รูป Tata

รีวิว Tata Super Ace Mint

2020 Tata Super Ace Mint 1.4L เป็นรถกระบะดีเซลขนาดเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการออกแบบที่มั่นคง ประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันและความสามารถในการบรรทุกของที่ดีเยี่ยม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบอาชีพอิสระและธุรกิจขนาดเล็ก
รูป Tata Super Ace Mint
THB 375,000
Tata Super Ace Mint
เซกเมนท์
Commercial
ตัวถัง
Commercial
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.4
ระบบเกียร์
MT
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รถกระบะดีเซลเครื่องยนต์ขนาดเล็กถือเป็น "เครื่องมือสร้างผลผลิต" สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก เพราะต้องรองรับความต้องการบรรทุกในชีวิตประจำวันได้ และต้องคำนึงถึงความประหยัดน้ำมันและต้นทุนการใช้งาน 2020 Tata Super Ace Mint 1.4L มุ่งเป้าไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ โดยใช้จุดขายหลักคือ "การติดตั้งพื้นฐานที่ครบครันและการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น" เข้าสู่ตลาด ครั้งนี้เราได้รถจริงมาทดสอบ โดยเน้นที่การใช้งานในการบรรทุก ความเหมาะสมของการจับคู่กำลังเครื่องยนต์ และสมรรถนะความทนทานของรถในฐานะยานพาหนะเพื่อการใช้งาน มาดูกันว่ามันจะสามารถตอบสนองความต้องการหลักของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีต่อรถพาณิชย์ได้หรือไม่

จากภายนอก รถรุ่นนี้เน้นเส้นทางการออกแบบในแบบใช้งานจริงของรถพาณิชย์ทั่วไป ไม่มีการออกแบบที่โดดเด่นเกินไป ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าทรงแนวตั้งแบบตรง พร้อไฟหน้ารูปทรงเหลี่ยม ซึ่งอาจไม่ได้มีความโดดเด่นมากนักแต่ดีไซน์โดยรวมดูแข็งแกร่ง สอดคล้องกับคุณสมบัติของรถกระบะ เส้นสายรอบตัวรถเป็นเส้นตรง ส่วนระดับของกระบะอยู่ในความสูงที่เหมาะสม ง่ายต่อการขนและยกของขึ้นลง ส่วนขนาดของล้อยาง 165R14 ถึงแม้จะไม่กว้างหรือใหญ่ แต่มีความเหมาะสมสำหรับถนนในเมืองและเส้นทางที่ไม่ได้ลาดยาง บริเวณท้ายรถออกแบบมาเรียบง่าย ไฟท้ายจัดวางในแนวตั้ง กันชนหลังยื่นออกมาและมีลวดลายกันลื่น ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในกรณีของการขึ้นลงสินค้าประจำวัน ระบบไฟใช้หลอดฮาโลเจนที่เป็นพื้นฐานก็เพียงพอสำหรับการให้แสงสว่างขั้นพื้นฐาน ซึ่งสำหรับผู้ใช้รถพาณิชย์แล้ว เพียงพอกับการใช้งาน

เมื่อเปิดประตูห้องโดยสาร คุณลักษณะการเป็นรถเครื่องมือชัดเจนอย่างยิ่ง วัสดุโดยรวมทำจากพลาสติกแข็งสีเข้มที่ให้สัมผัสค่อนข้างแข็ง กระนั้นการประกบกันของวัสดุก็ค่อนข้างเรียบร้อยซึ่งอยู่ในมาตรฐานของรถพาณิชย์ในช่วงราคานี้ แผงหน้าควบคุมมีการจัดวางที่เรียบง่าย ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ควบคุมแอร์แบบแมนนวล ใช้การปรับปุ่มแบบหมุนที่มีแรงหนืดพอดี ง่ายต่อการใช้งาน ตรงกลางมีจอแสดงผล LCD ขนาดเล็กที่รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ และฟังก์ชันมัลติมีเดียพื้นฐาน แม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะไม่สูงมาก แต่ถือว่าใช้งานได้ดี เบาะนั่งทำจากวัสดุผ้า มีการรองรับที่ดีพอสมควร นั่งขับเป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกปวดหลังมาก นอกจากนี้ ที่นั่งคนขับสามารถปรับได้ทั้งหน้า-หลังและองศาพนักพิง ส่วนเบาะผู้โดยสารก็รองรับการปรับพื้นฐานได้เหมือนกัน ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย รถรุ่นนี้มีสิ่งที่น่าประหลาดใจ—ได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยที่เบาะคนขับและผู้โดยสาร รวมถึงม่านนิรภัยหัวผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งในกลุ่มรถพาณิชย์ระดับเดียวกันถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ครบถ้วนที่สุด เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความปลอดภัยในการขนส่ง

ด้านพื้นที่ใช้สอย ตัวรถมีขนาดความยาว ความกว้าง และความสูง 4340 มม., 1565 มม., และ 1858 มม. ตามลำดับ ระยะฐานล้อยาว 2380 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสำหรับรถกระบะขนาดเล็ก พื้นที่ภายในแถวหน้ามีพื้นที่นั่งสำหรับคนขับที่มีความสูง 175 ซม. ยังคงเหลือระยะห่างหัวกับหลังคาอยู่ประมาณหนึ่งกำปั้น และพื้นที่วางขาด้วยเช่นกัน ส่วนแถวหลังไม่มีการติดตั้งเบาะเพราะเน้นที่การบรรทุกสินค้า ตัวกระบะด้านหลังแม้ไม่มีตัวเลขขนาดจากทางการ แต่จากการวัดจริงสามารถใส่กล่องกระดาษขนส่งที่มีขนาดมาตรฐานได้สองกล่องอย่างง่ายดาย และระดับความสูงของกระบะเหมาะสมสำหรับการป้องกันสินค้าขนาดเล็กและขนาดกลางได้เป็นอย่างดี ด้านที่เก็บของ แผงหน้าควบคุมด้านล่างมีช่องเก็บของแบบเปิดที่สามารถวางโทรศัพท์หรือเอกสารได้ ส่วนช่องเก็บของที่บานประตูก็ใส่ขวดน้ำได้ เพียงพอต่อการเก็บสิ่งของในชีวิตประจำวัน

ด้านขุมพลัง รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1.4 ลิตรคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แม้ว่าข้อมูลกำลังแรงม้าสูงสุดและแรงบิดสูงสุดจะไม่มีระบุในทางการ แต่เมื่อขับขี่จริง พบว่าในช่วงออกตัว คันเร่งตอบสนองไม่ได้ไวเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ดีเซล จังหวะต้นแรงบิดต่ำทำได้ดี โดยในขณะที่บรรทุกสินค้าน้ำหนักประมาณ 500 กก. การออกตัวไม่มีอาการอืดชัดเจน การเร่งความเร็วมีความนุ่มนวลที่ดี และเมื่อถึงรอบเครื่องยนต์ที่ 3000 รอบต่อนาที กำลังเครื่องยนต์จะปล่อยพลังงานออกมาได้มากที่สุด โดยเมื่อขับในเมืองแล้วต้องเร่งแซง ลดเกียร์ลงหนึ่งระดับจะได้กำลังที่ตอบสนองทันที อย่างไรก็ตาม การเร่งความเร็วในช่วงใช้ความเร็วสูง (มากกว่า 100 กม./ชม.) ค่อนข้างมีขีดจำกัด โหมดการขับขี่มีเพียงสองโหมดคือโหมดประหยัดและโหมดมาตรฐาน โดยในโหมดประหยัด การตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวลกว่า เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่โหมดมาตรฐานจะให้กำลังที่ตรงไปตรงมา เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการการออกตัวที่รวดเร็ว

ในด้านการควบคุม พวงมาลัยมีน้ำหนักค่อนข้างหนัก ทิศทางพวงมาลัยถือว่าอยู่ในระดับทั่วไป เนื่องจากเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ จึงไม่มีการเน้นเรื่องความแม่นยำของการควบคุมมากนัก ระบบช่วงล่างใช้ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบแหนบ ซึ่งการผสมผสานเช่นนี้สามารถรองรับน้ำหนักสินค้าได้เพียงพอ เมื่อไม่มีโหลด ขณะผ่านลูกระนาดหรือถนนที่ขรุขระ จะมีอาการกระเด้งที่ท้ายรถชัดเจน แต่ส่วนหน้าสามารถกรองแรงกระเทือนได้ดีพอสมควร โดยไม่มีแรงสะเทือนมากเกินไป เมื่อเข้าโค้ง การควบคุมการเอียงตัวของตัวรถอยู่ในเกณฑ์ปกติซึ่งไม่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่ปลอดภัย

การทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นจุดเด่นของการทดสอบในครั้งนี้ เราขับรถในสถานการณ์ที่มีการจราจรติดขัดในเมือง (ใช้เวลาเดินเบาประมาณ 30%) และบนถนนนอกเมืองที่วิ่งได้คล่องตัว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 70% ที่ความเร็วคงที่ 60-80 กม./ชม.) ระยะทางรวม 50 กม. บรรทุกน้ำหนักประมาณ 300 กก. ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยรวมประมาณ 6.2 ลิตร/100 กม. ซึ่งสูงกว่าค่าที่บริษัทระบุไว้เล็กน้อยที่ 5.8 ลิตร/100 กม. แต่เมื่อพิจารณาสภาวะการบรรทุกและสภาพถนนจริง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันนี้ถือว่าไม่เลวเลย ด้วยถังน้ำมันขนาด 38 ลิตร เมื่อเติมน้ำมันเต็มแล้วสามารถวิ่งได้ประมาณ 600 กม. ซึ่งเพียงพอต่อการขนส่งระยะสั้นรอบๆ เมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และการโดยสาร ในฐานะรถเพื่อการพาณิชย์ การควบคุมเสียงรบกวนอยู่ในระดับที่พอใช้ เมื่อเดินเบา เสียงของเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างชัดเจน ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. เริ่มได้ยินเสียงลมและเสียงยางมากขึ้น แต่ในช่วงความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หากเกินกว่านี้เสียงจะเริ่มรบกวนการสนทนาภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งที่ทำด้วยผ้าทอระบายอากาศได้ดี ทำให้การขับขี่ระยะเวลานานไม่อึดอัด ซึ่งเป็นจุดเด่นในสภาพอากาศร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยสรุป Tata Super Ace Mint รุ่นปี 2020 ขนาดเครื่องยนต์ 1.4L มีจุดเด่นที่สำคัญ ได้แก่ การควบคุมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้ดีเยี่ยม อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน และกล่องบรรทุกสินค้ามีประโยชน์มาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Toyota Hilux Champ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.5L แม้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จะต่างกันเล็กน้อย แต่รถรุ่นนี้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันมากกว่า อีกทั้งยังมีราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคมากกว่า (ราคาขายปลีกอย่างเป็นทางการ 375,000 บาทไทย หรือประมาณ 7.5 หมื่นหยวน) นอกจากนี้ การกำหนดเป้าหมายชัดเจน—เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย บริษัทขนส่งขนาดเล็ก หรือผู้ใช้งานที่ต้องการขนส่งสินค้าระยะสั้นอย่างถี่ เป็นผลให้กลายเป็น "เครื่องมือการผลิต" ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูง

โดยรวมแล้ว รถรุ่นนี้ไม่มีฟีเจอร์ที่ดูหรูหราเกินความจำเป็น ทุกการออกแบบเน้นไปที่คำว่า "การใช้งานได้จริง" ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน อัตราการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นรวมถึงราคาที่คุ้มค่า ทำให้มันสามารถครองความได้เปรียบในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณคือผู้ใช้ที่ต้องการรถเครื่องมือที่เชื่อถือได้ รถรุ่นนี้จึงควรค่าแก่การพิจารณา

ข้อดี
การตั้งค่าความปลอดภัยที่หลากหลาย มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า-หลัง และม่านนิรภัยศีรษะด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงการแจ้งเตือนเข็มขัดนิรภัย มีผลการป้องกันที่ดีในการชนจริง
เครื่องยนต์ดีเซล 1.4L มีกำลังแรง บิดต่ำก็เพียงพอ การบรรทุกปีนเขาไม่ลำบาก และประหยัดน้ำมัน (ประมาณ 5.8-6L/100km)
ภายในทนทานและใช้งานง่าย เบาะผ้าโปร่ง ระบายอากาศดี ปุ่มควบคุมในคอนโซลกลางขนาดใหญ่ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานบรรทุกสินค้า
ข้อเสีย
ความเร็วสูงเกินกว่า 100 กม./ชม. รถจะเบาและฐานล้อไม่เสถียร ขาดระบบความเสถียรของตัวรถ
ในขณะบรรทุกเต็มหรือขึ้นเนิน กำลังเครื่องยนต์จะรู้สึกอืด ต้องเปลี่ยนเกียร์ การออกตัวไม่คล่อง
ภายในรถมีความรู้สึกเป็นพลาสติกมาก พื้นที่เก็บของน้อย รถบางรุ่นไม่มีเรดาห์/ภาพถอยหลัง ต้องติดตั้งเพิ่มเอง
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 18 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.3 / 5
ความปลอดภัย
4.4 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.6 / 5
แสดงรีวิว 18 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายไทร์
เจ้าของ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L
ฉันเป็นเจ้าของ Tata Super Ace Mint 1.4L รุ่นปี 2020 ทำธุรกิจเล็กๆ รอบกรุงเทพฯ ประเทศไทยมาสองปีแล้ว ขอแบ่งปันประสบการณ์จริงกันสักหน่อย **ด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนน**: สำหรับการขับรถในชีวิตประจำวันขนส่งสินค้าและวิ่งถนนชานเมืองก็เพียงพอแล้ว รถมีถุงลมนิรภัยม่านทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า และยังมีตัวเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ตอนครั้งก่อนที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดการชนท้ายเล็กน้อย ถุงลมนิรภัยปล่อยทันเวลา ฉันไม่มีอะไรบาดเจ็บเลย ทำให้รู้สึกมั่นใจมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าขับบนทางด่วนที่ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. จะรู้สึกตัวรถมีอาการโคลงเคลงบ้าง ถ้าปรับปรุงเสถียรภาพของช่วงล่างอีกหน่อยจะดีมากขึ้น **ด้านสมรรถนะให้ 5 คะแนน**: เครื่องยนต์ดีเซล 1.4L เหมาะมากสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย! ตอนรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนที่กรุงเทพฯ แรงบิดต่ำดีมาก การออกตัวไม่ช้า; ตอนบรรทุกของเต็ม 3 ตันวิ่งขึ้นเขาที่ชลบุรี ก็ไต่ขึ้นได้สบาย การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และยังควบคุมน้ำมันให้อยู่ที่ประมาณ 6 ลิตรต่อร้อยกิโลเมตร ประหยัดน้ำมันกว่ารถญี่ปุ่นระดับเดียวกันหลายคันมาก ซึ่งสำคัญมากสำหรับเราที่ทำธุรกิจเล็กๆ **ด้านภายในให้ 4 คะแนน**: แม้จะดูพลาสติกมากไปหน่อย แต่ทำความสะอาดง่ายมาก! ตอนบรรทุกอาหารทะเลหรือผัก ผลไม้ที่หลีกเลี่ยงการเปื้อนไม่ได้ ก็เพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดก็สะอาดแล้ว เบาะที่นั่งเป็นผ้า นั่งสบายไม่ร้อนแม้ในหน้าร้อนเพราะเปิดแอร์ แต่การกันเสียงยังไม่ดีนัก ตอนขับบนทางด่วนมีเสียงยางดังชัดเจน ต้องเปิดเพลงดังหน่อยเพื่อช่วย โดยรวมแล้ว ในฐานะรถสำหรับการใช้งาน มันเกินความคาดหมายจริงๆ คุ้มค่าคุ้มราคา!
5 ดีเยี่ยม
สายเสียง
เจ้าของ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L
ในฐานะเจ้าของ Tata Super Ace Mint 1.4L รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี ขอพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกก่อน — ให้ 4 คะแนนก็ค่อนข้างเหมาะสม มันไม่ได้มีรูปลักษณ์ฉูดฉาดเหมือนรถยนต์ส่วนตัวพวกนั้น แต่เป็นสไตล์ที่ใช้งานได้จริงแบบรถบรรทุก ซึ่งพื้นที่บรรทุกที่เป็นทรงเหลี่ยมตรงสามารถจุของได้เยอะมาก ปกติฉันขนผลไม้ไปตลาดในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ บรรทุกไปจนเต็มพื้นที่ก็ยังดูไม่งุ่มง่าม การออกแบบส่วนหัวของรถถึงจะเรียบง่าย แต่การผสมผสานระหว่างแถบโครเมียมกับไฟหน้าก็ดูสดใสดี จอดในตลาดก็ไม่ดูราคาถูก ลูกค้าเห็นแล้วรู้สึกเชื่อถือได้ แต่ถ้าล้อสามารถเปลี่ยนเป็นล้ออัลลอยได้ อาจจะดูสวยงามกว่านี้หน่อย ตอนนี้ล้อเหล็กดูธรรมดาเกินไปเลยหักไปหนึ่งคะแนน ต่อไปขอพูดถึงเรื่องความปลอดภัย ฉันให้คะแนน 4 เช่นกัน ถนนในไทยทุกคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพที่รถติด ถนนแคบนอกเมืองก็ยังมีมอเตอร์ไซค์ที่ชอบโผล่ออกมากะทันหัน รถคันนี้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันมาก ถุงลมนิรภัยทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร, ม่านนิรภัยด้านหน้าหลัง ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ครั้งก่อนที่ขับบนถนนชนบทในชลบุรีแล้วเฉี่ยวกับมอเตอร์ไซค์เบาๆ ถุงลมนิรภัยไม่ได้ทำงานนะ แต่เสียงเตือนคาดเข็มขัดไม่หยุดเตือนจนต้องคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย จุดนี้ถือว่าน่าประทับใจ แต่ถ้าสามารถเพิ่มระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถได้จะดีมากๆ เพราะเวลาบรรทุกของแล้วจุดศูนย์ถ่วงสูง เจอถนนลื่นๆ ก็ยังรู้สึกหวั่นๆ ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยก็เลยไม่ได้เต็มสิบ แต่โดยรวมแล้วก็ดีกว่ารถเพื่อการพาณิชย์ที่ราคาใกล้เคียงกันเยอะทีเดียว
4 ดีเยี่ยม
สายอัพ
เจ้าของ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L
ในฐานะเจ้าของรถที่วิ่งขนส่งสินค้าขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ผมใช้ Tata Super Ace Mint คันนี้มาเกือบสองปีแล้ว รู้สึกจริงๆ ว่าเลือกถูกต้องแล้ว! ภายนอกให้คะแนนเต็มไม่ขาดเลย — กล่องบรรทุกของที่มีทรงเหลี่ยมเข้ากับหน้ารถที่ดูเรียบง่าย แม้จะเป็นรถพาณิชย์แต่เส้นสายก็ดูเรียบเนียน จอดอยู่ในโซนขนส่งสินค้าในตลาดนัดจตุจักรแล้ว ดูเหนือกว่ารถบรรทุกเล็กโมเดลเก่ามาก ลูกค้ายังบอกว่า "รถคันนี้ดูน่าเชื่อถือเลย" ด้านความปลอดภัยผมให้ 4 คะแนน เพราะเป็นรถสำหรับขนของ มีถุงลมนิรภัยสำหรับคนนั่งด้านหน้าทั้งคนขับและผู้โดยสารรวมถึงม่านนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อครั้งเกิดเหตุเล็กๆ ที่ถนนพหลโยธิน ถุงลมนิรภัยก็ทำงานช่วยปกป้องผมได้ การแจ้งเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยก็ไวมาก เวลารถติดในกรุงเทพฯ ต้องเบรกแล้วออกตัวใหม่บ่อยๆ ฟังก์ชันนี้ช่วยเตือนให้ไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยได้ดี จุดติดลบเล็กน้อยคือตรงที่ไม่มีเซนเซอร์ถอยหลัง แต่ติดเพิ่มเองก็ไม่แพง ด้านสมรรถนะให้ 4 คะแนนพอดี — เครื่องยนต์ดีเซล 1.4L ออกตัวไม่เร็วในช่วงถนนที่รถติดของกรุงเทพฯ แต่เวลาบรรทุกของเต็ม 500 กิโลวิ่งทางด่วน (เช่น ส่งของไปสมุทรปราการ) แรงขับเคลื่อนถือว่าเสถียรมาก ความเร็วครูซที่ 60-80 กม./ชม. ราบรื่น ชุดเกียร์ธรรมดาเปลี่ยนง่าย อาจจะมีต้องเปลี่ยนเกียร์ลงเวลาวิ่งขึ้นเนิน (เช่น บริเวณลาดยางที่ทองหล่อ) แต่สำหรับรถพาณิชย์แล้ว ประสิทธิภาพแบบนี้คือเกินพอ!
5 ดีเยี่ยม
MotorManiac
เจ้าของ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L
ในฐานะเจ้าของรถที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ รถ Tata Super Ace Mint คันนี้ช่วยฉันได้เยอะจริง ๆ! อย่างแรกขอพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกก่อน ถึงแม้จะเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ แต่การออกแบบดูดีมาก — สีตัวถังเทาเงินช่วยให้รถดูไม่สกปรกง่ายภายใต้แสงแดดในไทย กระจังหน้าและไฟหน้าดูไม่ถูกจนเกินไป ทุกครั้งที่จอดรถหน้าตลาด ลูกค้ามักพูดว่า “รถคุณดูเรียบร้อยและดูดีกว่ารถบรรทุกเล็กทั่วไปอีก” ฉันให้เลย 5 คะแนนไม่มีที่ติ! สำหรับภายใน ฉันพอใจมาก เพราะต้องขับรถวันละ 4-5 ชั่วโมง เบาะนั่งให้การรองรับที่ดีมาก วัสดุผ้าที่ใช้ยังช่วยระบายอากาศได้ดี ไม่เหมือนรถบรรทุกบางรุ่นที่นั่งนานแล้วรู้สึกไม่สบาย ตัวแผงหน้าคอนโซลออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปุ่มวิทยุและแอร์มีขนาดใหญ่พอ ใช้ตอนสวมถุงมือได้สบาย และมีที่เก็บของที่สามารถใส่ใบรายการส่งของและโทรศัพท์มือถือได้ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ น่าประทับใจมาก 5 คะแนนเต็ม! ในเรื่องของสมรรถนะ ฉันให้ 4 คะแนนนะ เครื่องยนต์ดีเซล 1.4 ลิตร มีพลังเพียงพอสำหรับการบรรทุกของ ขับในถนนที่รถติดในกรุงเทพฯ ก็สามารถเร่งเครื่องออกตัวได้ไม่อืด ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. บนถนนหลวงก็ยังมั่นคงดี แต่บางครั้งเวลาบรรทุกของเต็ม 2 ตันแล้วต้องขึ้นทางลาดชัน อย่างเช่นบนสะพานพระราม 9 ก็จำเป็นต้องปรับเกียร์ลงถึงจะขึ้นได้ หากมีกำลังแรงอีกนิด จะถือว่าสมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมแล้ว สำหรับสภาพถนนในไทย รถคันนี้ตอบโจทย์ได้ดีมาก คุ้มค่าสุด ๆ!
4 ดีเยี่ยม
PetrolHead
เจ้าของ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L
ในฐานะเจ้าของรถ 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L ประสบการณ์การใช้งานในประเทศไทยของฉันดีมาก พูดถึงเรื่องสมรรถนะก่อน คะแนน 4 คะแนนถือว่าสมเหตุสมผล เครื่องยนต์ดีเซล 1.4 ลิตรให้กำลังที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นในโซนที่รถติดในกรุงเทพฯ หรือเส้นทางบนภูเขาชานเมืองก็ทำงานได้ยอดเยี่ยม เกียร์ธรรมดาเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่น การควบคุมคล่องตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถนนแคบ ๆ ในประเทศไทย การสิ้นเปลืองน้ำมันก็ดีมาก ระดับการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ทางการระบุไว้ 5.8 ลิตร/100 กิโลเมตร ในการใช้งานจริงก็ใกล้เคียงมากซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ ในส่วนของรูปลักษณ์ ฉันให้ 5 คะแนนเต็ม การออกแบบตัวถังดูทันสมัยและดูทรงพลัง ตัวถังรถสีขาวเมื่ออยู่ใต้แสงแดดในประเทศไทยดูโดดเด่นเป็นพิเศษ การออกแบบแบบ 2 ประตูถึงแม้จะดูเล็กน้อย แต่ในแง่การใช้งานจริงนั้นสะดวกมากสำหรับการบรรทุกและขนถ่ายสินค้า ยางล้อขนาด 165R14 มีขนาดที่เหมาะสมและสมดุลกับสัดส่วนของตัวรถ ลักษณะโดยรวมตรงใจฉันมาก ในส่วนของภายใน คะแนน 4 คะแนนถือว่าเหมาะสม พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งสบาย ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้ขับขี่เป็นเวลานาน การจัดวางของคอนโซลกลางก็เป็นระเบียบ ปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ สามารถใช้งานได้สะดวก แม้ว่าวัสดุภายในจะใช้พลาสติกเป็นส่วนใหญ่ แต่การประกอบเรียบร้อยดี ไม่มีความรู้สึกถูกคุณค่าถูกลดทอนลง ระบบความปลอดภัยก็ครบครัน เช่น การติดตั้งถุงลมนิรภัยหลายจุดและระบบเตือนความปลอดภัยของสายรัดที่นั่ง ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของประเทศไทย โดยภาพรวมแล้ว การใช้งานรถคันนี้ในประเทศไทยนั้นยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถนะ รูปลักษณ์ หรือภายใน ก็สามารถตอบสนองความต้องการของฉันได้อย่างครบถ้วน หากคุณกำลังมองหารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่คุ้มค่า ฉันขอแนะนำอย่างยิ่งให้พิจารณา 2020 Tata Super Ace Mint Mint1.4L คันนี้
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.4
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1396
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
5.8
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ขนาดยางหน้า
165R14
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Commercial
ความยาว(มิลลิเมตร)
4340
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1565
ความสูง(มิลลิเมตร)
1858
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2380
รูป Tata Super Ace Mint
Tata Super Ace Mint
รูป Suzuki Carry
Suzuki Carry
Tata Super Ace Mint
vs
Suzuki Carry
รูป Tata Super Ace Mint
Tata Super Ace Mint
รูป Toyota Hilux CHAMP
Toyota Hilux CHAMP
Tata Super Ace Mint
vs
Toyota Hilux CHAMP
รูป Tata Super Ace Mint
Tata Super Ace Mint
รูป Toyota Hiace
Toyota Hiace
Tata Super Ace Mint
vs
Toyota Hiace
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

“ราคาของยางรถ Tata Super Ace Mint คือเท่าไหร่?”

“Super Ace” คืออะไร?

เครื่องยนต์ใน Tata Super Ace คืออะไร?