รูป Toyota

รีวิว Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022

Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022 เป็นรถยนต์ซีดานระดับ C ที่ผสมผสานรูปลักษณ์สปอร์ตพร้อมความสะดวกสบายในการใช้งานสำหรับครอบครัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่สมดุลของตลาดในประเทศไทย
รูป Toyota Corolla Altis
รูป Toyota Corolla Altis
รูป Toyota Corolla Altis
รูป Toyota Corolla Altis
รูป Toyota Corolla Altis
THB 964,000
Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022
เซกเมนท์
C-Segment
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.8
ระบบเกียร์
CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ความต้องการของตลาดไทยสำหรับรถเก๋ง C-Segment มักมุ่งเน้นไปที่ความสมดุล — ทั้งขับขี่ประจำวันได้สะดวกและประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยและพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางของครอบครัว Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022 ได้ตอบโจทย์นี้เป็นอย่างดี ในฐานะรุ่นสปอร์ตของ Corolla ALTIS นอกจากยังคงมีความน่าเชื่อถือในแบบของรถในตระกูลนี้แล้ว ยังได้รับการอัปเกรดในด้านการออกแบบภายนอก อุปกรณ์ และการปรับจูนสมรรถนะเพื่อความเป็นสปอร์ต โดยในการทดสอบครั้งนี้เราจะมุ่งเน้น: ความเป็น "สปอร์ต" ของมันนั้นเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกหรือไม่? และในแง่ของการใช้งานในชีวิตประจำวันจะลดคุณค่าหรือเปล่า?

เมื่อมองจากระยะไกล Corolla ALTIS รุ่น Sport คันนี้ดูแตกต่างจากรุ่นปกติอย่างชัดเจน ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้ารูปแบบรังผึ้งขนาดใหญ่ขึ้น โดยรอบมีแถบสีดำล้อมรอบ ประกอบกับไฟส่องกลางวัน LED รูปทรงเหลี่ยมที่อยู่ด้านข้าง ทำให้มีเส้นสายที่ดูต่ำและดูเหมือน "รถเล็กแรงสูง" อย่างแท้จริง เส้นสายตัวถังด้านข้างดูเรียบหรู ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายก้านสุดพิเศษของรุ่น Sport (ขนาดยาง 225/45 R17) ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับล้อขนาด 16 นิ้วของรุ่นปกติ ส่วนขอบล้อที่มีการตกแต่งด้วยสีดำยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดูสปอร์ตมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านท้ายรถเน้นไปที่รายละเอียด: สปอยเลอร์ถูกออกแบบให้สีเดียวกับตัวถัง กลุ่มไฟท้าย LED ภายในได้รับการตกแต่งด้วยสีดำ และส่วนล่างของกันชนท้ายเสริมด้วยรูปแบบการกระจายแรงลมที่แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานจริง แต่ก็ช่วยเพิ่มมิติให้กับรูปลักษณ์ได้ดี ระบบไฟหน้าอัตโนมัติและไฟตัดหมอกที่ติดตั้งมาในทุกรุ่น ใช้งานได้ดีในฤดูฝนและถนนในยามค่ำคืนของไทย และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อเปิดไฟ

เมื่อเปิดประตูเข้ามา การตกแต่งภายในที่เน้นสปอร์ตยังคงสอดคล้องกับดีไซน์ภายนอก เบาะนั่งใช้วัสดุผ้าและหนังที่ผสมผสานกัน ด้านหลังและส่วนรองนั่งมีการรองรับด้านข้างที่ชัดเจน ตะเข็บสีแดงต่อเนื่องจากเบาะไปจนถึงพวงมาลัยและหัวเกียร์ ช่วยเพิ่มความประณีตให้กับภายในอย่างทันที แผงคอนโซลกลางมีการจัดวางที่เป็นระเบียบ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทุกรุ่น ความละเอียดของหน้าจอและความเร็วในการตอบสนองอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานในระดับเดียวกัน สามารถเชื่อมต่อบลูทูธและส่งภาพไปยังสมาร์ทโฟนได้ (น่าเสียดายที่ไม่มี CarPlay/Android Auto แต่ผู้ใช้ในตลาดไทยไม่ได้มีความต้องการพวกฟังก์ชันนี้มากนัก) แผงหน้าปัดประกอบด้วยตัวชี้แบบกลไกและหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 4.2 นิ้ว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นหน้าจอ LCD ทั้งหมด แต่ข้อมูลที่แสดงก็เพียงพอ เช่น อัตราการใช้น้ำมัน ความเร็ว และสถานะระบบความปลอดภัย อุปกรณ์เสริมของรุ่น Sport ที่น่าสนใจคือ HUD หน้าจอแสดงผลบนกระจกรถ — ผู้ขับขี่ไม่ต้องก้มหน้ามองก็สามารถเห็นความเร็วและข้อมูลนำทางได้ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในชีวิตประจำวันอย่างมาก; การเพิ่มแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยทำให้การ "ควบคุมแบบแมนนวล" มีโอกาสมากขึ้น แม้จะเป็นระบบเกียร์ CVT แต่การตอบสนองของแป้นเปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ช้าเลย

ในด้านพื้นที่ ฐานล้อที่ยาว 2,700 มม. อยู่ในระดับมาตรฐานของ C-Segment ที่นั่งด้านหน้ามีช่วงการปรับที่กว้างพอ ผู้ขับขี่ที่มีความสูง 175 ซม. สามารถปรับท่านั่งให้สบายได้ โดยมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้นและสองนิ้ว พื้นที่ด้านหลังยิ่งน่าประทับใจ ผู้โดยสารที่มีความสูงเท่ากันเมื่อนั่งแล้วจะมีพื้นที่วางขาประมาณสองกำปั้น และพื้นที่เหนือศีรษะเหลืออีกหนึ่งกำปั้น ถึงแม้ว่าจะนั่งเต็มทั้งสามคนก็ไม่รู้สึกอึดอัด พื้นรถด้านหลังที่เกือบจะแบนได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งตรงกลางสามารถวางเท้าได้อย่างสบาย การออกแบบที่เก็บของก็น่าใช้: ร่องเก็บของบนแผงประตูด้านหน้าสามารถใส่ขวดน้ำขนาด 500 มล. ได้สองขวด กล่องคอนโซลกลางมีความลึกเพียงพอที่จะใส่ร่มพับได้หนึ่งอัน ที่นั่งด้านหลังมีที่วางแก้วและที่พักแขนตรงกลาง ความจุห้องเก็บสัมภาระอยู่ที่ 471 ลิตร สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้สองใบและกระเป๋าขึ้นเครื่องอีกหนึ่งใบ ที่นั่งด้านหลังสามารถพับแบ่งได้ เพื่อรองรับการเก็บสิ่งของที่ยาวได้ โดดเด่นอีกเรื่องคือช่องแอร์ด้านหลังและพอร์ตชาร์จ USB ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่งผลให้ผู้โดยสารด้านหลังได้รับความสะดวกสบายอย่างมาก

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน รุ่น Sport นี้ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ กำลังสูงสุด 140 แรงม้า (6000rpm) แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร (4000rpm) พร้อมเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งสเปกเหมือนกับรุ่นปกติ แต่ Toyota ได้ปรับแต่งเกียร์ CVT ของรุ่น Sport ให้ตอบสนองคันเร่งได้ไวขึ้น - เพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ ก็สามารถรู้สึกถึงการส่งกำลังได้ทันที ต่างจากรุ่นปกติที่รู้สึกว่าช้าไปเล็กน้อย เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต เกียร์จะมีการเลียนแบบการเปลี่ยนเกียร์ที่ดุดันขึ้น เครื่องยนต์จะคงรอบที่สูงกว่า 2500rpm และเมื่อเหยียบคันเร่งแรงๆ แรงเร่งที่ออกมาถึงแม้จะไม่ได้ดุดันมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับการขับแซงในเมืองและการวิ่งบนทางหลวง ข้อมูลของทางการระบุว่าอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 7 วินาที แต่จากการทดสอบจริงในสภาพปิดระบบ ESP พร้อมเหยียบคันเร่งสุด ผลลัพธ์อยู่ที่ประมาณ 7.2 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วกว่ารถรุ่น 1.5L ในระดับเดียวกันเกือบ 1 วินาที และเพียงพอสำหรับผู้ใช้ที่มองหาความสนุกเล็กๆ ในการขับขี่

ในด้านการควบคุม รุ่น Sport นี้มีการปรับแต่งระบบกันสะเทือนให้แข็งขึ้นประมาณ 15% เมื่อเข้าโค้ง การรองรับแรงเหวี่ยงด้านข้างทำได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน การควบคุมการโยกของตัวถังถือว่าอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมในรถระดับเดียวกัน อีกทั้งพวงมาลัยยังมีค่าความว่างเปล่าลดลงและให้การตอบสนองที่แม่นยำกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ระบบกันสะเทือนที่แข็งขึ้นก็มีผลเสียเช่นกัน: เมื่อขับผ่านเนินหรือหลุมบ่อธรรมดาอย่างที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ความรู้สึกกระแทกสะเทือนจะเพิ่มขึ้นในที่นั่งด้านหลัง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่นั่งตรงกลางด้านหลัง อาจรู้สึกไม่สบาย แต่ถ้าเป็นการขับบนถนนในเมืองปกติ ระบบช่วงล่างยังคงซับแรงกระแทกเล็กน้อยได้ดี ไม่มีความรู้สึกสั่นสะเทือนจนเกินไป

สำหรับการบริโภคน้ำมัน ถือเป็นจุดเด่นของ Toyota ที่รักษามาตรฐานการประหยัดเชื้อเพลิงได้เสมอ ผลการทดสอบในครั้งนี้ครอบคลุมการขับรถในเมืองที่มีการจราจรติดขัด การขับทางไกลบนทางหลวง และในเขตชนบท อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 6.8 ลิตร/100 กม. น้อยกว่าค่าที่ทางการระบุไว้ที่ 7.7 ลิตร/100 กม. ซึ่งในราคาน้ำมันประเทศไทย (ในกรุงเทพฯ ปี 2024 ราคาเบนซิน 95 ประมาณ 40 บาท/ลิตร) คิดเป็นต้นทุนประมาณ 2.7 บาทต่อกิโลเมตร เหมาะสมอย่างมากสำหรับการขับรถประจำวัน

ในด้านความปลอดภัย รถรุ่นนี้มาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (ถุงลมด้านคนขับ, ผู้โดยสาร, ด้านข้างด้านหน้า, ม่านนิรภัยด้านหน้าและด้านหลัง, และถุงลมกันกระแทกตรงหัวเข่า) ระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน, และระบบเบรกอัตโนมัติ ซึ่งฟีเจอร์ความปลอดภัย TSS นี้สามารถตรวจจับรถจักรยานยนต์หรือคนเดินถนนที่ตัดหน้าได้อย่างแม่นยำในความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเรื่องการลดเสียงรบกวน รุ่น Sport นี้มีการควบคุมเสียงได้ในระดับกลางๆ การขับบนถนนในเมืองที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. เสียงยางและเสียงเครื่องยนต์ไม่รบกวนมากเกินไป แต่หากขับเกิน 100 กม./ชม. เสียงลมที่มาจากเสา A และกระจกมองข้างจะเริ่มชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ระดับเสียงยังถือว่าไม่รบกวนการพูดคุยปกติภายในรถ สำหรับความสะดวกสบายของเบาะนั่งต้องขอชื่นชม: ถึงแม้จะเป็นเบาะแบบสปอร์ต แต่เนื้อวัสดุมีความนุ่มสบายเพียงพอ สำหรับการขับระยะยาวเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก็ไม่ทำให้รู้สึกปวดหลังหรือเมื่อย อีกทั้งช่องลมแอร์ด้านหลังยังให้แรงลมที่เพียงพอ ถึงแม้จะขับในอุณหภูมิสูงถึง 35°C ในประเทศไทย ผู้โดยสารด้านหลังก็สามารถเย็นสบายได้อย่างรวดเร็ว

โดยสรุป Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022 ไม่ใช่รถสปอร์ตที่แท้จริง แต่เป็นรถครอบครัวที่ผสานคุณสมบัติของรถสปอร์ตและการใช้งานจริงไว้ด้วยกัน ข้อดีของมันนั้นโดดเด่นมาก: ดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ตสะดุดตา การปรับจูนเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังมากกว่ารุ่นปกติ การเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วย HUD และแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระยะฐานล้อ 2700 มม. และพื้นที่เก็บสัมภาระ 471 ลิตรที่เพียงพอต่อการเดินทางของครอบครัว และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ทางการระบุไว้ 7.7 ลิตร/100 กม. (ซึ่งจริงๆ แล้วต่ำกว่านี้) ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในประเทศไทยที่มองหาความคุ้มค่าในการประหยัดน้ำมันได้อย่างดี

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Honda Civic 1.5T และ Mazda 3 2.0L ข้อได้เปรียบของมันคือ: ราคาต่ำกว่า (ราคาแนะนำ 964,000 บาท ถูกกว่า Civic 1.5T เกือบ 100,000 บาท) และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันกว่า (ถุงลมนิรภัย 7 จุด + ระบบ TSS ครบชุดเป็นมาตรฐาน ในขณะที่ Civic บางตัวเลือกด้านความปลอดภัยต้องเพิ่มเงิน); จุดด้อยคือ: พลังงานการเร่งตัวไม่ดีเท่า Civic 1.5T และความพรีเมียมของภายในยังด้อยกว่า Mazda 3 เล็กน้อย

กลุ่มเป้าหมายชัดเจนมาก: หากคุณเป็นกลุ่มครอบครัวหนุ่มสาววัย 25-35 ปี ต้องการรถที่สามารถขับไปโชว์เป็นหน้าเป็นตาได้ มีความสนุกในการขับขี่เป็นบางครั้ง และยังตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน เช่น การเดินทางไปทำงาน รับส่งลูก หรือซื้อของ รถ Corolla ALTIS Sport รุ่นนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดี; แต่ถ้าคุณต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่เน้นความสปอร์ตสุดขั้ว มันอาจไม่ดีเท่า Civic Type R แต่เมื่อพิจารณาถึงราคาและความใช้งานสมเหตุสมผล ความสมดุลของมันก็ยอดเยี่ยมเพียงพอแล้ว

สรุปสุดท้าย: Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022 คันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ "เข้าใจผู้ใช้ชาวไทย" อย่างแท้จริง — มันไม่ได้ลดทอนความสามารถในเชิงกีฬาเพื่อความสะดวกสบาย แต่กลับใช้การปรับแต่งและการตั้งค่าที่แม่นยำ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง "ความสนุก" และ "ความใช้งาน" ได้อย่างน่าประทับใจ ในตลาด C-Segment ที่มีการแข่งขันสูง รถคันนี้มีข้อได้เปรียบเฉพาะตัวของตนเอง

ข้อดี
ระบบความปลอดภัยครบครัน พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง + ระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ครบชุด ใช้งานจริงช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องยนต์ 1.8L เพียงพอสำหรับการเร่งแซงในเมือง การขับขี่บนทางหลวงมีความมั่นคง เกียร์ CVT มีความนุ่มนวล
พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ระยะฐานล้อ 2700 มม. ห้องโดยสารด้านหลังกว้างขวาง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 471 ลิตร
ข้อเสีย
ระยะห่างจากพื้นเพียง 135 มม. ต้องระมัดระวังเมื่อผ่านถนนที่มีน้ำท่วมในฤดูฝน
เมื่อเร่งความเร็วอย่างฉับพลัน เกียร์ CVT จะมีเสียง "หอน" ที่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่
ขนาดหน้าจอกลางมีขนาดเล็ก อาจส่งผลต่อความสะดวกสบายในการใช้งาน
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.8 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.5 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเครื่อง
เจ้าของ Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022
ก่อนหน้านี้ขับ Vios รุ่นเก่า พอเปลี่ยนมาเป็น Corolla ALTIS Sport รู้สึกเหมือนอัปเกรดประสบการณ์เลย! ระบบความปลอดภัยจัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัย 7 จุด+ระบบความปลอดภัยเชิงรุกครบชุด ช่วงเร่งรีบในกรุงเทพฯ ระบบเตือนการชนด้านหน้าเคยช่วยชีวิตฉันไว้ครั้งหนึ่ง! เครื่องยนต์ 1.8 เหมาะสำหรับการเร่งแซงในเมือง ช่วงวันหยุดขับทางไฮเวย์ไปหัวหินก็ขับได้มั่นคงมาก เกียร์ CVT ทำงานได้ราบรื่น แต่เวลาเร่งแซงด่วนจะมีเสียง "โฮๆ" บ้าง วัสดุภายในดูดีและให้ความรู้สึกดีกว่าคู่แข่งอย่าง Civic HUD และแอร์สำหรับเบาะหลังใช้งานได้ดีมากในวันที่โดนแดดแรงในประเทศไทย มีข้อสังเกตเล็กน้อย: ระยะใต้ท้องรถ 135 มม. ช่วงหน้าฝนจะต้องระวังเวลาขับผ่านน้ำขัง แต่ด้วยพื้นที่บรรทุก 471 ลิตร สามารถเก็บอุปกรณ์แคมป์ปิ้งของครอบครัวได้ครบ ในราคานี้ ถ้าเลือกในประเทศไทยถือว่าคุ้มมาก!
5 ดีเยี่ยม
สายทน
เจ้าของ Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022
ก่อนหน้านี้ใช้ Honda City รุ่นเก่า เปลี่ยนเป็น Corolla Sport 1.8 CVT แล้วบอกได้เลยว่าตัดสินใจไม่ผิด! ชั่วโมงเร่งด่วนในเช้าๆ ที่กรุงเทพฯ รถติดเป็นลานจอดรถ CVT สมูทเหมือนดื่มชานมไทย เร่ง 0-100 ได้ใน 7 วินาที เร่งแซงแบบมันส์ๆ ประหยัดน้ำมันไว้ที่ 7.7 ลิตร/100 กม. ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้งาน ช่วงสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ระยะฐานล้อ 2700 มม. ห้องโดยสารหลังนั่งสบายจนสามารถไขว้ขาได้ พื้นที่ใส่ของด้านหลัง 471 ลิตร ใส่กระดานโต้คลื่นและขนมของว่างไปด้วยกันได้หมด ภายนอกดูสปอร์ตแต่ไม่โอเวอร์เกินไป ล้อ 17 นิ้วคู่กับล้อดำด้าน เท่จนคนต้องเหลียวหลัง ภายในมีวัสดุหุ้มแบบนุ่มให้เยอะ HUD และแป้นเปลี่ยนเกียร์ใช้งานสะดวก มีแค่จอคอนโซลกลางที่รู้สึกเล็กไปนิดเดียว อุปกรณ์ความปลอดภัยจัดเต็ม ถุงลมนิรภัย 7 ใบ + ระบบเบรกอัตโนมัติ สบายใจเวลาขี่ผ่านมอเตอร์ไซค์ที่ซิกแซกไปมาของกรุงเทพฯ ข้อเสียเดียวคือระยะห่างจากพื้นถนน 135 มม. ช่วงหน้าฝนต้องระวังเวลาลุยน้ำขัง โดยรวมแล้วรถ C-Segment คันนี้เหมาะกับการใช้งานทั้งในบ้านและเดินทางในประเทศไทย 960,000 บาท คุ้มสุดๆ!
5 ดีเยี่ยม
สายเบรก
เจ้าของ Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022
รถ Corolla ALTIS Sport 1.8 CVT คันนี้ใช้มาเกือบปีแล้ว ขับในเมืองตอนรถติด CVT ก็ยังนุ่มนวล เร่งแซงก็มีพลังเหลือเฟือ ตอนหลังนั่งสามคนเพื่อนไม่อึดอัด พร้อมเก็บอุปกรณ์แคมปิ้งในท้ายรถได้พอดี ออปชั่นความปลอดภัยครบครัน มีถุงลมนิรภัย 7 จุด + เบรกอัตโนมัติ ขับตอนฝนตกมั่นใจไปอีก แต่กินน้ำมัน 7.7 ลิตร ขับในเมืองรถติดต้องเหยียบเพิ่มหน่อย แต่อัตราเร่งและความปลอดภัยคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
5 ดีเยี่ยม
สายม่วง
เจ้าของ Toyota Corolla ALTIS Sport 1.8 Sport CVT 2022
ทุกวันติดอยู่บนถนนก็ไม่หงุดหงิด! เครื่องยนต์ 1.8L เหยียบแล้วพุ่งไปเลย, เกียร์ CVT ลื่นไหลเหมือนดื่มชาเย็น หลังรถมีเพื่อนสามคนเบียดกันก็ไม่อึดอัด, กระโปรงหลังใส่อุปกรณ์ตั้งแคมป์วันหยุดสุดสัปดาห์ได้หมด HUD แสดงข้อมูลบนกระจกหน้าควบคุมการนำทางสะดวกมาก, ถุงลมนิรภัย 7 จุดให้ความรู้สึกปลอดภัยถึงขีดสุด แต่การใช้น้ำมันอยู่ที่ 7.7L บางครั้งเหยียบแรงๆ ก็เสียดายค่าน้ำมันเหมือนกัน~
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.8
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1798
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6000
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
4000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
7
อัตราสิ้นเปลือง
7.7
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
225/45 R17
ขนาดยางหลัง
225/45 R17
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
C-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4630
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1780
ความสูง(มิลลิเมตร)
1435
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2700
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
471
รูป Toyota Corolla Altis
Toyota Corolla Altis
รูป Alfa Romeo 156
Alfa Romeo 156
Toyota Corolla Altis
vs
Alfa Romeo 156
รูป Toyota Corolla Altis
Toyota Corolla Altis
รูป Suzuki Ciaz
Suzuki Ciaz
Toyota Corolla Altis
vs
Suzuki Ciaz
รูป Toyota Corolla Altis
Toyota Corolla Altis
รูป MG 5
MG 5
Toyota Corolla Altis
vs
MG 5
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ถังน้ำมันของรถยนต์ Toyota Corolla ปี 2020 มีขนาดเท่าไร?

Toyota Altis 2021 ในมาเลเซียราคาเท่าไหร่?

ราคา Altis 2021 คือเท่าไหร่?