Q

วิธีขับรถ Toyota Yaris Hybrid อัตโนมัติ

เมื่อต้องขับรถ Toyota Yaris Hybrid รุ่นออโตเมติก สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบให้รถอยู่ในโหมด READY (ไฟสัญญาณ READY สีเขียวขึ้นที่แผงหน้าปัด) จากนั้นเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทเพื่อเริ่มระบบไฮบริด การใช้เกียร์ก็เหมือนรถออโตเมติกทั่วไป แต่ต้องระวังตรงที่เกียร์ B เป็นโหมดใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก เหมาะกับทางลงเขาในพื้นที่ภูเขาของไทย ส่วนในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้โหมด ECO เพื่อประหยัดน้ำมันมากขึ้น ระบบไฮบริดของรถรุ่นนี้จะสลับไปใช้โหมดไฟฟ้าเองเมื่อขับความเร็วต่ำ ช่วยลดการปล่อยไอเสีย ในสภาพอากาศร้อนของไทยควรตรวจสอบระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่เป็นประจำ หากต้องการเร่งแซงสามารถเหยียบคันเร่งแรงๆ เพื่อใช้ฟังก์ชั่น Kick-down ได้ เมื่อจอดรถแค่เข้าเกียร์ P ระบบเบรกมืออัตโนมัติจะทำงานทันที ข้อควรรู้คือเมื่อออกตัวบนทางลาดชันบางแห่งในไทย ระบบไฮบริดอาจใช้เวลาตอบสนองสักครู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และในช่วงฤดูฝนของไทยแนะนำให้ปิดระบบ TRC เพื่อให้รถมีแรงขับมากขึ้น แต่ต้องขับด้วยความระมัดระวัง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
"" ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่? ""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

พื้นที่ภายในรถกว้างขวางและสบาย
เครื่องยนต์เชื่อถือได้ คุ้มค่าสูง ราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับการกำหนดค่าใหม่จำนวนมาก มันคุ้มค่าราคา 5.39 - 6.49 หมื่นบาท
ยี่ห้อที่สามารถเชื่อถือได้ ระบบบริการทั่วประเทศ มากกว่า 300 แห่ง การขายหลังการขายมีการรับประกัน
ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยเ outstandingางค์ มาตรฐานด้วย 7 ถุงลมนิรภัยได้รับการรับรองความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน
รถยนต์หลากหลายแบบที่มี 3 แบบการกำหนดค่าที่แตกต่างกันให้เลือก
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้รับการอัพเกรดทำงานดีขึ้น
ประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันดีเ outstandingางค์ ขับขี่ได้สูงสุด 23.3 กิโลเมตร/ลิตร มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานการปล่อย Euro 5
ตกแต่งภายในเฉียบขาดความหรูหราและสปอร์ต ใช้วัสดุเช่นหนัง ฝังเชือกสีแดงทำให้ดูรูปลักษณ์สปอร์ต จอแสดงผลสีเพิ่มความรู้สึก

ข้อเสีย

ภายในออกแบบเป็นลายเก่า
เครื่องยนต์มีกำลังดันน้อยเมื่อความเร็วสูง, ขาดความน่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Nissan Almera
รูปแบบรถไม่โดดเด่น, แสดงสภาพโดยรวมที่เฉยๆ
รุ่นรถเก่า, ต้องรอรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี TNGA

Q&A ล่าสุด

Q
รถกระบะ 4x4 แบบตอนเดียว ยี่ห้อไหนดี?
ในการเลือกรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียว โตโยต้า นิสสัน และอิซซุซุคือแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่น ซีรีส์โตโยต้า Hilux มีรุ่น 4x4 แบบแถวเดียว ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T หรือ 2.8T และได้รับความนิยมจากความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการปรับแต่งที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ทั้งการขนส่งและการขับออฟโรด;รถนิสสัน Navara รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.3T กำลังสูงและกำลังต่ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 พร้อมระบบกรองอนุภาคไอเสีย (DPF) ภายในรถได้รับการอัปเกรด ราคาเริ่มต้นที่ 605,000 บาท โดยผสานความใช้งานได้จริงและประสบการณ์การขับขี่เข้าด้วยกัน;ส่วนอิซซุซุ D-MAX รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการปรับแต่งรถออฟโรด ระบบขับเคลื่อนมีความเสถียรและเหมาะกับสภาพถนนที่ท้าทาย แบรนด์เหล่านี้มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและมีอะไหล่ครบครันในท้องถิ่น สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับออฟโรดของรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียวได้
Q
รถกระบะประเภทไหนที่ดี?
เมื่อเลือกซื้อรถกระบะ สามารถพิจารณารุ่นยอดนิยมหลายรุ่นได้ตามความต้องการใช้งานจริง รถกระบะ Toyota Hilux เป็นตัวเลือกชั้นนำในตลาด มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย: รุ่น Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และ 2.8T ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 8% และผ่านมาตรฐาน Euro 5; รุ่นไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท และวิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร ส่วน Hilux Champ นั้นราคาประหยัดกว่า ปรับแต่งได้หลากหลาย และเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ สำหรับ Isuzu D-MAX ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ล้ำสมัย สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการบรรทุก จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด แข่งขันอย่างดุเดือดกับรุ่นของ Toyota ในด้านยอดขาย ในกลุ่มรถกระบะพลังงานใหม่ RIDDARA RD6 ECON ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นที่ 739,000 บาท และมาพร้อมแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ OmniPower Stack ที่ผสานรวมการชาร์จ การจัดเก็บพลังงาน และการจ่ายพลังงาน รถกระบะ BYD Shark6 แบบสองโหมดใช้ระบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 321 กิโลวัตต์ แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และระยะทางวิ่งรวม 800 กิโลเมตร ส่วนรถกระบะ MG Extender มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ไฟวิ่งกลางวัน LED ภายในตกแต่งด้วยหนัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายอย่าง ราคาอยู่ระหว่าง 549,000 ถึง 759,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก รถยนต์รุ่นเหล่านี้ครอบคลุมทั้งตัวเลือกยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและยานยนต์พลังงานใหม่ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรม
Q
รถกระบะยี่ห้อไหนที่ดี?
ในตลาดไทย Toyota Hilux เป็นยี่ห้อรถกระบะที่มีความเป็นตัวแทนอย่างมาก รุ่นที่ 9 ได้รับการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นดีเซลได้เข้าสู่ตลาดแล้ว ราคาขั้นต่ำ 774,000 บาท มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันดีขึ้น 8% และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 รุ่นไฟฟ้าจะเริ่มผลิตในปลายปี ราคาขั้นต่ำ 1,490,000 บาท วิ่งได้ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ นอกจากนี้ยังมีรุ่นพื้นฐาน Hilux Champ ที่เน้นความคุ้มค่าและพื้นที่สำหรับการปรับแต่ง DIY เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย Isuzu D-MAX ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น ผลัดกันครองตำแหน่งผู้นำตลาดกับ Toyota โดยมีประสิทธิภาพโดดเด่นทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับขี่ออฟโรด สำหรับผู้สนใจรถพลังงานใหม่ MG Extender ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรและระบบช่วยขับขี่หลายระบบ Geely RIDDARA RD6 ECON รถกระบะไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท มีฟังก์ชันชาร์จ เก็บพลังงาน และจ่ายไฟฟ้า ส่วน BYD Shark6P รถกระบะแบบทวิพลัง มีกำลังรวม 321 kW แรงบิด 650 Nm และวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร วัฒนธรรมรถกระบะไทยเน้นประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ยี่ห้อต่างๆ มีตัวเลือกมากมายตามความต้องการ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความชอบระบบขับเคลื่อน (น้ำมัน/ไฟฟ้า/ไฮบริด) และลักษณะการใช้งาน (เชิงพาณิชย์/ครอบครัว/ออฟโรด)
Q
รถกระบะที่ถูกที่สุดในประเทศไทยคือรุ่นอะไร?
ปิคอัปที่ราคาถูกที่สุดในตลาดในปัจจุบันคือ โตโยต้า Hilux Champ ซึ่งราคาขายเริ่มต้นที่ 495,000 บาท รุ่นนี้มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ที่จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆได้ ในด้านขนาด มีตัวเลือก 2 แบบ ได้แก่ ระยะฐานล้อสั้น (4,705 มม., 4,970 มม.) และระยะฐานล้อยาว (5,040 มม., 5,300 มม.) โดยการออกแบบเน้นการควบคุมต้นทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความประหยัดและประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังรองรับการปรับแต่งตามความต้องการ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตามวัตถุประสงค์ใช้งาน เช่น การขนส่งเชิงพาณิชย์ การตั้งแคมป์ หรือการขายของตามแผงลอย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ราคาปิคอัปของแบรนด์อื่นค่อนข้างสูงกว่า เช่น อีซูซุ D-MAX รุ่นพาณิชย์แถวเดียว ราคาเริ่มต้น 562,000 บาท นิสสัน นวารา รุ่นพาณิชย์แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 595,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 707,000 บาท
Q
รถกระบะ 4 ประตู 4x4 ยี่ห้อไหนดีในปี 2025?
รถพิคอัพรุ่นสี่ประตูสี่ล้อขับเคลื่อนที่ประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดไทยปี 2025 ได้แก่ นิสสัน นวาเระ (Nissan Navara)、เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ (MG Extender)、อิซูซุ ดี-แม็กซ์ (Isuzu D-MAX) และโตโยต้า ฮิลัคซ์ (Toyota Hilux) นิสสัน นวาเระ ในฐานะรถยนต์หลัก ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Euro 5 พร้อมให้เลือกกำลังขับสองระดับและเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองไอเสีย DPF และห้องโดยสารที่ได้รับการอัปเกรด ราคาอยู่ระหว่าง 605,000 ถึง 1,175,000 บาท ซึ่งตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และครอบครัว เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้กำลัง 162 แรงม้าและแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ รุ่นระดับสูงประกอบด้วยไฟกลางวัน LED เก้าอี้หุ้มหนัง และระบบช่วยขับขี่ เช่น เตือนการออกนอกเลนและควบคุมความเร็วขณะลงเขา ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท อิซูซุ ดี-แม็กซ์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่สั่งสมมาทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ส่วนโตโยต้า ฮิลัคซ์ มียอดขายสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องด้วยประสิทธิภาพที่มั่นคง รถทุกรุ่นสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความหลากหลายของรถกระบะ ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์การใช้งาน: หากเน้นสมรรถนะและอุปกรณ์ครบครันแนะนำนิสสัน นวาเระ หากต้องการความคุ้มค่าพิจารณาเอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ และหากต้องการเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและชื่อเสียงในตลาดแนะนำอิซูซุ ดี-แม็กซ์หรือโตโยต้า ฮิลัคซ์
ดูเพิ่มเติม