Q

Neta V มีกี่สี?

Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในตลาดไทยตอนนี้ มีหลายสีให้เลือกตามสไตล์ความชอบของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีดำ สีน้ำเงิน หรือสีเทา แบบคลาสสิค บางรุ่นอาจมีตัวเลือกสีคู่ที่ดูโดดเด่นกว่าเดิม สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบไทย แนะนำให้เลือกสีอ่อนอย่างขาวหรือเงิน เพราะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนในรถได้ดี แถมสีอ่อนยังดูแลง่าย ไม่ค่อยเห็นรอยขีดข่วนด้วย ถ้าชอบอะไรที่พิเศษขึ้นหน่อย ลองดูสีแบบเมทัลลิกหรือไข่มุกที่สวยงามเมื่อต้องแสงแดด แต่ต้องระวังเรื่องค่าซ่อมที่อาจสูงกว่าปกติ สีบางสีอาจต้องสั่งจองล่วงหน้าเพราะอาจไม่มีสต็อก อย่าลืมว่าการเลือกสีรถไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่สีอ่อนยังช่วยให้มองเห็นรถได้ชัดเจนขึ้นตอนกลางคืน ซึ่งสำคัญมากในสภาพการจราจรที่ต้องแบ่งถนนกับรถมอเตอร์ไซค์แบบไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Neta V วิ่งได้กี่กิโลเมตร
รถยนต์ไฟฟ้า Neta V ในตลาดประเทศไทยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 401 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือท่องเที่ยวรอบเมือง แม้อากาศร้อนของไทยอาจส่งผลเล็กน้อยต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่ แต่รถรุ่นนี้ได้ติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะเพื่อรักษาความเสถียรของแบตเตอรี่ ในส่วนของการชาร์จ หากใช้ระบบชาร์จเร็วสามารถชาร์จจาก 30% ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ส่วนการชาร์จแบบปกติที่บ้านจะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสามารถหาจุดชาร์จได้ตามห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานต่างๆ สำหรับผู้บริโภคไทยที่กำลังพิจารณาซื้อรถไฟฟ้า นอกจากระยะทางแล้ว ควรสนใจนโยบายการรับประกันแบตเตอรี่ (ส่วนใหญ่รับประกัน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร) รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาดจากรัฐบาลไทย ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน เช่น MG EP หรือ BYD ATTO 3 ที่ให้ระยะทางประมาณ 300-400 กิโลเมตร ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างในเรื่องพื้นที่ภายในและฟังก์ชันการใช้งานตามงบประมาณและความต้องการส่วนตัวได้
Q
ที่ไหนที่ฉันสามารถทดลองขับรถ Neta V
หากสนใจทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า Neta V ในประเทศไทย สามารถไปที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Neta ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ เพื่อจองทดลองขับได้ เช่น โชว์รูมที่บางนา หรือลาดพร้าวในกรุงเทพฯ หรือบางครั้งในช่วงงานอีเวนต์ก็อาจมีบริการทดลองขับในศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างสยามพารากอนหรือเซ็นทรัลเวิลด์ แนะนำให้ตรวจสอบจุดให้บริการและขั้นตอนการจองล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการของ Neta ประเทศไทยหรือทางไลน์อย่างเป็นทางการก่อน Neta V เป็นรถไฟฟ้าที่เน้นการใช้งานในเมือง ด้วยระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และการออกแบบตัวรถขนาดกะทัดรัดที่เหมาะกับสภาพการจราจรที่ติดขัดในไทย แถมยังรองรับการชาร์จเร็ว (ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้ดี รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถไฟฟ้า และยังมีส่วนลดประมาณ 150,000 บาทเมื่อซื้อรถ บางตัวแทนอาจมีโปรโมชั่นติดตั้งที่ชาร์จฟรีในช่วงนี้ แนะนำให้สอบถามนโยบายการบริการหลังการขายแบบท้องถิ่นตอนทดลองขับด้วย หากสนใจรุ่นในระดับเดียวกัน คุณยังสามารถเปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ เช่น BYD Dolphin หรือ MG EP ได้ แต่คุณต้องใส่ใจกับความแตกต่างในด้านความเข้ากันได้ของการชาร์จ (เช่น CHAdeMO หรืออินเทอร์เฟซ CCS2) และเงื่อนไขการรับประกันของรุ่นต่างๆ
Q
Neta V ใช้แบตเตอรี่ชนิดใด
รถไฟฟ้า Neta V เป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประเภท NCM (นิกเกิล โคบอลต์ แมงกานีส) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้พลังงานสูงและอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนของไทย แบตเตอรี่มีความจุประมาณ 31kWh ถึง 38kWh แล้วแต่รุ่น ให้ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองหรือการเดินทางใกล้ๆ สำหรับการใช้งานรถไฟฟ้าในไทย ควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน และสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย ทั้งในห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน และสถานีชาร์จเฉพาะจุด เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้า เช่น การลดภาษีและให้เงินอุดหนุน การเลือกซื้อ Neta V จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก สำหรับผู้ที่สนใจรถรุ่นนี้ การเข้าใจวิธีการดูแลแบตเตอรี่และรู้ตำแหน่งสถานีชาร์จในพื้นที่จะช่วยให้ใช้งานรถไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Q
การชาร์จ Neta V จากแหล่งจ่ายไฟที่บ้านใช้เวลากี่ชั่วโมง?
เวลาชาร์จรถ NETA V ในประเทศไทยเมื่อใช้ไฟฟ้าที่บ้านจะขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และกำลังไฟเป็นหลัก แบตเตอรี่ของ NETA V มีความจุประมาณ 38.54kWh หากใช้เครื่องชาร์จที่บ้านแบบเฟสเดียว 220V/32A ซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทย (กำลังไฟประมาณ 7kW) โดยทฤษฎีแล้วการชาร์จจาก 0% ถึง 100% จะใช้เวลาประมาณ 5.5 ถึง 6 ชั่วโมง เวลาจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิแวดล้อมและประสิทธิภาพการชาร์จ แม้ว่าแรงดันไฟฟ้าในบ้านที่ไทยจะค่อนข้างเสถียร แต่แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จเฉพาะเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ นอกจากนี้สภาพอากาศร้อนในประเทศไทยอาจส่งผลต่อความเร็วการชาร์จเล็กน้อย จึงแนะนำให้ชาร์จในช่วงเช้าหรือเย็นที่อุณหภูมิต่ำเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด NETA V รองรับการชาร์จหลายรูปแบบ นอกจากการชาร์จที่บ้านแล้ว ประเทศไทยยังกำลังพัฒนาระบบชาร์จเร็วสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ในโหมดชาร์จเร็วสามารถชาร์จได้ถึง 80% ในเวลาประมาณ 30 นาที เหมาะสำหรับการเดินทางไกล เจ้าของรถสามารถเลือกวิธีการชาร์จตามความสะดวกของการใช้งานประจำวัน การชาร์จที่บ้านเหมาะสำหรับการชาร์จตอนกลางคืนขณะจอดรถ เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่มากกว่า
Q
Neta V มาจากประเทศใด
Neta V เป็นรถอีวีขนาดเล็กประเภท SUV จากแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ของจีน HOZON Auto ออกแบบมาสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนเมืองที่ต้องการรถสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยรถรุ่นนี้ได้เปิดตัวในตลาดไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2022 ผ่านความร่วมมือระหว่าง HOZON Auto และพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศไทย พร้อมกับการปรับแต่งบางส่วนให้เหมาะสมกับกฎระเบียบและความชอบของผู้บริโภคไทย Neta V ดึงดูดความสนใจในตลาดรถอีวีไทยด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัด ระยะขับขี่ประมาณ 380 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ ในตลาดไทย รถรุ่นนี้ต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง MG EP และ Ora Good Cat โดยจุดแข็งของ Neta V คือราคาที่เข้าถึงง่ายและการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะกับสภาพถนนในเมืองแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลไทยยังได้สนับสนุนรถอีวีผ่านมาตรการลดภาษี เช่น การลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับ Neta V และรถอีวีรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ไทยกำลังผลักดันการผลิตชิ้นส่วนรถอีวีในประเทศ ทำให้ในอนาคต Neta V อาจมีการประกอบภายในประเทศเพื่อลดต้นทุน สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยที่ต้องการให้ 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดเป็นรถอีวีภายในปี 2030 สำหรับผู้บริโภคไทย การเลือกซื้อรถอีวีไม่ควรดูแค่ระยะขับขี่และราคา แต่ต้องพิจารณาการครอบคลุมของสถานีชาร์จด้วย ปัจจุบันในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มีเครือข่ายสถานีชาร์จที่ค่อนข้างพร้อม แต่ในพื้นที่ห่างไกลยังจำเป็นต้องพัฒนาต่อไป
Q
ความแตกต่างระหว่าง Neta V II และ Neta V คืออะไร
รถ Neta V II เป็นรุ่นอัพเกรดจาก Neta V ที่ได้รับการพัฒนาด้านระบบสมาร์ท ค่าการใช้งานของแบตเตอรี่ และดีเทลการออกแบบ เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดย Neta V II มักมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น ช่วยเพิ่มระยะทางได้ไกลกว่ารุ่นเดิม พร้อมอัพเกรดระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ เช่น ระบบ Cruise Control อัตโนมัติ ระบบรักษาช่องทางเดินรถ ทำให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ในด้านรูปลักษณ์ รถรุ่นนี้อาจมาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น เช่น ล้อแม็กซ์แบบใหม่ หรือกรอบหน้ารถที่โดดเด่นกว่าเดิม ขณะที่ภายในห้องโดยสารก็ใช้วัสดุคุณภาพดีขึ้น และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น จอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้น หรือรองรับแอปพลิเคชันในท้องถิ่นได้มากขึ้น สำหรับตลาดไทย Neta V II ยังอาจปรับปรุงระบบปรับอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพแม้อุณหภูมิสูง ทั้งสองรุ่นเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย แต่ Neta V II จะให้ความสะดวกสบายและความอัจฉริยะที่เหนือกว่า เหมาะกับผู้ใช้ที่พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า ส่วนใครที่เน้นความคุ้มค่า Neta V รุ่นเดิมก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าอยากได้เทคโนโลยีล่าสุดและระยะทางที่ไกลขึ้น Neta V II คือคำตอบที่ตอบโจทย์กว่า
Q
NETA V II แตกต่างจาก NETA V อย่างไร
NETA V II คือรุ่นอัพเกรดจาก NETA V ที่ได้รับการปรับปรุงในหลายด้านเพื่อตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น เริ่มจากเรื่องระยะทางที่เพิ่มขึ้น แบตเตอรี่ของ NETA V II วิ่งได้ไกลกว่าเดิม ช่วยให้การเดินทางในเมืองหรือข้ามจังหวัดสะดวกขึ้น แถมยังชาร์จไฟเร็วกว่าเดิม ไม่ต้องรอนาน ส่วนระบบเทคโนโลยีก็อัปเดตกว่าเดิม พร้อมแอปพลิเคชันท้องถิ่นและระบบสั่งการด้วยเสียงที่ใช้ง่ายขึ้น ด้านความสบายก็ไม่แพ้กัน วัสดุภายในห้องและเบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ให้เหมาะกับอากาศร้อนของไทย ขับนานๆ ก็ไม่เหนื่อย หน้าตาด้านนอก NETA V II มาด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบเทรนด์คนรุ่นใหม่ แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ช่วยขับขี่อย่าง Adaptive Cruise Control และ Lane Keeping Assist ที่จำเป็นสำหรับสภาพถนนในเมืองไทย ที่พิเศษไปกว่านั้นคือระบบปรับอากาศและระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับไทย ทำให้ใช้งานได้มั่นใจแม้อากาศร้อนจัด ด้วยราคาที่คุ้มค่า NETA V II ถือเป็นตัวเลือกน่าสนใจในตลาดรถ EV ระดับเริ่มต้น ยิ่งตอนนี้รัฐบาลไทยสนับสนุนรถ EV อย่างเต็มที่ การใช้รถไฟฟ้าก็ยิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
Q
Neta V ใช้แบตเตอรี่ประเภทอะไร
Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดไทย มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประเภท Ternary Lithium (NCM) ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูง แบตเตอรี่ชนิดนี้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในสภาพอากาศร้อนของไทย มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและชาร์จไฟเร็ว โดยความจุแบตเตอรี่จะอยู่ที่ประมาณ 31-38kWh ขึ้นอยู่กับรุ่น ซึ่งให้ระยะทางประมาณ 301-384 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ และ Neta V ยังได้รับการออกแบบระบบแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้น โดยเพิ่มระบบระบายความร้อนเพื่อป้องกันอุณหภูมิสูง นอกจากนี้โครงข่ายสถานีชาร์จในไทยก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเมืองใหญ่และสถานีบริการตามทางด่วน ทำให้หาจุดชาร์จได้ง่าย สำหรับคนไทยที่สนใจรถไฟฟ้า นอกจากประเภทแบตเตอรี่แล้ว ควรดูนโยบายการรับประกันแบตเตอรี่ (ส่วนใหญ่จะให้ประกัน 8 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร) รวมถึงสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล เช่น การลดภาษีนำเข้าและเงินสนับสนุนการซื้อรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว
Q
ที่ไหนที่ฉันสามารถทดลองขับ Neta V
ในประเทศไทย คุณสามารถจองทดลองขับรถ Neta V ได้ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายหรือโชว์รูมอย่างเป็นทางการของ Neta โดยสามารถตรวจสอบสถานที่ได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Neta ประเทศไทยหรือเพจโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายในเมืองหลักๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ที่พร้อมให้บริการทดลองขับ รถ Neta V เป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่โดดเด่นในเรื่องของระยะขับขี่และระบบอัจฉริยะ เหมาะกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะสั้นๆ ในประเทศไทย ขณะทดลองขับคุณจะได้สัมผัสถึงความแรงในการเร่งและฟังก์ชันเทคโนโลยีภายในรถ รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้า คุณอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อซื้อรถ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการบริการติดตั้งสถานีชาร์จจากตัวแทนจำหน่ายขณะทดลองขับ หากคุณสนใจรถไฟฟ้า อาจลองเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน แต่ควรสังเกตเรื่องความเข้ากันได้ของสถานีชาร์จและเครือข่ายบริการหลังการขายของแต่ละแบรนด์ เพื่อเลือกรถที่เหมาะกับความต้องการมากที่สุด ก่อนไปทดลองขับควรจองล่วงหน้าและนำใบขับขี่ไปด้วย บางจุดจำหน่ายอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุหรือประสบการณ์การขับขี่
Q
สามารถจอง Neta V ที่ไหน
ในประเทศไทย คุณสามารถจองรถ Neta V ได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของ Neta หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ Neta กำลังขยายเครือข่ายการขายในตลาดไทย โดยในกรุงเทพฯ และเมืองหลักอื่นๆ มีตัวแทนจำหน่ายที่พร้อมให้บริการทดลองขับและจองรถ นอกจากนี้คุณยังสามารถติดตามข้อมูลช่องทางการจองและโปรโมชันล่าสุดได้ผ่านทางโซเชียลมีเดียทางการของ Neta ในประเทศไทย รถ Neta V ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ด้วยดีไซน์ที่คล่องตัวและระยะทางการใช้งานที่ตอบโจทย์ เหมาะสมกับการเดินทางในเมืองของประเทศไทยเป็นอย่างดี นอกจากนี้ระบบชาร์จเร็วยังเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย หากคุณสนใจรถไฟฟ้า อาจลองศึกษานโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลไทย เช่น การลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รถไฟฟ้าในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น แนะนำให้ลองทดลองขับรถจริงที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจ พร้อมทั้งเปรียบเทียบคุณสมบัติและบริการหลังการขายของรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ เพื่อเลือกรถที่เหมาะกับคุณที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

มีตัวเลือกกำลังและระยะทางที่หลากหลาย
มีระบบเชื่อมต่อระหว่างรถที่ชาญฉลาด
มีรูปแบบเสาที่โปร่งใสที่สร้างสรรค์
มีราคาที่มีคุณสมบัติราคาถูก

ข้อเสีย

ต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาด
ปรากฎว่าปริมาณยอดขายลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้
มีผลขาดทุนในตลาดไทยในระยะยาว

Q&A ล่าสุด

Q
“รถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดคือรุ่นไหน?”
ในวงการรถสปอร์ตปัจจุบัน Ferrari Roma Spider ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและอิทธิพลของแบรนด์ โดยรถนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จ 3.9 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 620 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบคลัตช์คู่ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 320 กม./ชม. หลังคาแบบผ้าสามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 13.5 วินาที โดยใช้วัสดุผ้า 5 ชั้นเพื่อลดเสียงลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการออกแบบได้ผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิกและสมัยใหม่ เช่น รูปร่างช่วงหลังยาวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Ferrari ในยุค 1950s ส่วนกระจายลมด้านหลังและระบบไอเสียสปอร์ตช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะ ในฐานะรถสปอร์ตรุ่นเริ่มต้นของ Ferrari รุ่น Roma Spider ตั้งราคาที่ 26 ล้านบาท ซึ่งมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดรถหรู โดยเฉพาะการดึงดูดผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าของแบรนด์และความเพลิดเพลินในการขับขี่ ที่น่าสนใจคือ การเลือกใช้รถของซุปเปอร์สตาร์อย่าง LISA สมาชิกวง BLACKPINK สะท้อนถึงความนิยมของรุ่นนี้ในกลุ่มคนชั้นสูงของไทย ปัจจุบันตลาดรถสปอร์ตไทยมีแนวโน้มสนใจรถ GT ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายและมีดีเอ็นเอของสนามแข่ง มากกว่ารถสปอร์ตสุดขั้วที่เน้นสมรรถณะสูงสุด แนวโน้มนี้ทำให้รถสปอร์ตหรูแบบ 2+2 อย่าง Roma Spider ได้รับความได้เปรียบในตลาดมากขึ้น
Q
รถสปอร์ตที่ดีที่สุดที่ควรซื้อในปี 2025 คืออะไร?
ในรายการรถสปอร์ตที่น่าจับตามองในปี 2025 มาสด้า Iconic SP รถสปอร์ตไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดเป็นตัวเลือกที่ผสมผสานสมรรถนะและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบระบบไฟฟ้าที่สอดคล้องกับแนวโน้มอนาคต พร้อมยังคงรักษาความสนุกสนานในการขับขี่แบบรถสปอร์ต หากคุณชอบรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม โพร์เช่รุ่นใหม่ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพฯ เช่น ซีรีส์ 911 ยังคงเป็นตัวชี้วัดของตลาดรถระดับสูง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเอกลักษณ์ของแบรนด์ สำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด รุ่นเพิ่มระยะทาง (Range Extender) ของ Deepal S05 (เริ่มต้นที่ 799,000 บาท) ให้ระยะขับขี่แบบไฟฟ้าล้วน์ 200 กิโลเมตร และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด หากต้องการประสบการณ์บนสนามแข่งระดับสูง ดูคาติ Panigale V4 แม้จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ แต่ด้วยเครื่องยนต์ V4 กำลัง 216 แรงม้าและการตั้งค่าสำหรับสนามแข่ง (เริ่มต้นที่ 239,900 หยวน) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ Omoda C5 EV (เริ่มต้นที่ 899,000 บาท) ยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของรถไฟฟ้าด้วยระยะขับขี่สูงถึง 505 กิโลเมตรและฟังก์ชัน V2L โดยสรุปแล้ว การเลือกซื้อควรพิจารณาจากงบประมาณ ความชอบในระบบขับเคลื่อน และสถานการณ์การใช้งาน โดยรถรุ่นทั้งหมดที่กล่าวมามีจุดเด่นด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี หรือความคุ้มค่าเงินที่โดดเด่น
Q
"รถสปอร์ตที่เร็วที่สุดจากโรงงานคืออะไร?"
ปัจจุบัน รถยนต์ที่เร็วที่สุดในตลาดไทยคือ Lotus GT Emeya R ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าล้วน มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ กำลังสูงสุด 905 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุดเกิน 250 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 6,890,000 บาท รถคันนี้ใช้ระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟและระบบช่วงล่างอิเล็กทรอนิกส์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแรงดันสูง 800 โวลต์ เพิ่มระยะทางได้ 180 กิโลเมตรด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที ในขณะที่ BYD ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ แต่รุ่นต่างๆ เช่น Seal มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่เร็วที่สุดใน 5.9 วินาที (Deep Blue S7 ก็ทำได้ 5.9 วินาทีเช่นกัน) ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวมากกว่า สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ความเร็วสูงสุดของซูเปอร์คาร์ขึ้นอยู่กับสภาพสนามแข่ง การขับขี่บนท้องถนนจริงต้องปฏิบัติตามจำกัดความเร็วตามกฎหมายของประเทศไทยที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Q
รถรุ่นไหนที่เสียงเจ๋งที่สุด?
ในตลาดไทย ระบบเสียงในรถยนต์หรูส่วนใหญ่ใช้ของ Burmester และ Bowers & Wilkins ซึ่งมีเทคโนโลยีด้านเสียงที่เหนือกว่า Burmester ให้คุณภาพเสียงดนตรีซิมโฟนีที่ยอดเยี่ยมราวกับอยู่ในห้องโถง ด้วยลำโพง 31 ตัวและเบาะสั่นสะเทือน 4 มิติ ในขณะที่ Bowers & Wilkins ให้ความละเอียดของเสียงเครื่องสายและเสียงร้องที่ยอดเยี่ยมด้วยทวีตเตอร์ไดอะแฟรมเพชร สำหรับรุ่นทั่วไป JBL ด้วยซับวูฟเฟอร์คาร์บอนไฟเบอร์และระดับความดันเสียง 130dB ให้ความคุ้มค่าอย่างยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบดนตรีร็อค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับรุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Camry เทคโนโลยีเสียงรอบทิศทาง Logic7 Pro ของ Harman Kardon ให้ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพดนตรีป๊อปกับค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดในรุ่นต่างๆ เช่น BMW 5 Series เจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่สามารถพิจารณาระบบชดเชยเสียงของ Dynaudio ที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีไดอะแฟรมแมกนีเซียมซิลิเกตที่ช่วยลดเสียงลมความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเลือกซื้อลำโพง ให้พิจารณาความชอบทางดนตรีและงบประมาณของคุณ: สำหรับดนตรีคลาสสิก ให้เน้นที่ระบบลำโพง Mark Levinson 23 ตัวของ Lexus LS; สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ชุดเครื่องเสียง Yamaha Dolby Atmos จาก Zeeker 001 นั้นเหมาะสม และสำหรับความต้องการทางธุรกิจ เทคโนโลยีเสียงสามทิศทาง Meridian 1700W ของ Land Rover Range Rover นั้นเป็นตัวเลือกที่แนะนำ ในการขับขี่จริง ควรนำเพลงที่คุณฟังเป็นประจำไปทดสอบด้วย เนื่องจากแต่ละยี่ห้อมีการปรับแต่งเสียงที่แตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเรื่องการขยายเสียงสูง (เช่น Bowers & Wilkins สูงถึง 40kHz) และความลึกของเสียงต่ำ (เช่น JBL ต่ำถึง 30Hz)
Q
"ซูเปอร์คาร์รุ่นไหนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด?"
รถซูเปอร์คาร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในตลาดไทยในปัจจุบัน ได้แก่ โตโยต้า GR GT, โลตัส Emeya และ Aion Hyper SSR เป็นต้น โตโยต้า GR GT เป็นรถซูเปอร์คาร์ V8 เทอร์โบคู่ รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2027 ซึ่งได้รับการคาดหวังมากด้วยกำลัง 641 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4 วินาที และมีการวางตำแหน่งแข่งขันกับ AMG GT นอกจากนี้ กลยุทธ์การขายแบบไม่จำกัดจำนวนยังช่วยเพิ่มความร้อนแรงในตลาดอีกด้วย โลตัส Emeya เป็นรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบซึ่งมีสองรุ่นย่อย รุ่นสูงสุดที่มีกำลัง 905 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 2.8 วินาที ทำให้กลายเป็นมาตรฐานในวงการ GT ไฟฟ้า ราคาที่เริ่มต้นที่ 5,990,000 บาทยังช่วยขยายฐานลูกค้าได้อีกด้วย Aion Hyper SSR ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ระดับไฮเอนด์ในงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพฯ ด้วยสมรรถนะการเร่งความเร็วอันน่าทึ่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 1.9 วินาที โดยมียอดสั่งซื้อเฉลี่ยวันละ 1 คัน ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในตลาด นอกจากนี้ รถซูเปอร์คาร์ T63 ของแบรนด์ท้องถิ่น Tera S Motor ที่ใช้เครื่องยนต์ Civic Type R และโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ การออกแบบน้ำหนักเบากับกำลัง 500 แรงม้า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการพัฒนาของไทย จากพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้ใช้รถซูเปอร์คาร์ในไทยมักใช้รถในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือโอกาสพิเศษ และให้ความสำคัญกับการบริการดูแลรักษาระดับมืออาชีพ โดยศูนย์ธุรกิจระดับสูงในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อื่นๆ มีพื้นที่จอดรถพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ รถเหล่านี้และแนวโน้มทางเทคโนโลยีร่วมกันสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอย่างต่อเนื่องของตลาดไทยที่มีต่อสมรรถนะสูงและนวัตกรรมล้ำสมัย
ดูเพิ่มเติม