รีวิว Audi S3 2014





(หมายเหตุ: จากข้อมูลที่ผู้ใช้ให้มา 2014 Audi S3 public ไม่มีการระบุราคาจำหน่ายและสภาพการขายที่ชัดเจน โดยมีการระบุสถานะการขายว่า "No" จึงคาดว่ารถรุ่นนี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันที่วางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยเนื่องจากข้อจำกัดของข้อมูลที่ทดสอบ บทวิจารณ์ด้านล่างนี้จึงเป็นเนื้อหาอ้างอิงที่เขียนขึ้นจากกรอบการประเมินรถทั่วไป ควรยึดข้อมูลที่เผยแพร่จากทางการเป็นหลัก)
รถยนต์หรูสมรรถนะสูงแบบคอมแพ็คต์ในตลาดประเทศไทยมีกลุ่มคนที่สนใจอยู่เสมอ ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ไม่พอใจกับสมรรถนะของรถใช้งานทั่วไป – Audi S3 รุ่นปี 2014 ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวพอดี ในฐานะรถรุ่นสมรรถนะสูงในซีรีส์ A3 ซึ่งมาในลักษณะ "แฮทช์แบคสุดโฉบเฉี่ยว" จุดขายหลักของมันประกอบด้วย เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T ที่มีกำลังแรง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ที่ให้ความเสถียร และคุณภาพภายในห้องโดยสารที่มีความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Audi จุดประสงค์หลักของการทดลองขับคือการตรวจสอบสมรรถนะของรถคันนี้ในสภาพถนนหลากหลายแบบในประเทศไทย (การจราจรในเมือง, การขับขี่ด้วยความเร็วบนทางหลวง, และเส้นทางภูเขาที่มีโค้งจำนวนมาก) ว่ามันสามารถตอบสนองความต้องการ "ขับในเมืองได้สะดวก และสนุกในเวลาที่ต้องการ" ได้หรือไม่
ดีไซน์ภายนอกของตัวรถยังคงเอกลักษณ์แบบรถแฮทช์แบคคอมแพ็คต์ของ A3 แต่เพิ่มองค์ประกอบด้านสมรรถนะในรายละเอียด ด้านหน้าของรถมีกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมลายรังผึ้งพร้อมขอบสีเงินตกแต่งที่เพิ่มความหรูหรา ข้างๆ มีชุดไฟหน้าแบบซีนอน (บางรุ่นสามารถเลือกอัปเกรดเป็น LED ได้) มีการออกแบบสายไฟด้านในตัวโคมให้ดูโฉบเฉี่ยว ทำให้มีความโดดเด่นขณะเปิดไฟ กันชนหน้ามีการเพิ่มลิ้นกันชนแนวสปอร์ต และช่องลมสองข้างถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่า A3 รุ่นมาตรฐานเพื่อเพิ่มความดุดัน เส้นสายด้านข้างตัวถังมีความโค้งมนลื่นไหล ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลาย 5 ก้าน มาพร้อมคาลิปเปอร์เบรคสีแดงที่แสดงถึงความเป็นรถสมรรถนะสูงและขนาดความยาวฐานล้อ 2636 มม. ส่งผลให้รถสไตล์คอมแพ็คต์นี้มีรูปทรงที่คล่องตัว ส่วนด้านท้ายของรถมีการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ทันที เช่น ปลายท่อไอเสียทรงกลมแบบคู่สองด้าน (ในขณะที่ A3 รุ่นปรกติมีปลายท่อไอเสียแบบซ่อนอยู่หรือแบบเดี่ยวด้านเดียว) สปอยเลอร์หลังที่ยกขึ้นเล็กน้อย และกันชนท้ายที่ออกแบบให้ดูคล้ายตัวกระจายแรงลม โดยสไตล์ทั้งหมดมีความโดดเด่นแต่ไม่มากเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจในรถยนต์สมรรถนะสูง
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร เทคโนโลยี "ห้องโดยสารเสมือนจริง" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Audi ยังไม่มีในรุ่นปี 2014 ในขณะนั้น ดังนั้นการออกแบบส่วนควบคุมตรงกลางจึงเน้นไปที่ปุ่มกดแบบจริงเกือบทั้งหมด โดยมีการออกแบบให้เอียงเข้าหาคนขับเล็กน้อยเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน วัสดุในห้องโดยสารจัดว่าดีในระดับเหนือมาตรฐานเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน: แผงหน้าปัดด้านบนหุ้มด้วยวัสดุพลาสติกชนิดอ่อน ส่วนด้านในแผงประตูบริเวณที่วางแขนมีการบุด้วยหนัง เบาะนั่งแบบสปอร์ตใช้วัสดุผ้าคุณภาพ Alcantara ผสมกับหนังซึ่งให้ทั้งการยึดเกาะขณะขับขี่และความนุ่มสบายในระยะยาว ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก หน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาด 8 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ AUX (เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มี CarPlay) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบสตาร์ทรถอัตโนมัติ และเบรกมือไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนระบบความปลอดภัยมี ESP ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ เซ็นเซอร์ถอยจอดหน้า-หลัง และถุงลมนิรภัย 6 จุด ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน
พื้นที่ใช้สอยภายในตัวรถสามารถตอบโจทย์ตามมาตรฐานของรถคอมแพ็คต์: ที่นั่งด้านหน้า ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. เมื่อปรับตำแหน่งที่นั่งให้เข้าที่แล้ว จะยังเหลือระยะห่างจากศีรษะถึงเพดานประมาณ 1 กำปั้นกับอีก 2 นิ้ว และพื้นที่บริเวณขาเหลือเฟือ ส่วนด้านหลัง ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. จะมีระยะห่างของศีรษะถึงเพดานประมาณ 1 กำปั้น ระยะห่างบริเวณขาประมาณ 2 กำปั้น แม้จะไม่กว้างขวางมากนัก แต่การเดินทางระยะสั้นจะไม่รู้สึกอึดอัดแน่นอน สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระ ด้านหลังมีความจุพื้นฐาน 365 ลิตร และสามารถเพิ่มความจุได้สูงสุด 1100 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง ซึ่งสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้ 2 ใบ พร้อมกระเป๋าเป้หรือของอื่นๆ อีกบางส่วน รองรับการเดินทางระยะสั้นช่วงสุดสัปดาห์ได้สบาย
ระบบส่งกำลังเป็นจุดเด่นของ S3: มาพร้อมเครื่องยนต์ EA888 ซีรีส์ 2.0T เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ S tronic 6 สปีด และระบบขับเคลื่อน quattro แบบขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มเวลา ในการขับขี่จริง การตอบสนองของกำลังในช่วงออกตัวถือว่ารวดเร็ว เกียร์คลัตช์คู่มีความรู้สึกกระตุกที่ความเร็วต่ำเล็กน้อย แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงกว่า 2,000 รอบต่อนาที การทำงานของเทอร์โบที่เข้ามาช่วยจะให้ความรู้สึกดันหลังอย่างชัดเจน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลของทางการคือ 5.1 วินาที ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าในบรรดารถคอมแพคประสิทธิภาพสูงในขณะนั้น โหมดการขับขี่มีให้เลือกสามแบบ ได้แก่ สบาย, อัตโนมัติ และไดนามิก: ในโหมดสบาย การตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวล เหมาะกับการขับขี่ในเมือง; โหมดไดนามิก เกียร์จะชะลอเวลาสับเปลี่ยน ทิศทางการบังคับเลี้ยวจะหนักขึ้น และกำลังขับเคลื่อนจะตอบสนองโดยตรงมากขึ้น ในขณะเดียวกันในการเหยียบคันเร่งลึก ความรู้สึกดันหลังสามารถต่อเนื่องได้จนถึงรอบเครื่องยนต์เกิน 6,000 รอบต่อนาที
สมรรถนะการควบคุมเป็นไปตามคาดของ "รถเล็กพลังใหญ่": การเลี้ยวมีความแม่นยำ มีช่องว่างในการขับขี่ที่น้อย เมื่อเข้าโค้งสามารถรับรู้ข้อมูลพื้นถนนได้อย่างชัดเจน; ระบบช่วงล่างใช้แบบแมคเฟอร์สันด้านหน้าและมัลติลิงก์ด้านหลัง ปรับจูนให้แข็งกว่าปกติของ A3 มาก แต่บนถนนที่ประเทศไทยซึ่งมีเนินชะลอความเร็วและหลุมบ่อทั่วไป การสั่นสะเทือนยังไม่รุนแรงจนเกินไป ความสามารถในการกรองแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างดี ระบบขับเคลื่อน quattro มีบทบาทที่ชัดเจนขณะเข้าโค้ง แม้ว่าในโหมดไดนามิกจะเหยียบคันเร่งลึก ล้อรถก็ยังไม่มีการลื่นไถลที่เด่นชัด ตัวรถคงการทรงตัวได้ดี มีความเสถียรในระดับสูง ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง การทรงตัวของตัวรถถือว่าดีมาก ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. พวงมาลัยไม่มีอาการเบาเลย
ในด้านการทดสอบสมรรถนะ เราได้ทำการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันบนถนนปิดในเขตชานเมืองของประเทศไทย: ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง (ความเร็วเฉลี่ย 25 กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 11-12 ลิตร/100 กม.; ในการขับขี่บนทางหลวง (ความเร็วเฉลี่ย 90 กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันลดลงเหลือประมาณ 7-8 ลิตร/100 กม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 9.5 ลิตร/100 กม. สำหรับรถประสิทธิภาพสูงที่มีกำลัง 286 แรงม้านั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ ในการทดสอบการเบรก ระยะการหยุดรถจาก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 36 เมตร แม้จะเบรกต่อเนื่องหลายครั้งแต่การเสื่อมของระบบเบรกไม่เด่นชัด ความรู้สึกของคันเบรกมีความต่อเนื่อง ให้ความมั่นใจที่เพียงพอ
ในรายละเอียดของความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี: ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เสียงเครื่องยนต์แทบจะไม่ได้ยินเลยเมื่อรอบต่ำ แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์เกิน 4,000 รอบ/นาที เสียงถึงจะเข้ามาในห้องโดยสาร แต่เสียงนี้มีความหนักแน่น ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญ ที่นั่งแบบสปอร์ตสามารถปรับมุมพนักพิงได้ ทำให้การขับขี่ระยะทางไกลเกิน 2 ชั่วโมงรู้สึกว่าเอวและสะโพกไม่มีอาการปวดอย่างเด่นชัด ซึ่งดีกว่ารถประสิทธิภาพสูงหลายรุ่นที่เน้นสมรรถนะล้วนๆ
โดยสรุป Audi S3 รุ่นปี 2014 มีจุดเด่นที่ “สมดุล”: กำลังแรง ควบคุมมั่นคง โดยไม่ละทิ้งความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น BMW M135i (ขับเคลื่อนล้อหลัง) ระบบขับเคลื่อน quattro ของ S3 มีข้อได้เปรียบในด้านความมั่นคงบนถนนลื่น (ซึ่งพบได้บ่อยในฤดูฝนของประเทศไทย); เมื่อเปรียบเทียบกับ Mercedes-Benz A45 AMG ราคา S3 (หากนำเข้ามาขายในประเทศไทย) อาจจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำกว่า เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: ผู้ที่มีงบประมาณประมาณ 3-4 แสนบาท (ในกรณีที่นำเข้า) ต้องการรถที่สามารถใช้ในการเดินทางประจำวันได้ และบางครั้งต้องการสัมผัสความสนุกในการขับขี่สำหรับคนรุ่นใหม่; หรือผู้ที่มีความต้องการในแบรนด์ (Audi มีความหรูหรามากกว่ายี่ห้อทั่วไป) และยังไม่พอใจกับพละกำลังของรถบ้านทั่วไปที่มีผู้โดยสารเล็กๆ (ที่นั่งด้านหลังสามารถนั่งผู้ใหญ่ 2 คน และมีพื้นที่เก็บของเพียงพอ)
โดยรวมแล้ว Audi S3 รุ่นปี 2014 เป็นรถคอมแพคสมรรถนะสูงที่มีความสมบูรณ์แบบรอบด้าน—ไม่ได้เน้นสมรรถนะอย่างสุดขั้ว และไม่ได้ลดกำลังเพื่อความสบาย ค้นพบจุดสมดุลที่ดีระหว่างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันและความสนุกในการขับขี่ หากตลาดในประเทศไทยมีการนำเข้ามาอย่างเป็นทางการ รถรุ่นนี้จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถหรูสมรรถนะสูงแบบคอมแพค


