Q

2024 Forester เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร?

รถยนต์ Subaru Forester รุ่นปี 2024 ในตลาดไทย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ จับคู่กับเกียร์ CVT และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 1.45 ล้านถึง 1.66 ล้านบาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Mitsubishi Pajero Sport (ราคา 1.389 ล้านถึง 1.689 ล้านบาท) Forester โดดเด่นในเรื่องระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบความปลอดภัยเชิงรุก ทุกรุ่นมาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และบางรุ่นยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ EyeSight ซึ่งประกอบด้วยระบบเตือนการออกนอกเลน ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ทำให้ความสามารถด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน เครื่องยนต์แบบวางนอนทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง และเมื่อรวมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson strut และระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ ทำให้เสถียรภาพในการขับขี่เหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ ในด้านขนาดตัวถัง มีความยาว 4625/1815/1730 มม. และระยะฐานล้อ 2670 มม. ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายสำหรับผู้โดยสาร 5 คน และระยะห่างจากพื้น 220 มม. ช่วยให้ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ดี เหมาะสำหรับสภาพถนนหลากหลายในประเทศไทย ในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก มาพร้อมซันรูฟ ระบบปรับอากาศด้านหลัง และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น สถานะความเป็นรถนำเข้าและมรดกทางเทคโนโลยีของซูบารุ ทำให้ฟอเรสเตอร์มีข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใครในด้านความน่าเชื่อถือและการควบคุม เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
2024 Forester เปรียบเทียบกับรุ่น 2023 อย่างไร?
รถ Forester รุ่น 2024 มีช่วงราคาที่สูงกว่ารถรุ่น 2023 ในตลาดไทย (รถรุ่น 2024 อยู่ที่ 1.45–1.66 ล้านบาท ในขณะที่รถรุ่น 2023 XT Edition อยู่ที่ 812,800 บาท) และมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในด้านรูปลักษณ์ รถรุ่น 2024 ใช้ภาษาการออกแบบที่ดูแข็งแรงมากขึ้น มีกรอบกรองอากาศรูปโล่ขนาดใหญ่ขึ้นและชุดไฟหน้า LED ที่ออกแบบใหม่ บางรุ่นยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษ เช่น ไฟตัดหมอก LED สปอยเลอร์หลังสีดำแบบคริสตัล และรายละเอียดอื่นๆ ที่ได้รับการปรับปรุง ในด้านระบบขับเคลื่อน ทั้งสองรุ่นต่างใช้เครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียริกและเกียร์ CVT แต่รถรุ่น 2024 ทุกรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลามาตรฐาน เพื่อความมั่นคงในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย ในด้านอุปกรณ์มาตรฐาน รถรุ่น 2024 ได้รับการอัปเกรดในด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี เช่น ระบบช่วยผู้ขับขี่ EyeSight ถุงลมนิรภัย 7 จุด จอแสดงผลกลางขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศแถวหลัง ซึ่งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ในขณะที่รถรุ่น 2023 มีอุปกรณ์ที่เรียบง่ายกว่า โดยรวมแล้ว รถรุ่น 2024 มีการพัฒนาที่เห็นได้ชัดในด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการออกแบบ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา SUV คุณภาพสูงได้ดียิ่งขึ้น
Q
“2025 Subaru Forester เป็นรถที่ดีหรือไม่?”
Subaru Forester รุ่นปี 2025 เป็นรถยนต์ที่น่าแนะนำอย่างยิ่ง โดยยังคงรักษาจุดเด่นของแบรนด์ด้วยการผสานเครื่องยนต์แบบ Boxer และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสมบูรณ์แบบ (Symmetrical AWD) พร้อมโหมด X-MODE และระยะความสูงจากพื้นรถ 220 มม. ทำให้สามารถขับขี่ได้มั่นใจทั้งบนถนนลื่น ถนนหิน หรือแม้แต่การขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ เพื่อตอบสนองความต้องการการสำรวจธรรมชาติ ในด้านระบบความปลอดภัย ทุกรุ่นติดตั้งระบบช่วยขับขี่ EyeSight เป็นมาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชันการจดจำคนเดินถนน การรักษาเลน และอื่นๆ พร้อมทั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟอื่นๆ เพื่อการปกป้องอย่างรอบด้านสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในส่วนของพื้นที่ภายใน รถมีระยะฐานล้อ 2,670 มม. ทำให้มีพื้นที่โดยสารทั้งแถวหน้าและแถวหลังกว้างขวาง ขนาดกระโปรงท้ายอยู่ในระดับโดดเด่นเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน และสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้นเมื่อพับเบาะหลัง เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการเดินทางไกล ด้านกำลังขับเคลื่อน ติดตั้งเครื่องยนต์แบบดูดอากาศธรรมชาติขนาด 2.0 ลิตร หรือ 2.5 ลิตร คู่กับเกียร์ CVT ที่ให้กำลังส่งเรียบและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะสมทั้งสำหรับการเดินทางประจำวันและการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ คุณภาพการนำเข้าทั้งคันยังรับประกันความน่าเชื่อถือ การออกแบบภายในเน้นความใช้งานจริง พร้อมระบบปรับอากาศ 3 โซน เก้าอี้ระบายอากาศ (ในรุ่นสูง) และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ แม้ว่าระบบมัลติมีเดียอาจตอบสนองช้าไปบ้าง แต่คุณภาพทางวิศวกรรมและประโยชน์ใช้สอยโดยรวมยังทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในระดับราคานี้ สำหรับทั้งการใช้งานในครอบครัวและกิจกรรมกลางแจ้ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสามารถออฟโรด และความใช้งานได้จริง
Q
รถ Subaru Forester ปี 2024 จะใช้งานได้นานแค่ไหน?
ด้วยการบำรุงรักษาที่เหมาะสมและการใช้งานอย่างสมเหตุสมผล รถยนต์ Subaru Forester รุ่นปี 2024 โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ข้อมูลอ้างอิงระบุว่า หากเจ้าของปฏิบัติตามคำแนะนำการบำรุงรักษาตามปกติของผู้ผลิต (เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามกำหนดเวลา) รักษาพฤติกรรมการขับขี่ที่นุ่มนวล (หลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกกะทันหัน) และใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรง (สภาพถนนดี ไม่ขับขี่เป็นเวลานานในสภาพที่เลวร้าย) รุ่นนี้สามารถใช้งานได้นานถึง 15 ปีหรือนานกว่านั้น บางรุ่นที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีในอดีตยังคงใช้งานได้ตามปกติหลังจาก 20 ปีและมากกว่า 300,000 กิโลเมตร รุ่นปี 2024 ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ซึ่งได้รับการพัฒนามาหลายรุ่น ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อเทียบกับ CVT รุ่นก่อนๆ เมื่อรวมกับโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง เครื่องยนต์ที่เชื่อถือได้ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงเป็นรากฐานของความทนทาน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ EyeSight ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีส่วนช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของรถยนต์ยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการใช้งานและคุณภาพการบำรุงรักษา การบำรุงรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญในการรับประกันอายุการใช้งานที่ยาวนาน
Q
รถ Forester ปี 2024 คุ้มค่าที่จะซื้อนะหรือ?
รถยนต์ Subaru Forester ปี 2024 เป็นรถที่คุ้มค่าแก่การซื้อ มีให้เลือกหลายรุ่นในตลาดไทย ราคาตั้งแต่ 1,450,000 ถึง 1,660,000 บาท ตอบโจทย์งบประมาณที่แตกต่างกัน ทุกรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ และเกียร์ CVT ให้การขับขี่ที่ราบรื่นและมีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ดี ระยะห่างจากพื้นดินขั้นต่ำ 220 มม. เหมาะสำหรับสภาพถนนหลากหลายประเภท ระบบความปลอดภัยโดดเด่น ทุกรุ่นมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ EyeSight (รวมถึงระบบเตือนการออกนอกเลน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้า) และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ให้การปกป้องผู้โดยสารอย่างครอบคลุม ตัวถัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง และฐานล้อ 2670 มม. ให้พื้นที่ภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7.6 ลิตร/100 กม. แสดงให้เห็นถึงความประหยัดน้ำมันที่ดีและค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวที่จัดการได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน เช่น หลังคาเปิดปิดได้ หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศด้านหลัง ทำให้รถคันนี้คุ้มค่ากับราคาโดยรวม สามารถใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวกลางแจ้ง
Q
ความแตกต่างระหว่าง Subaru Forester รุ่นปี 2024 และ 2025 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่าง Subaru Forester รุ่นปี 2024 และ 2025 อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก ภายใน ระบบส่งกำลัง และคุณสมบัติต่างๆ ในส่วนของการออกแบบภายนอก รุ่นปี 2025 ยาวกว่ารุ่นปี 2024 15 มม. (4670 มม.) และกว้างกว่า (1830 มม.) ด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ด้วยกระจังหน้าและไฟหน้าแบบใหม่ และฝากระโปรงหน้าถูกลดระดับลงเพื่อลดจุดบอด ด้านข้างมีการออกแบบเส้นสายและบังโคลนใหม่ และกระจกมองข้างถูกย้ายมาอยู่ด้านล่างของเสา A ช่วยลดจุดบอดด้านข้างลง 12% ไฟท้ายได้รับการปรับปรุงและเชื่อมต่อด้วยแถบตกแต่งสีดำเพื่อให้รถดูดูกว้างขึ้น กันชนหลังใช้วัสดุคอมโพสิตกันรอยขีดข่วนและมีดีไซน์ยื่นออกมาเพื่อเพิ่มมุมการออกตัว ภายในห้องโดยสาร รุ่นปี 2025 มาพร้อมหน้าจอสัมผัสกลางแบบแนวตั้งขนาด 11.6 นิ้ว (เทียบกับ 8 นิ้วในรุ่นปี 2024) ยังคงมีปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแบบเดิม ใช้ระบบ UI แบบสามโซน รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและคุณสมบัติการเชื่อมต่ออื่นๆ และบางรุ่นมีระบบชาร์จไร้สาย เบาะนั่งยังมาพร้อมโมดูลรองรับกระดูกสันหลังส่วนล่างแบบใหม่เพื่อความสบายยิ่งขึ้น ในด้านระบบส่งกำลัง รุ่นปี 2025 เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร (กำลังสูงสุด 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 252 นิวตันเมตร) และรุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร (กำลังรวม 158 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร) ในขณะที่รุ่นปี 2024 มีเพียงเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร (156 แรงม้า 196 นิวตันเมตร) เท่านั้น รุ่นปี 2025 ยังมีอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความเงียบ ในด้านคุณสมบัติ รุ่นปี 2025 มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ EyeSight รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ส่วนรุ่นท็อปสุดนั้นยังมีล้อขนาด 19 นิ้ว พวงมาลัยแบบมีระบบทำความร้อน กระจกมองหลังแบบลดแสงอัตโนมัติ ระบบตรวจสอบจุดบอดแบบหลายมุมมอง และโหมด X-MODE สองโหมด ทำให้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายโดยรวมนั้นครบครันกว่ารุ่นปี 2024
Q
คุณควรจ่ายเท่าไรสำหรับ Subaru Forester ปี 2024?
ราคาของ Subaru Forester ปี 2024 แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย ตัวอย่างเช่น รุ่น 2.0 iL EyeSight ราคา 1,450,000 บาท รุ่น 2.0 iS EyeSight GT WILD ราคา 1,480,000 บาท รุ่น 2.0 iL EyeSight GT Lite ราคา 1,520,000 บาท รุ่น 2.0 iS EyeSight ราคา 1,550,000 บาท และรุ่น 2.0 i-s EyeSight GT ราคา 1,660,000 บาท รถทุกรุ่นเป็น SUV ขนาด C-segment 5 ประตู 5 ที่นั่ง มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ CVT และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7.6 ลิตร/100 กม. และระยะห่างจากพื้นต่ำสุดอยู่ที่ 220 มม. ทำให้เหมาะสำหรับสภาพถนนที่หลากหลาย ในด้านคุณสมบัติความปลอดภัย ทุกรุ่นมาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์ ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนการออกนอกเลน และระบบอื่นๆ รวมถึงคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริง เช่น จุดเชื่อมต่อเบาะเด็ก ISOFIX นอกจากนี้ยังติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศด้านหลัง หลังคาซันรูฟแบบเดี่ยว และหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 8 นิ้ว ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ประจำวันได้
Q
ซูบารุกำลังจะออก Forester รุ่นปี 2024 ไหม?
Subaru ได้เปิดตัวรถ Forester รุ่น 2024 แล้ว ซึ่งมีหลายรุ่นย่อยให้เลือกในตลาด โดยตัวอย่างในตลาดไทย ราคารถ Forester รุ่น 2024 อยู่ในช่วง 1,450,000 ถึง 1,660,000 บาท ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียริก 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสมมาตร (Symmetrical AWD) ขนาดตัวรถ ยาว 4,625 มม. กว้าง 1,815 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,670 มม. และความสูงจากพื้นรถขั้นต่ำ 220 มม. ทำให้มีสมรรถนะการขับขี่บนถนนหลากหลายประเภทได้ดี ในด้านระบบความปลอดภัย ทุกรุ่นมาตรฐานติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ (Vehicle Stability Control) และระบบความปลอดภัยพื้นฐานอื่นๆ บางรุ่นระดับสูงยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบเตือนจุดบอด (Blind Spot Detection) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Warning) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) และจุดยึดเบาะนั่งเด็กมาตรฐาน ISO FIX เพื่อความปลอดภัยอย่างรอบด้านของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมีรูปแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ความจุถังน้ำมัน 63 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน 7.6 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงความประหยัดน้ำมันและประโยชน์ใช้สอยที่ตอบสนองทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวและการเดินทางกลางแจ้งแบบไม่หนักหน่วง
Q
ทำไมแบตเตอรี่รถ Subaru Forester ปี 2020 ของฉันถึงหมดบ่อย?
ปัญหาหม้อแบตเตอรี่รถยนต์ซูบารุฟอเรสเตอร์ปี 2020 หมดบ่อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างแรกต้องเช็คสภาพแบตเตอรี่เองก่อน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ที่ความร้อนสูงจะทำให้สารละลายในแบตระเหยเร็วและเกิดแผ่นขั้วแบตเสื่อม แนะนำให้ใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดันขณะดับเครื่อง (ถ้าต่ำกว่า 12.4V ควรชาร์จหรือเปลี่ยนใหม่) ส่วนการขับรถระยะสั้นแบบที่คนไทยชอบใช้บ่อยๆ ก็ทำให้แบตเตอรี่ชาร์จไฟไม่เต็มที่ ควรขับรถต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีสัปดาห์ละครั้ง ระบบไฟฟ้าในรถก็ต้องตรวจสอบเหมือนกัน ฟอเรสเตอร์ที่ติดตั้งระบบ EyeSight มาตรฐานรวมถึงไฟหน้าตลอดเวลาใช้ไฟค่อนข้างมาก ถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเช่นกล้องติดรถยนต์หรือเครื่องเสียงที่ไม่ใช่ของแท้ก็อาจทำให้มีไฟรั่วได้ ควรใช้คลิปมิเตอร์วัดกระแสไฟขณะรถดับ (ปกติไม่ควรเกิน 50mA) อีกเรื่องสำคัญคือระบบสตาร์ทอัตโนมัติของซูบารุที่ต้องการแบตเตอรี่เฉพาะเท่านั้น ต้องใช้แบบ EFB หรือ AGM เท่านั้น ถ้าใช้แบตเตอรี่ธรรมดาจะเสื่อมเร็วมาก สำหรับการดูแลรักษาปกติ ควรทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่บ่อยๆ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน ถ้าต้องจอดรถทิ้งไว้นานแนะนำให้ถอดขั้วลบออกหรือใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รักษาระดับไฟ วิธีเหล่านี้จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้มาก ถ้ายังมีปัญหาเกิดขึ้นอีกอาจเกิดจากไดชาร์จทำงานผิดปกติ (แรงดันควรอยู่ที่ 13.8-14.4V) หรือมีไฟรั่วในระบบสายไฟ ควรให้ช่างผู้ชำนาญใช้เครื่องสแกนวินิจฉัยเพิ่มเติม
Q
เครื่องยนต์ที่ใช้ใน Subaru Forester ปี 2020 คืออะไร?
รถ Forester ปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 2.5 ลิตร แบบแนวนอนสี่สูบ (รุ่น FB25) ที่ใช้ระบบดูดธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุด 182 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 239 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ CVT Lineartronic และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD แบบมาตรฐาน เครื่องยนต์นี้ใช้เทคโนโลยีฉีดตรงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ แถมการออกแบบแบบแนวนอนยังทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง เหมาะสมกับพื้นที่ภูเขาและถนนที่ลื่นเป็นพิเศษ ถ้าเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว เครื่องยนต์แบบแนวนอนถือเป็นจุดเด่นที่หาตัวจับยาก เพราะการสั่นสะเทือนน้อยและทำงานเรียบ ทำให้รู้สึกสบายเวลาขับทางไกล แต่ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเครื่องนะ แนะนำให้ใช้แบบสังเคราะห์ 0W-20 และต้องเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันนั้นถือว่าดีพอสมควร ในเมืองจะกินประมาณ 9-10 ลิตรต่อ 100 กม. แต่ถ้าขับทางไกลอาจลดลงเหลือ 7 ลิตรได้ สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสอง แนะนำให้ตรวจสอบยางรองเครื่องยนต์กับสภาพน้ำมันเกียร์ CVT เป็นพิเศษ เพราะส่วนพวกนี้ในสภาพอากาศร้อนอาจเสื่อมเร็วหน่อย
Q
แบตเตอรี่ของ Subaru Forester ปี 2020 มีอายุการใช้งานนานเท่าไร?
แบตเตอรี่ของ Subaru Forester รุ่นปี 2020 ส่วนใหญ่จะใช้งานได้ประมาณ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพอากาศในพื้นที่ โดยอากาศร้อนชื้นอาจทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นและทำความสะอาดขั้วแบตเป็นประจำ ถ้าขับรถระยะสั้นบ่อยๆ หรือจอดรถทิ้งไว้นานๆ แบตอาจหมดเร็ว แนะนำให้ใช้เครื่องชาร์จอัจฉริยะช่วยรักษาระดับไฟ นอกจากนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถเช่น กล้องติดรถยนต์หรือเครื่องเสียงที่ติดตั้งเพิ่มก็กินไฟแบตมากขึ้น ควรปิดอุปกรณ์เหล่านี้หลังจอดรถเสร็จ ถ้ารู้สึกว่าเครื่องติดยากหรือไฟหน้าสว่างน้อยลง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าแบตใกล้หมดแล้ว เลือกเปลี่ยนแบตแบบไม่ต้องบำรุงรักษาที่ตรงตามสเปคเดิมของรถจะสะดวกกว่า ยี่ห้อดังเช่น GS Battery หรือ Boliden ก็มีรุ่นที่เหมาะอยู่ เวลาเปลี่ยนแบตอย่าลืมเช็คค่า CCA (กระแสไฟตอนสตาร์ทตอนอากาศเย็น) ให้ตรงด้วย เวลานำรถเข้าศูนย์บริการให้ช่างตรวจสภาพแบตด้วยอุปกรณ์ระดับมืออาชีพก็ช่วยป้องกันปัญหาได้ล่วงหน้า
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาน่าสนใจ ลดลงเป็นล้านบาทเพียงแค่หัว อยู่ในการปฏิรูปของประเทศไทย
สายการผลิตของไทย มาตรฐานการผลิตแบรนด์สูง ช่างไทยมีฝีมือยอดเยี่ยม คุณภาพสินค้าอาจดีกว่า
สามารถติดตั้งคอนฟิกเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิดทั่วทิศทาง 360 องศา บัตร GT ที่เลือกที่สุดของคุณ
ระบบสี่ล้อขับคลินช์ 1995cc แบบสี่ล้อ มอเตอร์เบนซินสูงสุดกำลังไฟฟ้าดีเซล 156 / 6000 หมุนทุกนาที รวมถึงเกียร์ความเร็วแปรผันที่ CVT และระบบสี่ล้อขับ
ระบบขับขี่สี่ล้อหลากหลายและสะดวกใช้งาน ตอบสนองความต้องการขับขี่ทั้งหมด ยอดเยี่ยมด้านประสิทธิภาพการขับขี่ และทำงานผ่านปุ่มกดเพื่อเลือกโหมดที่เหมาะสม

ข้อเสีย

จำนวนศูนย์บริการไม่มากพอ การขยายบริการอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่
การใช้น้ำมันสูง ไม่ให้ความสำคัญกับการประหยัดน้ำมันเพื่อตอบสนองผู้บริโภค
ในด้านราคาอะไหล่และขายรถมือสอง ไม่ใช่รุ่นของทั่วไป ราคาขายรถมือสองไม่ดี ราคาอะไหล่และบริการสูงกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน

Q&A ล่าสุด

Q
"รถ Honda Civic Hatchback ปี 2020 มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาปัจจุบันของ Honda Civic Hatchback ปี 2020 ในตลาดไทยนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทางการใช้งาน และการบำรุงรักษา ราคาขายปลีกแนะนำจากผู้ผลิต (MSRP) เดิมอยู่ที่ประมาณ 1.1-1.2 ล้านบาท ขณะที่ราคารถมือสองในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 700,000 ถึง 900,000 บาท รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5T จับคู่กับเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา ให้การส่งกำลังที่ราบรื่นและประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต โดดเด่นด้วยชุดแต่งสีดำ กระจกมองข้าง และสปอยเลอร์ ดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่ ภายในห้องโดยสารเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงระบบความปลอดภัย Honda Sensing (เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้าและระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ) หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และฟีเจอร์เชื่อมต่อรถยนต์ ผสานความปลอดภัยและความสะดวกสบายเข้าด้วยกัน ในด้านพื้นที่ภายใน ฐานล้อยาวประมาณ 2700 มม. ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารด้านหลัง ดีไซน์แบบแฮทช์แบ็กช่วยให้การขนของสะดวก และเบาะหลังสามารถพับลงได้แบบ 4/6 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ ทำให้ใช้งานได้จริงอย่างมาก เป็นรถที่ผสมผสานสมรรถนะแบบสปอร์ตเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ราคาที่แน่นอนจะต้องได้รับการยืนยันอีกครั้งตามสภาพรถจริงและอุปสงค์และอุปทานในตลาด
Q
ค่าไมล์ต่อแกลลอนของ Honda Civic EX Hatchback ปี 2020 คือเท่าไร?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Honda Civic Hatchback EX 1.5T ปี 2020 นั้นแตกต่างกันไปตามสภาพการขับขี่ การทดสอบอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 5.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 40.0 ไมล์ต่อแกลลอน ในการใช้งานจริง เจ้าของรถรายงานอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยระหว่าง 7.38 ถึง 7.98 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 31.4 ถึง 33.8 ไมล์ต่อแกลลอน อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจำเพาะนั้นได้รับผลกระทบจากสภาพถนน (อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นในสภาพการจราจรในเมือง) พฤติกรรมการขับขี่ (การขับขี่แบบดุดันทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น) และสภาพของรถ (อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาการใช้งานครั้งแรก และลดลงหลังจากนั้น) ด้วยเครื่องยนต์ 1.5T ที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบเกียร์ CVT ที่ทำงานร่วมกันได้ดี ทำให้รุ่นนี้มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ประหยัดให้กับผู้ใช้ นอกจากนี้ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังแตกต่างกันอย่างมากภายใต้สถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อขับรถด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. บนทางหลวง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ประมาณ 5.1-5.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 45.0-45.8 ไมล์ต่อแกลลอน อย่างไรก็ตาม ในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นเป็น 8-9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 26.1-28.8 ไมล์ต่อแกลลอน
Q
ราคา 2023 Ford Everest อยู่ที่เท่าไหร่?
รถยนต์ Ford Everest ปี 2023 มีราคาจำหน่ายในตลาดไทยหลายรุ่น โดยรุ่นพื้นฐานเริ่มต้นที่ 1,464,000 บาท ขณะที่รุ่น Wildtrak มีราคาเริ่มต้นที่ 1,899,000 บาท โดยรวมแล้วราคาจะอยู่ระหว่างประมาณ 248,600 ถึง 361,600 หยวน (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน) รุ่นนี้มีตัวเลือกเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงที่แข่งขันได้ดีในตลาด
Q
2024 Mini Cooper Countryman ราคาเท่าไหร่?
Mini Cooper Countryman รุ่น 2024 มีหลายรุ่นให้เลือกในตลาด และราคาระหว่างรุ่นแตกต่างกัน โดยรุ่น Cooper S ราคาอยู่ที่ 1,050,900 บาท รุ่น Countryman C ราคาอยู่ที่ 1,240,000 บาท และรุ่นไฟฟ้า Countryman E ราคาอยู่ที่ 2,014,690 บาท ราคาเหล่านี้ครอบคลุมความต้องการในเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์และประเภทระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามงบประมาณและสถานการณ์การใช้งานของตนเองได้ หากต้องการทราบราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลราคาล่าสุดและโปรโมชั่นการซื้อรถที่อาจมี
Q
รถ Countryman ปี 2024 เป็นรถครอบครัวที่ดีหรือไม่?
Countryman ปี 2024 เป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับครอบครัว มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง ขนาดตัวรถอยู่ในระดับมาตรฐานของรถในระดับเดียวกัน ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังกว้างขวาง ที่นั่งด้านหน้ากว้างขึ้นเกือบ 3 ซม. และที่นั่งด้านหลังกว้างขึ้น 2.5 ซม. พร้อมระบบปรับเอนช่วงไหล่ได้ถึง 12 องศา จึงนั่งสบายแม้ผู้โดยสารที่มีส่วนสูง ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐาน 460 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 1450-1530 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง สามารถบรรจุรถเข็นเด็ก กระเป๋าเดินทาง และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ สำหรับครอบครัวได้อย่างสบาย ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่เก็บของของครอบครัวสามคนทั้งการเดินทางระยะสั้นและระยะยาว ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน มีฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริงมากมาย เช่น CarPlay แบบไร้สาย จอแสดงผล Head-up Display ระบบเสียง Harman Kardon และระบบ ETC ในตัว ฟังก์ชั่นเสริมอย่างกล้องมองรอบทิศทาง 360° และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานของครอบครัว ในด้านประสบการณ์การขับขี่ การส่งกำลังตอบสนองได้ดีในความเร็วต่ำ ทำให้การแซงในเมืองทำได้อย่างง่ายดาย ระบบเกียร์เปลี่ยนได้อย่างราบรื่น และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันบนทางหลวงอยู่ที่ 6-7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าประหยัด ตรงตามความคาดหวังสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว แม้ว่าจะมีปัญหาเล็กน้อย เช่น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองสูงขึ้นเล็กน้อย การเก็บเสียงอยู่ในระดับปานกลาง และแป้นเบรกค่อนข้างแข็ง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อข้อดีหลักๆ ในฐานะรถยนต์สำหรับครอบครัว สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการเดินทางไปทำงานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวได้อย่างดี
ดูเพิ่มเติม