Q
ยาริสของโตโยต้าใช้น้ำยาหล่อเย็นกี่ลิตร
ปริมาณน้ำหล่อเย็นของรถโตโยต้านั้นจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถและประเภทเครื่องยนต์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-8 ลิตร เช่น รุ่นคอมแพคต์อย่างคอร์ลลาหรือยาริสอาจต้องการประมาณ 4-5 ลิตร ส่วนรุ่นกลางหรือ SUV อย่างคัมรี่หรือฟอร์จูนเนอร์อาจต้องการ 6-8 ลิตร ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าในประเทศไทยเพื่อดูปริมาณที่แน่นอน สำหรับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การดูแลระบบระบายความร้อนเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ตรวจสอบระดับและสภาพน้ำหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อให้อยู่ในระดับปกติและไม่เสื่อมสภาพ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร แต่ควรยึดตามระยะทางที่ระบุในคู่มือเป็นหลัก นอกจากนี้การเลือกน้ำหล่อเย็นที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนก็สำคัญ น้ำหล่อเย็นมาตรฐานของโตโยต้าถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูงโดยเฉพาะ ช่วยป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินและปัญหาการกัดกร่อนได้ดี หากพบว่าน้ำหล่อเย็นลดลงผิดปกติ อาจมีรอยรั่วในระบบ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ศูนย์บริการโตโยต้าหลายแห่งในประเทศไทยมีบริการตรวจเช็คระบบระบายความร้อนอย่างมืออาชีพ แนะนำให้ผู้ใช้รถเข้าปรับสภาพรถเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย
เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
""
ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่?
""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย
ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
Drum brake หมายถึง ระบบเบรกที่ใช้ดรัม (Drum) หรือกระบอกกลมเป็นส่วนหลักของกลไกการเบรก โดยภายในดรัมจะมีก้านเบรกที่เรียกว่าผ้าเบรก (Brake Shoe) ทำหน้าที่กดและสร้างแรงเสียดทานกับดรัมเมื่อเหยียบเบรก เพื่อช่วยลดความเร็วหรือหยุดการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ
เบรกดรัมเป็นระบบเบรกรถยนต์ที่พบได้ทั่วไป โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วย ดรัมเบรก ผ้าเบรก กระบอกสูบเบรก และสปริงดึงกลับ เป็นต้น ดรัมเบรกจะหมุนตามล้อรถ เมื่อเบรกทำงาน ผ้าเบรกจะถูกดันโดยกระบอกสูบเบรกให้กดเข้ากับผิวด้านในของดรัมเบรก สร้างแรงเสียดทานเพื่อให้เกิดการหยุดรถ
เบรกดรัมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ แบบขยายจากภายในและแบบรัดจากภายนอก โดยแบบขยายจากภายในมีการใช้งานกว้างขวางกว่า และยังสามารถแบ่งย่อยตามกลไกการทำงานได้เป็น 3 ชนิดคือ ชนิดกระบอกสูบ ชนิดคัม และชนิดลิ่ม
โดยทั่วไปเบรกดรัมจะใช้ที่ล้อหลัง ในรถบางรุ่นอาจมีการรวมกลไกเบรกมือแบบดรัมไว้ในระบบเบรกดิสก์ล้อหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับเบรกดิสก์แล้ว เบรกดรัมมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าและมีส่วนประกอบมากกว่า เช่น สปริงจำกัดระยะและตัวปรับแต่ง แต่ให้แรงเบรกที่มากกว่าในราคาที่ต่ำกว่า จึงเหมาะสำหรับรถระดับกลางถึงระดับเริ่มต้นและรถประหยัด
ตลาดระบบเบรกดรัมทั่วโลกถูกครอบครองโดยผู้ผลิตชั้นนำเช่น Akebono Brake Industry และ ZF TRW โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์พัฒนาต่อไป เทคโนโลยีเบรกดรัมก็ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้วัสดุฝืดที่มีความทนทานสูงขึ้นและการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
Q
มีกี่ประเภทของเบรกรถยนต์?
ระบบเบรกของรถยนต์มีหลักๆ 5 ประเภท ได้แก่ ระบบเบรกเสียดสี ระบบเบรกไฮดรอลิก ระบบเบรกอากาศบีบอัด ระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเบรกรีเจเนเรชัน โดยระบบเบรกเสียดสีเป็นที่พบมากที่สุด มี 2 รูปแบบ คือ แผ่นเบรก (ดิสก์เบรก) และ ดรัมเบรก
แผ่นเบรกทำงานโดยการใช้คาลิปเปอร์กดจับจานเบรกที่หมุนเพื่อสร้างแรงเบรก มีประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีและตอบสนองเร็ว ใช้กันอย่างแพร่หลายในล้อหน้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถสมรรถนะสูง ส่วนแผ่นเบรกแบบระบายอากาศยังสามารถลดปัญหาการสูญเสียประสิทธิภาพจากความร้อนได้อีกด้วย
ดรัมเบรกทำงานโดยการใช้ผ้าเบรกขยายออกเพื่อเสียดสีกับผนังด้านในของดรัมเบรก มีโครงสร้างเรียบง่ายและต้นทุนต่ำ แต่ระบายความร้อนได้ไม่ดีและมีแนวโน้มจะสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อร้อน มักใช้ในล้อหลังของรถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถประหยัดพลังงาน
ระบบเบรกจอดอิเล็กทรอนิกส์ (EPB) ใช้การควบคุมด้วยปุ่มแทนเบรกมือแบบดั้งเดิม มีฟังก์ชันจอดรถอัตโนมัติ แต่ต้องพึ่งพาความเสถียรของระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบเบรกอากาศบีบอัดออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถบรรทุก โดยใช้อากาศอัดให้แรงเบรกที่ทรงพลัง
ระบบเบรกรีเจเนเรชันเป็นเทคโนโลยีพิเศษสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า สามารถแปลงพลังงานจลน์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อเก็บกลับคืน
ในตลาดไทย รถยนต์ทั่วไปมักใช้ระบบแผ่นเบรกด้านหน้าและดรัมเบรกด้านหลัง หรือแผ่นเบรกทั้งสี่ล้อ ส่วนรถระดับสูงบางรุ่นอาจติดตั้งจานเบรกเซรามิกหรือระบบเบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและลักษณะการขับขี่ แต่ควรระวังว่าดรัมเบรกในช่วงฤดูฝนอาจมีประสิทธิภาพลดลงชั่วคราวจากน้ำที่เข้าไป และการตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกและระดับน้ำมันเบรกเป็นสิ่งจำเป็นในการบำรุงรักษา
Q
ระบบเบรก ABS ควรกดใช้อย่างไร?
วิธีที่ถูกต้องในการใช้ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) คือ การเหยียบแป้นเบรกให้แน่นจนสุดและรักษาแรงกดให้คงที่ในระหว่างการเบรกฉุกเฉิน ระบบจะตรวจสอบสภาพล้อผ่านเซ็นเซอร์ความเร็วล้อและปรับแรงดันเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันล้อล็อก หากคุณรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของแป้นเบรกหรือได้ยินเสียงการทำงานในระหว่างการใช้งาน นั่นเป็นเรื่องปกติ อย่าปล่อยแป้นเบรก มิเช่นนั้นจะทำให้การทำงานของ ABS หยุดชะงักและเพิ่มระยะเบรก โปรดทราบว่า ABS ไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่เบรก มันจะทำงานก็ต่อเมื่อล้อกำลังจะล็อกเท่านั้น หน้าที่หลักของมันคือการรักษาการควบคุมพวงมาลัยของรถมากกว่าการลดระยะเบรกโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น ซึ่งระยะเบรกอาจยาวกว่าในรถยนต์ที่ไม่มี ABS ในการขับขี่ประจำวัน ให้รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเลี้ยวที่หักศอก และตรวจสอบน้ำมันเบรกเป็นประจำ (ใช้ตามข้อกำหนด DOT3 หรือ DOT4 และเปลี่ยนทุกปี) ความสะอาดของเซ็นเซอร์ความเร็วล้อ และสภาพของยาง (แรงดันลมยางและข้อกำหนดเดียวกันสำหรับแต่ละเพลา) หากไฟเตือน ABS บนแผงหน้าปัดสว่างขึ้น ให้ตรวจสอบทันที หากไฟเตือนเบรกมือและไฟเตือนเบรกมือติดพร้อมกัน ให้หยุดรถทันทีและรอความช่วยเหลือ แก้ไขนิสัยการเบรกแบบ "ปั๊ม" เดิมๆ การเบรกอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบ ABS ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบจะใช้การควบคุมแรงดันความถี่สูง (มากถึงหลายสิบครั้งต่อวินาที) เพื่อรักษาสภาพการหมุนของล้อให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งช่วยป้องกันการเบรกล้มเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ยังคงต้องคาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า เนื่องจากไม่สามารถฝ่าฝืนข้อจำกัดทางกายภาพได้
Q
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเบรกที่ติดอยู่จะเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเบรกที่ล็อคเกิดความแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ส่วนประกอบที่เสียหาย และช่องทางการซ่อมที่แตกต่างกัน
สำหรับรถรุ่นธรรมดา หากเบรกล็อคเนื่องจากแผ่นเบรกสึกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแผ่นเบรกล้อหน้าประมาณ 200-800 บาท และล้อหลังประมาณ 300-500 บาท
สำหรับรถไฟฟ้า ค่าเปลี่ยนแผ่นเบรกล้อหน้าประมาณ 20-30 บาท และล้อหลัง 35-40 บาท
หากต้องเปลี่ยนดิสก์เบรก ค่าใช้จ่ายต่อล้อประมาณ 500-1500 บาท
ค่าเปลี่ยนน้ำมันเบรกประมาณ 100-300 บาท
สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ปั๊มเบรกเสีย ค่าใช้จ่ายประมาณ 300-1000 บาท
การซ่อมบูสเตอร์เบรกที่เสียหาย ค่าใช้จ่ายประมาณ 800-1500 บาท
สำหรับรถรุ่นระดับสูง หรือปัญหาในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น โมดูล ABS) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเปลี่ยนในศูนย์บริการอาจถึง 4000-9000 บาท ในขณะที่ร้านซ่อมทั่วไป ค่าใช้จ่ายมักต่ำกว่า 30%-40%
แนะนำให้ทำการวินิจฉัยโดยมืออาชีพก่อนเพื่อระบุปัญหาเฉพาะเจาะจง
เลือกอะไหล่จากโรงงานหรืออะไหล่ที่ได้รับการรับรองเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัย
นอกจากนี้ ค่าซ่อมจากผู้ให้บริการแต่ละรายอาจแตกต่างกันถึง 20%-50% ดังนั้นการเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
Q
ความแตกต่างระหว่างเบรกหน้าและเบรกหลังคืออะไร?
เบรกหน้าและเบรกหลังของมอเตอร์ไซค์มีความแตกต่างที่สำคัญในเรื่องของโครงสร้าง ฟังก์ชัน และสถานการณ์การใช้งาน
เบรกหน้าโดยทั่วไปตั้งอยู่ที่ตำแหน่งมือขวา ใช้ระบบเบรกดิสก์ขนาดใหญ่ สามารถให้แรงเบรกประมาณ 70% หลักการของมันคือการเพิ่มแรงเสียดทานของล้อหน้าโดยการเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงของรถไปข้างหน้า เพื่อให้การลดความเร็วที่มีประสิทธิภาพและไม่ล็อกล้อง่าย เหมาะสำหรับการเบรกกะทันหัน
เบรกหลังส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำแหน่งมือซ้ายหรือควบคุมด้วยเท้าขวา อาจใช้ระบบเบรกดรัมหรือเบรกดิสก์ขนาดเล็กกว่า รับผิดชอบแรงเบรกประมาณ 30% แต่การใช้มากเกินไปอาจทำให้ล้อหลังล็อกและลื่นไถล โดยเฉพาะบนถนนที่ลื่นควรใช้งานอย่างระมัดระวัง
ในด้านเทคนิค เบรกหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกโดยการเปลี่ยนพลังงานจลน์ของรถเป็นแรงกดลง ในขณะที่เบรกหลังใช้เป็นส่วนใหญ่สำหรับการเบรกช่วยเหลือในความเร็วต่ำและการควบคุมสมดุล
สำหรับการบำรุงรักษาในชีวิตประจำวันควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเป็นประจำ ทำความสะอาดชิ้นส่วนเบรก และตรวจสอบความหนาของแผ่นเบรก ระบบเบรกประสิทธิภาพสูงและยางรถชนิดพิเศษสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนถนนที่ลื่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
แนะนำให้ผู้ขับขี่เรียนรู้ทักษะการเบรกแบบค่อยเป็นค่อยไป ในความเร็วสูงควรใช้เบรกหน้าและหลังร่วมกันและร่วมกับการเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปข้างหลัง ในการลงเนินควรใช้เทคนิคการเบรกเป็นจังหวะ ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบสามารถเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Toyota YarisและYaris CrossในEuro NCAPการทดสอบการชนล่าสุดถูกลดระดับเป็นสี่ดาว
AshleyDec 26, 2025

เครื่องยนต์ใหม่และพื้นที่กว้างขวาง ทำไม Toyota Yaris ถึงกลายเป็นมาตรฐานของความคุ้มค่า?
สุรเดชApr 14, 2025

2023 Toyota Yaris ราคาตั้งแต่ THB 559,000 ซื้อรุ่น PREMIUM S คุ้มหรือไม่?
LienMay 1, 2024

2024 งานแสดงรถยนต์ปักกิ่ง: Toyota GR YARiS รุ่นอัปเกรด
LienApr 26, 2024

ปี 2566 โตโยต้ารั้งที่ 1 ยอดขายโลกและไทย แต่มีการลดลงลง 8%
Kevin WongFeb 23, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย