Q

เท่าไหร่ที่จะเช่า bmw i8

ราคาเช่าบีเอ็มดับเบิลยู i8 ในไทยจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาเช่า รุ่นปีของรถ และบริษัทที่ให้บริการเช่า โดยทั่วไปถ้าเช่าประจำวันจะตกอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาท ส่วนแบบรายสัปดาห์อาจอยู่ที่ 90,000-120,000 บาท แต่ราคาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเพิ่มเติมเช่นประกันหรือระยะทางที่อนุญาตให้ขับได้ บีเอ็มดับเบิลยู i8 เป็นรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และสมรรถนะ แถมระบบแบตเตอรี่ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าคิดจะเช่าในเมืองดังๆ อย่างกรุงเทพหรือภูเก็ตแนะนำให้จองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงไฮซีซันเพราะรถระดับนี้มักถูกจองเร็ว นอกจากนี้บางบริษัทเช่าระดับพรีเมียมยังมีบริการส่งรถถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือสนามบิน แต่บริการเสริมแบบนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะ ถ้าสนใจรถพลังงานใหม่ ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายเช่ารถ EV ในไทยด้วย เพราะบางพื้นที่อาจมีจุดชาร์จไฟหรือสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
แบตเตอรี่ของ BMW i8 สามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่?
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ BMW i8 โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและการดูแลรักษา สำหรับรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความจุ 11.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งภายใต้สภาวะการใช้งานปกติสามารถรองรับการชาร์จ-放电เต็มได้ประมาณ 500-1,000 ครั้ง โดยยังคงความจุเหลือมากกว่า 80% หากอยู่ในพื้นที่อากาศร้อน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วบ่อยครั้งและการจอดตากแดดนานๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ คุณสามารถตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น ซึ่งมีบริการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ให้กับเจ้าของรถ อีกจุดที่น่าสนใจคือ แบตเตอรี่ของรถปลั๊กอินไฮบริดจะเสื่อมสภาพช้ากว่าแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เนื่องจากแบตเตอรี่ทำงานน้อยกว่า หากพบว่าการใช้งานลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถไปตรวจเช็คอย่างมืออาชีพผ่านช่องทางทางการของ BMW ได้ โดย BMW ให้การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นเวลา 8 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการใช้งานของเจ้าของรถส่วนใหญ่ สำหรับการใช้งานประจำวัน การรักษาระดับแบตเตอรี่ระหว่าง 30%-80% จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ได้ เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ BMW i8 มีต้นทุนการดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่ถูกกว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เล็กกว่าทำให้ได้เปรียบในเรื่องนี้
Q
BMW i8 รุ่นที่แพงที่สุดคือรุ่นอะไร?
รุ่นที่แพงที่สุดในซีรีส์ BMW i8 คือ i8 Roadster Ultimate Sophisto Limited ที่ผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก รถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดคันนี้มีราคาในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5T 3 สูบกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 374 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้าล้วน และมีการออกแบบหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์แบบถอดได้ สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที ในฐานะรุ่นสุดท้ายของตระกูล i8 รุ่นนี้ได้เพิ่มสีพิเศษแบบด้านโซฟิสโตเกรย์ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว และดีเทลสีทองแดง ส่วนภายในตกแต่งด้วยหนังแท้พร้อมแผงประดับคาร์บอนไฟเบอร์ ที่น่าสนใจคือ i8 ถือเป็นซูเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ BMW ที่ผลิตจำนวนมาก มีดีไซน์ประตูแบบปีกผีเสื้อและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ที่โดดเด่นในตลาดรถหรูของไทย แม้ตอนนี้จะหยุดผลิตไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นรถสปอร์ตพลังงานใหม่ที่ทรงอิทธิพล โดยสามารถบริการหลังการขายผ่านช่องทางศูนย์บริการเฉพาะระบบไฮบริดที่ได้รับการรับรองจาก BMW พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร
Q
รถ BMW i8 ปี 2020 มีแรงม้าจำนวนเท่าไหร่?
รถ BMW i8 รุ่นปี 2020 มาพร้อมกับระบบไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 3 สูบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวมถึง 369 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที แสดงความสามารถด้านสมรรถนะได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวรถใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาที่ทำให้การควบคุมทิศทางดีมาก สำหรับคนที่ชอบรถสปอร์ตสมรรถนะสูง i8 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในถนนเมืองที่แรงบิดทันทีของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ออกตัวเร็วปรู๊ด ถึงแม้ว่า i8 จะหยุดผลิตไปแล้ว แต่ในตลาดรถมือสองยังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของรถสปอร์ตไฮบริด ถ้าคิดจะซื้อ i8 มือสอง แนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่และประวัติการบำรุงรักษาเพราะค่ารักษาระบบไฮบริดอาจสูงหน่อย อีกจุดเด่นที่ทำให้นักเลงรถหลายคนตกหลุมรักคือดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมประตูปีกนกที่ดูเท่โคตรๆ ขับไปไหนก็เป็นที่สะดุดตาแน่นอน
Q
2020 BMW i8 มีความเร็วแค่ไหน?
รถ BMW i8 รุ่นปี 2020 เป็นรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดที่เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้เร็วเพียง 4.4 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. (เมื่อจำกัดความเร็วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร 3 สูบ คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 374 แรงม้า โดยระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อน โครงสร้างตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทั้งเบาและแข็งแรง เหมาะทั้งสำหรับขับในเมืองที่รถติดหรือการล่องเรือความเร็วสูงบนทางหลวง แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยีไฮบริด จุดเด่นของ i8 เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันคือการออกแบบประตูปีกผีเสื้อและสไตล์หน้าตาที่ดูเหมือนรถจากอนาคต แม้ว่าระยะทางไฟฟ้าล้วนจะได้แค่ประมาณ 50 กม. แต่โหมดไฮบริดช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด ข้อควรรู้คือรถปลั๊กอินไฮบริดแบบนี้แม้จะได้สิทธิประโยชน์จากรัฐบาล แต่เวลาซ่อมบำรุงต้องใช้บริการศูนย์ที่ได้รับอนุญาตด้านระบบไฟฟ้าแรงสูงเท่านั้น ส่วนยางรถก็ควรเลือกแบบที่เหมาะกับสภาพถนนในช่วงฤดูฝนของเมืองร้อนด้วย
Q
ระยะเวลาในการชาร์จรถ BMW i8 รุ่นปี 2020 คือเท่าไหร่?
เวลาชาร์จไฟของ BMW i8 รุ่นปี 2020 นั้นขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ชาร์จที่ใช้ ถ้าใช้สายชาร์จมาตรฐานที่มากับรถกับปลั๊กบ้านทั่วไป 220V จะใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 8-10 ชั่วโมง แบบนี้เหมาะสำหรับชาร์จตอนกลางคืนหรือเวลาจอดนานๆ แต่ถ้าใช้สถานีชาร์จสาธารณะแบบติดผนัง 7.4kW จะลดเวลาลงเหลือแค่ประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนถ้าใช้สถานีชาร์จเร็ว DC 50kW จะชาร์จแบตเตอรี่ถึง 80% ในเวลาเพียง 1.5 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การชาร์จเร็วบ่อยๆ อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ในระยะยาว แนะนำให้เลือกวิธีชาร์จตามความต้องการในการใช้งานประจำวัน ตอนนี้ตามห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานในเมืองใหญ่ๆ ก็มีจุดชาร์จให้บริการแล้ว แม้แต่บางปั๊มน้ำมันก็มีบริการชาร์จเร็ว ความสะดวกในการชาร์จนั้นดีขึ้นมากเลย สำหรับการดูแลแบตเตอรี่ของรถไฮบริด แนะนำให้ทำการชาร์จสมดุลเดือนละอย่างน้อย 1 ครั้งโดยชาร์จให้เต็มเพื่อรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ และควรหลีกเลี่ยงการจอดรถทิ้งไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงได้ดีขึ้น
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ BMW i8 ปี 2020 เป็นเท่าไหร่?
รถ BMW i8 รุ่นปี 2020 เป็นรถสปอร์ตแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันมาก ตัวเลขการบริโภคเชื้อเพลิงแบบผสมอยู่ที่ประมาณ 2.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนโหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลถึง 55 กิโลเมตร เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมือง รถคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 3 สูบเทอร์โบชาร์จคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 374 แรงม้า ทั้งแรงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในสภาพการใช้งานจริง ระบบไฮบริดของ i8 ช่วยแก้ปัญหารถติดได้ดี โหมดไฟฟ้าใช้สำหรับเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน ส่วนโหมดผสมเหมาะกับการเดินทางไกล การชาร์จไฟหากใช้ไฟบ้านจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการชาร์จเต็ม แต่ถ้าใช้โหมดชาร์จเร็วจะใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมง ข้อดีของรถปลั๊กอินไฮบริดคือนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานและลดมลพิษแล้ว ยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานถูกกว่ารถสปอร์ตทั่วไปมาก สำหรับคนที่อยากรักษ์โลกแต่ไม่อยากเสียสไตล์การขับขี่ i8 ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แถมดีไซน์ประตูผีเสื้อและหน้าตาที่ดูล้ำยุคยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับเจ้าของอีกด้วย
Q
“BMW i8 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ไหม
รถ BMW i8 ไม่ใช่รถไฟฟ้า 100% แต่เป็นรถสปอร์ตแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนทั้งจากเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ 3 สูบและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยสามารถวิ่งได้ประมาณ 37 กิโลเมตรด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน ส่วนเครื่องยนต์จะช่วยให้ขับขี่ได้ระยะทางที่ไกลขึ้น ในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ของ i8 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดีไซน์แบบไฮบริดยังช่วยลดความกังวลเรื่องการชาร์จไฟระหว่างเดินทางไกลได้ดี สำหรับคนที่อยากรักษ์โลกแต่ยังไม่อยากเสียความสนุกในการขับขี่ i8 ถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องระวังเรื่องความเข้ากันได้ของสถานีชาร์จ แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้มาตรฐานไฟฟ้าไทย รุ่นอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายๆ กันก็อย่างเช่น Porsche 918 Spyder ซึ่งรถปลั๊กอินไฮบริดเหล่านี้ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและสิ่งแวดล้อมในช่วงเปลี่ยนผ่าน และในอนาคตเมื่อโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จพัฒนาเต็มที่ รถสปอร์ตไฟฟ้าล้วนๆ ก็อาจจะได้รับความนิยมมากขึ้น
Q
ราคา i8 เท่าไหร่?
รถ BMW i8 เป็นรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดที่ราคาใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 14-16 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และตัวเลือกที่ติดตั้งมา ส่วนราคามือสองจะลดลงตามสภาพรถและเลขไมล์ อยู่ที่ประมาณ 8-12 ล้านบาท i8 ดึงดูดความสนใจด้วยดีไซน์ประตูผีเสื้อที่โดดเด่นและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5T 3 สูบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 374 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที แถมยังประหยัดน้ำมัน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการทั้งความเร็วและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในตลาดบ้านเรา รถรุ่นนี้มักจะพบเห็นได้ที่โชว์รูมรถหรูหรือผู้นำเข้ารถมืออาชีพ แนะนำให้บริการที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ BMW เพื่อความเชี่ยวชาญและได้ใช้อะไหล่แท้จากโรงงาน i8 มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น หน้าปัดดิจิตอลเต็มรูปแบบและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ แต่ต้องระวังเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่และค่าเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูง เพราะเป็นรถไฮบริด อย่างไรก็ตาม BMW ให้ประกันแบตเตอรี่สูงถึง 8 ปีหรือ 100,000 กม. ทำให้เจ้าของรถสบายใจได้ในระยะยาว
Q
BMW i8 ยังมีอยู่ไหม?
รถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดสุด iconic อย่าง BMW i8 ได้หยุดการผลิตไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2020 ตอนนี้ตามโชว์รูมอาจจะยังเหลือสต็อกบางคันหรือไม่ก็รถมือสองเท่านั้น รุ่นนี้เคยสร้างความฮือฮาด้วยดีไซน์ประตูผีเสื้อและโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมระบบขับเคลื่อนที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.5T กับมอเตอร์ไฟฟ้า ในตลาดรถมือสองบ้านเรายังพอเจอ BMW i8 รุ่นปี 2014-2020 อยู่บ้าง ราคาอยู่ที่ประมาณ 5-8 ล้านบาท สำหรับคนที่สนใจรถสปอร์ตพลังงานใหม่ตอนนี้สามารถไปดูที่รุ่น i4 และ iX ซีรีส์ล่าสุดของ BMW แทนได้ ซึ่งใช้เทคโนโลยี eDrive รุ่นที่ 5 ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จที่ดีขึ้นมาก เช่นรุ่น i4 M50 ที่ให้กำลังสูงถึง 544 แรงม้าและวิ่งได้ไกลถึง 590 กม. (มาตรฐาน WLTP) ในขณะที่ i8 ในยุคก่อนๆ วิ่งได้แค่ 37 กม. เท่านั้น อย่างไรก็ตาม รถไฮบริดมักจะมีความ sensitive เรื่องการดูแลแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อน แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนเป็นประจำ นอกจากนี้เบี้ยประกันรถสมรรถนะสูงแบบนี้จะแพงกว่ารถไฟฟ้าทั่วไปประมาณ 30-40% ควรสอบถามราคากับบริษัทประกันก่อนซื้อจะดีที่สุด
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน i8 2020?
รถ BMW i8 รุ่นปี 2020 มาพร้อมกับระบบไฮบริดปลั๊กอินที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 374 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนนี้ไม่เพียงแต่ให้ความแรงในการเร่งที่ยอดเยี่ยม จาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที แต่ยังประหยัดน้ำมันเหมาะกับการขับขี่ในเมืองสุดๆ แถวบ้านเรา รถไฮบริดกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกินน้ำมันน้อย เอกลักษณ์ของ i8 คือตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมากและยกระดับการควบคุม แถมดีไซน์ยังดูล้ำยุคจนเป็นที่สะดุดตาเมื่อขับบนถนน สำหรับคนที่ชอบเทคโนโลยีและการเดินทางแบบรักษ์โลก i8 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่เมื่อคิดถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์เฉพาะตัว ก็ยังมีคนไม่น้อยที่ยอมจ่าย ในส่วนของระบบไฮบริดถ้าสนใจอาจจะลองดูรุ่นอื่นๆ อย่าง Porsche 918 Spyder หรือ McLaren P1 ที่ก็ใช้ระบบไฮบริดเช่นกัน แต่ i8 อาจจะดูคุ้มค่าและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่าเมื่อเทียบกัน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบรถทันสมัยและล้ำสมัย, มีขั้นตอนสามมิติที่สมจริง
การตกแต่งภายในหรูหราและเรียบร้อย, พื้นที่กว้างขวางและสบาย รองเท้ามีรอยสวยงาม, พรมสร้างบรรยากาศที่ดี
การออกแบบพลศาสตร์โดยใช้อากาศยอดเยี่ยม, ทุกส่วนสอดคล้องกับกลศาสตร์ของของไหล
ใช้วัสดุไฟเบอร์คาร์บอนที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง, รถมีน้ำหนักเบา
มีระบบพลังงานผสม, ม้าแรงขึ้นถึง 374

ข้อเสีย

ไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ประจำวัน
พวกเขามีข้อเข้ารถที่ยากยากมากเนื่องจากการออกแบบรถที่ต่ำและที่นั่งที่ลึก
พื้นที่เก็บของน้อย และไม่เหมาะสำหรับการโหลดสินค้าหรือคน
พวกเขามีการบำรุงรักษาที่ยากและต้องการทักษะทางวิชาชีพและอุปกรณ์พิเศษ
พวกเขามีราคาสูง เนื่องจากการออกแบบรถแข่งที่เป็นเอกลักษณ์ ราคาขอบสูงถึงหลายล้าน

Q&A ล่าสุด

Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 ปี 2020 และ 2021 คืออะไร?
รถยนต์ BMW X5 รุ่นปี 2020 และ 2021 เป็นรถ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีขนาดเท่ากัน (ความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม.) ทั้งสองรุ่นมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ คือ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือ 3.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ความแตกต่างหลักระหว่างสองรุ่นนี้อยู่ที่การกำหนดค่า รายละเอียดภายนอก และการปรับแต่งระบบส่งกำลังบางส่วน: รุ่นปี 2021 มาพร้อมกับฝากระโปรงท้ายแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบกุญแจแบบไร้สัมผัสสำหรับทั้งคัน เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน มีสีตัวถังใหม่สองสี คือ สีน้ำเงินแทนซาไนต์ และสีม่วงอเมทิสต์ และบางรุ่นติดตั้งไฟหน้าเลเซอร์ ในส่วนของภายใน ปุ่มควบคุมระดับเสียงแบบมีพื้นผิวคริสตัลถูกถอดออก เพดาน Alcantara และม่านบังแดดหลังคาซันรูฟด้านหลังที่เป็นอุปกรณ์เสริมถูกแทนที่ด้วยผ้าธรรมดา และเบาะหลังไม่มีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารหากไม่มีการกำหนดค่าเฉพาะ ในแง่ของการปรับแต่ง รุ่น xDrive40i M Sport Package มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบถุงลมคู่เป็นมาตรฐาน (เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นปี 2020) แพ็คเกจ Off-Road มีราคาลดลง แพ็คเกจ Comfort เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล และท่อไอเสีย M Sport เป็นอุปกรณ์เสริมในบางรุ่น ในด้านกำลัง รุ่นปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ 2.0T ที่มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริด xDrive45e มีพารามิเตอร์กำลังที่ได้รับการปรับปรุงและให้ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน การอัพเกรดเหล่านี้ทำให้รุ่นปี 2021 เหนือกว่าในด้านความสะดวกสบายและรายละเอียด ตอบสนองความต้องการด้านความชาญฉลาดและความสะดวกสบายของผู้ใช้
Q
“2020 BMW 5 Series มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?”
รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือโดยรวมที่เสถียร โดยมีเครื่องยนต์ตุ๊บทอร์โบ B48/B58 ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานานหลายปี ทำให้อัตราการเสียหายค่อนข้างต่ำ ส่วนเกียร์ออโต้ ZF 8AT ที่จับคู่ก็โด่งดังเรื่องความทนทาน ซึ่งชุดเครื่องยนต์และเกียร์ได้รับข้อเสนอแนะเชิงบวกมากมายในการใช้งานจริง คุณภาพในช่วงรถใหม่คุ้มที่จะเชื่อถือ แต่ระบบกลางเบา 48V ที่ติดตั้งในรถบางรุ่นแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน แต่อาจมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในจำนวนเล็กน้อย และปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ทั่วไป อัตราการเสียหายยังได้รับผลกระทบจากนิสัยการขับขี่และสถานะการบำรุงรักษา ในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหน้าจอควบคุม iDrive 7.0 ทำงานราบรื่น มีเพียงผู้ใช้รถบางคนรายงานว่าเซ็นเซอร์แจ้งเตือนผิดพลาดเป็นครั้งคราว ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ เมื่อใช้งานในระยะยาว หากรักษานิสัยการขับขี่ที่เหมาะสมและบำรุงรักษาเป็นประจำ รถยนต์สามารถรักษาสภาพที่ดีได้ ปัญหาขนาดเล็กทั่วไป เช่น เสียงดังจากหน้าต่างรถหรือประสิทธิภาพการทำความเย็นของแอร์ เป็นต้น หลังจากได้รับการแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ไม่ส่งผลต่อการขับขี่ปกติ โดยรวมแล้ว รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือในตลาดรถระดับลักซ์ซูรีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในระดับที่ดี ตราบใดที่ดูแลรักษาในชีวิตประจำวันได้ดี ก็สามารถให้ผู้ใช้ประสบการณ์การใช้งานที่เสถียร
Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 รุ่นปี 2019 และปี 2020 คืออะไร?
เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2019 แล้ว BMW X5 รุ่นปี 2020 มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ อยู่ที่การปรับแต่งการกำหนดค่าและการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย ความแตกต่างภายนอกนั้นน้อยมาก โดยมีขนาดตัวถัง (ความยาว...) เท่าเดิม ขนาดตัวรถมีความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม. ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งแพ็คเกจ X Design และแพ็คเกจ M Sport แต่รุ่นพื้นฐานปี 2020 จะไม่มีแพ็คเกจ M Sport เหลือเพียงแพ็คเกจ X Design เท่านั้น แพ็คเกจ M Sport โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีดำรอบไฟตัดหมอกเพื่อความดุดันยิ่งขึ้น และดีไซน์สเกิร์ตด้านล่างแตกต่างจากแพ็คเกจ X Design ในด้านระบบความปลอดภัย รุ่นปี 2020 มาพร้อมถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า และถุงลมนิรภัยเหนือศีรษะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นอื่นๆ ยกเว้นรุ่นท็อปสุด กระจกมองหลังมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า พับได้ บันทึกตำแหน่ง อุ่นกระจก ปรับอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง พับอัตโนมัติเมื่อล็อก และฟังก์ชั่นลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ กระจกมองหลังภายในยังมาพร้อมระบบลดแสงสะท้อนอัตโนมัติเป็นมาตรฐาน ภายในรถมีการออกแบบพวงมาลัยที่แตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ แต่ทุกรุ่นหุ้มด้วยหนังและรองรับการปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ แผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้วและหน้าจอควบคุมส่วนกลางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรายละเอียดการปรับแต่ง บางรุ่นมีการเปลี่ยนแปลง เช่น แพ็คเกจ xDrive40i M Sport ได้ตัดคุณสมบัติเสริมบางอย่างออกไป เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลนและระบบตรวจสอบจุดบอด ส่วนแพ็คเกจ Premium M Sport เพิ่มเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถลด้านหลัง เบาะนั่งแบบสปอร์ต (เป็นอุปกรณ์เสริม) เบาะนั่งด้านหน้าแบบปรับความร้อนได้ และกล้องติดหน้ารถ ขณะที่ระบบควบคุมด้วยท่าทางเป็นอุปกรณ์เสริม ทุกรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อรถยนต์เป็นมาตรฐาน ระบบส่งกำลังยังคงเหมือนเดิม คือเครื่องยนต์ 2.0T และ 3.0T และข้อมูลจำเพาะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคาของรุ่นปี 2020 ยังคงเท่ากับรุ่นปี 2019 โดยการปรับปรุงโดยรวมมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่ผ่านคุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
Q
"2020 BMW มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาของรถยนต์ BMW รุ่นปี 2020 แตกต่างกันไปตามรุ่นและการกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น X5 xDrive30d xLine ราคา 4,459,000 บาท, xDrive30d M Sport ราคา 4,659,000 บาท และ xDrive45e M Sport ราคา 4,959,000 บาท ส่วนราคารถมือสองรุ่น X2 ปี 2020 อยู่ระหว่างประมาณ 1.2 ล้านถึง 1.8 ล้านบาท โดยราคาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถและการกำหนดค่า รุ่นต่างๆ มีระบบขับเคลื่อนและระดับการกำหนดค่าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น X5 hybrid xDrive45e ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ในขณะที่รุ่น M Sport เน้นคุณสมบัติสปอร์ต ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในราคา ผู้บริโภคควรพิจารณาความต้องการและงบประมาณของตนเอง รวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สมรรถนะของรถและการกำหนดค่า เมื่อทำการเลือกซื้อ
Q
รถ BMW X5 ปี 2020 ของฉันมีมูลค่าเท่าไหร่?
มูลค่าปัจจุบันของ BMW X5 ปี 2020 นั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น รุ่น สภาพ ระยะทาง และประวัติการบำรุงรักษา โดยอ้างอิงจากตลาดไทยและประสิทธิภาพการขายต่อของรุ่นนี้ ราคารถใหม่ของ BMW X5 ปี 2020 รุ่นต่างๆ อยู่ระหว่าง 4.459 ล้านถึง 4.959 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการขายต่อเฉลี่ยประมาณ 44.7% ในช่วงห้าปีแรก รถที่อยู่ในสภาพดี ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง และมีประวัติการบำรุงรักษาครบถ้วน ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.9 ล้านถึง 2.2 ล้านบาท รุ่นที่มีสเปคสูงกว่า เช่น M Sport หรือปลั๊กอินไฮบริด หากอยู่ในสภาพดีเยี่ยม อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ในทางกลับกัน ระยะทางวิ่งสูง สภาพปานกลาง หรือประวัติการซ่อมแซม จะส่งผลให้ราคาลดลง ราคาของรถยนต์ประเภทนี้ในตลาดรถมือสองหรูของไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของความต้องการในตลาด ขอแนะนำให้ทำการประเมินราคา ณ สถานที่จริงผ่านแพลตฟอร์มรถมือสองมืออาชีพในท้องถิ่นหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บันทึกการบำรุงรักษาจากศูนย์บริการ 4S ที่ครบถ้วนและเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด ยังสามารถเพิ่มมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ได้อีกด้วย
ดูเพิ่มเติม