Q
วิธีการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน Lexus RX 350
การเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนของ Lexus RX 350 นั้นง่ายมาก ขั้นแรกคุณต้องซื้อใบปัดน้ำฝนที่เหมาะกับรุ่นรถ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านอะไหล่รถยนต์ทั่วไปในไทย เช่น B-Quik หรือ SPEEDLAB แนะนำให้เลือกยี่ห้อเดิมจากโรงงานหรือแบรนด์ดังอย่าง Bosch หรือ Denso เพื่อให้ได้คุณภาพดี ในสภาพอากาศเมืองไทยที่ฝนตกบ่อย ใบปัดน้ำฝนที่ดีจะช่วยให้มองเห็นได้ชัดและใช้งานได้นานขึ้น เวลาเปลี่ยนให้ยกแขนปัดน้ำฝนขึ้น กดปุ่มปลดหรือตัวล็อคของใบเก่าเพื่อถอดออก จากนั้นจัดตำแหน่งใบใหม่ให้ตรงกับช่องล็อคแล้วดันจนได้ยินเสียง "คลิก" แสดงว่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ระวังอย่าให้แขนปัดน้ำฝนดีดกลับมาโดนกระจกหน้ารถด้วย นอกจากนี้แนะนำให้เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทุก 6-12 เดือนหรือเมื่อสังเกตว่าปัดน้ำไม่สะอาด เพราะอากาศร้อนและแสงแดดแรงในไทยจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบสภาพใบปัดน้ำฝนเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และเวลาทำความสะอาดกระจกหน้ารถอย่าใช้ใบปัดน้ำฝนปัดขณะกระจกแห้ง ควรใช้ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดกระจกเพื่อลดการสึกหรอของใบปัดน้ำฝน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
สปาร์กปลั๊กใน Lexus RX 350 มีเท่าไหร่
รถยนต์ Lexus RX 350 ใช้หัวเทียนจำนวน 6 หัว เพราะรถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์แบบ V6 ที่แต่ละสูบจะมีหัวเทียน 1 หัว ซึ่งเป็นมาตรฐานของเครื่องยนต์ V6 ส่วนใหญ่ ในประเทศไทย Lexus RX 350 เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคเนื่องจากความน่าเชื่อถือและความสะดวกสบาย โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างในกรุงเทพฯ ที่ระบบการส่งกำลังที่เน้นความนุ่มนวลและความเงียบของรถทำให้โดดเด่นมาก หัวเทียนเป็นส่วนสำคัญของระบบจุดระเบิดในเครื่องยนต์ จึงควรตรวจสอบหรือเปลี่ยนทุก 40,000-60,000 กิโลเมตร เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยอาจทำให้หัวเทียนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ การเลือกหัวเทียนที่ได้มาตรฐานหรือของแท้จากโรงงานจะช่วยให้เข้ากับสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า และหลีกเลี่ยงปัญหาการจุดระเบิดไม่ดีหรือการสิ้นเปลืองน้ำมันที่เกิดจากการใช้ของปลอม หากเจ้าของรถมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลาการบำรุงรักษาหรือการเลือกอะไหล่ สามารถปรึกษาได้ที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ Lexus ในประเทศไทย ที่พร้อมให้คำแนะนำและบริการอย่างมืออาชีพ
Q
วิธีการเปิดฟังก์ชั่นการตรวจจับจุดบอดของ Lexus RX 350
การใช้งานระบบ Blind Spot Monitor (เบลนด์ สปอต โมนิเตอร์) ในรถ Lexus RX 350 ที่ประเทศไทยนั้นง่ายมาก แค่ใช้ปุ่มควบคุมด้านซ้ายของพวงมาลัยเข้าไปที่เมนูตั้งค่ารถ แล้วเลือก "ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่" จากนั้นเปิดฟังก์ชัน "การตรวจสอบจุดบอด" ระบบนี้จะใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ที่ติดอยู่ด้านหลังทั้งสองข้างของกันชนหลังเพื่อตรวจจับรถที่อยู่ด้านข้างและด้านหลัง เมื่อมีรถเข้าไปในจุดบอด ไฟเตือนที่กระจกหลังจะสว่างขึ้นเพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ และถ้าคุณเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวในช่วงนั้น ระบบจะส่งเสียงปี๊บเพื่อเตือนเพิ่มเติม ควรระวังว่าสภาพอากาศร้อนและฝนชุกในประเทศไทยอาจส่งผลต่อความไวของเรดาร์บ้าง แนะนำให้ทำความสะอาดผิวเซ็นเซอร์เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่เป็นโลหะบนกันชนหลัง รุ่น SUV หรูระดับเดียวกันอย่าง BMW X5 หรือ Mercedes GLE ก็มีระบบคล้ายๆ กัน แต่ระบบ Blind Spot Monitor ของ Lexus นั้นทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเจอกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ชอบแทรกหรือเปลี่ยนเลนกระทันหันในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ตำแหน่งจุดบอดในรถพวงมาลัยขวาของประเทศไทยจะต่างจากรถพวงมาลัยซ้ายเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถลองทดสอบการทำงานของระบบในพื้นที่โล่งเพื่อทำความเข้าใจระยะการเตือน และควรอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบให้ล่าสุดอยู่เสมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ซึ่งศูนย์บริการ ตัวแทนจำหน่าย Lexus Thailand จะอัพเกรดโมดูลที่เกี่ยวข้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
Q
Lexus RX 350 สามารถบรรจุน้ำมันกี่แกลลอน
รถยนต์ Lexus RX 350 มีความจุถังน้ำมัน 72 ลิตร หรือประมาณ 19 แกลลอน ซึ่งการออกแบบนี้ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งการขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางข้ามจังหวัดก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องหยุดเติมน้ำมันบ่อย ในไทยมีสถานีบริการน้ำมันกระจายตัวค่อนข้างหนาแน่น เช่น ปตท. และบางจาก ที่ให้บริการน้ำมันคุณภาพสูง แนะนำให้ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว 95 แกลลอนขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ควรตรวจสอบความสะอาดของถังน้ำมันและระบบเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ เพราะสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของไทยอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมในถังน้ำมัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันของ Lexus RX 350 นั้นถือว่าทำได้ดี ในเมืองจะสิ้นเปลืองประมาณ 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนบนทางหลวงจะลดลงเหลือ 8-9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับและสภาพถนนด้วย หากต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้น แนะนำให้ขับด้วยความเร็วคงที่และใช้แอร์อย่างเหมาะสม เพราะอากาศร้อนของไทยอาจทำให้ระบบแอร์ทำงานหนักกว่าปกติ
Q
Lexus RX 350 AWD ทำงานอย่างไร
Lexus RX 350 AWD เป็น SUV หรูที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา (AWD) ระบบนี้ทำงานผ่าน Differential กลางและระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่คอยตรวจสอบการลื่นไถลของล้อแบบเรียลไทม์ พร้อมปรับการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้า-หลังและซ้าย-ขวาโดยอัตโนมัติ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีแรงยึดเกาะที่เสถียรในทุกสภาพถนน ซึ่งเหมาะมากกับสภาพอากาศในไทยที่ทั้งเปียกชื้นและมีฝนตกบ่อย รวมถึงพื้นที่บางส่วนที่เป็นภูเขาซึ่งมีภูมิประเทศซับซ้อน
RX 350 AWD ยังมาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบให้เลือกใช้ เช่น โหมดปกติ ประหยัดพลังงาน และสปอร์ต ซึ่งสามารถปรับการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนและระบบสี่ล้อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของคุณได้ ทั้งในแง่ความสนุกและประหยัดน้ำมัน สำหรับเมืองไทยแล้ว รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อแบบนี้เหมาะมากสำหรับการเดินทางไกลหรือขับขี่ในช่วงฤดูฝน เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจบนถนนลื่นหรือแม้แต่เส้นทางออฟโรดเล็กๆ
อีกจุดเด่นที่คนไทยชอบคือความน่าเชื่อถือของ Lexus ที่ได้รับการยอมรับในตลาดไทยมานาน พร้อมเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ทำให้การดูแลรักษาเป็นเรื่องง่าย ถ้าคุณกำลังมองหา SUV หรูสักคันในไทย RX 350 AWD ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความประหยัด โดยเฉพาะในสภาพอากาศและถนนที่เปลี่ยนไปมาบ่อยๆ ระบบ AWD จะช่วยให้คุณขับขี่ได้มั่นใจขึ้นมาก
Q
Lexus RX 350 มีสีอะไรบ้าง?
สีทั้ง 11 แบบของ Lexus RX 350 นั้นทั้งมีเอกลักษณ์โดดเด่น เหมาะสุดๆกับรสนิยมและความต้องการใช้งานของคนไทย โดยโทนสีขาวอย่าง White Nova Glass Flake และ Sonic Quartz นั้นให้ความรู้สึกต่างกัน สีแรกมีเอฟเฟกต์เกล็ดแก้วส่องแสงระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ ส่วนสีหลังให้ความบริสุทธิ์เรียบหรู เหมาะกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ต้องการความรู้สึกสดชื่น ส่วนโทนสีเมทัลลิกอย่าง Sonic Titanium Sonic Chrome และ Sonic Iridium นั้นให้ความรู้สึกล้ำยุคเหมาะกับการขับขี่ในเมือง สำหรับโทนสีเข้มอย่าง Graphite Black Glass Flake ที่มีเกล็ดแก้วเพิ่มมิติ และ Deep Blue Mica สีน้ำเงินเข้มคลาสสิคที่ให้ความรู้สึกมั่นคง ส่วนใครที่ชอบสีสันสดใส Red Mica Crystal Shine สีแดงพลังร้อนแรงและ Sonic Copper สีทองแดงสะดุดตาก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนชอบความแตกต่าง ส่วน Terrane Khaki Mica Metallic สีเขียวกากีที่ให้ความรู้สึกผจญภัยและ Heat Blue Contrast Layering สีฟ้าเกรเดียนต์ที่มีลวดลายศิลป์นั้นลงตัวสุดๆเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติของไทย สีทั้งหมดนี้ไม่ได้แค่สวยงามแต่ยังผ่านการออกแบบพิเศษให้ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย โดยสีอ่อนเหมาะกับพื้นที่อากาศร้อนตลอดปี ส่วนสีเมทัลลิกจะทนทานต่อรอยขีดข่วนและสภาพอากาศได้ดีกว่า Lexus มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีสีรถที่ทั้งสวยและทนทาน การที่มีสีให้เลือกหลากหลายแบบนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่แบรนด์ให้กับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Q
Lexus RX รุ่นไหนดีที่สุด
รถยนต์ Lexus RX Series เป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดไทย โดยเฉพาะรุ่น RX 450h+ แบบ Plug-in Hybrid ที่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองและความต้องการรักษ์สิ่งแวดล้อมของไทย รถรุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบผสมระหว่างเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้ระยะทางวิ่งแบบไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 65 กิโลเมตร เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันและช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างดี นอกจากนี้ Lexus ยังโดดเด่นในเรื่องความเงียบสงบและห้องโดยสารหรูหราที่ยังคงประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย ส่วนรุ่น RX 350h Hybrid ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยระบบขับเคลื่อนที่เรียบหรูและประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการเดินทางไกล คนไทยยังสามารถสนใจในฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดไทย เช่น ระบบแอร์ที่แรงขึ้นและกระจกกันรังสียูวี ที่ตอบโจทย์สภาพอากาศแบบร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี Lexus ในไทยยังมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ทำให้การดูแลรักษาเป็นเรื่องสะดวก โดยเฉพาะรถ Hybrid ที่มีประกันแบตเตอรี่เพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของรถ ข้อควรรู้คือรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถพลังงานสะอาด โดยรุ่น Plug-in Hybrid อาจได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนั้นก่อนซื้อแนะนำให้ตรวจสอบนโยบายล่าสุดเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
Q
Toyota รุ่นใดที่เทียบเท่ากับ Lexus RX 350
ในตลาดไทย Toyota Harrier คือรุ่นที่ใกล้เคียงกับ Lexus RX 350 มากที่สุด เพราะทั้งคู่ใช้แพลตฟอร์ม TNGA-K ร่วมกัน มีขนาดและสเปคเครื่องยนต์คล้ายกัน โดยเฉพาะหลังอัพเดทในปี 2020 ที่ทำให้ Harrier ดูพรีเมียมขึ้น แม้ว่าวัสดุภายในห้องโดยสารและระบบกันเสียงจะสู้ RX 350 ไม่เต็มร้อย แต่ Harrier มีจุดเด่นที่ราคาจับต้องง่ายกว่า เหมาะกับคนไทยที่อยากได้ความหรูแต่ยังคงดูเรื่องความคุ้มค่า โดย Harrier มีทั้งรุ่นเครื่อง 2.0L แบบปกติและรุ่นไฮบริด 2.5L ที่น่าสนใจคือรุ่นไฮบริดอาจได้ประโยชน์ด้านภาษีเพราะเป็นรถประหยัดพลังงาน แถมยังมีศูนย์บริการ Toyota ที่ครอบคลุมทั่วไทย ทำให้การซ่อมบำรุงสะดวกกว่าการใช้รถหรูนำเข้า แต่ถ้าคุณมีงบประมาณพร้อมและต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบกว่า Lexus RX 350 ก็ยังเป็นตัวเลือกพรีเมียมด้วยจุดเด่นเรื่องการนำเข้าและภาพลักษณ์แบรนด์ที่เหนือชั้น
Q
ความแตกต่างระหว่าง Lexus RX 350 และ 350L คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Lexus RX 350 และ RX 350L อยู่ที่ขนาดตัวถังและการจัดวางที่นั่งครับ โดย RX 350 เป็นเวอร์ชั่นมาตรฐาน 5 ที่นั่ง ส่วน RX 350L เป็นแบบเพิ่มระยะฐานล้อจาก RX 350 เพื่อให้มี 7 ที่นั่ง เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศร้อนๆอย่างไทย รุ่นทั้งสองมาพร้อมระบบแอร์ประสิทธิภาพสูงและกระจกกันความร้อน ที่ช่วยให้ความสะดวกสบายภายในรถ ส่วนเทคโนโลยี Hybrid ของ Lexus ในไทยก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีในสภาพการจราจรติดขัด ทั้งคู่ใช้เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังขับเคลื่อนดีเยี่ยมเหมาะกับสภาพถนนหลากหลายแบบของไทย อย่างไรก็ดี การออกแบบตัวถังที่ยาวขึ้นของ RX 350L อาจต้องระวังเรื่องการจอดในซอยแคบๆ อย่างในกรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องบริการหลังการขาย เพราะ Lexus ในไทยมีเครือข่ายบริการที่ครบครัน พร้อมระบบดูแลรักษาที่สะดวก ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบป้องกันการชนและระบบช่วยรักษาช่องทางขับรถ ที่ตอบโจทย์สภาพการจราจรซับซ้อนของไทยได้เป็นอย่างดี
Q
Lexus RX 350 น้ำหนักเท่าไหร่
น้ำหนักของรถยนต์ Lexus RX 350 จะแตกต่างกันไปตามปีที่ผลิตและระดับเครื่องแต่ง ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,940 ถึง 2,050 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน (ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อ) และอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น ในตลาดไทยมักจะมีหลังคาพาโนรามาหรือระบบเสียงระดับพรีเมียมที่อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับสภาพอากาศร้อนและเส้นทางซับซ้อนในไทย ตัวถังอลูมิเนียมน้ำหนักเบาของ RX 350 ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและควบคุมง่าย เหมาะกับการใช้งานทั้งในรถติดกรุงเทพหรือทางเขาภูเชียงใหม่ ที่สำคัญคือน้ำหนักตัวรถมีผลต่อความเร็วและอัตราสิ้นเปลือง แต่เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตรของ RX 350 ให้กำลังมากพอสมควร แถมรุ่นที่ขายในไทยยังปรับแต่ง ECU ให้เข้ากับน้ำมันเบนซิน 95 โอคตานเพื่อประสิทธิภาพที่ดีสุด ถ้าคุณสนใจอยากซื้อ แนะนำให้ไปทดลองขับที่โชว์รูม เพราะกฎหมายไทยกำหนดให้รถนำเข้าต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักรถเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
Q
วิธีรีเซ็ตไฟเตือนปริมาณน้ำมันสำหรับ Lexus RX 350
หากต้องการรีเซ็ตไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิงของ Lexus RX 350 คุณสามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ครับ ก่อนอื่นให้เติมน้ำมันให้เต็มถัง จากนั้นสตาร์ทรถ แล้วมองหาปุ่ม "Trip" ที่แผงหน้าปัด กดค้างไว้สักสองสามวินาทีจนกว่าไฟเตือนจะเริ่มกระพริบหรือดับ นั่นหมายถึงการรีเซ็ตสำเร็จแล้ว ในประเทศไทยเนื่องจากอากาศร้อนและการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ ผมแนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบระบบเชื้อเพลิงเป็นประจำเพื่อความแม่นยำ เพราะความร้อนสูงอาจส่งผลต่อความไวของเซ็นเซอร์วัดน้ำมันครับ ระบบแจ้งเตือนน้ำมันของ Lexus RX 350 ออกแบบมาได้แม่นยำมาก ช่วยเตือนให้คุณเติมน้ำมันทันเวลา ลดความเสี่ยงรถดับกลางทางได้ดีเลย ถ้าหากคุณสังเกตว่าไฟเตือนกระพริบบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ยังมีน้ำมันอยู่ อาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ต้องทำความสะอาดหรือสอบเทียบ แนะนำให้ไปตรวจเช็กที่ศูนย์บริการ Lexus ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย ศูนย์บริการของ Lexus ที่นี่มักมีบริการวินิจฉัยปัญหาที่มืออาชีพมากๆ นอกจากนี้การสร้างนิสัยการขับขี่ที่ดี เช่น อย่าปล่อยให้น้ำมันใกล้หมดบ่อยๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มน้ำมันและเซ็นเซอร์ได้ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่ต้องหยุดและออกตัวบ่อยๆ ในเมืองไทยแบบนี้
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
"รถที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในปี 2024 คืออะไร?"
ในปี 2024 รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น Rolls-Royce Boat Tail รุ่นคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ราคาพุ่งไป 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือยอร์ชโบราณ ตัวถังทาสีเมทัลลิกที่ขัดมืออย่างประณีต ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอุปกรณ์สุดหรูเช่น ตู้เย็นเก็บแฮมพาร์มาและชุดเครื่องเงินสำหรับคาเวียร์ ตามมาติดๆ คือ Bugatti La Voiture Noire รถซุปเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ราคา 18.5 ล้านดอลลาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 420 กม./ชม. สำหรับในตลาดรถไทย เราอาจจะเคยเห็น Rolls-Royce Phantom หรือ Lamborghini รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันวิ่งอยู่แถวกรุงเทพฯบ้าง ซึ่งรถระดับนี้มักจะมีระบบป้องกันฝุ่นพิเศษ สําหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรถยนต์ นอกจากการให้ความสําคัญกับราคาแล้ว ควรเข้าใจศักยภาพในการรักษามูลค่าของรถยนต์เหล่านี้มากขึ้น เช่น ราคาของ Ferrari 250 GTO ในการประมูลเพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านเป็น 70 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ความขาดแคลนนี้จึงเป็นคุณค่าหลักของรถยนต์หรูหราชั้นนํา
Q
อะไรทำให้ Revuelto มีราคาแพงขนาดนี้?
ราคาสูงลิ่วของ Lamborghini Revuelto เกิดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในฐานะซูเปอร์คาร์ไฮบริดแบบปลั๊กอินรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วยคุณสมบัติการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชัน ที่มาพร้อมระบบไฮบริดซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 แบบดูดธรรมชาติและมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,015 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที สมรรถนะระดับนี้ต้องพึ่งพาวัสดุลดน้ำหนักจากคาร์บอนไฟเบอร์และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาในระดับมาตรฐานการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาพอากาศร้อนระอุของประเทศไทย ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะและจานเบรกเซรามิกจะช่วยรักษาความเสถียรระหว่างขับขี่แบบสุดเหวี่ยง ส่วนกรรมวิธีการผลิตแบบทำมือในอิตาลีทำให้ผลผลิตต่อเดือนไม่ถึง 100 คัน ความหายากนี้เองที่ดันราคาให้สูงขึ้น
ซูเปอร์คาร์ระดับนี้ส่วนใหญ่จะผลิตแบบออร์เดอร์เมด (สั่งทำตามใบสั่ง) โดยบริการปรับแต่งพิเศษเช่นสีรถเฉพาะหรือหนังหุ้มเบาะภายในย่อมเพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก ในขณะที่ระบบไฮบริดซึ่งซับซ้อนกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไปก็ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวด้วย
ที่น่าสนใจคือ ไฮเปอร์คาร์ในระดับราคานี้มักมาพร้อมเทคโนโลยีระดับสนามแข่ง อย่างระบบแอคทีฟแอโรไดนามิกส์หรือระบบกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) ซึ่งต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงลิบเหล่านี้จะถูกเฉลี่ยเข้ากับแต่ละคันที่ผลิต ทำให้รถสมรรถนะขั้นสุดแบบนี้กลายเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มโดยธรรมชาติ
Q
มียอดขายรถ Lamborghini ในปี 2024 จำนวนเท่าไร?
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดขายทั่วโลกของ Lamborghini ในปี 2024 แต่จากผลงานในปีที่ผ่านมาของแบรนด์นี้ พบว่ายอดขายต่อปีมักจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คัน โดยรุ่น Urus เป็นตัวหลักที่ทำยอดขายเกิน 60% ของทั้งหมด ในตลาดท้องถิ่น Lamborghini มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์ครบทุกรุ่นทั้ง Huracán Aventador รุ่นต่อเนื่อง และ Urus ซึ่งรุ่น Urus นั้นได้รับความนิยมเป็นพิเศษเพราะตอบโจทย์ทั้งความแรงและความประหยัดพื้นที่ ที่น่าสนใจคือแบรนด์ซูเปอร์คาร์ในยุคนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า Lamborghini เองก็ประกาศแล้วว่าจะเปิดตัว Revuelto รุ่นไฮบริดแรก ซึ่งนับเป็นการเริ่มปรับตัวตามเทรนด์พลังงานสะอาด แต่ยังคงรักษาลักษณะเฉพาะของเครื่องยนต์ความจุสูงไว้ แนวทางนี้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นที่อยากได้ทั้งสมรรถนะสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจซื้อ นอกจากจะดูตัวเลขยอดขายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลารอคอยและการบริการปรับแต่งเฉพาะตัวของรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเหล่านี้ ซึ่งปกติต้องติดต่อล่วงหน้ากับตัวแทนจำหน่ายอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อกำหนดสเปค
Q
รถยนต์ที่ขายเร็วที่สุดในปี 2024 คือรุ่นใด
รถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2024 คือ Toyota Hilux Revo ซึ่งเป็นรถปิคอัพที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพถนน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องขนของหรือเดินทางไกลบ่อยๆ Hilux Revo ไม่เพียงแต่มีโครงสร้างแข็งแรงและระบบเครื่องยนต์อันล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ นอกจากรถปิคอัพแล้ว รถไฟฟ้าอย่าง BYD ATTO 3 ก็มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยราคาคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ต่ำ ดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดขายรถไฮบริดและรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมหรือรถพลังงานใหม่ สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเวลาซื้อรถคือความคุ้มค่า ความทนทาน และค่าบำรุงรักษา ขณะที่การบริการหลังการขายและการจัดหาอุปกรณ์เสริมที่แปลเป็นภาษาท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
Q
รถที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในปี 2024 คืออะไร?
คาดว่าในปี 2024 รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรุ่นไฮบริดและไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะ Toyota bZ4X และ BYD ATTO 3 ที่ผสมผสานระหว่างความใช้งานได้จริงกับเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากด้วยต้นทุนการประหยัดพลังงานและนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนรถปิกอัพอย่าง Toyota Hilux Revo และ Isuzu D-MAX ยังคงเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากความทนทานและความหลากหลายในการใช้งานที่เหมาะกับสภาพถนนและไลฟ์สไตล์ของคนไทย นอกจากนี้รถหรูแบรนด์ดังอย่าง Mercedes-Benz EQ Series และ BMW iX ก็ยังครองใจกลุ่มตลาดบนด้วยภาพลักษณ์แบรนด์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟและการเพิ่มความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยานพาหนะเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมยังคงสามารถแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด แนะนำให้ทดลองขับรถและเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษาและประสิทธิภาพความทนทานของพลังงานประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะซื้อรถเพื่อให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคล
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถ่ายทำจริง: Lexus ES รุ่นใหม่เปิดตัวในงาน Guangzhou Auto Show 2025 โดยครั้งนี้ได้นำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติม
วิรุฬห์Nov 26, 2025

Lexus LSอาจกลายเป็น MPV หกล้อ แล้วทำไม LS Concept ต้องใช้การออกแบบหกล้อ?
ธนวัฒน์Oct 16, 2025

2027 Lexus LFRจะมาพร้อมกับระบบไฮบริด 4.0L V8 ที่มีกำลังกว่า 900 แรงม้า
LienSep 22, 2025

Lexusละทิ้งกลยุทธ์การเปลี่ยนแบรนด์ทั้งหมดไปสู่พลังงานไฟฟ้าล้วน หันมาพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดและพลังงานไฟฟ้าล้วนควบคู่กัน
ธนวัฒน์Aug 11, 2025

Lexus LC 500 Pinnacle รุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดในญี่ปุ่น อำลาตำนาน V8 ค่ายญี่ปุ่น
AshleyAug 4, 2025
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย