Q
Denza D9 คุ้มค่าหรือไม่ มาดูจุดเด่นและฟังก์ชันกัน
Denza D9 เป็นรถ MPV พลังงานไฟฟ้าหรูที่น่าสนใจ ราคาของรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าอยู่ที่ 1,999,900 บาท ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อราคา 2,699,900 บาท รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้ามีกำลังสูงสุด 230 กิโลวัตต์ และระยะทางขับขี่ได้ 600 กิโลเมตร รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมีกำลังรวม 275 กิโลวัตต์ ระยะทางขับขี่ 580 กิโลเมตร ตัวรถมีขนาดยาว 5,250 มิลลิเมตร กว้าง 1,960 มิลลิเมตร สูง 1,920 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,110 มิลลิเมตร ใช้การจัดวางที่นั่งแบบ 2+2+3 รวม 7 ที่นั่ง ภายในกว้างขวาง ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมลำโพง Dynaudio 14 ตัว ระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัย 8 จุด ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ (ESC) อย่างไรก็ตาม รถยังมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2 ซึ่งลดสเปกลงเมื่อเทียบกับรุ่นสูงในจีน และมีเสียงรบกวนบางส่วนจากการใช้งาน เช่น เสียงเบรกหรือเสียงปัดน้ำฝน โดยรวม Denza D9 มีข้อดีในด้านพลังงานไฟฟ้าและดีไซน์ที่ดึงดูดใจ สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการพิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละคนว่าคุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Denza D9 มีข้อเสียอะไรบ้าง
Denza D9 ไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน ยังมีบางจุดที่สามารถปรับปรุงได้ ด้านระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยรองรับเพียงระดับ L2 ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นท็อปในประเทศจีนแล้ว จะขาดฟังก์ชันช่วยขับขั้นสูงบางอย่าง จึงไม่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกและชาญฉลาดได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของรายละเอียดภายใน กล่องคอนโซลกลางมีตู้แช่เย็นติดตั้งอยู่ด้านล่าง ทำให้ความลึกของกล่องเก็บของลดลง เหมาะสำหรับใส่ของขนาดบาง ๆ เท่านั้น จึงจำกัดการใช้งานในการจัดเก็บ ขณะที่พวงมาลัยใช้ระบบสัมผัสแบบทัช ซึ่งให้แรงสะท้อนกลับที่ไม่ชัดเจนนัก อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าไม่ได้กดหรือสั่งงาน ต่างจากปุ่มกดแบบดั้งเดิมที่ให้สัมผัสชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบอาการหน้ารถทิ่มเมื่อเบรกอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะขณะหยุดที่สัญญาณไฟแดง อาการนี้ส่งผลให้ผู้โดยสารตอนหลังรู้สึกไม่สบายขณะเดินทาง
Q
Denza D9 อยู่ใน Segment อะไร
Denza D9 จัดอยู่ในกลุ่มรถ MPV (Multi-Purpose Vehicle) หรือรถอเนกประสงค์ โดยมีการวางตำแหน่งเป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมหรูหรา เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางของครอบครัวและการรับรองลูกค้าทางธุรกิจ รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ด้วยห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งที่กว้างขวาง การตกแต่งภายในหรูหรา และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง เช่น หน้าจอกลางขนาดใหญ่ เบาะปรับอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เน้นความสะดวกสบายและการใช้งานจริง ในประเทศไทย รถ MPV ก็เป็นที่นิยม โดยเฉพาะรุ่นหรูอย่าง Toyota Alphard และ Honda Odyssey ซึ่งการมาของ Denza D9 ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะมีทั้งเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนและปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งตอบรับแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หากคุณกำลังพิจารณาซื้อรถ MPV ควรดูทั้งเรื่องความกว้างขวาง ความสะดวกสบาย รวมถึงระยะทางต่อการชาร์จและความสะดวกในการชาร์จ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จในไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถไฟฟ้าจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ระบบอัจฉริยะใน Denza D9 เช่น การควบคุมด้วยเสียงและระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ยังช่วยให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย
Q
Reslae Value ของ Denza D9 คืออะไร
Denza D9 เปิดตัวในประเทศไทยด้วยรุ่น DENZA D9 Premium 2024 และ DENZA D9 Performance AWD 2024 โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,999,900 บาท และ 2,699,900 บาทตามลำดับ ราคาขายต่อในตลาดมือสองมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพการใช้งาน ระยะทางที่วิ่ง อายุของรถ และอุปสงค์อุปทานในตลาด หากรถถูกใช้งานในระยะเวลาสั้น มีระยะทางน้อย และสภาพดี ราคาขายต่อจะค่อนข้างสูง ในทางกลับกัน หากรถมีความเสียหายชัดเจน หรือวิ่งมาไกล ราคาจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ความต้องการของตลาดยังเป็นปัจจัยสำคัญ หากความต้องการรถ Denza D9 สูงและมีรถในตลาดจำนวนน้อย ราคาจะรักษาระดับได้ดี แต่หากอุปทานมากเกินความต้องการ ราคาขายต่อก็อาจลดลงได้เช่นกัน
Q
PCD Size ของ Denza D9 คืออะไร
PCD ของล้อรถยนต์ Denza D9 คือ 5×120 มิลลิเมตร หมายความว่าล้อถูกยึดด้วยน็อต 5 ตัว โดยน็อตจะกระจายอยู่บนวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 มิลลิเมตร ข้อมูลนี้สำคัญมากสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนล้อหรืออัปเกรดยางรถยนต์ ต้องมั่นใจว่าขนาด PCD ของล้อใหม่ตรงกับสเปกโรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการติดตั้งไม่พอดีหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการขับขี่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยในไทย แนะนำให้เลือกล้อที่น้ำหนักเบาและระบายความร้อนได้ดี เช่น ล้ออะลูมิเนียม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการระบายความร้อนของระบบเบรก นอกจากนี้ สภาพถนนในไทยมีความหลากหลาย ทั้งเส้นทางภูเขาและในเมือง การเลือกขนาดยางและดีไซน์ล้อที่เหมาะสมจะช่วยให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้ควรใส่ใจพารามิเตอร์อื่นๆ เช่น ค่า ET (Offset) และขนาดรูตรงกลาง (Center Bore) เพื่อให้ล้อที่ติดตั้งเข้ากันได้ดีกับระบบช่วงล่างและระบบเบรก ป้องกันการสั่นสะเทือนหรือการสึกหรอที่ไม่จำเป็น หากไม่คุ้นเคยกับการแต่งล้อ ควรปรึกษาช่างมืออาชีพหรือไปที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนล้อเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและรักษาประสิทธิภาพของรถยนต์ไว้ได้อย่างดีที่สุด
Q
Denza D9 มี Apple Carplay หรือไม่
Denza D9 ไม่มีระบบ Apple CarPlay แต่ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติเด่นมากมาย ด้วยความยาว 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,920 มม. และระยะฐานล้อ 3,110 มม. มอบพื้นที่ภายในกว้างขวางและสะดวกสบาย พร้อมที่นั่ง 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัว ด้านพละกำลังมีหลายรุ่น โดยมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังแรงม้า กำลังไฟฟ้า และแรงบิดแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัย 8 จุด ระบบ ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ แม้ว่าจะไม่มี Apple CarPlay แต่หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมลำโพง 12 ตัว ก็ให้ประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
Q
ยี่ห้อยางของ Denza D9 คืออะไร
Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ ยางมาตรฐานจากโรงงานจะแตกต่างกันตามรุ่นรถและตลาดแต่ละภูมิภาค โดยในตลาดจีนมักติดตั้งยางคุณภาพสูงเพื่อความนุ่มนวล เช่น Michelin PRIMACY 4 หรือ Continental UltraContact UC6 ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้ก็เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับในตลาดไทยด้วย ผู้บริโภคในไทยสามารถอ้างอิงประสิทธิภาพด้านความเงียบและการรีดน้ำบนถนนเปียกของรุ่นเหล่านี้ได้ สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุกในไทย ทำให้ความสามารถในการรีดน้ำและความทนทานต่อความร้อนของยางมีความสำคัญมาก จึงควรตรวจสอบความดันลมยางและความลึกของร่องยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากต้องเปลี่ยนยาง นอกจากแบรนด์มาตรฐานจากโรงงานแล้ว ตัวเลือกคุณภาพในไทยยังมี Bridgestone TURANZA T005A และ Dunlop VEURO VE303 ที่ให้ความนุ่มนวลและประหยัดพลังงาน เหมาะกับการใช้งานของ MPV หรูอย่าง D9 ไม่ว่าจะเลือกแบรนด์ใด ควรซื้อจากช่องทางที่ถูกต้องและตรวจสอบให้มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน “DOT” หรือ “ECE” เพื่อให้มั่นใจว่ายางนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกไทย
Q
Denza D9 เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดไทย จุดเด่นคือพื้นที่ภายในกว้างขวางและสะดวกสบายแบบ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวหรือการรับรองแขกทางธุรกิจ โดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบที่นั่งเครื่องบินที่ปรับระดับได้หลายทิศทางพร้อมฟังก์ชันอุ่นและระบายอากาศ ช่วยเพิ่มประสบการณ์การโดยสาร นอกจากนี้ รุ่นไฟฟ้าและรุ่นไฮบริดที่มีในตลาดช่วยลดต้นทุนการใช้งานได้ดีในสภาพราคาน้ำมันสูงของไทย เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใบมีดยังเพิ่มความปลอดภัยสูง แต่ข้อจำกัดคือขนาดตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้การขับขี่และการจอดรถในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ อาจไม่คล่องตัวนัก และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ซึ่งส่งผลต่อความสะดวกของรุ่นไฟฟ้า ด้านความทนทานระยะยาวและเครือข่ายบริการหลังการขาย ผู้บริโภคไทยอาจมีความกังวลในฐานะแบรนด์จีน หากสนใจ MPV พลังงานใหม่ ยังมีตัวเลือกที่มีชื่อเสียงอย่าง Toyota Alphard ไฮบริด แต่ Denza D9 นำเสนอเทคโนโลยีและความคุ้มค่าที่น่าสนใจกว่า แนะนำให้ทดลองขับเปรียบเทียบและตรวจสอบบริการของตัวแทนจำหน่ายพร้อมเงื่อนไขการรับประกัน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ จึงควรติดตามนโยบายล่าสุดเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถ
Q
ความกว้างของ Denza D9 คือเท่าไร
Denza D9 มีความกว้างตัวถัง 1960 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดกว้างในกลุ่ม MPV ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มพื้นที่ด้านข้างภายในรถให้กว้างขวาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวหรือการรับรองแขกในธุรกิจ ในภูมิภาคเขตร้อนอย่างประเทศไทย พื้นที่ภายในที่กว้างขวางยังช่วยเพิ่มความสบายขณะนั่ง พร้อมกับระบบแอร์ที่ดีสามารถรับมือกับสภาพอากาศร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ การออกแบบตัวถังที่กว้างไม่เพียงแต่เพิ่มประสบการณ์การโดยสารที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดการใช้พลังงานอีกด้วย สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย ขนาดความกว้างนี้เมื่อนำไปใช้งานบนถนนในเมืองหรือในลานจอดรถ อาจต้องระมัดระวังบ้าง แต่โดยทั่วไปห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมในไทยส่วนใหญ่รองรับรถขนาดนี้ได้ หากต้องการความมั่นใจ แนะนำให้ไปทดลองนั่งรถจริงที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับการใช้งานประจำวัน
Q
ราคาภาษีรถยนต์ของ Denza D9 คืออะไร วิธีการคำนวณเป็นอย่างไร
Denza D9 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งภาษีการใช้ทางบกในประเทศไทยจะแตกต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันที่คำนวณตามขนาดความจุเครื่องยนต์ โดยรถยนต์ไฟฟ้าไม่ถูกเก็บภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ อัตราภาษีจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้ต้องชำระภาษีประจำปีภายในวันที่ครบรอบทะเบียน พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น เล่มทะเบียนรถสีฟ้า และประกันภัยภาคบังคับ (พรบ. หรือ CTPL) หากรถมีอายุมากกว่า 6 ปี จำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนชำระภาษี จึงแนะนำให้ติดต่อกรมขนส่งทางบกหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับข้อมูลภาษีที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันสำหรับ Denza D9 ค่ะ
Q
ราคามือสองของ Denza D9 คืออะไร ตรวจสอบราคามือสองได้ที่นี่
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลราคามือสองของ DENZA D9 โดยตรง แต่รุ่นใหม่ของ DENZA D9 ในตลาดไทยมีหลายเวอร์ชัน ได้แก่ DENZA D9 Premium 2024 ราคาขาย 1,999,900 บาท และ DENZA D9 Performance AWD 2024 ราคาขาย 2,699,900 บาท ราคามือสองโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุการใช้งาน กิโลเมตรที่วิ่ง สภาพรถ และอุปสงค์อุปทานในตลาด โดยรถที่อายุใช้งานสั้น วิ่งน้อย และสภาพดี มักมีราคาสูงกว่า ส่วนรถที่มีประวัติอุบัติเหตุหรือสภาพไม่ดี ราคาจะลดลงอย่างมาก หากต้องการทราบราคามือสองที่แม่นยำ แนะนำให้ติดตามแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองที่เชื่อถือได้ในท้องถิ่น หรือติดต่อผู้จำหน่ายรถมือสองที่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการค่ะ
Q&A ล่าสุด
Q
ไมล์สะสมของ Hyundai H1 คืออะไร
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ Hyundai H1 นั้นแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ สำหรับรุ่นเบนซินในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 8-9 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าขับบนทางด่วนจะลดลงเหลือ 7-8 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นดีเซลนั้นประหยัดกว่าครับ ในเมืองจะอยู่ที่ 7-8 ลิตร/100 กม. พอขึ้นทางด่วนจะประหยัดยิ่งขึ้นเหลือแค่ 6-7 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ต้องขับทางไกลหรือใช้ประจำวัน ในตลาดไทย Hyundai H1 ได้รับความนิยมจากทั้งครอบครัวและคนทำงานเพราะความกว้างขวางและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่ประหยัดกว่าในสภาพน้ำมันราคาสูงของไทย แต่จริงๆ แล้วการประหยัดน้ำมันยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ ถนน และการดูแลรถด้วย ควรบริการตามกำหนดและขับอย่างนุ่มนวลจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น แถมอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ที่ต้องเปิดแอร์บ่อยก็อาจทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะงั้นเวลาจะเลือกซื้อก็ลองดูความต้องการของตัวเองดีๆ ว่าจะเหมาะกับรุ่นไหนครับ
Q
รถ Hyundai H1 เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง
รถยนต์ Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเหมาะกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางประจำวันมากกว่า เพราะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเหมาะกับสภาพถนนที่ซับซ้อนอย่างทางภาคเหนือของไทยหรือช่วงฤดูฝน ที่ต้องการแรงเกาะถนนที่ดีกว่า ในไทย รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะค่าบำรุงรักษาถูกกว่าและเหมาะกับการขับขี่ในเมืองทั่วไป แต่ถ้าคุณต้องเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาบ่อยๆ เช่น เชียงใหม่หรือเชียงราย การเลือกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะปลอดภัยกว่า Hyundai H1 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ ทั้งจากครอบครัวและกลุ่มนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเลือกรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน แนะนำให้เลือกตามสภาพการใช้งานจริงของคุณจะดีที่สุด
Q
Hyundai H1 มีกี่ลิตร
Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน โดยรุ่นดีเซลมาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi เทอร์โบชาร์จ (ความจุจริง 2,497 ซีซี) ส่วนรุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MPI (ความจุจริง 2,359 ซีซี) ซึ่งทั้งสองแบบผ่านมาตรฐานการระบายไอเสียของไทยและประหยัดน้ำมันเหมือนกัน ที่สำคัญคนไทยเน้นเรื่องความทนทานและการใช้งานจริง ซึ่ง H1 ตอบโจทย์ด้วยการออกแบบภายในกว้างขวางนั่งได้ 9 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวใหญ่หรือใช้รับส่งผู้โดยสาร รวมถึงระยะความสูงจากพื้นรถที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนชนบทได้สบายๆ ส่วนค่าบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการของ Hyundai ในไทยก็ใกล้เคียงกับคู่แข่งจากญี่ปุ่น แถมยังมีประกันยาวถึง 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดขายเด่นสำหรับคนไทยที่คิดถึงการใช้รถในระยะยาว ถ้าพูดถึงตลาดมือสอง รุ่นปี 2015 เป็นต้นมายังคงมูลค่าดี โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่คนนิยมกว่าเพราะเหมาะกับการเดินทางไกล
Q
เครื่องยนต์อะไรอยู่ใน Hyundai H1
Hyundai H1 ในตลาดไทยมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสองรุ่นคือ 2.5 ลิตร CRDi และ 2.6 ลิตร D4BH เทอร์โบ โดยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi ใช้เทคโนโลยีคอมมอนเรลโดยตรงของ Hyundai ให้กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 392 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันและปล่อยมลพิษต่ำเหมาะกับการเดินทางไกลและใช้ในครอบครัว ส่วนเครื่องยนต์ 2.6 ลิตร D4BH ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงต่ำ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์ของไทย เครื่องยนต์ดีเซล Hyundai ระบายความร้อนได้ดีในสภาพอากาศร้อน ช่วงล่างสูงเหมาะกับถนนไม่เรียบ และเมื่อจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติทั่วไปในไทย สามารถรับมือกับการจราจรติดขัดในกรุงเทพได้ Hyundai H1 รุ่นจำหน่ายในไทยมาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS ตามมาตรฐานความปลอดภัย เหมาะทั้งเป็นรถ MPV อเนกประสงค์สำหรับนักท่องเที่ยวและปรับเป็นรถรับรองธุรกิจได้
Q
Hyundai H-1 เร็วแค่ไหน?
รถ Hyundai H-1 รุ่นปัจจุบันในประเทศไทยมีความเร็วสูงสุดประมาณ 170 กม./ชม. แต่ความสามารถจริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและการปรับแต่ง โดยตัวรถรุ่นนี้ในตลาดไทยเน้นจุดขายเรื่องความประหยัดและพื้นที่ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับครอบครัวหรือใช้ทำงาน ส่วนเรื่องความเร็วขนาดนี้บนถนนในเมืองหรือทางด่วนของไทยก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันอยู่แล้ว แถมยังประหยัดน้ำมันดีเพราะใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเหมาะกับราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงในไทย แต่ต้องระวังเรื่องกฎหมายนะ เพราะกฎหมายไทยจำกัดความเร็วบนทางด่วนไว้ที่ 120 กม./ชม. เท่านั้น ควรขับขี่ตามกฎจะดีที่สุด ส่วนเรื่องพื้นที่ภายในรถ H-1 นั้นจัดว่าใช้งานได้หลากหลาย ทั้งจัดวางเบาะนั่งและพื้นที่เก็บของได้ดี จุดนี้ทำให้หลายคนในไทยเลือกซื้อรถรุ่นนี้ แต่ถ้าอยากได้รถที่ขับสนุกกว่านี้ อาจลองดูรถ SUV หรือรถเก๋งรุ่นอื่นๆ ของ Hyundai ในไทยก็ได้นะ
ดูเพิ่มเติม
ข้อดี
ข้อเสีย