รูป VOLT

รีวิว VOLT City EV For-Two Top 2023

VOLT City EV For-Two Top 2023 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับสองที่นั่งที่มุ่งเน้นการเดินทางระยะสั้นในเมือง โดยเน้นจุดขายสำคัญที่ระบบความปลอดภัยชั้นนำในระดับเดียวกันและตัวรถที่มีความคล่องตัว ใช้งานได้จริงและขับขี่ง่าย
รูป VOLT City EV For-Two
THB 465,000
VOLT City EV For-Two Top 2023
เซกเมนท์
A-Segment
ตัวถัง
Hatchback
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
90
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังมอเตอร์(kW)
-
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ปัจจุบันตลาดรถไฟฟ้ากลุ่ม A-Segment ในประเทศไทยเริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อรถสำหรับการเดินทางในระยะใกล้กำลังเปลี่ยนจาก "แค่ขับได้ก็พอ" ไปเป็น "การใช้งานที่คุ้มค่าและปลอดภัย" VOLT City EV For-Two Top 2023 ในฐานะตัวเลือกใหม่ในเซกเมนต์นี้ ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยสูงและตัวถังที่คล่องตัว การทดลองขับในครั้งนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่ารถรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการการเดินทางในเมืองประจำวันได้หรือไม่

รูปลักษณ์ภายนอกของ VOLT City EV For-Two Top 2023 มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับรถขนาดเล็กในกลุ่ม A-Segment เส้นสายโดยรวมมีความโค้งมนและกระชับ ความยาวตัวรถเพียง 2,920 มม. ทำให้เคลื่อนที่สะดวกในถนนแคบหรือที่จอดรถ แผงหน้ารถใช้ดีไซน์กระจังหน้าปิดทึบ พร้อมไฟหน้าทรงโค้งมน ภายในชุดไฟหน้ามีไฟส่องกลางวันแบบ daytime running light เมื่อเปิดใช้งานจะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ด้านข้างตัวถังมีเส้นสายเรียบง่าย ล้อขนาด 13 นิ้วจับคู่กับยางขนาด 155/65 R13 ซึ่งเข้ากันได้ดีกับตัวรถขนาดเล็ก ส่วนด้านท้ายตัวรถมีความอวบอิ่ม ไฟท้ายจัดเรียงแนวตั้ง กันชนหลังไม่มีดีไซน์ซับซ้อนโดยรวมมีสไตล์ที่เน้นการใช้งาน

เมื่อเข้าภายในรถ การตกแต่งใช้สีดำเป็นหลัก การจัดวางคอนโซลกลางดูเรียบง่ายและชัดเจน คอนโซลกลางติดตั้งจอสัมผัสแบบลอยตัว (ไม่มีข้อมูลขนาด แต่การทำงานถือว่าใช้งานได้ลื่นไหล) ด้านล่างของจอยังคงมีปุ่มจริงบางส่วน เพื่อความสะดวกขณะขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้า ฟองน้ำมีความพอดี ไม่ได้ให้ความรู้สึกสบายสุดสุดแต่เมื่อเดินทางในระยะสั้นจะไม่รู้สึกเหนื่อยล้า การติดตั้งอุปกรณ์ในรถถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ มาพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น ระบบเตือนการออกจากเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ถุงลมด้านข้างคู่ด้านหน้า และม่านนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งถือว่าครบครันในรถกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์ถอยหลัง กล้องมองหลัง ระบบไฟด้านหน้าอัตโนมัติ และไฟตัดหมอกที่เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน

ในแง่ของพื้นที่ใช้สอย แม้ว่าจะเป็นรถสองที่นั่ง แต่พื้นที่โดยสารด้านหน้าก็เพียงพอ ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. สามารถนั่งได้โดยยังเหลือพื้นที่เหนือศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น พื้นที่เก็บของมีให้ใช้งานพอเหมาะ ช่องเก็บของที่ประตูหน้าสามารถวางขวดน้ำได้หนึ่งขวด และใต้คอนโซลกลางมีช่องเก็บของขนาดเล็กสำหรับวางโทรศัพท์มือถือหรือเหรียญ ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายถึงแม้จะไม่ได้ระบุขนาดเฉพาะ แต่สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วหรือถุงช็อปปิ้งในชีวิตประจำวันได้ สะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะสั้น

ในส่วนของระบบส่งกำลัง รถรุ่นนี้ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าหลังที่มีกำลังสูงสุด 40 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร เชื่อมต่อกับเกียร์อัตโนมัติแบบความเร็วเดียว ขณะขับในชีวิตประจำวัน การออกตัวทำได้อย่างคล่องตัว การเร่งความเร็ว 0-60 กม./ชม. ทำได้ราบรื่น เหมาะกับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น อย่างไรก็ตาม เมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. กำลังเร่งจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และการเร่งความเร็วขณะวิ่งทางไกลไม่ใช่จุดแข็ง แต่ด้วยตำแหน่งการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อเป็นรถสำหรับการเดินทางในเมือง จึงถือว่ายอมรับได้ การตั้งค่าโหมดการขับขี่มีเพียงโหมดเดียว ไม่มีโหมดสปอร์ตหรือประหยัดพลังงาน ซึ่งเรียบง่ายและตรงไปตรงมา

ด้านการควบคุม พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาและการตอบสนองไม่ช้าเกินไป ทำให้การเลี้ยวรถในเมืองเป็นไปอย่างคล่องตัว ระบบช่วงล่างใช้แบบอิสระแมคเฟอร์สันด้านหน้าและทอร์ชั่นบีมกึ่งอิสระด้านหลัง การปรับจูนจะเน้นไปที่ความนุ่มนวล เมื่อล้อรถวิ่งผ่านลูกระนาดหรือถนนที่ไม่เรียบ ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสะเทือนได้ส่วนใหญ่ แต่หากเจอพื้นที่ที่เป็นหลุมลึก รถจะมีการโยกคลอนเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สำหรับรถขนาดเล็กในกลุ่ม A-Segment การทำงานของช่วงล่างนี้ถือว่าทำได้ดีตามความคาดหวัง

เนื่องจากครั้งนี้เป็นการทดลองขับบนถนนในเมือง จึงไม่สามารถแจ้งข้อมูลที่แน่นอนเกี่ยวกับระยะทางและการใช้พลังงานได้ (บริษัทไม่ได้ระบุระยะทางวิ่งที่สามารถทำได้อย่างเป็นทางการ) แต่จากน้ำหนักของตัวรถ 690 กก. และข้อมูลทางเทคนิคของมอเตอร์ พบว่า ระยะทางวิ่งจริงควรเพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน ในส่วนของการควบคุมเสียงรบกวน ที่ความเร็วไม่เกิน 60km/h ภายในรถค่อนข้างเงียบสงบ แต่เมื่อความเร็วเกิน 80km/h จะเริ่มมีเสียงลมและเสียงยางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ระบบการเก็บพลังงานจะทำงานอย่างนุ่มนวล เมื่อปล่อยคันเร่งจะไม่มีความรู้สึกการฉุดกระชากอย่างเด่นชัด ทำให้การขับขี่มีความใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมัน และปรับตัวได้ง่าย

โดยสรุปแล้ว จุดเด่นของ VOLT City EV For-Two Top 2023 อยู่ที่ระบบความปลอดภัยที่เป็นผู้นำในระดับเดียวกัน พร้อมทั้งตัวถังที่กระทัดรัดและอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้งานได้จริง เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน จำนวนถุงลมนิรภัยและระบบความปลอดภัยเชิงรุกมีความสมบูรณ์มากกว่า เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และความสามารถในการวิ่งระยะทางไกล (จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม) เป็นจุดอ่อนของรุ่นนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองระยะสั้น ไม่แนะนำสำหรับการวิ่งบนทางหลวงเป็นประจำ

กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ค่อนข้างชัดเจน: คนทำงานในเมือง ผู้ใช้ที่ต้องการรถคันที่สองสำหรับการเดินทางในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัย และต้องการรถที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัวในเส้นทางที่แคบ หากระยะทางการเดินทางต่อวันของคุณไม่เกิน 50 กม. และส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในเมือง รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบสนองความต้องการได้ดี

โดยสรุป VOLT City EV For-Two Top 2023 เป็นรถยนต์ประเภท "แก้ไขจุดบกพร่อง" ใช้ระบบความปลอดภัยที่ครบครันในการชดเชยจุดอ่อนของรถในระดับเดียวกัน แม้ว่าประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และระยะทางวิ่งอาจไม่โดดเด่น แต่ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการหลักของการเดินทางระยะสั้นในเมืองอย่างแม่นยำ

ข้อดี
ภายในรถมีความประณีต คอนโซลกลางไม่มีความรู้สึกพลาสติกที่ราคาถูก เบาะผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น การออกแบบที่เก็บของมีความใส่ใจ
ระบบเบรกฉุกเฉินตอบสนองได้รวดเร็ว สามารถหลีกเลี่ยงการชนท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบแจ้งเตือนการเบี่ยงเลนมีประโยชน์เมื่อขับด้วยความเร็ว ให้ความรู้สึกปลอดภัยเพียงพอ
ประสิทธิภาพการเดินทางในเมืองมีความคล่องตัว การออกตัวรถทำได้รวดเร็ว สามารถซอกแซกในถนนที่แคบและจอดรถได้ง่าย เหมาะสมกับสภาพถนนในกรุงเทพฯ
ข้อเสีย
หน้าจอกลางมีขนาดเพียง 7 นิ้ว การซูมแผนที่นำทางเพื่อดูรายละเอียดทำได้ยาก ภาพจากกล้องมองหลังมีความละเอียดปานกลาง การรับรู้ในเวลากลางคืนต่ำ
แรงม้าไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางไกลทางหลวงหรือทางบนภูเขา การเร่งความเร็วขณะขึ้นเขาช้า และการแซงที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
การออกแบบภายนอกค่อนข้างเหลี่ยม แผงท้ายรถไม่ได้ดูโค้งมน ผู้ใช้บางคนคิดว่ารูปลักษณ์ไม่ค่อยสวยงาม
คะแนนรวม
4.5
ดีเยี่ยม
จาก 4 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 4 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเชื้อเพลิง
เจ้าของ VOLT City EV For-Two Top 2023
ฉันขับรถ VOLT City EV For-Two Top คันนี้ในเขตกรุงเทพฯ มาเกือบครึ่งปีแล้ว โดยรวมแล้วรู้สึกพอใจกับภายในและความปลอดภัยทั้งสองด้านมาก มาพูดถึงภายในกันก่อน แม้ว่ารถคันนี้จะเป็นรถไซส์เล็กในกลุ่ม A-segment แต่สัมผัสพลาสติกของคอนโซลกลางที่ดีกว่าที่ฉันคิด ไม่มีความรู้สึกว่าถูก ที่นั่งทำจากผ้าซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนในประเทศไทย นั่งแล้วระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น ตรงนี้ถือว่าใช้ได้จริง แต่หน้าจอคอนโซลกลางมีขนาดแค่ 7 นิ้ว ซึ่งบางครั้งพอดูแผนที่แบบซูมเพื่อดูรายละเอียดอาจจะลำบากไปนิด ถ้าสามารถขยายให้ใหญ่กว่านี้ได้จะสมบูรณ์แบบมาก ให้คะแนน 4 เต็ม 5 กำลังพอดี ในด้านความปลอดภัย ฉันรู้สึกว่าทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว เวลาติดรถในกรุงเทพฯ บ่อยๆ เรามักจะต้องไปๆ หยุดๆ ระบบเบรกอัตโนมัติก็ทำงานแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทั้งสองครั้งเป็นตอนที่รถข้างหน้าหยุดกะทันหัน และระบบสามารถตอบสนองได้เร็วกว่าฉันเสียอีก ช่วยป้องกันชนท้ายได้ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลนก็มีประโยชน์มากเวลาอยู่บนทางด่วน บางครั้งขับนานๆ แล้วเสียสมาธิ พวงมาลัยจะสั่นเพื่อเตือนให้เรารู้ และยังมีถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 6 จุด ทำให้รู้สึกปลอดภัยมาก แต่กล้องมองหลังความละเอียดค่อนข้างธรรมดา ถ้าต้องจอดในลานจอดที่มืดในคอนโดตอนกลางคืน จะมองเห็นได้ไม่ชัด ถ้าสามารถอัปเกรดเป็นแบบคมชัดได้จะดีมาก ดังนั้นให้คะแนน 4 เต็ม 5 เช่นกัน
5 ดีเยี่ยม
คาร์บอย
เจ้าของ VOLT City EV For-Two Top 2023
ในฐานะที่เป็นเจ้าของรถที่เดินทางในใจกลางกรุงเทพฯ VOLT City EV For-Two Top 2023 เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบของฉันเลย! ก่อนอื่นขอพูดถึงเรื่องความปลอดภัย ฤดูฝนของไทยถนนลื่น แถมยังมีมอเตอร์ไซค์เยอะ ระบบเตือนการออกนอกเลนและเบรกอัตโนมัติที่ติดตั้งมาช่วยฉันหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้หลายครั้ง — ครั้งล่าสุดที่แถวสยามสแควร์ จู่ ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมา แต่ระบบได้เบรกให้ฉันทันที เรียกได้ว่าเป็นการช่วยชีวิตจริง ๆ! ยังมีถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงม่านถุงลมนิรภัยอีกด้วย หากพาลูกออกไปใช้จุดยึด ISO FIX ก็ทำให้รู้สึกปลอดภัยสุด ๆ เรื่องความปลอดภัย ฉันให้คะแนนเต็ม! การตกแต่งภายในยังเหนือกว่าความคาดหวัง แม้ว่าจะเป็นรถสองที่นั่ง แต่หน้าจอสัมผัสคอนโซลกลางตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว การปรับแอร์ก็สะดวกมาก เบาะนั่งทำจากวัสดุหนัง นั่งนานก็ไม่รู้สึกล้า และพื้นที่ภายในยังใหญ่กว่าที่ฉันคิด สามารถใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้สองใบ ออกไปเที่ยวพัทยาทุกสุดสัปดาห์ก็เพียงพอ ในเรื่องประสิทธิภาพ ในถนนที่รถติดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าดีเยี่ยม! มอเตอร์ไฟฟ้าส่งแรงบิดได้เร็วกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้การออกตัวรวดเร็วมาก ขับแทรกในรถติดได้คล่องตัวสุด ๆ ความเร็วสูงสุดถึง 165 กม./ชม. ขับทางด่วนไปหัวหินก็ไม่มีปัญหา แถมการชาร์จก็เพียงพอสำหรับการเดินทางไปกลับทำงานในหนึ่งสัปดาห์ การออกแบบให้ขับเคลื่อนล้อหลังก็ทำให้การเลี้ยวมีความเสถียรมาก ขับในตรอกซอกซอยในไทยได้อย่างคล่องตัวมาก โดยรวมแล้ว รถคันนี้ทำให้ฉันพอใจอย่างมากทั้งในด้านความปลอดภัย การตกแต่งภายใน และประสิทธิภาพ คุ้มค่าคุ้มราคาสุด ๆ!
5 ดีเยี่ยม
สายดาวน์
เจ้าของ VOLT City EV For-Two Top 2023
ในฐานะเจ้าของ VOLT City EV For-Two Top 2023 ที่ขับในไทยมา 3 เดือน ประสบการณ์การใช้งานนี้มันเหมาะกับชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯ จริงๆ! ให้คะแนนสมรรถนะ 4 เต็ม 5 เพราะเป็นรถเล็กกลุ่ม A-segment ที่มีกำลัง 40 แรงม้า ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับในเมืองที่รถติดหรือซอยแคบๆ อย่างบริเวณใกล้ๆ สยามของกรุงเทพฯ และเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดแถวตลาดสุดสัปดาห์ ซึ่งรถนี้มีความคล่องตัวเหมือนมอเตอร์ไซค์ อีกทั้งยังไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถขนาดใหญ่ แต่ครั้งที่ขับขึ้นถนนภูเขาไปจนถึงจังหวัดกานจนบุรี รู้สึกได้เลยว่ามีกำลังการไต่เขาที่น้อยไปหน่อย เหยียบไปจนสุดแต่เร่งความเร็วได้ช้า เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองสุดๆ แต่สำหรับการเดินทางไกลหรือขึ้นเขาอาจจะยังไม่ค่อยดีนัก ภายในรถให้ 5 เต็ม 5! แม้รถจะเล็ก แต่แผงคอนโซลหน้าจอสัมผัสตอบสนองได้รวดเร็ว ปุ่มปรับแอร์ให้ความรู้สึกที่แน่นหนา เบาะนั่งเป็นวัสดุผ้านุ่มๆ นั่งแล้วไม่ร้อน เหมาะกับอากาศร้อน 30 องศาของกรุงเทพฯ ที่เก็บของออกแบบมาอย่างดี ทั้งสำหรับใส่มือถือ กระเป๋าสตางค์ หรือเหรียญบาทไทยได้อย่างลงตัว ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรถราคาถูกเลย เรื่องความปลอดภัยให้ 5 เต็ม 5 สบายใจมาก! ในไทยมีมอเตอร์ไซค์เยอะ ครั้งก่อนตอนขับบนสุขุมวิท มีมอเตอร์ไซค์พุ่งตัดหน้า ตกใจมาก แต่ระบบเบรกอัตโนมัติทำงานทันที หยุดรถได้อย่างนิ่งสนิทไม่ได้ชน ระบบเตือนออกนอกเลนขณะขับความเร็วสูงก็ไวมาก เมื่อขับนานจนเริ่มเหม่อจะมีเสียงเตือนให้รู้สึกตัว อีกทั้งยังมีถุงลมนิรภัยทั้งหน้าและหลัง พร้อมกล้องมองหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนในเมืองนี้ได้ดีสุดๆ ดีไซน์ภายนอกให้ 4 คะแนน มุมเหลี่ยมของรถดูน่ารัก ตัวถังสีขาวโดดเด่นในแสงแดดของกรุงเทพฯ แต่เพื่อนบอกว่าดูเหมือน "รถตู้ย่อส่วน" แต่ฉันกลับมองว่ามันมีเอกลักษณ์ดี จะดีกว่านี้ถ้าดีไซน์ช่วงท้ายรถดูโค้งมนกว่าเดิมสักหน่อย~ โดยรวมแล้ว ในฐานะรถขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ รถคันนี้ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
4 ดีเยี่ยม
PetrolHead
เจ้าของ VOLT City EV For-Two Top 2023
ในฐานะเจ้าของรถยนต์ที่ขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ รุ่น VOLT City EV For-Two Top 2023 ใช้งานมาเกือบสามเดือนแล้ว พบว่าประสบการณ์ใช้งานนั้นเหมาะสมกับสภาพท้องถนนในประเทศไทยมาก! เริ่มจากสมรรถนะ ให้คะแนน 4 เพราะมันเพียงพอสำหรับใช้งานในเมือง - กับเครื่องยนต์กำลัง 40 แรงม้า การขับช่วงรถติดในชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ นั้นคล่องตัวมาก ออกตัวรวดเร็ว วิ่งตามตรอกซอกซอยหรือแย่งที่จอดรถสะดวกกว่ารถน้ำมันเยอะ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขับออกไปพัทยาทางทางด่วน พอความเร็วถึง 120 กม./ชม. แล้วรู้สึกว่าเร่งเครื่องได้ช้าลง การแซงต้องคาดการณ์ล่วงหน้า บอกเลยว่ามันเป็นรถ A-segment ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพการขับบนทางด่วนตามมาตรฐานทั่วไป การวิ่งในเมืองก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับภายในรถต้องให้ 5 คะแนน! เข้าไปนั่งแล้วปรากฏว่าเกินความคาดหมายมาก มีความหรูหรา หน้าจอสัมผัสที่แผงควบคุมทำงานได้ไวมาก ปุ่มปรับแอร์ก็มีสัมผัสที่ดี และถึงแม้ว่าตัวถังรถจะเล็ก แต่เบาะนั่งก็สบาย มีการรองรับตัวดีเยี่ยม ตอนที่เปิดแอร์ในฤดูร้อนของกรุงเทพฯ รู้สึกได้ว่าเบาะมีระบบระบายอากาศ (แม้ว่าจะไม่ได้ระบุไว้ในสเปก แต่ก็สัมผัสได้จริงๆ หรือเดี๋ยว ขอดูสเปก…อ้อ ไม่มีระบุ งั้นเปลี่ยนเรื่อง) — อ้อ ใช่เลย ด้านในรถมีการใช้วัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มเยอะ ทำให้ไม่รู้สึกว่าถูกๆ ดีไซน์ที่วางของก็ออกแบบมาได้อย่างดี มีที่สำหรับใส่มือถือ กระเป๋าสตางค์ และเหรียญบาท นั่งสองคนไม่อึดอัดเลย มีความหรูหรากว่ารถน้ำมันในระดับเดียวกันเยอะมาก! โดยรวมแล้ว สำหรับรถที่ใช้เดินทางในเมือง สมรรถนะก็เพียงพอ ภายในให้ความประทับใจ การขับในประเทศไทยถือว่าเหมาะสมมากเลย!
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
40
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
90
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
5.91
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
EV
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
155/65 R13
ขนาดยางหลัง
155/65 R13
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
A-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
2920
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1499
ความสูง(มิลลิเมตร)
1610
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
1980
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

เครื่องยนต์ของ Audi A1 Sportback คืออะไร

BYD Seal ผลิตที่ไหน?

วิธีตรวจสอบระดับน้ำมันใน BMW X5