รีวิว 2021 Isuzu D-Max 4 Door V-Cross 3.0 Ddi ZP MT





ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถกระบะในประเทศไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น ความต้องการรถกระบะของผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในด้านการใช้งานเป็นเครื่องมือเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความทันสมัย และความสมดุลกับสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรดอีกด้วย สำหรับรถรุ่นปี 2021 อย่าง Isuzu D-Max 4 ประตู V-Cross 3.0 Ddi ZP MT ซึ่งเป็นรุ่นรถกระบะระดับกลางถึงสูงของแบรนด์ มีจุดเด่นที่ขุมพลังดีเซล 3.0L ระบบความปลอดภัย Airbag 7 จุด และระบบขับเคลื่อน 4x4 คราวนี้เราจะมาทดสอบขับขี่จริงเพื่อดูว่ารถรุ่นนี้สามารถตอบสนองการใช้งานในครอบครัวและการขับขี่ในเส้นทางออฟโรดเบาๆ ได้ลงตัวหรือไม่
สำหรับภายนอก D-Max V-Cross รุ่นนี้ใช้กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Isuzu คู่กับไฟ LED Daytime Running Light ที่ดูคมชัด ทำให้ตัวรถมีความโดดเด่น ส่วนด้านข้างของตัวรถมาพร้อมเส้นสายที่ดูดุดัน เส้นสายที่ยาวตั้งแต่ซุ้มล้อหน้าจนถึงด้านหลังทำให้รถดูยาวและสง่างาม ขนาดยาง 265/60 R18 ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีในขณะขับขี่แบบออฟโรด และไม่ใหญ่จนทำให้การขับขี่ในเมืองดูเทอะทะเกินไป ด้านท้าย ไฟท้ายที่เรียงตัวในแนวตั้งสอดคล้องกับการออกแบบด้านหน้า ส่วนกันชนด้านหลังที่มีแผ่นป้องกันสีเงินช่วยเพิ่มความรู้สึกของความเป็นออฟโรด ที่สำคัญคือ ไฟตัดหมอกหน้ามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเหมาะสมมากในสภาพอากาศที่ฝนตกบ่อยในประเทศไทย
เมื่อเข้าสู่ภายในตัวรถ ดีไซน์ภายในใช้สีดำเป็นหลัก เสริมด้วยแถบตกแต่งสีเงินให้ความรู้สึกเรียบง่ายและการใช้งานที่เน้นความสะดวก แผงควบคุมตรงกลางมีการจัดวางอย่างเรียบง่าย หน้าจอขนาด 7 นิ้วที่อยู่ด้านบนช่วยให้เข้าถึงเมนูและการสั่งงานได้อย่างสะดวก เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนัง มีความสบายและให้การรองรับหลังที่ดี ช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการขับขี่นานๆ ด้านอุปกรณ์เสริม ระบบเสียง 8 ลำโพงให้คุณภาพเสียงที่อยู่ในช่วงบนของรถกระบะระดับเดียวกัน พวงมาลัยที่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์เพิ่มความสะดวกให้กับการเปลี่ยนเกียร์ด้วยเกียร์ธรรมดา ในเรื่องของความปลอดภัย ถือเป็นจุดเด่น มี Airbag 7 จุด (รวมถึง Airbag บริเวณหัวเข่าและม่านนิรภัยด้านหน้า-หลัง) ระบบช่วยเตือนเปลี่ยนเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้า ที่ถือว่าโดดเด่นในตลาดรถกระบะปี 2021
ในด้านพื้นที่ใช้สอย ด้วยความยาวรถ 5,265 มม. และระยะฐานล้อ 3,125 มม. ทำให้พื้นที่ภายในกว้างขวาง ที่นั่งด้านหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะประมาณ 1 กำปั้นกับอีก 2 นิ้ว ส่วนที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่วางขาราวๆ 2 กำปั้น แม้ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ก็ยังรู้สึกสะดวกสบาย ในส่วนของพื้นที่เก็บของ กล่องคอนโซลตรงกลางมีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพียงพอสำหรับใส่ขวดน้ำ 2 ขวดและของชิ้นเล็กอื่นๆ ช่องเก็บของข้างประตูก็สามารถใส่ขวดน้ำขนาดใหญ่ได้เช่นกัน ส่วนเบาะด้านหลังมีช่องลมปรับอากาศและช่องเสียบไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารด้านหลังระหว่างการเดินทางของครอบครัว ส่วนขนาดของพื้นที่บรรทุกท้ายรถ แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่ก็มีความจุเพียงพอสำหรับการช็อปปิ้งปกติหรือการขนส่งอุปกรณ์ในการออฟโรดเบาๆ
ทางด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0L แบบ 4 สูบแถวเรียงมีกำลังสูงสุดที่ 3600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ในช่วง 1,600-2,600 รอบต่อนาที ให้กำลังแรงบิดช่วงรอบต่ำที่ดีเยี่ยม ด้วยการเหยียบคันเร่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถเร่งเครื่องได้เพียงพอ แม้ในขณะบรรทุกน้ำหนักเต็มหรือเมื่อต้องขับขึ้นเนินก็ไม่รู้สึกว่าขาดพลัง เกียร์ธรรมดามีตำแหน่งเกียร์ที่ชัดเจน การเปลี่ยนเกียร์ไม่ยาวเกินไป และเมื่อรวมกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Start-Stop ช่วยให้การบริโภคน้ำมันในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นสามารถควบคุมได้ดี ระบบขับเคลื่อน 4x4 รองรับการเปลี่ยนแปลงระหว่างโหมด 2 ล้อความเร็วสูง, 4 ล้อความเร็วสูง และ 4 ล้อความเร็วต่ำ ซึ่งช่วยให้สามารถเผชิญกับพื้นถนนที่เป็นดินหรือลักษณะออฟโรดเบาๆ ที่พบได้บ่อยในชนบทของประเทศไทยได้ ระบบ 4 ล้อความเร็วต่ำยังให้แรงบิดที่เพียงพอในการตะลุยผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ดี
ในประสบการณ์การควบคุม พวงมาลัยมีน้ำหนักที่เหมาะสมและมีการชี้นำที่แม่นยำ แม้แต่ในถนนแคบในเมืองก็สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย ระบบกันสะเทือนใช้ระบบอิสระปีกนกคู่ด้านหน้าและระบบกันสะเทือนเหล็กแหนบแบบไม่อิสระด้านหลัง เมื่อเผชิญกับเส้นทางที่มีหลุมบ่อ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าสามารถลดแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ส่วนใหญ่ได้ แม้ว่าระบบกันสะเทือนด้านหลังจะค่อนข้างแข็ง แต่ก็ช่วยให้ตัวรถคงความมั่นคงเมื่อบรรทุกหนักได้ ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี เสียงเครื่องยนต์ดีเซลในขณะติดเครื่องเกือบจะไม่เข้าสู่ห้องโดยสาร และแม้ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงจากยางก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ในส่วนของการทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมัน เราได้ขับขี่ในเส้นทางเมืองที่มีการจราจรติดขัดและบนทางด่วนระยะทาง 50 กิโลเมตรในแต่ละสภาพ โดยมีอัตราการบริโภคน้ำมันรวมอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตร/100 กิโลเมตร สำหรับรถกระบะดีเซล 3.0 ลิตร ถือว่าผลลัพธ์นี้อยู่ในระดับที่คาดหวัง ในการทดสอบเส้นทางออฟโรด เราได้เลือกเส้นทางที่มีพื้นผิวขรุขระและเนินชัน ในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อแบบความเร็วต่ำ ฟังก์ชันการเพิ่มแรงบิดของรถมีความชัดเจน ยางให้การยึดเกาะที่ดี และผ่านอุปสรรคทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ในด้านของสมรรถนะการเบรก ระยะการหยุดของเบรกจาก 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงถึง 0 อยู่ที่ประมาณ 42 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติของรถกระบะ
โดยรวมแล้ว 2021 Isuzu D-Max 4 ประตู V-Cross 3.0 Ddi ZP MT มีจุดเด่นหลักในด้านระบบความปลอดภัยที่ครบครัน แรงขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่ง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เชื่อถือได้ เมื่อเปรียบเทียบกับ Toyota Hilux ในระดับเดียวกัน D-Max มีถุงลมนิรภัยที่มากกว่า แต่ราคายังคุ้มค่ากว่า และเมื่อเปรียบเทียบกับ Ford Ranger เครื่องยนต์ดีเซลของ D-Max มีช่วงแรงบิดที่กว้างกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานออฟโรด
จากที่ได้พิจารณารวม รถรุ่นนี้เหมาะกับคนสองกลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ที่ต้องการรถกระบะที่สามารถตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวและการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดเบาๆ ด้วยพื้นที่ในตัวรถที่กว้างขวางและระบบความปลอดภัยที่ครบครันสามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวสำหรับการเดินทาง รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ช่วยให้การผจญภัยในวันหยุดเป็นเรื่องสนุก และกลุ่มที่สองคือผู้ที่มีความต้องการในเรื่องของพลังเครื่องยนต์และความน่าเชื่อถือ เครื่องยนต์ดีเซลของ Isuzu ได้รับการยอมรับในตลาดประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความทนทานที่เป็นที่เชื่อถือ
หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่เป็น "อเนกประสงค์" รุ่น 2021 D-Max V-Cross 3.0 Ddi ZP MT ก็น่าพิจารณา เพราะสามารถหาสมดุลย์ที่ดีระหว่างคุณสมบัติของการใช้งานเป็นยานพาหนะและการใช้งานในบ้าน ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน ทำให้รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่มีการแข่งขันสูง
