Q

Honda City Hatchback รองรับผู้โดยสารกี่คน?

Honda City Hatchback คือรถคันเล็กแบบแฮทช์แบ็กที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองในไทยมากๆ โครงสร้างมาตรฐานเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ให้พื้นที่สบายๆ สำหรับผู้โดยสาร 5 คน พอดีสำหรับครอบครัวใช้ชีวิตประจำวันหรือออกทริปกับเพื่อน โครงสร้างภายในถูกออกแบบมาอย่างดี โดยเฉพาะพื้นที่ขาที่นั่งหลังที่กว้างขวาง แม้เดินทางไกลก็ยังรู้สึกสบาย ส่วนกระโปรงหลังจุได้ประมาณ 289 ลิตร เพียงพอสำหรับของใช้เวลาช้อปปิ้งหรือทริปสั้นๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย รถรุ่นนี้ยังติดตั้งระบบแอร์เย็นฉ่ำและช่องลมหลังที่นั่ง ทำให้ทุกคนในรถรู้สึกเย็นสบาย แถมยังมาพร้อมระบบ Honda SENSING ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอวัตถุข้างหน้าและระบบช่วยควบคุมเลน เหมาะมากสำหรับการขับในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด รถยนต์รุ่นนี้ยังมีตัวเลือกการประหยัดน้ำมันที่ยืดหยุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.0 ลิตร และรุ่นไฮบริด 1.5 ลิตร ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคชาวไทย ทั้งด้านการประหยัดพลังงานและสมรรถนะ นับเป็นรุ่นที่ลงตัวที่ผสานการใช้งานจริงและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Honda City Hatchback 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยโดดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมาก ด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ คู่กับเกียร์ CVT ที่ทางการประกาศอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ประมาณ 4.3 ลิตร/100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ ECE R101) เหมาะสมทั้งการขับขี่ในกรุงเทพฯ ที่รถติดและการเดินทางไกล รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของ Honda ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูง โดยมีระบบฉีดน้ำมันตรงเข้าเครื่องยนต์และการออกแบบน้ำหนักเบาช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น จากประสบการณ์จริงของเจ้าของรถในไทยบอกว่าในเมืองจะสิ้นเปลืองประมาณ 5-6 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าขับทางไกลจะลดลงเหลือไม่ถึง 4 ลิตรเลย ที่น่าสนใจคือรถรุ่นนี้ได้ประโยชน์จากนโยบาย ECO Car Phase II ของรัฐบาลไทยที่ลดภาษีให้รถประหยัดพลังงาน ส่วนการใช้งานประจำวันแนะนำให้ล้างหัวเร่งและเปลี่ยนไส้กรองอากาศของแท้อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันให้ดีที่สุด ถ้าเปรียบเทียบกับรถระดับเดียวกันอย่าง Toyota Yaris Ativ จะประหยัดพอๆ กันแต่การขับขี่ของซิตี้แฮทช์แบ็กจะสมรรถนะกึ่งสปอร์ตมากกว่า สำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยๆ ลองใช้น้ำมัน 95 จะช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Q
ข้อเสียของรถ Honda City Hatchback
รถยนต์ City Hatchback เป็นที่นิยมสำหรับการเดินทางในเมืองไทย ด้วยความคล่องตัวและประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น พื้นที่กระโปรงหลังที่ค่อนข้างเล็ก เหมาะสำหรับการช้อปปิ้งทั่วไปแต่ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลกับครอบครัว นอกจากนี้ขนาดตัวรถที่เล็กอาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเวลาขับบนทางด่วน โดยเฉพาะบนถนนสภาพไม่ดีบางสายในไทย แม้ระบบช่วงล่างจะปรับให้แข็งเพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น แต่ก็อาจลดความสบายในการนั่งลง ส่วนเรื่องการกันเสียงก็ถือว่าปานกลาง อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่ายในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษารถรุ่นนี้ค่อนข้างถูก แต่ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ชิ้นส่วนพลาสติกบางส่วนอาจเสื่อมสภาพเร็วหลังใช้งานมานาน แนะนำให้ผู้สนใจพิจารณาจุดประสงค์การใช้งานจริง หากต้องบรรทุกผู้โดยสารหรือสัมภาระบ่อยๆ อาจมองหารถครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความเหมาะสมมากกว่า
Q
Honda City Hatchback มือสองราคาเท่าไหร่?
ราคารถ Honda City Hatchback มือสองในตลาดไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุรถ ระยะทาง สภาพตัวรถ และระดับอุปกรณ์ โดยทั่วไปแล้วรุ่นปี 2021-2022 จะอยู่ที่ประมาณ 5 แสนถึง 7 แสนบาท แต่ต้องตรวจสอบรายงานสภาพรถและประวัติการเซอร์วิสจริงๆ ด้วย รุ่นนี้ขายดีมากในไทยเพราะประหยัดน้ำมัน โครงสร้างภายในใช้งานได้ดี แถมศูนย์บริการฮอนด้าในไทยก็ครอบคลุม ทำให้รถมือสองขายต่อง่าย ถ้าจะซื้อแนะนำให้ตรวจสอบประวัติรถผ่านช่องทางรถมือสองรับประกันโดยฮอนด้า หรือเว็บไซต์มืออาชีพ ต้องเช็คเกียร์และเครื่องยนต์ให้ละเอียด โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนไทยที่อาจมีปัญหาน้ำท่วม ควรตรวจสอบรอยน้ำอย่างใกล้ชิด ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ อาจมองรถญี่ปุ่นรุ่นอื่นอย่างโตโยต้ายาริสหรือมาสด้า 2 แต่ต้องยอมรับว่า Honda City Hatchback แบ็ครุ่นไฮบริดนั้นประหยัดน้ำมันกว่า เหมาะกับการขับขี่ในเมืองสุดๆ
Q
Honda City Hatchback มีรุ่น Hybrid หรือไม่?
ปัจจุบัน Honda City Hatchback ในตลาดไทยยังไม่มีรุ่น Hybrid ตัวนี้เน้นเครื่องยนต์เบนซินเป็นหลัก พ่วงมาด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC ที่ตอบโจทย์ทั้งประหยัดน้ำมันและแรงขับ ตลาดไทยเริ่มมีความต้องการรถ Hybrid เพิ่มขึ้น ซึ่งฮอนด้าเองก็มีรุ่น Hybrid อื่นๆ ในไทยแล้ว เช่น Honda Civic และ Honda HR-V รุ่น Hybrid ในอนาคตอาจมีการนำเทคโนโลยีนี้มาต่อยอดในโมเดลอื่นๆ อีก เทคโนโลยี Hybrid ที่ผสมผสานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ช่วยลดทั้งการสิ้นเปลืองน้ำมันและมลพิษได้ดี เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ถ้าสนใจรถรักษ์สิ่งแวดล้อมประหยัดน้ำมัน ลองดูรุ่น Hybrid ที่มีในตลาดหรือรออัปเดตจากฮอนด้าก็ได้ ส่วนเรื่องภาษี รัฐบาลไทยมีสนับสนุนรถพลังงานสะอาด ทั้ง Hybrid และ EV ก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดทางเว็บไซต์ฮอนด้าไทยหรือติดต่อโชว์รูมก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
Honda City Hatchback มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง?
ตอนนี้ Honda City Hatchback ในตลาดไทยมีโปรโมชั่นหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งส่วนลดเงินสด แผนดาวน์ต่ำ ผ่อนสบายด้วยดอกเบี้ยพิเศษ หรือบริการฟรีเช็คระยะ ซึ่งรายละเอียดโปรโมชั่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาและพื้นที่ แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่โดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลล่าสุด รุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในไทยเพราะขนาดคันที่คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในเมือง เครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้ทั้งแรงและประหยัด แถมยังมาพร้อม Honda Sensing ชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยที่สุดในระดับเดียวกัน ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย ระบบแอร์และกระจกกัน UV ก็ช่วยให้ความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากโปรโมชั่นแล้ว ควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับบริการเสริมเช่น ฟรีฟิล์มกรองแสง หรือการรับประกันที่ขยายระยะเวลา เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
Q
Honda City Hatchback มีระบบความปลอดภัยอะไรบ้าง?
รถ Honda City Hatchback ในตลาดไทยมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ที่รวมฟังก์ชันสำคัญอย่าง ระบบเบรกป้องกันการปะทะ (CMBS) ระบบช่วยรักษาเลน (LKAS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDW) นอกจากนี้ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบช่วยทรงตัว (VSA) และกล้องถอยหลัง ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในสภาพการจราจรที่คับคั่งของเมืองไทย ระบบเหล่านี้ใช้งานได้จริงมากๆ เช่น CMBS จะช่วยลดความเสี่ยงการชนท้ายในเส้นทางรถติด ส่วน LKAS จะช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถให้อยู่กลางเลนได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะบนทางด่วน แถมยังมาพร้อมกับโครงสร้างตัวรถ ACE ที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น สำหรับคนไทยแล้ว การเลือกรถที่มีระบบความปลอดภัยครบวงจรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและสภาพการจราจรที่ซับซ้อน ระบบความปลอดภัยที่ดีไม่เพียงแต่ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยปกป้องผู้โดยสารได้มากที่สุดหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
Q
Honda City Hatchback มีสีอะไรให้เลือกบ้าง?
Honda City Hatchback ในตลาดไทยมีสีให้เลือกหลายแบบ ทั้งโทนสีเมทัลลิกที่ดูทันสมัยและโทนสีคลาสสิก โดยสีที่เลือกได้จะมีคริสตัลแบล็ค แพลตินัมไวท์ เมทัลลิกซิลเวอร์ เรดเพิร์ล และสีน้ำเงิน เป็นต้น สีเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์รสนิยมของกลุ่มวัยรุ่น แต่ยังเหมาะกับความต้องการเฉพาะตัวของผู้ใช้แต่ละคน ในสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก สีรถทุกสีผ่านการเคลือบพิเศษเพื่อให้ทนทานต่อสภาพอากาศและป้องกันรังสียูวีได้ดี แถมฮอนด้ายังมักออกรุ่นสีลิมิเต็ดเอดิชันตามเทรนด์ตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าเพิ่มอีกด้วย เวลาเลือกสีนอกจากจะดูที่ความชอบส่วนตัวแล้ว ก็ควรคำนึงถึงสภาพการใช้จริงในไทยด้วย เช่น สีอ่อนจะทนความร้อนและดูแลง่ายในแดดแรงๆ ส่วนสีเข้มจะให้ความรู้สึกคลาสสิกและหรูหรากว่า นอกจากนี้ด้วยดีไซน์ตัวรถของ Honda City Hatchback ที่ออกแนวสปอร์ต ถ้าเลือกสีสดๆ จะยิ่งช่วยเน้นภาพลักษณ์ความYoungได้ดี ไม่ว่าจะเลือกสีไหน รถคันนี้ก็เข้ากับบรรยากาศถนนไทยและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียน
Q
Honda City Hatchback ภายในกว้างขวางไหม?
Honda City Hatchback เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในเมืองด้วยขนาดคอมแพค แต่โดดเด่นในเรื่องความคล่องตัวและการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นที่สนใจในตลาดไทย ขนาดตัวถังอยู่ที่ 4,345 มม. × 1,748 มม. × 1,488 มม. ระยะฐานล้อ 2,589 มม. แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มรถขนาดเล็ก แต่ด้วยแนวคิด MM ของฮอนด้า (ลดพื้นที่เครื่องยนต์ให้น้อยสุด ขยายพื้นที่ผู้โดยสารให้มากสุด) ทำให้การจัดวางภายในถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม พื้นที่ส่วนหัวและขาหน้าด้านหน้าเพียงพอ ส่วนพื้นที่ขาหลังก็กว้างขวางเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นของครอบครัวหรือการขับขี่ในเมืองแบบที่นิยมในไทย ความจุท้ายรถอยู่ที่ประมาณ 289 ลิตร (เมื่อไม่พับเบาะหลัง) เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่หากพับเบาะหลังก็จะเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีก ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ระบบแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในรุ่นท็อปยังมีช่องลมแอร์ด้านหลังเพื่อเพิ่มความสบายให้ผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม สำหรับบางซอยแคบหรือที่จอดรถแน่นในไทย ความกว้างระดับ 1.7 เมตรของ City Hatchback อาจได้เปรียบเรื่องความคล่องตัวเมื่อเทียบกับ SUV ขนาดใหญ่ แต่หากต้องใช้งานแบบเต็มความจุ 5 คนเป็นประจำสำหรับการเดินทางไกล แนะนำให้ทดลองนั่งจริงโดยเฉพาะพื้นที่ด้านกว้างของเบาะหลัง ในตลาดรถระดับเดียวกันยังมีรุ่นที่คล้ายกันอย่าง Toyota Yaris Ativ ที่ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบตามความชอบในการออกแบบและความต้องการฟังก์ชั่นต่างๆ ได้
Q
Honda City Hatchback ประหยัดน้ำมันเท่าไร?
Honda City Hatchback ในไทยนั้นประหยัดน้ำมันสุดๆ รุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบทำสถิติเฉลี่ยประมาณ 23.8 กม./ลิตร จากการทดสอบมาตรฐานของไทย ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นยิ่งคุ้มค่ากว่า ทำได้ถึง 27.8 กม./ลิตร เลยทีเดียวเหมาะมากสำหรับสภาพการจราจรที่ต้องออกตัว-หยุดบ่อยครั้งในเมืองใหญ่ของไทยและผู้บริโภคที่เน้นการประหยัดน้ำมัน และคนที่เน้นเรื่องประหยัดน้ำมันเป็นหลัก ตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์และลดน้ำหนักตัวรถ ทำให้ทั้งประหยัดและยังเร่งแซงได้ดี แม้อยู่ในอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ แอร์ก็ถูกปรับแต่งพิเศษให้เย็นสบายแต่ไม่ทำให้น้ำมันพุ่งจนน่าตกใจ สำหรับคนที่ต้องเจอรถติดในกรุงเทพฯ บ่อยๆ ระบบสตาร์ท-สต็อปรอบเดินเบาของ City Hatchback ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังมีพื้นที่เก็บของที่จัดเต็มและขนาดตัวรถกะทัดรัดเหมาะกับซอยแคบๆ ในไทย ถือเป็นตัวเลือกชั้นดีสำหรับคนเมือง ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลืองจริงอาจแตกต่างกันไปตามสไตล์การขับ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุก ควรเข้าศูนย์ตามกำหนดและเช็คลมยางสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด
Q
"Honda City Hatchback มีรุ่นย่อยอะไรบ้าง?
Honda City Hatchback ในตลาดไทยมีหลายรุ่นให้เลือกตามความต้องการของผู้ใช้ โดยแบ่งเป็น 4 รุ่นหลักคือ S V SV และ RS แต่ละรุ่นมีความแตกต่างทั้งในเรื่องของอุปกรณ์และราคา รุ่น S เป็นรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความประหยัดและใช้งานพื้นฐาน พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยและความบันเทิงมาตรฐาน ส่วนรุ่น V และ SV จะเพิ่มความสบายและเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น จอสัมผัสและระบบช่วยขับขี่ ในขณะที่รุ่น RS เป็นรุ่นสปอร์ตที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉพาะ พร้อมชุดแต่งภายนอกและวัสดุภายในระดับพรีเมียม ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรร่วมกับเกียร์ CVT ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ตอบโจทย์ สำหรับคนไทยแล้ว ขนาดกะทัดรัดของ City Hatchback เหมาะกับการขับขี่ในเมืองเป็นอย่างยิ่ง แถมยังได้ความน่าเชื่อถือจากฮอนด้าและเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมอีกด้วย เวลาเลือกรุ่นควรดูความต้องการและงบประมาณเป็นหลัก เช่น ถ้าต้องขับทางไกลบ่อยอาจเลือกรุ่น SV หรือ RS ที่มีระบบความปลอดภัยครบครัน แต่ถ้าใช้แค่ในเมืองก็เลือกรุ่น S ที่ประหยัดกว่าได้ นอกจากนี้ การที่ฮอนด้ามีอัตราค่าเสื่อมราคาต่ำในไทยก็เป็นอีกจุดที่ควรคำนึงเวลาซื้อด้วย
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ออกแบบทันสมัยและหล่อ
ตัวถังรถกว้างขวางสบาย มีฟังก์ชันที่หลากหลายมากขึ้น

ข้อเสีย

เครื่องยนต์รู้สึกเฉยๆเมื่อสปีดต่ำ

Q&A ล่าสุด

Q
รถ Subaru Crosstrek ปี 2022 มีมูลค่าลดลงเท่าไร?
รถ Subaru Crosstrek รุ่น 2022 ในตลาดไทยมีอัตราการค่าเสื่อมที่ค่อนข้างต่ำ และประสิทธิภาพในการรักษาค่าที่โดดเด่น เมื่อรวมกับคุณสมบัติในการรักษาค่าสูงในตลาดโลกและข้อเสนอแนะจากตลาดท้องถิ่น รถรุ่นนี้โดยทั่วไปสามารถรักษาค่าได้ประมาณ 80% หลังจากใช้งาน 3 ปี นั่นคืออัตราการค่าเสื่อมประมาณ 20% ประสิทธิภาพนี้เป็นผลมาจากข้อได้เปรียบหลักของรถ เช่น ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD) ที่มาพร้อมมาตรฐาน ระดับการปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม และประสิทธิภาพการใช้น้ำมันที่เสถียร เป็นต้น คุณสมบัติเหล่านี้ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดไทยด้วย ช่วยให้รถรุ่นนี้สามารถรักษาค่าในตลาดรถมือสองที่แข็งแกร่งได้ นอกจากนี้ การออกแบบและการติดตั้งเทคโนโลยีแบบเดียวกันทั่วโลก และชื่อเสียงของแบรนด์ Subaru ในด้านความน่าเชื่อถือ ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถมือสองได้อีกด้วย ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีอัตราการรักษาค่าสูงในหมวดรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด ในปัจจุบัน รถรุ่นนี้ยังคงมีราคารถใหม่ในตลาดไทยที่แข็งแกร่ง และมีอุปสงค์และอุปทานที่เสถียรในตลาดรถมือสอง ซึ่งยืนยันถึงความสามารถในการรักษาค่าที่ดีของรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน
Q
รถ Crosstrek ปี 2022 มีมูลค่าเท่าไหร่?
มูลค่าของ Subaru Crosstrek ปี 2022 ในตลาดไทยนั้นต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถ ระยะทางการใช้งาน และคุณสมบัติ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ราคารถใหม่ Crosstrek ปี 2024 ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1,023,840 บาท ในขณะที่รุ่นปี 2022 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า มีราคาขายต่ออยู่ที่ประมาณ 750,000 ถึง 950,000 บาท รุ่นนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มระดับโลกของ Subaru มาพร้อมเครื่องยนต์วางนอนและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร พร้อมด้วย X-MODE ให้การควบคุมที่ดีเยี่ยมและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ภายในติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว และระบบช่วยเหลือนิรภัย EyeSight จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายและความปลอดภัย ซึ่งส่งผลให้มีมูลค่าขายต่อค่อนข้างสูง สำหรับการประมาณราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่หรือหน่วยงานประเมินราคารถยนต์มือสองมืออาชีพ
Q
Subaru Crosstrek 2022 เป็นรถที่ดีไหม?
Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย มาพร้อมเครื่องยนต์วางนอนจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ที่ได้รับการปรับปรุง มอบสมรรถนะที่ราบรื่นและทรงพลัง พร้อมทั้งรักษาอัตราเร่งและการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมที่ความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตรมาตรฐานพร้อม X-MODE มอบความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจบนพื้นผิวที่ท้าทาย เช่น โคลนและกรวด ตัวถังสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มระดับโลกของ Subaru จึงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ตอบสนองการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ และการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ภายในมีหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 11.6 นิ้ว และเบาะนั่งด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่พร้อมการรองรับกระดูกสันหลังที่ดีขึ้นเพื่อความมั่นคงและความสบายที่เพิ่มขึ้น รางเบาะที่ได้รับการปรับปรุงช่วยลดความไม่สบายจากการแกว่งไปมา นอกจากนี้ รถยนต์ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมากมาย รวมถึงระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ระบบช่วยเบรก และระบบถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ให้การปกป้องที่เชื่อถือได้สำหรับผู้โดยสาร ดีไซน์ภายนอกผสานสไตล์และความมั่นคงเข้าด้วยกัน และขนาดที่สมส่วนทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองประจำวันและการผจญภัยกลางแจ้ง ทำให้เป็นยานพาหนะที่สมดุลระหว่างความใช้งานได้จริงและความเพลิดเพลินในการขับขี่
Q
"มูลค่าขายต่อของ Crosstrek ปี 2022 คือเท่าไหร่?"
รถ Crosstrek รุ่น 2022 ในประเทศไทยมีมูลค่ากลับขายที่ยังคงอยู่ในระดับดี โดยรถที่มีอายุ 3 ปีเฉลี่ยมีอัตราการค่าเสื่อมประมาณ 22% โดยอ้างอิงจากราคารถใหม่ในปีใกล้เคียง มูลค่ากลับขายโดยประมาณอยู่ระหว่าง 600,000 ถึง 650,000 บาท ราคาจริงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรวมของรถ จำนวนไมล์ที่วิ่งไป บันทึกการบำรุงรักษา คอนฟิกูเรชัน (เช่น มีหรือไม่มีระบบช่วยขับขี่ EyeSight) และความต้องการในตลาด เป็นต้น สาเหตุที่รถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพโดดเด่นในการรักษาค่า ได้แก่ มีระบบสองล้อขับเคลื่อน (4WD) มาตรฐาน ความประหยัดเชื้อเพลิงรวมดี คะแนนความปลอดภัยสูง เป็นต้น ซึ่งข้อได้เปรียบเหล่านี้ทำให้มีความต้องการคงที่ในตลาดรถมือสอง หากต้องการค่าประเมินที่แม่นยำมากขึ้น แนะนำให้ค้นหาข้อมูลรายละเอียดผ่านแพลตฟอร์มขายรถมือสองในประเทศไทยหรือช่องทางประเมินค่าที่มีอำนาจ
Q
รถ Crosstrek รุ่นปี 2022 คุ้มค่าที่จะซื้อแบบมือสองหรือไม่?
รถ Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการซื้อเป็นรถมือสอง มาพร้อมเครื่องยนต์วางนอนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของ Subaru ซึ่งให้ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและสมรรถนะ ค่าบำรุงรักษาไม่สูง และอายุการใช้งานยาวนานหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนถนนลื่นหรือขรุขระ ปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย การขับขี่ที่สะดวกสบายและพื้นที่ภายในที่ใช้งานได้จริงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมากมาย รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้และระบบช่วยรักษาเลน ซึ่งช่วยลดค่าประกันภัย ในแง่ของมูลค่าการขายต่อ อัตราการเสื่อมราคาเฉลี่ยในช่วงสามปีอยู่ที่เพียง 22% เท่านั้น มีความต้องการสูงในตลาดรถมือสอง ราคาคงที่ และมูลค่าการขายต่อสูง การออกแบบภายในเน้นความใช้งานได้จริงและความทนทาน แม้ว่าการตอบสนองของหน้าจอระบบสาระบันเทิงจะช้าไปเล็กน้อย แต่ก็มาพร้อมหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว และฟังก์ชัน CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งให้ความสะดวกสบายเพียงพอ เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ญี่ปุ่นครองตลาดและราคามีเสถียรภาพ รถยนต์ Crosstrek ปี 2022 ซึ่งเป็นรถ SUV ขนาดกะทัดรัดจากญี่ปุ่น มีจำหน่ายในราคาปานกลางประมาณ 150,000 ถึง 300,000 บาท ในสภาพดี ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงงบประมาณและความต้องการใช้งานจริง
ดูเพิ่มเติม