รูป Kia

รีวิว Kia K2500 2020

Kia K2500 2.5L CRDi เป็นรถกระบะพาณิชย์ที่ผสานความอเนกประสงค์ในการบรรทุกสินค้าเข้ากับความปลอดภัยชั้นเยี่ยม เครื่องยนต์ดีเซลแรงบิดต่ำเหมาะสำหรับการลากจูง มาพร้อมถุงลมนิรภัยมาตรฐานหลายตำแหน่งและการขับขี่ผ่านเส้นทางที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
รูป Kia K2500
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Kia K2500 2020
เซกเมนท์
Commercial
ตัวถัง
Commercial
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.5
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทย รถกระบะขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ทั้งความสามารถในการบรรทุกและความสะดวกสบายพื้นฐาน มักเป็นตัวเลือกที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก – ใช้บรรทุกสินค้าได้ทุกพื้นที่ทั้งในเมืองและชนบท อีกทั้งยังสามารถใช้เดินทางในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องฝืนทน Kia K2500 2.5L CRDi ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดรถแบบนี้ จุดขายหลักของมันตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างเหมาะเจาะ: ขุมกำลังดีเซลที่มีแรงบิดต่ำเหมาะสำหรับบรรทุกสินค้า พร้อมทั้งมีถุงลมนิรภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้น้อยในรถระดับเดียวกันและยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอีกด้วย ครั้งนี้เราได้รถมาทดสอบจริง เพื่อที่จะตรวจสอบว่าความสามารถในการบรรทุก และความนุ่มนวลในการขับขี่จะตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการเดินทางในชีวิตประจำวันได้หรือไม่

จากรูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบของ K2500 นั้นเน้นไปที่คุณสมบัติของรถเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก โดยมีสไตล์ที่ดูแข็งแกร่งและเรียบง่าย ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าดีไซน์ Tiger Nose อันเป็นลักษณะเฉพาะของ Kia แต่ทำขนาดให้เล็กลงและประกอบกับไฟหน้าใหญ่ทรงเหลี่ยมที่ให้ความโดดเด่นพอสมควรโดยไม่มีการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่ตรงเรียบ ความสูงของกระบะด้านท้ายเป็นการออกแบบมาตรฐานของรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง และบรรทุกสินค้า; ที่จับประตูและกระจกมองข้างทำจากพลาสติกสีดำ มุ่งเน้นที่ความทนทานมากกว่าความสวยงาม ส่วนท้ายรถ ไฟท้ายที่จัดเรียงในแนวตั้งเข้ากับตัวรถได้อย่างลงตัว กันชนหลังทำจากพลาสติกสีดำที่แข็งแรง ซึ่งสามารถรับรอยขีดข่วนเล็กน้อยได้โดยไม่ต้องกังวล สิ่งที่น่าพูดถึงคือระยะห่างจากพื้นถึงหน้ารถอยู่ที่ 200 มม. ทำให้สามารถรองรับสภาพถนนในชนบทของประเทศไทย ที่อาจมีถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือมีน้ำขังเล็กน้อยได้อย่างมั่นใจมากกว่ารถเก๋งทั่วไป

เมื่อเปิดประตูและเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร จะเห็นได้ชัดว่าการออกแบบมุ่งเน้นที่ความใช้งานได้จริง คอนโซลกลางใช้วัสดุพลาสติกแข็งสีเข้ม แม้สัมผัสจะไม่ค่อยเนียนแต่ทนต่อรอยขีดข่วนและใช้งานง่ายเหมาะกับการใช้ในรถเพื่อการพาณิชย์ เบาะที่นั่งทำจากวัสดุผ้า มีการรองรับตัวที่ดี ทำให้นั่งขับนาน ๆ โดยที่หลังยังไม่เมื่อยล้า เบาะคนขับสามารถปรับมือได้ทั้งในแนวหน้า-หลัง และมุมเอนหลัง ส่วนเบาะผู้โดยสารสามารถปรับได้แค่ในมุมที่ตายตัว แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่สุดคือการติดตั้งถุงลมนิรภัย ไม่เพียงแค่เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าเท่านั้น ยังมีถุงลมนิรภัยด้านศีรษะทั้งแถวหน้าและหลัง ถือเป็นอุปกรณ์ที่ “เกินระดับ” สำหรับรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ และเหมาะสมมากสำหรับผู้ใช้ที่ต้องขับรถระยะไกลเพื่อบรรทุกสินค้า คอนโซลกลางติดตั้งจอแสดงผลขนาดเล็กที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และการเล่นเสียงพื้นฐาน แม้ไม่มีระบบสัมผัส แต่ปุ่มควบคุมก็มีการจัดเรียงที่ชัดเจน ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกขณะขับรถ

ในแง่ของพื้นที่ใช้สอย K2500 มีขนาดตัวรถ 4825 มม. × 1740 มม. × 1995 มม. ระยะฐานล้อ 2415 มม. มีการจัดที่นั่งแบบ 2 แถวมาตรฐาน (3 ที่นั่ง) ที่นั่งด้านหน้าสำหรับคนขับที่มีความสูง 175 ซม. จะมีพื้นที่ศีรษะและพื้นที่วางขาที่ค่อนข้างกว้างขวาง ส่วนเบาะหลังเสมือน “ที่นั่งชั่วคราว” มีพื้นที่สำหรับขาแค่พอให้ผู้ใหญ่สามารถวางเข่าได้ แต่อาจรู้สึกอึดอัดหากนั่งนานๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้ขนของเล็กน้อยหรือพาคนช่วยอีกหนึ่งคนในระยะทางสั้น ๆ ก็ยังพอเหมาะสม ในส่วนของพื้นที่เก็บของ ด้านในบานประตูหน้า มีช่องเก็บของที่สามารถใส่ขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ ที่คอนโซลกลางด้านล่างยังมีช่องเก็บของแบบเปิดอีกหนึ่งช่อง เหมาะสำหรับใส่มือถือหรือเอกสาร นอกจากนี้พื้นที่กระบะหลัง แม้ทางบริษัทจะไม่ได้ให้ข้อมูลปริมาตรที่ชัดเจน แต่จากการทดลองจริง เราสามารถใส่กล่องกระดาษขนาดมาตรฐาน (60 ซม. × 40 ซม. × 30 ซม.) ได้ 3 กล่อง และยังมีพื้นที่เหลืออีกพอสมควร ซึ่งเพียงพอต่อการขนส่งสินค้าขนาดเล็กในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน K2500 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 4 สูบ จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แม้ว่าข้อมูลกำลังสูงสุดและแรงบิดจะไม่มีข้อมูลอย่างละเอียดจากทางการ แต่เมื่อขับขี่จริงพบว่าการตอบสนองในรอบเครื่องต่ำทำได้ดีเยี่ยม ขณะเริ่มต้นเคลื่อนที่ แม้ว่าจะมีการบรรทุกของประมาณ 500 กิโลกรัมในกระบะหลัง แต่ถ้าควบคุมจุดปล่อยคลัตช์ได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถเริ่มขับได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องคันเร่งหนักมากนัก; ส่วนในการเร่งแซงบนถนนชนบท หากลดเกียร์ลงกำลังเครื่องยนต์จะตอบสนองอย่างทันที และเมื่อรอบเครื่องถึง 2,000 ขึ้นไป การเร่งจะรู้สึกได้ชัดเจน โดยไม่มีความรู้สึกว่ารถมีปัญหาแรงน้อย ความยาวของระยะโยกเกียร์อาจจะยาวไปสักนิด แต่สัมผัสของการเปลี่ยนเกียร์ยังคงชัดเจน ผู้ที่คุ้นเคยกับการขับเกียร์ธรรมดาจะปรับตัวได้ง่าย

ในด้านการควบคุมและช่วงล่าง ในฐานะรถขับเคลื่อนล้อหน้า (ขับเคลื่อนล้อหน้า) K2500 มีความรู้สึกของการหมุนพวงมาลัยค่อนข้างหนัก มือจับพวงมาลัยไม่ดูเหมือนลอยเมื่อขับด้วยความเร็วสูง ทำให้การทรงตัวค่อนข้างดี; ขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำต้องใช้แรงหมุนพวงมาลัยบ้าง แต่สำหรับรถพาณิชย์ถือว่าอยู่ในระดับปกติ ระบบช่วงล่างเป็นแบบแมคเฟอร์สันด้านหน้าและแหนบซ้อนด้านหลัง ซึ่งเป็นการผสมผสานที่คลาสสิกของรถกระบะพาณิชย์—แหนบซ้อนด้านหลังสามารถรองรับน้ำหนักได้เพียงพอ แม้ว่าจะบรรทุกสินค้ามาก แต่ท้ายรถจะไม่ได้ทรุดตัวลงมากนัก; อย่างไรก็ตาม เมื่อขับรถโดยไม่มีน้ำหนักบรรทุก บนความขรุขระของถนนหรือหลุมบ่อ จะรู้สึกถึงแรงกระแทกพอสมควร โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลังจะรู้สึกชัดเจนมากกว่า การเบรกอยู่ในระดับทั่วไป เมื่อเหยียบแป้นเบรก การตอบสนองเป็นไปอย่างราบรื่น และระยะเบรกอยู่ในแนวโน้มของรถพาณิชย์ ไม่มีช่องว่างในการเบรกที่ชัดเจนเกินไป

ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันถือเป็นหนึ่งในข้อดีหลักของรถเครื่องยนต์ดีเซล ครั้งนี้เราทดสอบครอบคลุมทั้งเส้นทางที่รถติดในเมือง ทางรถเร็วระหว่างเมือง และถนนชานเมืองที่ไม่มีผิวจราจรรวม ระยะทางรวมทั้งหมด 200 กม. โดยเป็นการขนส่งสินค้าในสภาพบรรทุกประมาณ 60% ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งต่ำกว่าข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ระบุไว้ 10.1 ลิตร/100 กม. สิ่งนี้เป็นผลจากประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื่อเพลิงได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องขนส่งบ่อยๆ ส่วนเรื่องการควบคุมเสียง สภาพรอบเดินเบา เครื่องยนต์ดีเซลจะมีการสะเทือนและเสียงดังที่ค่อนข้างชัดเจน แต่เมื่อขับขี่จะมีเสียงลมและเสียงยางที่ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ ทำให้ในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่รบกวนการสนทนาภายในรถ

เมื่อมองโดยรวม จุดเด่นหลักของ Kia K2500 2.5L CRDi นั้นชัดเจน: เครื่องยนต์ดีเซลที่มีแรงบิดต่ำเหมาะสำหรับการบรรทุกของ ระยะความสูงจากพื้นดิน 200 มม. ช่วยเรื่องการผ่านพื้นที่ที่ไม่เรียบได้ดี นอกจากนี้ยังมีถุงลมนิรภัยที่ครบครันมากกว่าในกลุ่มเดียวกัน ทำให้น่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับรถในรุ่นเดียวกันอย่าง Toyota Hilux Champ หรือ Isuzu D-Max Base รุ่นพื้นฐานที่มีราคาคล้ายกัน สิ่งนี้ทำให้มีความคุ้มค่าในการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ดีมาก

รถคันนี้เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการรถที่ "สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์และสามารถใช้งานส่วนตัวได้เป็นครั้งคราว" เช่น พ่อค้าแม่ค้าขายผลไม้ ผู้ประกอบการขนส่งวัสดุก่อสร้างขนาดเล็ก หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่เดินทางระหว่างเมืองและชนบทบ่อยๆ แม้ว่ารถรุ่นนี้จะไม่มีฟีเจอร์หรูหราหรือพื้นที่ด้านหลังที่สะดวกสบาย แต่ในสามด้านหลักของรถใช้งานพาณิชย์อย่าง “ความสามารถในการขนส่ง ประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัย” มันสามารถตอบโจทย์ได้ในระดับต้นๆ ของกลุ่มนี้ หากคุณกำลังมองหารถที่เชื่อถือได้ ใช้งานจริง และปลอดภัย K2500 2.5L CRDi จะเป็นตัวเลือกที่ไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ข้อดี
ไฟหน้าสว่างมาก ความมั่นคงในการขับขี่ในวันที่ฝนตกดี ให้ความรู้สึกปลอดภัย
ตัวรถคล่องตัวดี เดินทางในตรอกซอยเมืองสะดวกกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางราย
เครื่องยนต์ดีเซล 2.5T ทรงพลัง ประสิทธิภาพดีเยี่ยมทั้งการบรรทุก ขึ้นเนิน และแซง
ข้อเสีย
รถยนต์เกียร์ธรรมดาเวลารถติดการเหยียบคลัตช์อาจทำให้เมื่อย
การตกแต่งภายในมีความรู้สึกเป็นพลาสติกมากเกินไป คุณภาพโดยรวมทั่วไป
เบาะหลังค่อนข้างแข็ง ความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลไม่ดีนัก
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
4 ดีเยี่ยม
ThaiDriver01
เจ้าของ Kia K2500 2.5L CRDi
ไฟหน้ารถคันนี้สว่างเหมือนพระอาทิตย์ดวงเล็ก ๆ ขับบนถนนในหมู่บ้านช่วงฝนตกก็มั่นคงมาก ให้ความรู้สึกปลอดภัยเต็มเปี่ยม!
4 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ Kia K2500 2.5L CRDi
ขับ K2500 มาเกือบสองปีแล้ว ลัดเลาะตรอกซอยตอนรถติดช่วงเช้าในกรุงเทพคล่องแคล่วกว่ามอเตอร์ไซค์อีก! เครื่องดีเซล 2.5 แค่เหยียบคันเร่งก็พุ่ง กระบะบรรทุกเต็มผ่านน้ำขังไม่โดนช่วงล่าง ติดแค่ว่าใช้เกียร์ธรรมดาเวลารถติดเหยียบคลัตช์จนเมื่อยเท้า วัสดุภายในยังดูเป็นพลาสติกไปหน่อย แต่ถุงลมนิรภัยติดมาครบ ทำงานแล้วสบายใจ
5 ดีเยี่ยม
สายแบต
เจ้าของ Kia K2500 2.5L CRDi
ขับ K2500 ดีเซลมาครึ่งปีแล้ว ในเมืองซอกซอยแคบๆ คล่องตัวกว่าที่คิด ใช้บรรทุกของและเดินทางไป-มาก็แรงพอ อินทีเรียเรียบง่ายแต่ทนทาน แค่เกียร์ธรรมดาขับในเมืองติดๆ หยุดๆ จนเมื่อยเท้า แต่กินน้ำมันประมาณสิบนิดๆ วิ่งรอบๆ ชานเมืองประหยัดจริงๆ
5 ดีเยี่ยม
สายเครนก
เจ้าของ Kia K2500 2.5L CRDi
ก่อนหน้านี้ขับรถกระบะ Toyota Hilux ส่งของ รู้สึกว่ากำลังเครื่องไม่พอ เปลี่ยนมาใช้ Kia K2500 แล้วเซอร์ไพรส์มาก! เครื่องยนต์ดีเซล 2.5T บรรทุกของเต็มที่ขึ้นทางด่วนในกรุงเทพก็ไม่มีปัญหา ช่วงเวลาเร่งด่วนขับลัดซอยแคบๆ คล่องตัวกว่ารุ่นคู่แข่งมาก อุปกรณ์ความปลอดภัยให้มาครบ ถุงลมนิรภัยเป็นมาตรฐาน ขับขึ้นเขาที่เชียงใหม่ก็มั่นใจขึ้นเยอะ ภายนอกออกแบบเรียบง่ายแต่ทำความสะอาดง่ายมาก หน้าฝนในประเทศไทยวิ่งถนนที่เป็นโคลน กลับมาเพียงล้างน้ำก็สะอาดแล้ว จุดติเล็กๆ คือเบาะหลังค่อนข้างแข็ง นั่งระยะทางไกลคนงานบ่นเมื่อยได้ วันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปทะเลหัวหิน บรรทุกกระเป๋าเดินทางและกระดานโต้คลื่นไม่มีปัญหา ระยะความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. วิ่งบนทางทรายก็ยังมั่นคง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 10.1 ลิตร ถือว่าประหยัด ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และครอบครัว!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2476
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
10.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Commercial
ความยาว(มิลลิเมตร)
4825
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1740
ความสูง(มิลลิเมตร)
1995
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2415
รูป Kia K2500
Kia K2500
รูป Tata Super Ace Mint
Tata Super Ace Mint
Kia K2500
vs
Tata Super Ace Mint
รูป Kia K2500
Kia K2500
รูป Suzuki Carry
Suzuki Carry
Kia K2500
vs
Suzuki Carry
รูป Kia K2500
Kia K2500
รูป Toyota Hilux CHAMP
Toyota Hilux CHAMP
Kia K2500
vs
Toyota Hilux CHAMP

เนื่องจากข้อมูลของฉันถูกฝึกจนถึงเดือนตุลาคม 2023 ฉันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะทางของ Kia EV5 ปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แต่ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาให้ฉันทราบหรือคุณสามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการของ Kia หรือช่องทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้!

ราคา 2025 Kia EV5 เท่าไหร่?

ราคาของ Kia Carnival 2024 รุ่น 7 ที่นั่ง คือเท่าไหร่?