รีวิว Porsche Taycan Turbo S 2024





ตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคไม่เพียงแสวงหาประสิทธิภาพและความสนุกในการขับขี่ แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและเทคโนโลยีอันล้ำหน้า — Porsche Taycan Turbo S รุ่นปี 2024 เป็นรถระดับเรือธงที่เจาะกลุ่มตลาดเฉพาะนี้ ไม่เพียงแต่มันสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที ซึ่งทำให้มันเข้าสู่ระดับซูเปอร์คาร์ แต่มันยังติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 105kWh และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ผสมผสานทั้งระยะทางและการควบคุมเป้าหมายหลักของการทดลองขับครั้งนี้ คือการตรวจสอบว่ารถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถหาสมดุลระหว่างการใช้งานที่มีสมรรถนะสูงสุดและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ รวมถึงดูว่าอุปกรณ์ที่มีราคานับล้านบาทไทยนี้คุ้มค่าหรือไม่
เมื่อเห็น Taycan Turbo S ครั้งแรก คุณจะทันทีรับรู้ถึงเอกลักษณ์ของครอบครัว Porsche แต่ในรายละเอียดกลับมีเสน่ห์ที่บ่งบอกถึงอนาคตของรถไฟฟ้า ด้านหน้าของรถยังคงรักษาเส้นโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ไว้ แต่กระจังหน้าแบบปิดสนิท และไฟเดย์ไท์แบบ LED ที่ต่อเนื่องทั้งเส้นช่วยเสริมเอกลักษณ์ของรถไฟฟ้า ทำให้จดจำได้ง่าย ตัวรถด้านข้างมีเส้นสายที่ลื่นไหล และรูปทรงที่ลากยาวจากเสา A ไปยังท้ายรถ ช่วยลดแรงต้านอากาศ อีกทั้งยังทำให้รถ 4 ประตูดูเรียบหรูยิ่งขึ้น ความยาวรถที่ 4962 มม. และระยะฐานล้อ 2900 มม. ทำให้รถดูสง่างามและยืดหยุ่นมากกว่ารถสปอร์ต 2 ประตูในระดับเดียวกัน ด้านท้ายรถ ไฟท้ายที่ต่อเนื่องทั้งเส้นเป็นจุดเด่นที่สะดุดตา และเมื่อเปิดใช้งานเอฟเฟกต์ไฟที่เป็นพลวัตทำให้ดูประณีตเป็นอย่างมาก การออกแบบดิฟฟิวเซอร์หลังสื่อถึงความเป็นรถสมรรถนะสูง ล้อขนาดใหญ่ 21 นิ้ว พร้อมยางหน้ากว้าง 265/35 R21 เพิ่มความดุดันให้กับรูปลักษณ์ภายนอก และยังช่วยสนับสนุนการควบคุมของตัวรถอีกด้วย
เมื่อเข้าไปในรถ ภายในของ Taycan Turbo S ยังคงเอกลักษณ์ของ Porsche ที่รวมความหรูหราและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้ด้วยกัน คอนโซลกลางถูกออกแบบเป็นแบบเลเยอร์ ที่ด้านบนมีหน้าจอสัมผัสขนาด 10.9 นิ้ว และด้านล่างมีแผงสัมผัสเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ มีปุ่มกายภาพน้อยมาก แต่ระบบสัมผัสตอบสนองรวดเร็ว พวงมาลัยมีลักษณะเป็นแบบสปอร์ต ขนาดพอเหมาะ และให้ความรู้สึกกระชับมือ ทั้งยังมี HUD (Head-Up Display) ที่แสดงความเร็วและข้อมูลนำทางได้อย่างชัดเจน ลดความวอกแวกระหว่างการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ ให้การรองรับที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะส่วนเอวและขา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อล็อกตัวผู้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงเมื่อขับขี่รถในสภาวะที่ใช้ความเร็วสูง เบาะนั่งด้านหน้ายังมาพร้อมฟีเจอร์ที่สามารถอุ่นและระบายอากาศได้ สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ด้านพื้นที่ใช้สอย ระยะฐานล้อที่ 2900 มม. ทำให้พื้นที่สำหรับขาด้านหลังกว้างกว่าที่คาดไว้ ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. สามารถนั่งได้อย่างสบายโดยที่เข่ายังห่างจากเบาะหน้าประมาณ 2 กำปั้น พื้นที่เหนือศีรษะอาจจะดูอึดอัดเล็กน้อยเนื่องจากดีไซน์ท้ายลาด แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดเกินไป พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 366 ลิตร เพียงพอสำหรับใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้ว 2 ใบ ใช้สำหรับการเดินทางประจำวันหรือทริประยะสั้นได้อย่างสะดวก
เมื่อสตาร์ทรถ การตอบสนองของพลังงานใน Taycan Turbo S นั้นรวดเร็วทันใจอย่างมาก พลังม้ารวม 775 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1110 นิวตันเมตร เมื่อเหยียบคันเร่งจะสามารถสัมผัสได้ถึงแรงเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรง สมรรถนะการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 2.4 วินาที ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ — จากการทดสอบจริง เมื่อใช้โหมด Sport และเร่งเต็มที่ ร่างกายจะถูกกดติดกับเบาะอย่างแน่นหนา จนถึงขั้นรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่ระบบโหมดการขับขี่ของมันสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายแบบ ในโหมด Comfort การส่งกำลังจะนุ่มนวลขึ้น เหมาะกับการขับขี่ในเมืองประจำวัน โหมดประหยัดพลังงานยังช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มระยะการเดินทางอีกด้วย ด้านการควบคุม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้การยึดเกาะถนนอย่างยอดเยี่ยม การควบคุมพวงมาลัยแม่นยำและหนักแน่น การเข้าโค้งมีการเอียงตัวรถที่น้อยมาก ระบบกันสะเทือนให้การตอบสนองต่อสภาพถนนอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถประเมินสถานะของรถได้อย่างแม่นยำ ช่วงล่างใช้ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งด้านหน้าและหลัง โดยปรับแต่งให้ออกไปทางสปอร์ต แต่ยังสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี — เมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือลูกคลื่นพื้นถนน ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้รู้สึกสะเทือนอย่างรุนแรง
ระยะการขับขี่และอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักของรถยนต์ไฟฟ้า เราได้ขับทดสอบในเมืองไทยทั้งบนถนนในเมืองและทางด่วน โดยขับระยะทางครึ่งหนึ่งของแต่ละประเภท เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเส้นทาง ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 60 กม./ชม. สุดท้ายทำได้ที่ประมาณ 85% ของระยะขับขี่ที่ระบุไว้ — จากระยะขับขี่ทางการที่ 626 กม. สามารถขับได้จริงประมาณ 530 กม. ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาด อัตราการสิ้นเปลืองไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 18.2 kWh ต่อ 100 กม. ซึ่งสูงกว่าที่ระบุไว้ที่ 17.8 kWh อยู่เล็กน้อย แต่หากพิจารณาว่ามีการใช้งานในโหมดสปอร์ตในบางส่วนของเส้นทาง ผลลัพธ์ดังกล่าวนับว่าน่าประทับใจมาก ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน เมื่อขับขี่ในความเร็วต่ำ รถแทบไม่มีเสียงรบกวน แต่เมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางจะชัดเจนขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ ระบบเสียง Burmester 21 ลำโพง มีคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม สามารถกลบเสียงรบกวนเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ระบบการเก็บพลังงานมีให้ปรับได้ 3 ระดับ โดยระดับสูงสุดมีความใกล้เคียงกับโหมดการขับขี่แบบใช้คันเร่งเดียว การขับขี่ในชีวิตประจำวันจึงช่วยลดการใช้เบรกได้ สะดวกและประหยัดพลังงาน
โดยรวมแล้ว จุดเด่นหลักของ 2024 Porsche Taycan Turbo S มีความชัดเจนมาก: สมรรถนะการเร่งที่ยอดเยี่ยม, การตกแต่งภายในที่หรูหรา, พื้นที่ใช้สอยที่ผสานกับความสะดวกสบาย และระยะการขับขี่ที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าในระดับเดียวกัน อย่าง Tesla Model S Plaid Taycan Turbo S จะมีความโดดเด่นในด้านความหรูหราและความสนุกในการควบคุม ถึงแม้จะมีผลการเร่งที่ด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและภาพลักษณ์ของแบรนด์หรูตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับสูงได้ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้บริโภคสองประเภท: ประเภทแรกคือผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพและความสนุกในการขับขี่ พร้อมความต้องการรถที่มี 4 ประตูสำหรับการใช้งานในครอบครัว และประเภทที่สองคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่หรูหราและเทคโนโลยีทันสมัย โดยไม่ต้องการเสียสละความสะดวกสบายในการใช้งาน
สรุปแล้ว 2024 Porsche Taycan Turbo S ไม่ใช่รถยนต์ที่มุ่งเน้นเฉพาะการเร่งความเร็วในทางตรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถรวมความเร้าใจในสนามแข่งและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล มันพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงแค่เร็วเท่านั้น แต่ยังให้อรรถรสในการควบคุมและประสบการณ์ความหรูหราได้ดีอีกด้วย — หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ และต้องการรถ “ซูเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานได้ในทุกวัน” ในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า Taycan Turbo S ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง


