รูป Nissan

รีวิว Nissan GT-R 2021

2021 Nissan GT-R Premium Luxuryยังคงสืบทอดสมญานาม “เทพเจ้าแห่งสนามแข่ง” พร้อมเพิ่มความหรูหราในห้องโดยสารและอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง ผสานการควบคุมที่เร้าใจเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
รูป Nissan GT-R
รูป Nissan GT-R
รูป Nissan GT-R
รูป Nissan GT-R
รูป Nissan GT-R
THB 10,700,000-12,200,000
Nissan GT-R 2021
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.8
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาดรถสปอร์ตในประเทศไทย รถที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ 3.8 ลิตร ยังคงมีผู้บริโภคที่มั่นคงอยู่เสมอ ผู้ที่ต้องการพละกำลังในระดับสนามแข่ง แต่ก็ยังไม่ต้องการเสียความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน สำหรับ Nissan GT-R Premium Luxury รุ่นปี 2021 ซึ่งเป็นรุ่นกลางของซีรีส์ ความน่าสนใจอยู่ที่การยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ "เทพสมุทร" พร้อมทั้งยกระดับความหรูหรา ในครั้งนี้เราจะทดสอบว่า มันสามารถผสมผสานความเร้าใจในสนามแข่งและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้หรือไม่? และการยกระดับความหรูหรานั้นช่วยปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่จริงหรือเปล่า?

เมื่อมองจากระยะไกล รูปทรงของ GT-R Premium Luxury ปี 2021 ยังคงเอกลักษณ์ของ GT-R ไว้อย่างครบถ้วน ตัวถังรถแบบกว้างพร้อมกับการออกแบบส่วนหน้าสั้น ยังคงให้ความรู้สึกสปอร์ตแบบเต็มที่ ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ ซึ่งด้านในเป็นโครงสร้างแบบรวงผึ้งสีดำ ด้านข้างมาพร้อมกับชุดไฟหน้า LED ทรงแหลม ที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยเลนส์และไฟกลางวันในตัว ด้านข้างของตัวรถ ตกแต่งด้วยล้ออลูมิเนียมขนาด 19 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรคสีแดง แนวสายเส้นด้านข้างที่เริ่มจากหน้ารถถึงท้ายรถ และเส้นเอวที่ยกขึ้นเล็กน้อยบริเวณประตู ช่วยเพิ่มความสปอร์ต เมื่อมองไปด้านหลัง ชุดไฟท้ายทรงกลมสี่ดวงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ GT-R ยังคงอยู่ ส่วนกลางโชว์โลโก้ Nissan และด้านล่างเป็นท่อไอเสีย 4 ท่อแบบคู่ ดีไซน์โดยรวมยังคงสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของตระกูล GT-R พร้อมกับการปรับปรุงในรายละเอียดเพื่อเพิ่มความสดใหม่

เมื่อเข้ามาในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการยกระดับของวัสดุภายใน แผงคอนโซลกลางและด้านในของประตูถูกหุ้มด้วยหนังแท้ ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ส่วนเบาะนั่งทำจากหนังแท้ที่มีการเย็บลายเพชร มีความรองรับและการโอบกระชับตัวดี การจัดวางบริเวณคอนโซลกลางยังคงเอกลักษณ์ของ GT-R เอาไว้ โดยด้านซ้ายเป็นส่วนควบคุมเครื่องปรับอากาศ กลางคอนโซลมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto การใช้งานลื่นไหลตามมาตรฐานสมัยใหม่ พวงมาลัยมีการออกแบบเป็นแบบสามก้าน พร้อมกับปุ่มควบคุมรายละเอียดต่างๆ ทั้งการเปลี่ยนเกียร์ผ่าน Paddle Shift และการควบคุมมัลติมีเดีย โดยด้านหลังยังมีปุ่มควบคุมจอแสดงผลที่แผงหน้าปัด จุดที่น่าสนใจคือรุ่น Premium Luxury เพิ่มฟังก์ชันการทำความร้อนเบาะนั่ง ซึ่งแม้อาจจะไม่จำเป็นนักในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย แต่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เช่นบริเวณภูเขาทางตอนเหนือ จะใช้งานได้เป็นอย่างดี

สำหรับขนาดตัวถัง GT-R Premium Luxury มีความยาวกว้างและสูงที่ 4710 มม., 1895 มม., 1370 มม. ตามลำดับ และระยะฐานล้ออยู่ที่ 2780 มม. พื้นที่ด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ถือว่าเพียงพอ ทั้งพื้นที่ศีรษะและขามีช่องว่างเหลือ ส่วนพื้นที่ด้านหลังค่อนข้างกระชับ เหมาะสำหรับการนั่งในระยะทางสั้นๆ หรือนำของไปเก็บแทนที่ พื้นที่เก็บสัมภาระที่ด้านหลังมีขนาด 315 ลิตร ปากช่องเก็บของกว้าง สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ

ในส่วนของขุมพลัง GT-R Premium Luxury ใช้เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ 3.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 570 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 637 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual-Clutch 6 สปีด เมื่อเปลี่ยนไปที่เกียร์ D การออกตัวมีการส่งกำลังที่ราบรื่น โดยไม่มีอาการหน่วงแบบที่มักพบในรถเทอร์โบ เมื่อกดคันเร่งแรงมาก เครื่องยนต์จะเริ่มปล่อยพลังเต็มที่ที่รอบ 3000 ขึ้นไป ให้ความรู้สึกเร่งที่ดึงหลังอย่างหนักแน่น อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาประมาณ 3.5 วินาที เมื่อสลับไปที่โหมดสปอร์ต ระบบเกียร์จะเปลี่ยนตำแหน่งเร็วขึ้น การลดเกียร์ทำได้อย่างฉับไว และเสียงเครื่องยนต์ก็ทรงพลังมากขึ้น

สมรรถนะการควบคุมยังคงเป็นจุดเด่นของ GT-R และการทดสอบขับขี่ครั้งนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง ช่วงเท้าตายที่น้อยมาก เมื่อเลี้ยวผ่านโค้งสามารถสัมผัสถึงการชี้นำของหัวรถได้อย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือนเป็นแบบปีกนกคู่ด้านหน้าและมัลติลิงก์แบบอิสระด้านหลัง การปรับแต่งค่อนข้างแข็ง แต่เมื่อผ่านลูกระนาดหรือพื้นถนนที่ขรุขระ ระบบกันสะเทือนสามารถลดแรงสั่นสะเทือนได้ส่วนใหญ่ รักษาความมั่นคงของตัวถังรถได้ดี ในการขับขี่บนถนนสายภูเขา การทรงตัวของ GT-R ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้กระทั่งในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ยางสามารถยึดเกาะพื้นได้ดี ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ระบบกันสะเทือนที่ค่อนข้างแข็งนี้อาจส่งแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนเข้าสู่ตัวรถในขณะขับขี่ในเมือง ส่งผลกระทบกับความสะดวกสบายในบางส่วน

ในแง่ของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง สิ้นเปลืองน้ำมันอย่างเป็นทางการโดยรวมอยู่ที่ 12 ลิตร/100 กม. ในการทดสอบขับขี่จริง การสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองอยู่ที่ประมาณ 15 ลิตร/100 กม. ส่วนบนทางหลวงสามารถลดลงต่ำกว่า 10 ลิตร/100 กม. ภาพรวมถือว่าเป็นไปตามความคาดหมายของรถสมรรถนะสูงที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ สำหรับการเบรก GT-R มาพร้อมกับระบบเบรก Brembo การเดินทางของแป้นเบรกอยู่ในระดับที่เหมาะสม การส่งจ่ายแรงเบรกมีความเป็นเส้นตรง ในขณะเบรกฉุกเฉินตัวถังรถสามารถรักษาแนวเสถียรภาพได้ดี และไม่เกิดอาการหน้ารถพุ่งอย่างชัดเจน

ระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การควบคุมเสียงรบกวนภายในรถทําได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อขับด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางถูกรักษาให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เสียงเครื่องยนต์จะไม่เด่นชัดนักในขณะที่ขับขี่ปกติ จนกว่าจะเหยียบคันเร่งลึกลงซึ่งจะเพิ่มบรรยากาศการขับขี่ให้มากขึ้น ความสะดวกสบายของที่นั่งก็น่ายกย่อง สามารถขับนานๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า แม้ว่าที่นั่งด้านหลังอาจมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่การนั่งโดยสารในระยะทางสั้นก็ยังพอทำได้อย่างสบาย

โดยสรุปแล้ว จุดเด่นของ Nissan GT-R Premium Luxury ปี 2021 มี 3 ประการหลัก: อย่างแรกคือยังคงรักษาสมรรถนะซิกเนเจอร์ของ GT-R ไว้อย่างครบถ้วน สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความเร็วได้ อย่างที่สองคือการอัปเกรดวัสดุและอุปกรณ์ภายในเพื่อเพิ่มความหรูหราและการใช้งานในชีวิตประจำวัน และอย่างที่สามคือเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น T-spec ที่มีราคาสูงกว่า GT-R Premium Luxury มีราคาต่ำกว่าและให้ความคุ้มค่ามากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Porsche 911 Carrera GT-R มีสมรรถนะด้านกำลังที่โดดเด่นกว่า แต่ในแง่ของแบรนด์อาจจะด้อยกว่านิดหน่อย และเมื่อเปรียบเทียบกับ Audi R8 GT-R จะมีความสามารถในการใช้งานที่ดีกว่า เพราะมีเบาะหลังที่สามารถนั่งได้ และพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใหญ่กว่า

รถรุ่นนี้เหมาะกับกลุ่มคนสองประเภทหลักคือ ประเภทแรกคือผู้บริโภคที่มีความผูกพันกับ GT-R อยากสัมผัสสมรรถนะแบบ "เทพเจ้าแห่งความเร็ว" แต่ยังคงต้องการความสบายในชีวิตประจำวัน ประเภทที่สองคือผู้ที่หลงใหลในรถสมรรถนะสูงและต้องการความคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน GT-R มีสมรรถนะและอุปกรณ์ที่ดีในราคาที่เอื้อมถึงโดยง่าย สรุปแล้ว Nissan GT-R Premium Luxury ปี 2021 เป็นรถสปอร์ตที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความแรงและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

ข้อดี
3.8T เทอร์โบคู่ กำลังแรง ตอบสนองคันเร่งได้ไว แรงดึงหลังพิเศษ แซงง่าย
สีตัวรถด้านพร้อมล้อพิเศษ โดดเด่นและสะกดทุกสายตา การออกแบบสะดุดตา
เบาะ Alcantara รองรับสรีระได้ดี นั่งทางไกลสบายเอว
ข้อเสีย
ระยะห่างจากพื้นต่ำ (110mm) การขับผ่านเนินชะลอความเร็วต้องขับช้า ในฤดูฝนอาจเกิดการขูดใต้รถเมื่อลุยน้ำขัง
ภายในรถขาดความทันสมัยด้านเทคโนโลยี ไม่เหมือนคู่แข่งเช่น M4 รุ่นใหม่
พื้นที่ด้านหลังแคบ ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารหลายคนมีจำกัด
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 6 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.3 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 6 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายท่อ
เจ้าของ 2021 Nissan GT-R T-spec
ในช่วงที่เหยียบคันเร่งต่อมหมวกไตหลั่งอะดรีนาลีนทันที แต่ตอนที่ผ่านลูกระนาดต้องค่อยๆ เคลื่อนตัวไปเหมือนกำลังขับรถคลาสสิค!
4 ดีเยี่ยม
สายแข่ง
เจ้าของ 2021 Nissan GT-R T-spec
ก่อนหน้านี้ขับ BRZ รู้สึกว่าขาดความ "ดุดัน" นิดหน่อย เลยเปลี่ยนมาเป็น GT-R T-spec เพราะชอบพื้นฐาน "เทพเจ้าแห่งการต่อสู้" ของมัน—เครื่องยนต์ 3.8T เทอร์โบคู่ กดคันเร่งทีเดียวก็แซงรถกระบะบนทางด่วนในกรุงเทพได้แบบง่ายๆ ลุคภายนอกให้ 4 คะแนน ไม่ได้ดุดันเกินไปนัก สีตัวถังด้านคู่กับล้ออัลลอยแบบเฉพาะตัว จอดที่สยามสแควร์ก็มีคนหันมามองมากกว่า Porsche 911 ที่จอดอยู่ข้างๆ; ภายในให้ 4 คะแนนเพราะความล้ำสมัยยังไม่เท่า M4 ใหม่ แต่เบาะ Alcantara รองรับสรีระได้อย่างดี ขับยาวๆ ไปพัทยาก็ไม่ปวดหลัง ข้อด้อยคือ ระยะห่างจากพื้นเพียง 110 มม. เวลาฝนตกในกรุงเทพต้องระมัดระวังมาก ครั้งก่อนเจอน้ำขังเกือบขูดใต้ท้องรถ; อัตราบริโภคน้ำมัน 12 กม./ลิตร เทียบกับราคาน้ำมันในไทยไม่ได้ถือว่าประหยัด แต่ว่าซื้อรถคันนี้แล้วใครจะมัวสนใจค่าน้ำมัน? ช่วงเช้ารถติด ขับลัดเลาะซอยเล็กในกรุงเทพคล่องตัวกว่าที่คิด เสาร์อาทิตย์พาภรรยาและลูกขับไปหัวหิน เบาะหลังจะแคบหน่อยแต่พอไหว ส่วนกระโปรงหลังก็สามารถใส่กระเป๋าเดินทางได้สองใบ—ยังไงเทพเจ้าก็ต้องกลายเป็นรถครอบครัวบ้างบางครั้งไม่ใช่เหรอ?
4 ดีเยี่ยม
สายออยล์
เจ้าของ 2021 Nissan GT-R Premium Luxury
2021 GT-R Premium Luxury ใช้งานมาเกือบสองปีแล้ว 3.8T แซงรถอื่นไม่เคยลังเล บนทางหลวงเหยียบคันเร่งครั้งเดียวก็แซงรถติดที่เป็นโจ๊กได้เลย แต่หน้าฝนในกรุงเทพ ระยะห่างจากพื้นต่ำไปหน่อย ผ่านหลุมน้ำนองต้องระวังมาก กลัวว่าจะชนโดนใต้ท้องรถ
4 ดีเยี่ยม
สายหัวเทียน
เจ้าของ 2021 Nissan GT-R T-spec
ครั้งแรกที่เหยียบคันเร่ง ตัวทั้งตัวถูกกดไปที่เบาะ ความรู้สึกโดนผลักหลังนี่เหมือนกับหนีสายฟ้าเลย!
4 ดีเยี่ยม
สายไอเสีย
เจ้าของ 2021 Nissan GT-R Premium Luxury
ทุกครั้งที่รถติดอยู่บนถนน เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบของ GT-R ดูเหมือนกำลัง "เตรียมพร้อม" อยู่ตลอดเวลา — แต่พอมีโอกาสเหยียบคันเร่ง ความรู้สึกกระชากหลังทันทีทำให้ความหงุดหงิดทั้งหลายหายไปหมด ในบางครั้งที่มีเพื่อนนั่งเบาะหลังก็ไม่รู้สึกอึดอัด แต่ในฤดูร้อน ถ้าจอดกลางแจ้ง เบาะนั่งจะร้อนจนต้องเปิดแอร์ให้อากาศถ่ายเทก่อนสองนาที
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.8
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
3799
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6800
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5800
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
12
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4710
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1895
ความสูง(มิลลิเมตร)
1370
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2780
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
315
รูป Nissan GT-R
Nissan GT-R
รูป Nissan Z Proto
Nissan Z Proto
Nissan GT-R
vs
Nissan Z Proto
รูป Nissan GT-R
Nissan GT-R
รูป Audi TT
Audi TT
Nissan GT-R
vs
Audi TT
รูป Nissan GT-R
Nissan GT-R
รูป Ford Mustang
Ford Mustang
Nissan GT-R
vs
Ford Mustang
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Nissan GT-R R35 วิ่งเร็วแค่ไหน

Nissan GT-R รุ่นไหนที่เร็วที่สุด

ความเร็วสูงสุดของ Nissan GTR R35 คือเท่าไหร่