Q

ยาริสของโตโยต้าใช้น้ำยาหล่อเย็นกี่ลิตร

ปริมาณน้ำหล่อเย็นของรถโตโยต้านั้นจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถและประเภทเครื่องยนต์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-8 ลิตร เช่น รุ่นคอมแพคต์อย่างคอร์ลลาหรือยาริสอาจต้องการประมาณ 4-5 ลิตร ส่วนรุ่นกลางหรือ SUV อย่างคัมรี่หรือฟอร์จูนเนอร์อาจต้องการ 6-8 ลิตร ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าในประเทศไทยเพื่อดูปริมาณที่แน่นอน สำหรับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การดูแลระบบระบายความร้อนเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ตรวจสอบระดับและสภาพน้ำหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อให้อยู่ในระดับปกติและไม่เสื่อมสภาพ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร แต่ควรยึดตามระยะทางที่ระบุในคู่มือเป็นหลัก นอกจากนี้การเลือกน้ำหล่อเย็นที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนก็สำคัญ น้ำหล่อเย็นมาตรฐานของโตโยต้าถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูงโดยเฉพาะ ช่วยป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกินและปัญหาการกัดกร่อนได้ดี หากพบว่าน้ำหล่อเย็นลดลงผิดปกติ อาจมีรอยรั่วในระบบ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ศูนย์บริการโตโยต้าหลายแห่งในประเทศไทยมีบริการตรวจเช็คระบบระบายความร้อนอย่างมืออาชีพ แนะนำให้ผู้ใช้รถเข้าปรับสภาพรถเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
"" ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่? ""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

พื้นที่ภายในรถกว้างขวางและสบาย
เครื่องยนต์เชื่อถือได้ คุ้มค่าสูง ราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับการกำหนดค่าใหม่จำนวนมาก มันคุ้มค่าราคา 5.39 - 6.49 หมื่นบาท
ยี่ห้อที่สามารถเชื่อถือได้ ระบบบริการทั่วประเทศ มากกว่า 300 แห่ง การขายหลังการขายมีการรับประกัน
ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยเ outstandingางค์ มาตรฐานด้วย 7 ถุงลมนิรภัยได้รับการรับรองความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน
รถยนต์หลากหลายแบบที่มี 3 แบบการกำหนดค่าที่แตกต่างกันให้เลือก
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้รับการอัพเกรดทำงานดีขึ้น
ประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันดีเ outstandingางค์ ขับขี่ได้สูงสุด 23.3 กิโลเมตร/ลิตร มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานการปล่อย Euro 5
ตกแต่งภายในเฉียบขาดความหรูหราและสปอร์ต ใช้วัสดุเช่นหนัง ฝังเชือกสีแดงทำให้ดูรูปลักษณ์สปอร์ต จอแสดงผลสีเพิ่มความรู้สึก

ข้อเสีย

ภายในออกแบบเป็นลายเก่า
เครื่องยนต์มีกำลังดันน้อยเมื่อความเร็วสูง, ขาดความน่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Nissan Almera
รูปแบบรถไม่โดดเด่น, แสดงสภาพโดยรวมที่เฉยๆ
รุ่นรถเก่า, ต้องรอรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี TNGA

Q&A ล่าสุด

Q
มีกี่ประเภทของโช้คอัพหน้าของรถมอเตอร์ไซค์?
โช้คอัพหน้าของรถจักรยานยนต์สามารถแบ่งประเภทได้หลายวิธี ได้แก่: ตามตำแหน่งการทำงานของกระบอกสูบ (แบบปกติและแบบกลับหัว); ตามทิศทางของแรงหน่วง (แบบทำงานด้านเดียวและแบบทำงานสองด้าน); ตามตัวกลางในการทำงาน (แบบสปริง, แบบไฮดรอลิก, แบบไฮดรอลิกที่เติมไนโตรเจน และแบบผสมไฮดรอลิกและอากาศ); และตามวิธีการปรับโหลด (การปรับแรงดันเริ่มต้นของสปริง, แบบสปริงลม และการปรับมุมการติดตั้ง); และแบ่งตามโครงสร้าง (โช้คอัพไฮดรอลิกแบบยืดหดได้ และโช้คอัพแบบไร้หัว (โครงสร้างแผ่นเหล็กยืดหยุ่น)) นอกจากนี้ยังมีโช้คอัพที่ปรับแต่งได้ตามต้องการอีกด้วย แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นต่างๆ และสถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น โช้คอัพแบบธรรมดามีราคาถูกกว่าและบำรุงรักษาง่าย เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป โช้คอัพแบบกลับหัวให้ความแข็งแกร่งสูงและการควบคุมที่แม่นยำ มักใช้ในรถจักรยานยนต์สมรรถสูง โช้คอัพแบบไฮดรอลิกให้ประสิทธิภาพที่เสถียรและใช้กันอย่างแพร่หลายในรุ่นระดับกลางถึงระดับสูง และโช้คอัพไฮดรอลิกแบบเติมไนโตรเจนให้ผลการลดแรงกระแทกที่ละเอียดกว่า สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ เมื่อเลือกโช้คอัพ จำเป็นต้องพิจารณาความต้องการในการขับขี่และลักษณะของรถเพื่อให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและมั่นคงยิ่งขึ้น
Q
หน้าที่ของทอร์ชั่นบาร์คือช่วยให้ระบบกันสะเทือนของยานพาหนะทำงาน โดยเมื่อวงล้อพบกับสิ่งกีดขวางหรือพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ ทอร์ชั่นบาร์จะบิดตัวเพื่อดูดซับแรงกระแทกและช่วยให้รถยนต์มีความมั่นคง
แท่งแรงบิด (Torsion Bar) เป็นชิ้นส่วนสำคัญของระบบช่วงล่างรถยนต์ โดยหน้าที่หลักคือการสร้างแรงต้านผ่านการบิดเพื่อช่วยระบบช่วงล่างทำงานปกติ เมื่อล้อพบอุปสรรคหรือพื้นไม่เรียบ แท่งแรงบิดจะเกิดการบิดเพื่อดูดซับแรงกระแทกและรักษาความเสถียรของตัวรถ ในขณะที่รถเลี้ยว มันสามารถต้านทานแนวโน้มการเอียงด้าน ทำให้ด้านซ้ายและขวาของตัวรถคงความสูงใกล้เคียงกัน เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และความแม่นยำในการควบคุม ความแข็งของแท่งแรงบิดไม่คงที่ แต่ถูกกำหนดโดยวัสดุที่ใช้ทำ ความยาวของแท่ง เส้นผ่านศูนย์กลางของแท่ง ความยาวของแขนแท่ง และมุมกับแท่ง—ยิ่งแท่งยาวมากเท่าไหร่ความแข็งก็ยิ่งนุ่มลง ส่วนยิ่งแขนแท่งยาวมากเท่าไหร่ความแข็งก็ยิ่งสูงขึ้น แท่งแรงบิดมักทำงานร่วมกับสปริงเพื่อให้แรงต้านการเอียง แต่เนื่องจากอัตราส่วนน้ำหนักของตัวรถและแรงภายนอกที่กระทำ แรงต้านการเอียงด้านหน้าและด้านหลังมีความแตกต่าง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมดุลพลวัตของตัวรถ นอกจากนี้แท่งแรงบิดยังมีโครงสร้างกะทัดรัดและประหยัดพื้นที่ จึงถูกใช้กันอย่างกว้างขวางในรถประเภทต่างๆ ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็กไปจนถึงรถขนาดหนัก เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาความเสถียรของการขับขี่
Q
มีประเทศที่มีรถพวงมาลัยขวากี่ประเทศ?
โลกมีประเทศประมาณ 30 ประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวา ซึ่งประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นประเทศในเครือจักรภพ ประเทศอาณานิคมอังกฤษเดิม และภูมิภาคที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอังกฤษอย่างลึกซึ้ง เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น การใช้รถพวงมาลัยขวามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และกฎจราจร เช่น ในยุคกลางของอังกฤษ นักรบมักลงจากม้าทางด้านขวาเพื่อความสะดวกในการใช้ดาบป้องกันตนเอง ประเพณีนี้ค่อยๆ พัฒนาเป็นกฎการขับขี่ด้านซ้ายด้วยรถพวงมาลัยขวา ส่วนญี่ปุ่นนั้นได้รับอิทธิพลจากอังกฤษจึงนำระบบพวงมาลัยขวามาใช้ นอกจากนี้ การออกแบบรถพวงมาลัยขวายังสอดคล้องกับกฎจราจรขับชิดซ้ายในท้องถิ่น ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสังเกตการณ์บนถนนได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยวหรือตัดกับรถคันอื่น แม้ว่าจำนวนประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวาจะค่อนข้างน้อย (ประมาณ 28% ของถนนทั่วโลกใช้ระบบขับชิดซ้าย) แต่ประเทศเหล่านี้ก็มีบทบาทพิเศษในระบบการจราจรโลก การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้ปรับตัวเข้ากับสภาพการจราจรในประเทศต่างๆ ได้ดีขึ้น กฎจราจรและการออกแบบถนนในประเทศเหล่านี้ยังได้รับการปรับให้เหมาะสมกับรถพวงมาลัยขวาอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่
Q
"อัลติสเป็นระบบขับเคลื่อนล้อแบบไหน?
Altis ในตลาดไทยส่วนใหญ่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด (HEV) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 4 สูบตรงกับมอเตอร์ขับเคลื่อน แรงม้าสูงสุดของเครื่องยนต์คือ 98 PS, แรงบิดสูงสุด 163 Nm และมอเตอร์ให้กำลังเสริมเพิ่มเติม รุ่นไฮบริด (รวมถึง GR Sport, HEV Premium และ GR-S Sport) ทุกรุ่นใช้ระบบนี้ และจับคู่กับเกียร์ CVT เพื่อให้กำลังขับเคลื่อนที่ราบรื่นและประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดี นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดใช้แบตเตอรี่ลิเธียมที่มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 4 Ah เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร นอกเหนือจากระบบไฮบริดแล้ว Altis ยังมีรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือก เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ประจำวันที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้ ระบบขับเคลื่อนนี้ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดพลังงาน จึงได้รับความนิยมสูงในกลุ่มรถยนต์เก๋งขนาดกะทัดรัดในตลาดไทย
Q
มีกี่ประเภทของระบบกันสะเทือนรถยนต์?
ระบบช่วงล่างรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ระบบช่วงล่างอิสระและระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วงล่างกึ่งอิสระ และระบบที่แบ่งตามการปรับความแข็งแกร่งและแรงหน่วง เช่น แบบพาสซีฟ กึ่งแอคทีฟ และแอคทีฟ ระบบช่วงล่างอิสระที่พบทั่วไป ได้แก่ - แมคเฟอร์สัน (โครงสร้างเรียบง่าย กะทัดรัด ต้นทุนต่ำ มักใช้ในรถยนต์นั่งรุ่นทั่วไปบริเวณช่วงล่างหน้า) - ดับเบิลวิชเบิร์น (มีความแข็งแกร่งในแนวขวางสูง ให้การควบคุมที่ยอดเยี่ยม มักใช้ในรถสปอร์ตและ SUV ระดับสูง) - มัลติลิงค์ (ใช้ลิงค์หลายชิ้นเพื่อปรับวิถีล้อให้เหมาะสม ทั้งความสบายและการควบคุม มักใช้ในรถระดับกลางถึงสูง) ระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ ได้แก่ - ทอร์ชันบีม (โครงสร้างเรียบง่าย ใช้พื้นที่น้อย มักพบในรถยนต์ประหยัดพลังงานบริเวณช่วงล่างหลัง) - โซลิดแอกเซิล (รับน้ำหนักได้ดี ทนทาน เหมาะสำหรับรถออฟโรดและรถเชิงพาณิชย์) - แผ่นสปริงเหล็ก (แบบดั้งเดิม มักใช้ในรถบรรทุกและรถโดยสาร) ระบบช่วงล่างกึ่งอิสระส่วนใหญ่เป็นทอร์ชันบีมที่มีสมอลบาร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการควบคุม ตามการปรับได้: - ระบบพาสซีฟ: ความแข็งและแรงหน่วงคงที่ (พบทั่วไปในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง) - ระบบกึ่งแอคทีฟ: สามารถปรับแรงหน่วงได้ (เช่น ระบบ CDC ที่ควบคุมแรงหน่วงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสบาย) - ระบบแอคทีฟ: สามารถปรับความแข็งและแรงหน่วงแบบเรียลไทม์ (เช่น ระบบแอร์ซัสเพนชันที่ปรับความสูงและความแข็งโดยการเติม/ระบายอากาศ, ระบบแมกเนติกซัสเพนชันที่ตอบสนองเร็ว มักใช้ในรถระดับสูง) ระบบช่วงล่างแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะที่เหมาะสมกับการใช้งานต่างกัน เช่น รถครอบครัวเน้นต้นทุนและความสบาย รถสปอร์ตเน้นการควบคุม ในขณะที่รถเชิงพาณิชย์เน้นความสามารถในการรับน้ำหนัก
ดูเพิ่มเติม