Q
ยาริสของโตโยต้าใช้น้ำยาหล่อเย็นกี่ลิตร
ปริมาณน้ำหล่อเย็นของรถโตโยต้านั้นจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถและประเภทเครื่องยนต์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-8 ลิตร เช่น รุ่นคอมแพคต์อย่างคอร์ลลาหรือยาริสอาจต้องการประมาณ 4-5 ลิตร ส่วนรุ่นกลางหรือ SUV อย่างคัมรี่หรือฟอร์จูนเนอร์อาจต้องการ 6-8 ลิตร ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าในประเทศไทยเพื่อดูปริมาณที่แน่นอน สำหรับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การดูแลระบบระบายความร้อนเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ตรวจสอบระดับและสภาพน้ำหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อให้อยู่ในระดับปกติและไม่เสื่อมสภาพ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร แต่ควรยึดตามระยะทางที่ระบุในคู่มือเป็นหลัก นอกจากนี้การเลือกน้ำหล่อเย็นที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนก็สำคัญ น้ำหล่อเย็นมาตรฐานของโตโยต้าถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูงโดยเฉพาะ ช่วยป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินและปัญหาการกัดกร่อนได้ดี หากพบว่าน้ำหล่อเย็นลดลงผิดปกติ อาจมีรอยรั่วในระบบ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ศูนย์บริการโตโยต้าหลายแห่งในประเทศไทยมีบริการตรวจเช็คระบบระบายความร้อนอย่างมืออาชีพ แนะนำให้ผู้ใช้รถเข้าปรับสภาพรถเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย
เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
""
ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่?
""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย
ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
คุณควรเติมลมยางขนาด 265/65R17 เท่าไหร่?
สำหรับยางรถขนาด 265/65R17 ความดันลมยางมาตรฐานที่แนะนำมักอยู่ในช่วง 230-250 kPa (ประมาณ 2.3-2.5 บาร์) โดยค่าที่แน่นอนต้องอ้างอิงตามคำแนะนำทางการจากผู้ผลิตรถยนต์ ข้อมูลนี้สามารถพบได้บนป้ายที่กรอบประตูรถ ด้านในฝาถังน้ำมันหรือในคู่มือผู้ใช้
ในขนาด 265/65R17 ตัวเลข 265 หมายถึงความกว้างของยาง 265 มิลลิเมตร 65 หมายถึงอัตราส่วนด้านข้าง (สัดส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง) ที่ 65% R หมายถึงโครงสร้างยางเรเดียล และ 17 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ 17 นิ้ว
ยางที่มีอัตราส่วนด้านข้างปานกลางเช่นนี้ให้สมดุลระหว่างความนุ่มสบายและการควบคุม การรักษาความดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยรักษาสมดุลระหว่างพื้นที่สัมผัสพื้นและแรงรองรับของแก้มยาง
ควรทราบว่าความดันลมยางเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ แนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง และควรวัดเมื่อยางอยู่ในสภาพเย็นเพื่อความแม่นยำ
หากความดันลมยางผิดจากค่ามาตรฐานเกิน 20% เป็นเวลานาน อาจทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้นหรือเสี่ยงต่อการระเบิด เช่น ความดันสูงเกินไปจะลดการยึดเกาะและทำให้ดอกยางส่วนกลางสึกเร็ว ในขณะที่ความดันต่ำเกินไปจะเพิ่มแรงต้านการหมุนและทำให้ไหล่ยางเสื่อมสภาพก่อนวัย
Q
คุณควรเติมลมยางด้วยไนโตรเจนบ่อยแค่ไหน?
เมื่อใช้ไนโตรเจนบรรจุยางยนต์ แนะนำให้ตรวจสอบความดันยางอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน หากความดันลดลงเกิน 5% ของค่ามาตรฐาน หรือระยะทางขับขี่ถึง 10,000 กิโลเมตร (ประมาณ 6 เดือน) จำเป็นต้องเติมไนโตรเจนทันทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ไนโตรเจนเนื่องจากโมเลกุลขนาดใหญ่กว่าและการซึมผ่านต่ำกว่า สามารถรักษาความดันยางได้เสถียรกว่าอากาศธรรมดา ลดการเปลี่ยนแปลงความดันจากการผันผวนอุณหภูมิ จึงช่วยลดความเสี่ยงยางระเบิดและยืดอายุยาง
แต่ควรระวังว่า ท่อปากยางหรือซีลยังคงอาจมีการรั่วค่อยๆ และการผสมอากาศเป็นเวลานานจะลดความบริสุทธิ์ของไนโตรเจน ดังนั้นการบำรุงรักษาเป็นระยะจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในการขับขี่ประจำวันหากพบความดันยางผิดปกติ การสึกหรอของยางไม่ปกติ หรือเสียงขับขี่เพิ่มขึ้น ควรตรวจสอบความดันยางและเติมไนโตรเจนทันที
นอกจากนี้ ยางเองจำเป็นต้องเปลี่ยนตามสถานะการสึกหรอทุก 4-6 ปี หรือขับขี่ถึง 8-10 แสนกิโลเมตร และค่าบริการเติมไนโตรเจนประมาณ 5 บาทต่อยาง ความได้เปรียบ ได้แก่ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 2%-10% และชะลอการเสื่อมสภาพของยาง
Q
สัญญาณที่บ่งบอกว่าแรงดันน้ำมันเครื่องของคุณต่ำมีดังนี้
สัญญาณเตือนความดันน้ำมันเครื่องไม่เพียงพอ มักจะปรากฏในรูปแบบไอคอนรูปกระป๋องน้ำมันสีแดงหรือสีเหลืองบนแผงควบคุม โดยมีหยดน้ำมันและเส้นคลื่นออกมาจากปากกระป๋อง
- ไฟเตือนสีแดงหมายถึงความดันน้ำมันเครื่องต่ำมาก จึงจำเป็นต้องจอดรถและดับเครื่องทันที มิฉะนั้นอาจทำให้เครื่องยนต์เกิดปัญหาสกัดกระบอกสูบหรือยึดติดเนื่องจากการหล่อลื่นไม่เพียงพอ และค่าใช้จ่ายในการซ่อมอาจสูงถึงหมื่นๆ บาท
- ไฟเตือนสีเหลืองแจ้งเตือนถึงระดับน้ำมันเครื่องต่ำกว่ามาตรฐานหรือเซ็นเซอร์ขัดข้อง แม้จะสามารถขับรถในระยะสั้นและความเร็วต่ำได้ แต่ควรเติมน้ำมันเครื่องชนิดเดียวกัน (เช่น 5W-30 เกรด SN) และตรวจสอบการรั่วไหลโดยเร็วที่สุด
สาเหตุทั่วไป ได้แก่
- น้ำมันเครื่องไม่เพียงพอ
- ปั๊มน้ำมันเครื่องเสียหาย
- ไส้กรองอุดตัน
- ความหนืดของน้ำมันเครื่องไม่เหมาะสม (เช่น น้ำมันเครื่องเจือจางเนื่องจากอุณหภูมิสูง หรือการไหลไม่ดีในอุณหภูมิต่ำ)
ในชีวิตประจำวัน ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องด้วยก้านวัดในขณะรถเย็นทุกสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันอยู่ระหว่างสเกล MAX-MIN และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองทุก 5,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน
หากเครื่องยนต์ร้อนจนทำให้ไฟเตือนสีเหลืองติดขึ้น ควรปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบเดินเบาเพื่อให้อุณหภูมิลดลงก่อนขับต่อ และหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องยนต์ในภาระสูงเป็นเวลานาน
สิ่งที่ควรทราบ คือ การติดไฟชั่วคราวเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบระบบ แต่หากไฟยังคงติดต่อเนื่อง จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้น และสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบเพื่อรักษาอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
Q
องค์ประกอบของอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนมีอะไรบ้าง?
องค์ประกอบสำคัญของอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วยหกด้านหลักดังนี้: 1) ต้องมีการมีส่วนร่วมของยานพาหนะ ซึ่งรวมถึงยานยนต์และยานพาหนะที่ไม่มีเครื่องยนต์; 2) เหตุการณ์ต้องเกิดขึ้นบนท้องถนน; 3) ยานพาหนะต้องอยู่ในสถานะการจราจร ไม่ใช่สภาพหยุดนิ่ง; 4) ต้องมีสถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ; 5) สาเหตุของอุบัติเหตุต้องเกิดจากความผิดพลาดของบุคคลหรือปัจจัยอันไม่คาดฝัน; 6) ต้องก่อให้เกิดความเสียหายที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคล หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน
จากข้อมูลของประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา พฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่สวมหมวกนิรภัย ถือเป็นสาเหตุหลัก โดยอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนสูงถึง 76.92% และกลุ่มเยาวชนซึ่งมีความตระหนักรู้ด้านการจราจรต่ำจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง
ข้อสังเกตสำคัญคือ ขอบเขตการพิจารณาอุบัติเหตุได้ขยายรวมถึงความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ แต่ไม่รวมอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามรถไฟ
ตามกฎหมายไทย หากอุบัติเหตุไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และทั้งสองฝ่ายไม่มีความขัดแย้ง อนุญาตให้ผู้เกี่ยวข้องเจรจาตกลงเรื่องค่าชดเชยได้
Q
“อุบัติเหตุจากการทำงาน” คืออะไร?
การจัดการค่าตอบแทนสำหรับอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยที่ถูกตัดสินว่า "เกิดจากงาน" หรือ "เกี่ยวข้องกับงาน" ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสองฉบับ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และ พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
ตามกฎหมายปัจจุบัน นายจ้างต้องทำประกันภัยเงินทดแทน (กองทุนเงินทดแทน) ให้กับพนักงาน ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุขณะทำงาน เงินทดแทนในกรณีทุพพลภาพ (สูงสุด 80% ของค่าจ้าง) และเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต (ประมาณ 1,000,000 บาท)
หากยานพาหนะที่เกี่ยวข้องมีการประกันภาคบังคับ (พรบ.) จะได้รับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตเพิ่มเติม 500,000 บาทต่อคน แต่ควรทราบว่าประกันภาคบังคับไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สิน
หากอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก เช่น การขับรถบริษัททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกันภัยรถยนต์เชิงพาณิชย์ (เช่น ประกันภัยประเภท 1) จะขยายความคุ้มครองไปถึงค่ารักษาพยาบาลของบุคคลภายนอก (สูงสุด 3,000,000 บาท) และค่าชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน
ขอแนะนำให้องค์กรตรวจสอบสติกเกอร์ตรวจสภาพรถประจำปี (เช่น สัญลักษณ์เดือน "ม.ค." ถึง "ธ.ค." ที่ติดกระจกหน้ารถ) และวันหมดอายุของกรมธรรม์ประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บค่าปรับรายวันร้อยละ 1
สำหรับยานพาหนะที่ใช้ทำงานข้ามประเทศ ต้องยื่นขออนุญาตนำรถเข้าชั่วคราวล่วงหน้า 10 วันทำการ พร้อมทั้งต้องมีใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศและปฏิบัติตามกฎจราจรแบบขับชิดซ้ายของประเทศไทย มิฉะนั้นอาจถูกปรับสูงสุด 10,000 บาท
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Toyota YarisและYaris CrossในEuro NCAPการทดสอบการชนล่าสุดถูกลดระดับเป็นสี่ดาว
AshleyDec 26, 2025

เครื่องยนต์ใหม่และพื้นที่กว้างขวาง ทำไม Toyota Yaris ถึงกลายเป็นมาตรฐานของความคุ้มค่า?
สุรเดชApr 14, 2025

2023 Toyota Yaris ราคาตั้งแต่ THB 559,000 ซื้อรุ่น PREMIUM S คุ้มหรือไม่?
LienMay 1, 2024

2024 งานแสดงรถยนต์ปักกิ่ง: Toyota GR YARiS รุ่นอัปเกรด
LienApr 26, 2024

ปี 2566 โตโยต้ารั้งที่ 1 ยอดขายโลกและไทย แต่มีการลดลงลง 8%
Kevin WongFeb 23, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย