รูป VOLT

รีวิว VOLT City EV For-Four 2023

VOLT City EV For-Four Top 2023 ในฐานะรถไฟฟ้าบริสุทธิ์รุ่นสูงในเซกเมนต์ A ด้วยการติดตั้งความปลอดภัยที่เหนือกว่า, ความเร็วสูงสุด 200km/h และการควบคุมที่คล่องตัว เหมาะสมสำหรับการเดินทางในเมืองและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอายุน้อย
รูป VOLT City EV For-Four
THB 425,000-525,000
VOLT City EV For-Four 2023
เซกเมนท์
A-Segment
ตัวถัง
Hatchback
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
102
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังมอเตอร์(kW)
-
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในสถานการณ์การเดินทางในเมืองที่มีการแบ่งส่วนย่อยที่เพิ่มขึ้น รถยนต์ไฟฟ้า A-Segment ด้วยความยืดหยุ่นของตัวรถและข้อได้เปรียบด้านต้นทุนที่ต่ำ จึงกลายเป็นที่นิยมในตลาด VOLT City EV For-Four Top 2023 ในฐานะรุ่นระดับสูงในกลุ่มนี้ โดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่าและความเร็วสูงสุดที่ 200 กม./ชม. ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก การทดสอบการขับขี่ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ภายนอก, การแสดงผลเชิงไดนามิก และความเหมาะสมในสถานการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้ข้อมูลอ้างอิงที่แท้จริงแก่นักบริโภค

รูปลักษณ์ของ VOLT City EV For-Four Top ยังคงไว้ซึ่งความเล็กกระทัดรัดตามสไตล์รถ A-Segment ด้านหน้าของรถออกแบบเป็นแบบปิดพร้อมชุดไฟกลางวัน LED ที่มีดีไซน์เฉียบคมและง่ายต่อการจดจำ เส้นด้านข้างของตัวรถดูเรียบง่าย ล้อขนาด 13 นิ้วและสัดส่วนของตัวรถมีความกลมกลืนกัน ส่วนท้ายรถมีชุดไฟท้าย LED ที่สอดคล้องกับด้านหน้า รูปลักษณ์ทั้งหมดเน้นไปที่ความใช้งานได้จริงและไม่มีการออกแบบที่ฉูดฉาดเกินไป ระบบไฟส่องสว่างมีการติดตั้งครบครัน โดยไฟหน้าอัตโนมัติและไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เมื่อลองเข้ามาภายใน ส่วนภายในใช้โทนสีดำเป็นสีหลัก แผงควบคุมมีการจัดวางอย่างเรียบง่าย บริเวณหลักเป็นหน้าจอสัมผัสลอยตัว (แม้ว่าจะไม่ได้ระบุขนาด แต่การทำงานมีความลื่นไหล) ปุ่มกดแบบฟิสิกส์มุ่งเน้นไปที่บริเวณใกล้กับพื้นที่เปลี่ยนเกียร์ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานโดยไม่ต้องมองไปจับ ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก แต่กระบวนการเชื่อมต่อวัสดุทำออกมาได้ดี เบาะที่นั่งทำจากวัสดุผ้า ให้การรองรับที่เหมาะสม สำหรับฟีเจอร์ การติดตั้งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรุ่น Classic โดยมีระบบควบคุมความเร็ว, กล้องมองหลัง และเซนเซอร์ถอยหลังมาเป็นมาตรฐาน ฟังก์ชันสนับสนุนการขับขี่ในชีวิตประจำวันครบครัน

พื้นที่ภายในตอบโจทย์ขนาดรถ A-Segment ยาว 3380 มม. กว้าง 1499 มม. และสูง 1610 มม. ระยะฐานล้อ 2440 มม. พื้นที่โดยสารแถวหน้าเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. มีระยะเหนือศีรษะห่างจากเพดานประมาณหนึ่งกำปั้น ขณะที่แถวหลังเมื่อนั่งผู้ใหญ่สองคน พื้นที่วางขาจะค่อนข้างจำกัด แต่ไม่มีปัญหาสำหรับการเดินทางระยะสั้น สำหรับความสามารถในการบรรจุสิ่งของ มีช่องเก็บของสำหรับโทรศัพท์และที่วางแก้วในแถวหน้า ความจุปกติของห้องท้ายมีประมาณ 200 ลิตร เพียงพอต่อการเก็บของช้อปปิ้งในชีวิตประจำวัน เบาะแถวหลังสามารถพับส่วนแบ่งเพื่อขยายพื้นที่เก็บของ นอกจากนี้ยังมีช่องปล่อยลมแอร์และพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เพิ่มความสะดวกสบายในแง่การใช้งาน

ในด้านระบบขับเคลื่อน รุ่น Top มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบวางหลังที่ให้กำลังสูงสุด 46PS และแรงบิดสูงสุด 102N·m คู่กับเกียร์แบบสปีดเดียว ช่วงเริ่มการขับเคลื่อนตอบสนองกำลังได้อย่างรวดเร็ว อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. มีความกระฉับกระเฉง เหมาะกับสภาพจราจรติดขัดในเมือง ขณะที่การเร่งในระดับความเร็วปานกลางถึงสูง (80-120 กม./ชม.) อาจจะค่อนข้างช้ากว่า แต่ก็เพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน ระบบขับขี่มีโหมดประหยัดพลังงาน (Economy) และโหมดสปอร์ต (Sport) ในโหมดสปอร์ต การส่งกำลังจะตอบสนองได้ตรงใจมากยิ่งขึ้น ความเร็วสูงสุดสามารถไปได้ถึง 200 กม./ชม. ซึ่งดีกว่ารุ่น Classic ที่มีความเร็วสูงสุด 135 กม./ชม. อย่างเห็นได้ชัด

ในด้านสมรรถนะการควบคุม พวงมาลัยมีการบังคับที่นุ่มนวลและมีช่องว่างการเลื่อนไม่มาก ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ในเมือง ช่วงล่างมีลักษณะเป็นแบบแมคเฟอร์สัน (คาดว่า เพราะไม่มีการระบุตรง ๆ) ขณะที่รองรับกับลูกคลื่นหรือพื้นถนนที่ขรุขระ ประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนข้างที่จะให้ตัวรถกระเด้งกระดอนไปบ้าง แต่ถ้าเมื่อเปรียบเทียบกับรถ A-Segment รุ่นอื่นๆ อยู่ในระดับมาตรฐาน สำหรับการเข้าโค้ง เนื่องจากตัวรถมีขนาดเล็กและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การควบคุมการเอียงขณะเลี้ยวจึงพอเหมาะ และให้ความมั่นคงที่ดี

ในด้านระยะการใช้งานและการใช้พลังงาน แม้จะไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะทางการใช้งาน แต่สามารถคาดการณ์จากรถรุ่นใกล้เคียงได้ว่าระยะการใช้งานจริงในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 250-300 กม. ส่วนการใช้งานบนทางหลวงอาจลดลงบ้าง ด้านการใช้พลังงานนั้นอยู่ในระดับปกติ โดยในสภาพการจราจรในเมืองพลังงานไฟฟ้าที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 12-14 kWh/100 กม. ระบบการชาร์จพลังงานกลับสามารถปรับได้ผ่านแป้นพายบนพวงมาลัย โดยมีทั้งหมด 3 ระดับ และในระดับสูงสุดสามารถขับขี่ได้แบบใช้คันเร่งแป้นเดียว ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ เบาะนั่งมีความสะดวกสบายในระดับปานกลาง หากนั่งเป็นเวลานานอาจเกิดอาการเมื่อยล้าได้ การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีพอสมควร เสียงจากยางรถและลมยังไม่ชัดเจนเมื่อขับขี่ที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. แต่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ระบบเบรกมีการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติและระยะการเบรกก็เหมาะสมกับมาตรฐานของรถขนาดเล็ก

โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ VOLT City EV For-Four Top 2023 อยู่ที่ความปลอดภัยเกินระดับ (มีถุงลมนิรภัย 6 จุด, ระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบเตือนการออกนอกเลนในทุกรุ่น) และความเร็วสูงสุดที่ 200 กม./ชม. เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน (เช่น MINI EV รุ่นท็อป) จะมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันกว่า แต่ราคาที่ 525,000 บาท สูงกว่ารุ่น Classic ถึง 100,000 บาท โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่ความเร็วสูงสุด ซึ่งทำให้ความคุ้มค่าของ Top รุ่นนี้น้อยกว่ารุ่น Classic

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานสำหรับการเดินทางในเมืองเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ความปลอดภัยและการใช้งานที่คล่องตัว เช่น คนทำงานรุ่นใหม่หรือครอบครัวที่ต้องการรถคันที่สอง หากงบประมาณจำกัด รุ่น Classic (425,000 บาท) ซึ่งมีอุปกรณ์เหมือนกันจะมีความคุ้มค่ามากกว่า แต่หากมีความต้องการเรื่องความเร็วสูงสุด รุ่น Top สามารถเป็นตัวเลือกหนึ่งได้

โดยสรุปแล้ว VOLT City EV For-Four Top 2023 เป็นรถสำหรับใช้ในเมืองที่เน้นการใช้งานง่ายและปลอดภัย โดดเด่นด้านอุปกรณ์ความปลอดภัย แต่ในเรื่องสมรรถนะและพื้นที่ใช้สอยเหมาะเพียงการใช้งานพื้นฐาน เหมาะสำหรับผู้ใช้ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

ข้อดี
ตัวถังรถขนาดเล็กกระทัดรัด คล่องตัว เหมาะสำหรับซอยแคบและการเดินทางในเขตเมืองของกรุงเทพฯ สะดวกในการแทรกตัว
ออกตัวว่องไว แซงรถในเมืองได้อย่างง่ายดาย การตอบสนองแรงบิดของมอเตอร์รวดเร็ว เหมาะกับเส้นทางที่มีไฟแดงมาก
ระยะทางวิ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในหนึ่งสัปดาห์ โดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ ค่าไฟฟ้าต่ำ มีความคุ้มค่าสูง
ข้อเสีย
สีตัวถังค่อนข้างบาง โดนขูดขีดง่ายจนเห็นเนื้อใน
ภายในรู้สึกเป็นพลาสติก คุณภาพปานกลาง
ขับเคลื่อนล้อหลังในวันที่ฝนตกหรือพื้นเปียกลื่นรถจะส่าย ขับเร็วตัวถังรถจะลอยไม่ค่อยมั่นคง
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 6 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.7 / 5
แสดงรีวิว 6 รายการ
4 ดีเยี่ยม
TrackStar
เจ้าของ VOLT City EV For-Four Top 2023
สวัสดีทุกคน! ฉันคือเจ้าของรถ VOLT City EV For-Four Top 2023 และได้ขับในกรุงเทพมามากกว่าครึ่งปีแล้ว ขอแชร์ประสบการณ์จริงของฉัน ~ ก่อนอื่นในเรื่องของรูปลักษณ์ ให้ 4 คะแนน! ตัวรถมีขนาดเล็กน่ารัก ความยาว 3380 มม. ทำให้คล่องตัวมากในตรอกซอกซอยที่แออัดของกรุงเทพฯ และยังมีคนหันมามองบ่อย ๆ ~ แต่สีรถค่อนข้างบาง ครั้งก่อนจอดข้างทางแล้วโดนมอเตอร์ไซค์ขูดเล็กน้อยจนเห็นเนื้อรถ ขอหักคะแนนตรงนี้นิดหน่อย ในด้านสมรรถนะ ให้ 4 คะแนนเช่นกัน! แม้จะมีกำลังแค่ 46 แรงม้า แต่สำหรับการขับในตัวเมืองถือว่าเพียงพอ — ในกรุงเทพมีไฟแดงเยอะ การออกตัวก็ค่อนข้างคล่องแคล่ว และการแซงก็ไม่ยุ่งยาก การส่งกำลังที่ล้อหลังอาจมีอาการลื่นนิดหน่อยเมื่อถนนเปียกในวันฝนตก แต่การขับในชีวิตประจำวันไม่มีปัญหา ความจุแบตเตอรี่ก็เพียงพอให้ฉันใช้งานได้หนึ่งสัปดาห์โดยไม่ต้องชาร์จทุกวัน ซึ่งสะดวกสบายมาก สำหรับภายในรถ ให้ 4 คะแนนเหมือนกัน~ ถึงแม้ว่าขนาดจะเล็กแต่ก็มีฟังก์ชันครบครัน เบาะนั่งนุ่มน่าสบาย นั่งนานก็ไม่รู้สึกเมื่อย หน้าจอกลางใช้งานง่ายและเชื่อมต่อ CarPlay สะดวกมาก แต่มีความรู้สึกถึงวัสดุเป็นพลาสติกบ้าง ซึ่งก็เป็นเพราะราคา (520,000 บาท) อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วฉันพอใจมาก! สรุปแล้ว สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในเมือง เจ้านี่ทำงานได้ดีจริง ๆ ในสภาพถนนของประเทศไทย ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่เหมือนกับฉันและใช้รถในตัวเมืองทุกวันค่ะ!
5 ดีเยี่ยม
สายแกร่ง
เจ้าของ VOLT City EV For-Four Top 2023
ในฐานะเจ้าของ VOLT City EV For-Four Top 2023 ที่ขับที่ประเทศไทยมา 3 เดือน ยิ่งขับยิ่งหลงรัก! เริ่มจากการชื่นชมภายนอก — ตัวรถเล็กกระทัดรัดทรงมน พร้อมสีเหลืองสดใส ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ ดึงดูดสายตาได้ดีมาก ถึงกับคุณป้าขายข้าวเหนียวมะม่วงข้างทางยังชมว่า “รถสวยจัง”! ภายในรถก็ยอดเยี่ยมมาก วัสดุสัมผัสนุ่ม ให้ความรู้สึกสบาย หน้าจอกลางใช้งานลื่นไหล แม้แต่แม่ของฉันที่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี ก็ยังหาแป้นควบคุมแอร์และปุ่มเพลงได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือสมรรถนะ! ฤดูฝนในประเทศไทย ถนนลื่น แต่การขับเคลื่อนล้อหลังของรถคันนี้กลับมีความมั่นคงแม้ในตรอกเปียกๆ ครั้งก่อนที่พาเพื่อนไปแถวเขาชายเมืองเชียงใหม่ ขึ้นเขาก็เอาอยู่ และในกรุงเทพฯที่รถติดบ่อย ๆ แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้ามาเร็วมาก ทำให้ขับลัดเลาะได้คล่องแคล่ว ต่างจากรถน้ำมันในระดับราคาเดียวกันที่อืดมาก สรุปเลยว่าทั้งสามจุดนี้ได้คะแนนเต็ม! เหมาะกับการเดินทางในเมืองของประเทศไทยสุดๆ!
5 ดีเยี่ยม
เกียร์6
เจ้าของ VOLT City EV For-Four Clsasic 2023
ในฐานะเจ้าของ VOLT City EV For-Four Classic 2023 ในประเทศไทย ขับมาได้สามเดือนแล้ว ยิ่งขับยิ่งชอบ! ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องรูปลักษณ์และการตกแต่งภายในต้องให้คะแนนเต็ม—ตัวรถขนาดเล็กแต่เส้นสายโค้งเว้าสวยงามน่ารัก โทนสีมาคารอนโดดเด่นมากในถนนกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่จอดข้างทางก็มีคนเข้ามาถามว่าเป็นยี่ห้ออะไร การตกแต่งภายในถึงจะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่วัสดุที่ใช้นุ่มนวลมือมาก แถบสีฟ้าบนแผงคอนโซลตรงกับตัวตนของ EV นั่งอยู่ข้างในแล้วรู้สึกอารมณ์ดี~ เรื่องความปลอดภัยให้คะแนน 4 ก็คือฟังก์ชันพื้นฐานมีครบ ABS, ถุงลม, สัญญาณเตือนออกนอกเลนเหล่านี้ มีครบหมด ช่วงฤดูฝนที่ถนนลื่น ระบบเบรกอัตโนมัติก็ช่วยให้ครั้งหนึ่งไม่เกิดอุบัติเหตุชนท้าย ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่เพราะเป็นรถไซส์เล็ก A-segment เวลาขับบนทางหลวงที่ความเร็วเกิน 120km/h อาจจะรู้สึกว่ารถโคลงไปบ้าง อาจจะเป็นเพราะตัวรถเบา? แต่ถ้าขับในเมืองหรือรอบชานเมืองก็เพียงพอแล้ว ตอนไปกับรถอื่นเวลารถติดในกรุงเทพฯ ก็ยังมั่นคงดี โดยรวมแล้วถือว่าพอใจมาก! สรุปแล้ว ราคานี้ได้รถ EV ที่น่ารักและใช้งานได้จริงแบบนี้ ขับในกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้ว~
5 ดีเยี่ยม
สายกรอง
เจ้าของ VOLT City EV For-Four Top 2023
ในฐานะเจ้าของรถ VOLT City EV For-Four Top 2023 ที่ขับในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ขอชื่นชมภายในรถก่อนเลย! แม้จะเป็นรถยนต์กลุ่ม A-Segment แต่เมื่อเข้าไปนั่งข้างใน ไม่รู้สึกถึงความราคาถูกเลย—แผงคอนโซลที่ทำจากวัสดุเนื้อนุ่มให้สัมผัสที่สบาย เบาะเป็นผ้าระบายอากาศ แม้ในวันที่กรุงเทพฯ มีอากาศร้อนเกือบ 30 องศาก็ไม่รู้สึกร้อนหรืออึดอัด สำหรับเจ้าของรถน้ำใจคนไทยที่ดื่มชาไทยแก้วใหญ่ พื้นที่วางแก้วด้านหน้าพอดีสำหรับแก้วเครื่องดื่มใหญ่ หน้าจอกลางก็ทำงานได้รวดเร็ว ระบบ CarPlay ใช้งานง่าย นำทางไปตลาดสุดสัปดาห์ได้สะดวกมาก การตกแต่งภายในนี่ให้เต็ม 5 คะแนนเลย ไม่มีที่ติ! ในเรื่องความปลอดภัย ผมให้ 4 คะแนน รู้สึกอุ่นใจตอนขับขี่ในชีวิตประจำวัน เดือนที่แล้วขับอยู่บนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ ตามหลังรถคันหน้าใกล้เกินไป รถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยหยุดรถให้ทันที ทำให้ไม่ชนท้าย โชคดีจริงๆ! ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนก็ไวมากตอนขับบนทางหลวง บางครั้งขับรถนานๆ แล้วเผลอหลุด มีการสั่นของพวงมาลัยเพื่อเตือนเรา แต่อยู่ครั้งหนึ่งที่เชียงใหม่ขับบนถนนชนบทขรุขระ รู้สึกว่ารถเบาไปหน่อย ทำให้ตอนเข้าโค้งใจยังแอบมีเสียวอยู่—อาจเป็นเพราะน้ำหนักรถแค่ 690 กก.? แต่โดยรวมแล้วอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน ABS และถุงลมนิรภัยก็มีเป็นมาตรฐาน การขับในเมืองนี่ถือว่าเพียงพอแล้ว!
4 ดีเยี่ยม
สายสี
เจ้าของ VOLT City EV For-Four Clsasic 2023
ในฐานะเจ้าของ VOLT City EV For-Four Classic 2023 ที่ขับรถในประเทศไทยมาเกือบครึ่งปี สิ่งที่อยากพูดถึงมากที่สุดก็คือเรื่องภายนอกและความปลอดภัย ภายนอกให้คะแนน 4 เต็ม เอาจริง ๆ ก็ตรงกับความคาดหมายของฉัน รถขนาดเล็กที่สามารถเลี้ยวในซอยที่รถติดเหมือน "ลานจอดรถ" ในกรุงเทพได้อย่างคล่องตัว สีขาวของรถก็ดูสะอาดแม้จะอยู่ภายใต้แสงแดดอันแรงของไทย แต่การออกแบบกระจังหน้าที่ปิดสนิท ทำให้ครั้งแรกที่มองรู้สึกว่าขาดความ "เร้าใจ" ของรถน้ำมันไปหน่อย หรือว่าอาจจะเป็นเพราะฉันยังไม่คุ้นเคยกับสไตล์ของรถไฟฟ้า? เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่บอกว่าเส้นโค้งมนแบบนี้ก็ดูน่ารักดี ที่จอดอยู่ในหมู่บ้านก็ดูแตกต่างดี เรื่องความปลอดภัยต้องให้คะแนนเต็ม! เดือนที่แล้วขับรถบนทางด่วนจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพ รถคันหน้าหยุดกระทันหัน ฉันยังไม่ได้ตอบสนองเลย ระบบเบรกอัตโนมัติก็ร้อง "ปี๊ปปี๊ป" แล้วก็เบรกรถให้เอง เกือบจะชนท้ายแล้ว ตอนนั้นหัวใจแทบหยุดเต้น หลังจากดูที่หน้าจอถึงได้รู้ว่าเป็นระบบเตือนการเบี่ยงเลนกับระบบเบรกอัตโนมัติที่ทำงานพร้อมกัน และรถคันนี้ยังมีถุงลมนิรภัยด้านข้างทั้งหน้าและหลัง รวมถึงม่านถุงลมนิรภัย ครบหมด แม่ฉันนั่งหลังยังพูดว่า "ปลอดภัยกว่ารถโตโยต้าคันเก่าของเพื่อนบ้านอีก" ช่วงฤดูฝนถนนลื่น ระบบ ABS และเรดาร์ถอยหลังก็ช่วยได้เยอะ ทุกครั้งที่ถอยรถเข้าช่องจอดในซอยก็เลยมั่นใจมาก โดยรวม ประสิทธิภาพภายนอกอาจจะไม่ "สะดุดตา" ในทันที แต่คุ้มค่า การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับในประเทศไทยที่ถนนซับซ้อน ความปลอดภัยสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด!
1
2
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
46
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
102
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
5.91
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
EV
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
155/65 R13
ขนาดยางหลัง
155/65 R13
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
A-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
3380
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1499
ความสูง(มิลลิเมตร)
1610
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2440
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ราคาของ byd dolphin เท่าไหร่

Tesla Model 3 กับ Model Y แตกต่างกันอย่างไร

Porsche Cayenne 2023 มีขนาดใหญ่แค่ไหน