สามารถขับขี่ได้ง่าย
โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ Mitsubishi Triton Double Cab 2.5 2WD GLX รุ่นปี 2020 มีความชัดเจนมาก: เครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทานและเหมาะสำหรับการบรรทุก การออกแบบตัวรถที่กระทัดรัดทำให้สะดวกในการจอด และการประหยัดน้ำมันที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับ Toyota Hilux Double Cab รุ่นเดียวกัน Triton มีราคาที่เป็นมิตรกว่า (682,000 บาท) แม้ว่าฟีเจอร์จะไม่ครบครันเท่า แต่มีระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน (ถุงลมนิรภัยคู่, การเตือนการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย) ซึ่งทำให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ชัดเจนมาก เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการ “รถใช้งาน” หรือผู้ที่มักต้องบรรทุกสินค้า ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถใช้งานแบบครอบครัวที่เน้นความสะดวกสบายและฟีเจอร์หรูหรา แต่สำหรับสถานการณ์ที่เน้น “ความคุ้มค่าสูงสุด” รถรุ่นนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือ
โดยรวมแล้ว Triton รุ่นนี้เป็นรถกระบะที่เหมาะกับการใช้งานแบบ “จริงจัง” ไม่มีจุดด้อยเด่นชัดและไม่มีจุดเด่นที่สุด คุณค่าของมันคือการตอบสนองความต้องการหลักในเรื่อง “การบรรทุก+การเดินทาง” ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด หากคุณกำลังมองหารถสไตล์นี้ มันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง


