Q
BYD Shark 6 มีเกียร์หรือไม่?
BYD Shark 6 เป็นรถปิกอัพแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมกับเกียร์จริงๆ แต่เป็นระบบ E-CVT ที่พัฒนาโดยไบเอ็ดเอง ซึ่งระบบแบบนี้เป็นที่นิยมในรถไฮบริด เพราะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหล ไม่สะดุด แถมยังประหยัดน้ำมันและขับขี่สบายด้วย สำหรับคนไทยแล้ว ระบบขับเคลื่อนของ Shark 6 นี่เหมาะมากกับสภาพถนนทั้งในเมืองและนอกเมืองที่หลากหลาย แม้แต่ทางออฟโรดก็เอาอยู่ แถมยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้ดี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะราคานํ้ามันที่ไทยค่อนข้างสูง จุดเด่นของ E-CVT คือโครงสร้างต่างจากเกียร์ทั่วไป มันบรรลุความเร็วตัวแปรโดยชุดเกียร์ดาวเคราะห์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ทำให้เสียกำลังน้อยและไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนชื้นของไทยที่มักสร้างปัญหาให้เกียร์ธรรมดาในเรื่องการหล่อลื่นและการระบายความร้อน ยิ่งตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมรถพลังงานสะอาด รุ่นแบบ Shark 6 ยังได้สิทธิ์ลดภาษีและสวัสดิการอื่นๆ ด้วย นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่ชอบคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ระยะทางที่ BYD Shark 6 สามารถวิ่งได้คือเท่าไหร่?
BYD Shark 6 เป็นรถปิกอัพแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบ 100% ได้ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันในเมืองไทยแบบชิลๆ แต่ถ้าเปิดโหมดไฮบริดเมื่อไหร่ รับรองว่าระยะทางรวมพุ่งไปเกิน 800 กิโลเมตร แน่นอนว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางไกล แบบจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ก็ยังไหว เพราะรถคันนี้มาพร้อมเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่ล้ำสมัยจาก BYD นอกจากจะประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะทำงานได้อย่างเสถียรแม้อากาศเมืองไทยจะร้อนแค่ไหนก็ตาม สำหรับคนไทยแล้ว รูปแบบปลั๊กอินไฮบริดแบบนี้ได้เปรียบทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าของรถไฟฟ้า แถมยังไม่ต้องกังวลกับสถานีชาร์จที่อาจยังไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงๆ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังสนับสนุนรถพลังงานสะอาดอย่างเต็มที่ ถ้าซื้อ BYD Shark 6 ก็จะได้ประโยชน์ด้านภาษีด้วย ใครที่สนใจ แนะนำให้ไปทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านดูเลย จะได้สัมผัสทั้งระยะทางและสมรรถนะการขับขี่แบบเต็มๆ
Q
ระบบขับเคลื่อนของ Shark 6 คืออะไร?
ระบบขับเคลื่อนของ Shark 6 นั้นส่วนใหญ่ออกแบบด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) ซึ่งการออกแบบนี้ตอบโจทย์การใช้งานบนถนนในเมืองและสภาพถนนลื่นในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งให้ความมั่นคงในการควบคุมและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในรถ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ นอกจากนี้ในรุ่นท็อปบางรุ่นยังอาจติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับขี่บนถนนลื่นช่วงฤดูฝนหรือเส้นทางขรุขระ ซึ่งตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ในไทย พูดถึงตลาดไทยแล้ว ความสนใจเรื่องระบบขับเคลื่อนของรถปิกอัพและ SUV ค่อนข้างสูง เนื่องจากยานพาหนะประเภทนี้มักต้องรับมือกับพื้นผิวถนนที่ไม่ได้ปูทางในชนบทหรือภูมิประเทศที่เป็นภูเขา และการออกแบบระบบขับเคลื่อนของ Shark 6 บังเอิญทำให้เกิดความสมดุลระหว่างประหยัดเชื้อเพลิงและประโยชน์ใช้สอย การตรวจเช็กสถานะของเหลวในเพลาเกียร์ เฟืองท้าย และน้ำมันเกียร์อย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบขับเคลื่อนสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่เน้นความทนทาน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบไทยๆ การบำรุงรักษาอะไหล่เหล่านี้ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
Q
สีใหม่ของ BYD Shark 6 คืออะไร?
BYD Shark 6 เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่กำลังเป็นที่จับตามากในตลาดไทย ด้วยการเสนอโทนสีใหม่ที่ทั้งสวยและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินทะเลลึก สีส้มทะเลทรายสดใส สีขาวขั้วโลกคลาสสิก และสีดำออบซิเดียนเรียบหรู โทนสีเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์ความชอบของคนไทยที่ชอบความโดดเด่น แต่ยังเหมาะกับสภาพอากาศและถนนหลากแบบในไทย เช่น สีน้ำเงินและสีส้มที่เด่นมากใต้แสงแดดเมืองร้อน ส่วนสีขาวและสีดำนั้นดูแลง่ายและไม่แสดงคราบสกปรก นอกจากเรื่องสีแล้ว BYD Shark 6 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าล้ำสมัยและระบบช่วยขับอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ด้วยระยะล่างสูงและโครงสร้างแข็งแรงที่รับมือกับเส้นทางหลากหลายในไทยได้สบายๆ สำหรับคนไทยที่กำลังเลือกสี ขอแนะนำว่าไม่ควรคิดแค่เรื่องความชอบส่วนตัว แต่ลองดูสภาพอากาศและสถานที่ใช้งานด้วย เช่น ในพื้นที่ร้อน สีอ่อนอาจช่วยลดความร้อนสะสม ในขณะที่สีเข้มเหมาะกับสายธุรกิจที่ต้องการความคลาสสิกดูน่าเชื่อถือ
Q
“BYD Shark 6 เป็นรถปลั๊กอินไฮบริดหรือไม่?”
BYD Shark 6 เป็นรถกระบะแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่รวมระบบขับเคลื่อนสองแบบทั้งเครื่องยนต์เชื้อเพลิงและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถขับเคลื่อนในโหมดไฟฟ้าล้วนสำหรับการเดินทางระยะสั้น หรือใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางไกลได้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของคนไทย ทั้งการเดินทางในเมืองและการขนส่งระยะไกล รุ่นนี้ยังประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมยานยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลไทย ในตลาดไทย รถปลั๊กอินไฮบริดกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะช่วยลดการใช้น้ำมันและแก้ปัญหาเรื่องระยะทางแบบรถไฟฟ้าล้วนได้ การมาของ BYD Shark 6 ทำให้ผู้บริโภคไทยมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มองหารถกระบะที่ทั้งใช้งานได้จริงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และมีหลายแบรนด์ที่กำลังเปิดตัวรุ่นคล้ายๆ กัน ทำให้ในอนาคตตลาดไทยอาจจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีก
Q
ถังน้ำมันของ Shark 6 มีขนาดใหญ่เท่าไหร่?
จากข้อมูลที่ปรากฏ ถังน้ำมันของ Shark 6 มีความจุประมาณ 50 ลิตร ซึ่งการออกแบบนี้ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการขับขี่ระยะไกลได้เป็นอย่างดี เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเอง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบถังน้ำมันและระบบเชื้อเพลิงเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันระเหยหรือท่อน้ำมันอุดตันจากความร้อนสูง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพดีก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความทนทานให้เครื่องยนต์ได้เช่นกัน สำหรับตลาดไทยแล้ว การใช้งานรถปิกอัพต้องเน้นความประโยชน์ ถังน้ำมันขนาด 50 ลิตรของ Shark 6 นับว่าอยู่ในระดับกลางถึงค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน ทำให้ได้ทั้งระยะทางและสมดุลน้ำหนักตัวรถ ที่สำคัญในไทยมีปั๊มน้ำมันกระจายอยู่ค่อนข้างหนาแน่น ความจุถัง 50 ลิตรนี้จึงเพียงพอต่อการใช้งานส่วนใหญ่โดยไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม ความจุจริงที่ใช้งานได้อาจน้อยกว่าที่ระบุเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการออกแบบเพื่อป้องกันการขยายตัวของน้ำมันและรักษาช่องว่างความปลอดภัย
Q
รถ BYD Shark 6 มาพร้อมกับชุดลากจูงหรือไม่?
สำหรับรถกระบะ BYD Shark 6 ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยในตลาดไทย นั้นมีตัวเลือกติดตั้ง tow bar หรือตะขอพ่วงรถให้เลือกใช้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานไทยที่ต้องการพ่วงเรือยอร์ช รถมอเตอร์ไซค์ หรืออุปกรณ์กางเต็นท์ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชายทะเลหรือคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง เวลาซื้อรถลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดในสเปคของแต่ละรุ่นหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายได้ว่า tow bar นี้มากับรถแบบมาตรฐานหรือต้องสั่งเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับน้ำหนักที่พ่วงได้และระบบไฟสัญญาณด้วย ถ้าจะพูดเพิ่มเติม การใช้ tow bar ในไทยควรดูเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วย ระบบไฮบริดของ Shark 6 ที่ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำเหมาะสำหรับการลากจูงของหนัก แต่แนะนำให้ผู้ใช้เลือกโหมดการพ่วงให้เหมาะสมกับงานและตรวจสอบความแน่นของ tow bar เป็นประจำเพื่อความปลอดภัย ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็อาจส่งผลต่อการเกิดสนิม ดังนั้นควรเลือกวัสดุที่ผ่านการป้องกันสนิมหรือบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
Q
BYD Shark 6 มีเครื่องยนต์อะไรบ้าง
BYD Shark 6 เป็นรถกระบะที่ออกแบบมาสำหรับตลาดโลก พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดล่าสุดจาก BYD โดยใช้เทคโนโลยี DM-o ที่ผสานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5T กับมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบนี้ไม่เพียงให้กำลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง แต่ยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ทั้งการขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางไกล ในตลาดไทย รถไฮบริดกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะช่วยลดทั้งค่าน้ำมันและการปล่อยมลพิษ สอดคล้องกับเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เทคโนโลยีไฮบริดของ BYD ยังได้รับการยอมรับในระดับโลก มีความน่าเชื่อถือและทนทานผ่านการทดสอบมานานปี สำหรับคนไทยนี่คือตัวเลือกที่น่าจับตามอง ถ้าสนใจเทคโนโลยีไฮบริด ลองศึกษาระบบอื่นๆ เช่น Hybrid ของ Toyota หรือ e-POWER ของ Nissan แต่จุดเด่นของ BYD Shark 6 คือระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ไกลกว่าและประหยัดน้ำมันมากกว่า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในไทยที่ราคาน้ำมันค่อนข้างสูง
Q
BYD Shark 6 เป็นรถไฮบริดหรือไม่?
BYD Shark 6 เป็นรถปิกอัพแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่รวมพลังจากทั้งเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ทั้งต้องขับทางไกลและยังต้องการประหยัดน้ำมัน โหมดไฟฟ้าล้วนใช้ได้ในชีวิตประจำวันสำหรับการเดินทางใกล้ๆ ส่วนโหมดไฮบริดจะเพิ่มพลังและระยะทางให้มากขึ้น ตอนนี้ตลาดไทยกำลังนิยมรถไฮบริดมากขึ้น โดยเฉพาะรถปิกอัพที่เน้นใช้งานจริง เพราะคนไทยเริ่มหันมาสนใจรถที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนที่รถปิกอัพเดิมๆ ที่กินน้ำมันหนักๆ เทคโนโลยีไฮบริดของ BYD Shark 6 จึงตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้ดี แถมรัฐบาลไทยยังสนับสนุนรถพลังงานสะอาดผ่านมาตรการลดภาษี ทำให้ต้นทุนการซื้อและใช้รถไฮบริดหรือไฟฟ้าคุ้มค่าขึ้น BYD ที่เป็นแบรนด์รถพลังงานสะอาดระดับโลก มีเทคโนโลยีไฮบริดที่ทั้งเสถียรและประสิทธิภาพสูง การมาของ Shark 6 จะเพิ่มทางเลือกให้คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการรถปิกอัพสำหรับทั้งงานและชีวิตประจำวัน
Q
“ถังน้ำมันของ BYD Shark 6 มีความจุเท่าไหร่?”
รถกระบะ BYD Shark 6 ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดโลก มีความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ใช้งานหลากหลายสถานการณ์ ทั้งขับขี่ในเมืองหรือทริปข้ามจังหวัด แถมยังได้เปรียบจากนโยบายลดภาษีรถกระบะของไทย ทำให้ราคาจับต้องง่ายขึ้น แถมยังมาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่ช่วยประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดแข็งในสภาวะน้ำมันราคาแกว่งแบบบ้านเรา ส่วนเรื่องการใช้งาน รถกระบะในไทยนิยมใช้ทั้งขนของและพาครอบครัวเที่ยว ถังน้ำมัน 60 ลิตรนี้วิ่งได้ไกลพอสมควร ลดปัญหาหยุดเติมน้ำมันบ่อยๆ ถ้าอยากได้รถที่ประหยัดยิ่งขึ้น ลองดูระบบไฮบริดของ BYD ที่ช่วยจัดการการใช้น้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกขั้น
Q
วิธีชาร์จ BYD Shark 6 ที่บ้าน
การชาร์จ BYD Shark 6 ที่บ้านนั้นง่ายมาก ก่อนอื่นคุณต้องตรวจสอบว่าบ้านของคุณมีเต้ารับไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานของไทย (220V) แนะนำให้ติดตั้ง Wallbox หรือเครื่องชาร์จแบบติดผนังที่ BYD จัดเตรียมไว้ให้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการชาร์จ ในประเทศไทยคอนโดหรือหมู่บ้านใหม่ๆ หลายแห่งมีจุดชาร์จรถ EV ให้อยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่มี คุณสามารถติดต่อช่างไฟฟ้าท้องถิ่นเพื่อจัดให้ได้ เวลาชาร์จก็แค่เสียบหัวชาร์จที่มากับรถเข้ากับพอร์ตชาร์จ จากนั้นตั้งเวลาได้ผ่านระบบในรถหรือแอปมือถือ (ค่าไฟไทยจะถูกกว่าในเวลาที่ไม่ใช่ช่วงพีค) นอกจากนี้ BYD Shark 6 ยังรองรับการชาร์จแบบเร็วและแบบช้า โดยการชาร์จที่บ้านส่วนใหญ่จะใช้แบบช้า ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงถึงจะเต็ม เหมาะกับการชาร์จตอนกลางคืน เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ แนะนำให้ตรวจสอบอุปกรณ์ชาร์จเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการชาร์จในที่ที่ร้อนจัดหรือชื้นเกินไป รัฐบาลไทยตอนนี้มีนโยบายสนับสนุนรถ EV หลายอย่าง เช่น ลดภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมจดทะเบียน รวมถึงอาจได้เงินสนับสนุนส่วนหนึ่งในการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน คุณสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ของคุณ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
มีประเภทเชื้อเพลิงกี่ประเภท?
ในท้องถิ่น ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปมีประมาณ 11 ประเภท ได้แก่ น้ำมันเบนซินประเภท 91 (มีเอทานอล 10%)、95 (มีเอทานอล 10%)、เบนซิน 95 ชนิดบริสุทธิ์、เบนซิน 97、เบนซิน 98、น้ำมันเบนซินเอทานอล E20 (มีเอทานอล 20%)、น้ำมันเบนซินเอทานอล E85 (มีเอทานอล 85%);น้ำมันดีเซลประเภท ดีเซลธรรมดา、ดีเซลชีวภาพ B5 (มีดีเซลชีวภาพ 5%)、ดีเซลชีวภาพ B7 (มีดีเซลชีวภาพ 7%);และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงที่แตกต่างกันใช้สำหรับรถยนต์ที่แตกต่างกัน:เบนซิน 91 เหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กประเภทเศรษฐกิจ สามารถให้พลังงานที่เสถียรและมีราคาคุ้มค่า;เบนซิน 95 เหมาะสำหรับรถยนต์บ้านทั่วไปส่วนใหญ่ สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางประจำวัน;เบนซิน 95 ชนิดบริสุทธิ์เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ไวต่อเอทานอล;เบนซิน 97 และ 98 เหมาะสำหรับรถยนต์ประสิทธิภาพสูง สามารถทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ;น้ำมันเบนซินเอทานอล E20 และ E85 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือรองรับเอทานอล แต่ต้องตรวจสอบว่ารถยนต์รองรับหรือไม่;ประเภทน้ำมันดีเซลเหมาะสำหรับรถบรรทุก、รถขนาดใหญ่และรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์ดีเซล โดยดีเซลชีวภาพ B5 และ B7 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า;ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ใช้สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ
เมื่อเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงควรอ้างอิงตามคำแนะนำในคู่มือรถยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถยนต์ และเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของรถยนต์
Q
“Gasohol 95 คือ น้ำมันเบนซินหรือไม่?”
Gasohol 95 เป็นน้ำมันเบนซินชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 90% และเอทานอล 10% ในการจำแนกประเภทน้ำมันเบนซินของไทย Gasohol 95 และ Gasohol 91 จัดอยู่ในกลุ่ม E10 (มีเอทานอล 10%)
ประเภทน้ำมันเบนซินที่พบทั่วไปในไทยยังรวมถึง E20 (มีเอทานอล 20%) และ E85 (มีเอทานอล 85%) ซึ่งแต่ละประเภทมีสัดส่วนส่วนผสมต่างกันและเหมาะกับรถยนต์ประเภทต่างกัน เช่น E85 เนื่องจากมีเอทานอลสูงจึงไม่เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเก่า
Gasohol 95 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ต้องการค่าออกเทนสูงซึ่งสามารถให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่า ปั๊มน้ำมัน Gasohol 95 ในสถานีบริการน้ำมันของไทยส่วนใหญ่มีสัญลักษณ์สีส้มเพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถจดจำได้ง่าย
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ น้ำมันเบนซินผสมเอทานอลมีลักษณะเฉพาะในด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม แต่ต้องตรวจสอบว่าเครื่องยนต์ของรถมีความเหมาะสมกับสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเบนซินชนิดนั้นหรือไม่
Q
ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเบนซิน 95% และ E20 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่าง Gasoline 95 และ E20 แสดงออกในด้านส่วนผสม รถที่เหมาะสม ประสิทธิภาพ และต้นทุนการใช้งาน ฯลฯ ในด้านส่วนผสม Gasoline 95 เป็นน้ำมันเบนซินประเภท E10 ซึ่งมีเอทานอล 10% และปากปั๊มเติมน้ำมันเป็นสีส้ม E20 มีเอทานอล 20% และปากปั๊มเติมน้ำมันเป็นสีเขียวอ่อน
ในด้านรถที่เหมาะสม Gasoline 95 มีค่าออกเทนสูงกว่า เหมาะสำหรับรถที่มีประสิทธิภาพดีหรือมีอัตราส่วนการอัดสูง สามารถป้องกันการน็อคของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อทำงานภายใต้ภาระหนัก ปกป้องเครื่องยนต์และเพิ่มประสิทธิภาพของรถ E20 เหมาะสำหรับรถที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสูงหรือใช้ในพื้นที่เฉพาะ แต่รถเก่าอาจไม่สามารถทนต่อปริมาณเอทานอลที่สูงได้เนื่องจากชิ้นส่วนเครื่องยนต์ จึงแนะนำให้เลือกน้ำมันเบนซินประเภท E10 เช่น Gasoline 95 เป็นลำดับแรก
ในด้านราคา E20 มักจะประหยัดมากกว่า แต่การเผาไหม้ที่เร็วขึ้นทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ต้นทุนการใช้งานโดยรวมจำเป็นต้องพิจารณาจากรุ่นรถ
เมื่อเลือกใช้งานจำเป็นต้องอ้างอิงคำแนะนำในคู่มือรถ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันตรงกับความต้องการของรถ เพื่อรักษาอายุการใช้งานและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
Q
“น้ำมันดีเซลและพลังงานแสงอาทิตย์เหมือนกันไหม?”
น้ำมันดีเซลและพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ใช่พลังงานชนิดเดียวกัน ทั้งสองมีความแตกต่างโดยพื้นฐานในแง่แหล่งที่มา คุณสมบัติ และวิธีการใช้ประโยชน์
น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่กลั่นจากปิโตรเลียม จัดเป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถทดแทนได้ ซึ่งการก่อตัวต้องใช้กระบวนการทางธรณีวิทยานานหลายล้านปี ส่วนใหญ่ใช้เผาไหม้เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล เหมาะสำหรับงานหนัก เช่น ยานพาหนะขนาดใหญ่และเครื่องจักรกลก่อสร้าง
ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่มาจากรังสีดวงอาทิตย์ สามารถแปลงเป็นไฟฟ้าได้ผ่านแผงโซลาร์เซลล์ หรือเป็นพลังงานความร้อนผ่านระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถเติมเต็มได้อย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษจากการเผาไหม้เหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิล
นอกจากนี้ น้ำมันดีเซลในฐานะเชื้อเพลิงต้องผ่านกระบวนการกลั่น ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์สามารถนำมาใช้โดยตรงหรือโดยอ้อม รูปแบบพลังงาน วิธีการได้มา และคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมของทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Q
ประเภทน้ำมันเครื่องที่ควรใช้สำหรับ Altis คืออะไร?
สำหรับรถ Toyota Altis แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืด 5W-30 หรือ 0W-20 ที่ตรงตามมาตรฐาน API SN หรือ SP น้ำมันเครื่องประเภทนี้ให้การปกป้องที่ดีในอุณหภูมิสูงและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศในท้องถิ่น หากรถมีระยะทางวิ่งสูงหรือขับขี่อย่างหนักบ่อยครั้ง อาจพิจารณาใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงกว่า เช่น 10W-30 เพื่อการปกป้องที่ดียิ่งขึ้น แม้ว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีราคาแพงกว่า แต่สามารถยืดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพของเครื่องยนต์ เมื่อเลือกน้ำมันเครื่อง คุณควรดูคำแนะนำของผู้ผลิตในคู่มือรถด้วย และหลีกเลี่ยงการผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อหรือต่างประเภทเพื่อให้มั่นใจถึงความเข้ากันได้และประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แบรนด์หลักๆ ในตลาด เช่น Shell, Mobil และ Castrol ล้วนมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับ Altis เมื่อซื้อ แนะนำให้ซื้อจากช่องทางที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าลอกเลียนแบบและสินค้าด้อยคุณภาพ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Toyota Hilux BEV และ BYD Shark อันไหนใช้งานได้จริงมากกว่ากัน?
AshleyNov 17, 2025

ตำรวจเม็กซิโกจัดซื้อ BYD Shark เพื่อใช้เป็นรถลาดตระเวนในสถานการณ์ที่อาจเกิดความขัดแย้ง
สุรเดชJun 9, 2025

ภาพการทดสอบขับขี่ Denza D9L เผยออกมาแล้ว: ใหญ่กว่า D9 หรือเปล่า?
LienJan 6, 2026

ตารางผ่อนล่าสุด BYD M6 ชำระงวดละ 8,xxx บาท
ณัฐวุฒิNov 28, 2025

ด้านหนึ่งคือ Dolphin อีกด้านหนึ่งคือ Firefly ที่เหมือนกล้อง iPhone ควรเลือกใคร?
Kevin WongNov 26, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย