รูป Audi

รีวิว Audi A7 Sportback 2011

2011 Audi A7 Sportback publicเป็นรถหรูแบบแฮทช์แบ็คที่ผสมผสานการออกแบบคูเป้ที่สง่างาม, สมรรถนะ 3.0T ที่ทรงพลัง และพื้นที่กว้างขวางที่ใช้งานได้จริง ซึ่งยังคงมีความคลาสสิกจนถึงปัจจุบัน
รูป Audi A7 Sportback
รูป Audi A7 Sportback
รูป Audi A7 Sportback
รูป Audi A7 Sportback
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Audi A7 Sportback 2011
ตัวถัง
Hatchback
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
ดู Audi A7 Sportback >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ตลาดรถยนต์หรูประเภทแฮทช์แบ็คขนาดกลางถึงใหญ่ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างเงียบ ๆ ผู้บริโภคหลายคนต้องการคุณภาพของแบรนด์หรูและยังต้องการความสมดุลระหว่างความอเนกประสงค์และสไตล์คูเป้ Audi A7 Sportback รุ่นปี 2011 ถือเป็นรถยนต์ตัวแทนในตลาดเฉพาะกลุ่มดังกล่าว ในฐานะที่เป็นหนึ่งในรถยนต์หรูรุ่นแรกที่ผสานดีไซน์คูเป้กับความอเนกประสงค์แบบแฮทช์แบ็ค ความลงตัวของการออกแบบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยังคงมีความคุ้มค่าในการพูดถึงจนถึงปัจจุบัน ครั้งนี้เราได้กลับมาทดสอบรถรุ่นคลาสสิกคันนี้อีกครั้ง เป้าหมายหลักคือการทดสอบว่าภายใต้สภาวการณ์ตลาดปัจจุบัน ความพึงพอใจในตัวรถและความสามารถในการขับขี่ของมันยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่แสวงหาความมีระดับอยู่หรือไม่

จากมุมมองด้านภายนอก Audi A7 Sportback รุ่นปี 2011 มาพร้อมกับสไตล์ที่ค่อนข้างไปทางคูเป้ที่ดูหรูหรา ด้านหน้าของรถใช้กระจังหน้ารูปทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสไตล์ไอคอนของตระกูล Audi ในขณะนั้น โดยมีไฟหน้าแบบ LED ที่คมชัดทั้งสองข้างเพิ่มความโดดเด่น ตัวรถด้านข้างมีเส้นโค้งลื่นไหลจากเสา B ลงไปถึงท้ายรถ ทำให้ไม่มีความรู้สึกแข็งทื่อแบบรถซีดานสามตอน ในขณะที่ยังคงความอเนกประสงค์ของรถแฮทช์แบ็ค ส่วนท้ายรถดีไซน์ไฟท้าย LED แบบแนวนอนและเมื่อเปิดไฟจะมีความสัมพันธ์กับไฟด้านหน้า ส่วนกันชนหลังมาพร้อมกับปลายท่อไอเสีย 2 ฝั่งซ้าย-ขวาช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ต ระบบไฟทั้งหมดของรถใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ LED ซึ่งในปี 2011 ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยและจนถึงปัจจุบันยังคงใช้งานได้ดี

เมื่อมองเข้าไปในห้องโดยสาร ภายในใช้โทนสีเข้มเป็นสีหลัก ตกแต่งด้วยแถบโลหะและวัสดุที่มีสัมผัสนุ่ม ความหรูหราสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์หรู การจัดวางแผงควบคุมกลางเอนมาฝั่งผู้ขับเล็กน้อย หน้าจอสัมผัสลอยตัวขนาด 8 นิ้วรองรับ CarPlay และ Android Auto และการใช้งานถือว่าลื่นไหลดีในหมู่รถยนต์ยุคเดียวกัน เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ ที่นั่งด้านหน้าสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมทั้งมีฟังก์ชันทำความร้อนพนักพิงด้านข้างของเบาะให้การรองรับที่ดี แม้แต่การขับขี่ระยะทางไกลก็ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า พื้นที่นั่งด้านหลังจัดว่ากำลังดี ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. จะมีระยะที่ว่างที่ขาเหลือประมาณ 2 กำปั้น และส่วนหัวที่เนื่องจากการออกแบบแบบโค้งอาจเหลือพื้นที่ 1 กำปั้น ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระมีปริมาตรปกติที่ 535 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงสามารถเพิ่มได้ถึง 1390 ลิตร เหมาะสำหรับเก็บสัมภาระขนาดใหญ่หรือรถเข็นเด็กได้อย่างสะดวก

ด้านประสิทธิภาพ รุ่น A7 Sportback ปี 2011 ที่นำมาทดสอบในครั้งนี้ใช้เครื่องยนต์ 3.0T V6 ซูเปอร์ชาร์จ กำลังสูงสุด 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร พร้อมจับคู่กับเกียร์ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด เมื่อต้องการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์จะมีแรงบิดต่ำที่เพียงพอในการใช้งาน ช่วงออกตัวไม่มีอาการหน่วง เมื่อเหยียบคันเร่งลึก การตอบสนองของพลังดีเยี่ยม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 5.6 วินาที การแซงรถคู่แข่งทำได้อย่างมั่นใจ ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ 5 จุด ที่ยึดติดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การปรับจูนจะเน้นไปที่ความนุ่มสบาย ผ่านเนินชลอหรือถนนที่ขรุขระ ตัวรถสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดี ไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเด่นชัด การบังคับเลี้ยวมีความเบามือ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ การควบคุมทำได้สะดวก เมื่อขับด้วยความเร็วสูงแรงต้านของพวงมาลัยจะหน่วงขึ้นและให้ความมั่นคงค่อนข้างดี ด้านการประหยัดน้ำมันอัตราสิ้นเปลืองบนถนนผสมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร สำหรับเครื่องยนต์ 3.0T ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน

ด้านการควบคุมเสียงรบกวน รถสามารถลดเสียงลมและเสียงยางได้เป็นอย่างดีในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. การสนทนาภายในรถไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ที่นั่งด้านหลังมีความสบายเป็นอย่างยิ่ง วัสดุเบาะนั่งมีความนุ่ม สบายแม้จะโดยสารในระยะทางไกล อย่างไรก็ตามเนื่องจากใช้เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ ในขณะเร่งความเร็วฉับพลันเสียงเครื่องยนต์จะเล็ดลอดเข้ามาในรถบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้

โดยรวมแล้ว 2011 Audi A7 Sportback มีจุดเด่นหลักในด้านการออกแบบสไตล์คูเป้ที่หรูหรา สมรรถนะด้านพลังงานที่มั่นคง และการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่าง Mercedes CLS และ BMW 6 Series Gran Coupe แล้ว ราคาของมันคุ้มค่ากว่าในขณะที่การตั้งค่าพื้นฐานก็ใกล้เคียงกัน รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและสมรรถนะ หรือผู้บริโภคที่ชอบความหรูหรา หากคุณต้องการรถระดับหรูหราที่มีทั้งความสวยงาม การใช้งานได้จริง และความสนุกในการขับขี่ 2011 Audi A7 Sportback ก็คุ้มค่าที่จะพิจารณา

ข้อดี
3.0T ซูเปอร์ชาร์จ เครื่องยนต์มีพลัง ตอบสนองการเริ่มต้นและการแซงอย่างรวดเร็ว คล่องตัวในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
ระบบ quattro ขับเคลื่อนสี่ล้อมั่นคง ขับขี่บนพื้นผิวลื่นได้อย่างมั่นใจ ยึดเกาะถนนดีเยี่ยมขณะเข้าโค้ง
การออกแบบประตูท้ายแบบแฮทช์แบ็คใช้งานสะดวก สามารถบรรทุกกระดานโต้คลื่นและสิ่งของขนาดใหญ่ได้
ข้อเสีย
หน้าจอกลางมีขนาดเล็ก ขณะนำทางต้องขยับเข้าไปดูใกล้ๆ ทำให้ใช้งานไม่สะดวก
ระบบกันสะเทือนค่อนข้างแข็งกระด้าง เมื่อขับผ่านลูกระนาดบนถนนที่ไม่ดีในประเทศไทยจะรู้สึกกระเทือนชัดเจน
เบาะหนังแท้เมื่อจอดตากแดดในฤดูร้อนจะร้อนง่าย ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าเพื่อลดความร้อน
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.3 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายไฟ
เจ้าของ 2011 Audi A7 Sportback public
ก่อนหน้านี้เคยขับรถยนต์สำหรับครอบครัวญี่ปุ่น รู้สึกว่าขาด "ความเร้าใจ" พอเปลี่ยนมาใช้ A7 Sportback รุ่นปี 2011 ถือว่าได้เติมเต็มความฝันกับรถคูเป้สายพันธุ์เยอรมัน - เครื่องยนต์ 3.0T ซูเปอร์ชาร์จ วิ่งลัดเลาะช่วงเช้าตอนรถติดในกรุงเทพฯ คล่องตัวมาก สตาร์ทตอนไฟเขียวสามารถทิ้งรถแท็กซี่ที่ช้าได้เป็นขโยง สมรรถนะให้ 4 คะแนนไม่ผิดหวัง การตกแต่งภายใน เบาะหนังกลับจับคู่กับแผงลายไม้ ตอนรถติดในกรุงเทพฯ สัมผัสที่เย็นสบายของเบาะรู้สึกดีกว่าพลาสติกแข็งของรถคันเก่าเยอะ แต่จอควบคุมตรงกลางค่อนข้างเล็ก ต้องเพ่งดูใกล้ ๆ เวลานำทาง ข้อนี้เอาไปหัก 1 คะแนน ด้านความปลอดภัย ตอนขับเร็วๆ แล้วเจอฝนตกหนัก quattro ขับเคลื่อนสี่ล้อ มั่นคงเหมือนติดอยู่กับพื้นถนน ให้ความรู้สึกมั่นใจกว่ารถคูเป้ขับเคลื่อนล้อหลังของเพื่อน ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปพัทยา ประตูท้ายรถแบบยกสามารถใส่กระดานโต้คลื่นได้ ใช้งานได้ดี - จุดเดียวที่ตำหนิคือ สภาพถนนในไทยไม่ดี ช่วงล่างค่อนข้างแข็ง เวลาเจอลูกระนาดต้องเหยียบเบรกช้าลง ไม่อย่างนั้นก้นจะกระเทือน!
5 ดีเยี่ยม
สายยาง
เจ้าของ 2011 Audi A7 Sportback public
ก่อนหน้านี้เคยขับรถญี่ปุ่นสำหรับครอบครัว แต่พอเปลี่ยนมาใช้ A7 Sportback ก็หลงใหลมันไปเลย! ช่วงเช้าที่การจราจรติดขัดในฤดูฝนของประเทศไทย quattro ขับเคลื่อนสี่ล้อของมันมั่นคงเหมือนกับ “ติด” อยู่บนถนนยางมะตอยลื่น ๆ ให้ความมั่นใจกว่ารถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังของเพื่อนฉันมาก ช่วงสุดสัปดาห์ขับไปที่หัวหินบนถนนที่มีทางโค้ง เครื่องยนต์ 3.0T V6 แค่เหยียบคันเร่ง ความรู้สึกพุ่งหลังชนกลับหลังทำเอาเสียงกรี๊ดของเพื่อนที่นั่งข้างถูกกลบด้วยเสียงลม—ในเรื่องสมรรถนะ รถเยอรมันแท้ไม่เคยแพ้ใคร! จุดเล็ก ๆ ที่อยากบ่น? ช่วงหน้าร้อนในกรุงเทพฯ ถ้าจอดรถกลางแจ้ง เบาะหนังร้อนจนแทบทอดไข่ได้เลย ต้องเปิดแอร์ระยะไกลล่วงหน้าอย่างน้อย 5 นาที แต่พอมองเส้นสายด้านหลังของรถมันที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกาย แล้วเห็นวินมอไซค์หันมามอง ความสวยงามนี้ รวมถึงความปลอดภัย (Euro NCAP 5 ดาวในตอนนั้นไม่ใช่แค่คำพูด) ให้ 5 คะแนนเต็มก็คุ้มค่าแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายอินเตอร์
เจ้าของ 2011 Audi A7 Sportback public
สมรรถนะนี่ไม่มีอะไรจะติ! เหยียบคันเร่งทีแรงพุ่งแบบสุดๆ เข้าโค้งมั่นคงเหมือนติดอยู่กับพื้น ดียิ่งกว่าดี!
5 ดีเยี่ยม
สายแคม
เจ้าของ 2011 Audi A7 Sportback public
ขับ A7 Sportback คันนี้มาเกือบสิบปีแล้ว ทุกครั้งที่จอดข้างถนนมีคนหันมามองตลอด เส้นหลังคาทรงลาดดูดีตลอดจริงๆ ช่วงเช้ารถติดในกรุงเทพ แซงได้ง่ายแค่เหยียบคันเร่ง แอร์เย็นสบายไม่อบอ้าว ที่นั่งหลังนั่งสามคนเพื่อนไม่อึดอัดเลย ก็มีปัญหาจุกจิกของรถเก่าโผล่มาบ้างนิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่ายังดีเยี่ยม~

“2020 Q8 ขับขี่ในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างไร?”

แรงม้าของ Audi Q8 ปี 2020 คือเท่าไหร่?

รถ Audi Q8 ปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือเปล่า?