Q

ราคา Ferrari 812 Superfast คือเท่าไหร่

Ferrari 812 Superfast คือรถสปอร์ตประสิทธิภาพสูงระดับตำนานจาก Ferrari ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ใจเบรื่องใหญ่ ในไทยราคาอยู่ที่ประมาณ 25-30 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมที่เลือก ภาษี และนโยบายของตัวแทนจำหน่าย รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 6.5 ลิตรแบบดูดธรรมดา ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที ถือเป็นตำรับตำราของรถเฟอร์รารีแบบเครื่องหน้ายุคใหม่ในไทย นักเล่นรถสปอร์ตระดับเทพมักจะซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เช่น โชว์รูม Ferrari ในกรุงเทพฯ โดยต้องคำนวณเพิ่มเรื่องภาษีนำเข้า ภาษีรถหรู และค่าประกันด้วย ที่พิเศษคือ 812 Superfast ใช้นวัตกรรมแอร์โรไดนามิกล่าสุดจาก Ferrari ร่วมกับระบบพวงมาลัยสี่ล้อ ที่ทำให้การขับขี่สมรรถนะสูงเหมาะกับถนนไทยมาก ถ้าสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายโดยตรงเพื่อขอราคาล่าสุดและนัดทดลองขับ รวมถึงสอบถามแพ็กเกจบริการหลังการขาย เพราะรถสปอร์ตระดับนี้ในไทยต้องดูแลโดยทีมงานมืออาชีพเท่านั้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ความเร็วสูงสุดของ Ferrari 812 Superfast คืออะไร
Ferrari 812 Superfast เป็นซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 340 กม./ชม. และความแรงจากเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบแอตโมสเฟียร์ ที่สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเพียง 2.9 วินาที แสดงถึงความเหนือชั้นของเทคโนโลยีด้านพลังขับและอากาศพลศาสตร์ของ Ferrari แม้ในไทยจะมีการจำกัดความเร็วบนทางด่วนที่ 120 กม./ชม. ทำให้ไม่สามารถดึงความเร็วสูงสุดของ 812 ซูเปอร์ฟาสต์ออกมาได้เต็มที่ แต่พลังอันเหลือล้นและการควบคุมที่แม่นยำก็ยังคงมอบประสบการณ์ขับขี่ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ขับ ขณะที่ตลาดรถหรูในไทยให้ความสนใจกับแบรนด์ซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari เป็นอย่างมาก โดยเจ้าของรถหลายคนเลือกที่จะสัมผัสความเร็วสูงบนสนามแข่งหรือพื้นที่ปิด 812 ซูเปอร์ฟาสต์ไม่เพียงโดดเด่นด้วยสมรรถนะสุดล้ำ แต่ยังมาพร้อมดีไซน์อิตาเลียนสุดคลาสสิกและห้องโดยสารอันหรูหราที่ชนะใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทย อย่างไรก็ตาม การขับรถสมรรถนะสูงนไทยจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย 812 ซูเปอร์ฟาสต์ถือเป็นสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ในอนาคตมาตรฐานของซูเปอร์คาร์อาจถูกกำหนดใหม่ด้วยเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
Q
ความแตกต่างระหว่าง Ferrari 812 Superfast และ GTS คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Ferrari 812 Superfast กับรุ่น GTS อยู่ที่การออกแบบหลังคา โดย 812 Superfast เป็นคูเป้หลังคาคงที่ ส่วนรุ่น GTS เป็นเวอร์ชันเปิดประทุนที่มีระบบหลังคาแบบพับได้ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาทีที่ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ทำให้ผู้ขับขี่ในสภาพอากาศร้อนของไทยสามารถเลือกที่จะรับแสงแดดหรือหาที่ร่มได้ตามใจชอบ ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 6.5 ลิตรเท่ากัน ให้กำลังสูงถึง 800 แรงม้า แต่รุ่น GTS มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 75 กิโลกรัมจากโครงสร้างเสริมสำหรับระบบเปิดประทุน ทำให้ความเร็วสูงสุดลดลงเล็กน้อยเหลือ 340 กม./ชม. ซึ่งไม่ส่งผลมากนักกับการขับขี่ปกติในชีวิตประจำวัน สำหรับประเทศไทยแล้ว รุ่น GTS น่าจะได้รับความนิยมมากกว่าเพราะเหมาะทั้งกับการขับในเมืองที่การจราจรหนาแน่นและการขับเลียบชายทะเลเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาหรือหัวหิน ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้มากกว่า ส่วนการตกแต่งภายในและเทคโนโลยีต่างๆในทั้งสองรุ่นแทบไม่ต่างกัน ล้วนใช้ระบบช่วยขับขี่สมัยใหม่และวัสดุหรูหราเหมือนกัน เพียงแต่รุ่น GTS มีการปรับปรุงระบบกันเสียงเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะกับการเป็นรถเปิดประทุน สำหรับคนไทยแล้ว การเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและสถานการณ์ใช้งานเป็นหลัก เพราะต้องยอมรับว่าการขับรถเปิดประทุนรับลมร้อนชื้นแบบไทยๆนั้นเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีอย่างแน่นอน
Q
Ferrari 812 Superfast เปิดตัวเมื่อไหร่
Ferrari 812 ซูเปอร์ฟาสต์ เปิดตัวครั้งแรกในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ปี 2017 และวางจำหน่ายในปีเดียวกัน รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่มาทดแทน F12berlinetta โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 718 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 340 กม./ชม. ซึ่งแสดงถึงความสามารถอันยอดเยี่ยมของ Ferrari ในด้านเครื่องยนต์แบบสูบธรรมชาติดั้งเดิม สำหรับตลาดไทย 812 Superfast ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักขับระดับสูงด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นและการออกแบบสไตล์อิตาเลียนที่โดดเด่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งมาตรฐานสูงรอบๆ กรุงเทพฯ หรือการสะสมเป็นรถส่วนตัว สำหรับคนไทยแล้ว รุ่นนี้ไม่เพียงเป็นตัวแทนของประสบการณ์การขับที่สมบูรณ์แบบ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ferrari ที่ยังคงพัฒนารถซูเปอร์คาร์ด้วยเครื่องยนต์ V12 แบบคลาสสิก แม้ว่าปัจจุบันเทรนด์รถไฟฟ้าจะมาแรง แต่ 812 Superfast ยังคงเป็นสุดยอดรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ
Q
เครื่องยนต์ Ferrari 812 Superfast มีอะไร
Ferrari 812 Superfast ติดตั้งเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบแอสพีเรต ที่ออกแบบด้วยมุมระนาบ 65 องศา ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า แรงบิดพีค 718 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์ 7 ความเร็วแบบ DUAL-CLUTCH เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 340 กม./ชม. แสดงถึงสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์แอสพีเรตของ Ferrari เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบปรับเปลี่ยนรูปทรงท่อไอดีและระบบจัดการแรงบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้การขับขี่สมบูรณ์แบบในทุกสภาพการขับขี่ สำหรับแฟนๆรถไทย แม้ 812 Superfast อาจจะยากที่จะดึงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่บนถนนเมืองไทย แต่เสียงเครื่องที่ดุดันและประสบการณ์การขับที่สมบูรณ์แบบก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เครื่องยนต์แอสพีเรตให้ความรู้สึกการเร่งแบบลื่นไหลและเสียงเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ในรอบสูง ซึ่งแตกต่างจากเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ Ferrari ยังคงยึดมั่นกับเครื่องยนต์แอสพีเรตขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ 812 Superfast ยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Ferrari ที่มีต่อระบบขับเคลื่อนแบบดั้งเดิม แม้ในยุคที่รถไฟฟ้ากำลังมาแรง แต่เครื่องยนต์แบบนี้ก็ยังคงเป็นสุดยอดแห่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายใน
Q
Ferrari 812 Superfast มีความเร็วเท่าไหร่
Ferrari 812 Superfast คือซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบแอสไพรัลธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 718 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 340 กม./ชม. รุ่นนี้เป็นที่จับตามองในตลาดรถหรูของไทย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบความมันส์แบบสุดๆ แม้ว่าบนถนนทั่วไปในไทยอาจไม่สามารถดึงความเร็วสุดขีดของมันออกมาได้เต็มที่ แต่ถ้าได้ลงสนามแข่งอย่างบูรีรัมย์อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต 812 Superfast จะโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มสูบ แถมยังมาพร้อมดีไซน์แอโรไดนามิกและเทคโนโลยีพวงมาลัยหลังที่ช่วยให้การขับขี่ที่ความเร็วสูงมีความมั่นคงและแม่นยำ ทำให้มันเป็นหนึ่งในรถระดับตำนานที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ สำหรับคนไทยการได้เป็นเจ้าของรถคันนี้ไม่ใช่แค่ได้ใช้พลังของซูเปอร์คาร์ระดับเทพ แต่ยังได้สัมผัสความหรูและความเร่าร้อนแบบฉบับเฟอร์รารี่ เพียงแต่เวลาขับบนถนนจริงต้องระวังกฎจราจรและสภาพถนนในไทยให้ดี จะได้ขับได้อย่างปลอดภัยและสนุกสุดเหวี่ยง
Q
แรงม้าของรถ Ferrari 812 Superfast มีเท่าใด
Ferrari 812 Superfast คือซูเปอร์คาร์สุดแรงที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ขุมพลังใต้กระโปรงเป็นเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบแอทโมสเฟียร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 718 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดเกิน 340 กม./ชม. รุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดรถซูเปอร์คาร์ของไทย โดยเฉพาะสำหรับการขับขี่บนทางด่วนรอบกรุงเทพฯ หรือสนามแข่ง สำหรับแฟนๆรถไทยแล้ว 812 Superfast ไม่เพียงเป็นตัวแทนของความปรารถนาในพลังอันสุดขั้วของเฟอร์รารี่เท่านั้น แต่ยังแสดงถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของซูเปอร์คาร์อิตาลีผ่านการออกแบบเลย์เอาต์เครื่องยนต์ V12 หน้าและรูปทรงตัวรถที่ลื่นไหล แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย ระบบระบายความร้อนและระบบช่วงล่างของรถคันนี้ก็ยังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มั่นใจได้ถึงความมั่นคงแม้ขับแบบสุดเหวี่ยง นอกจากนี้ Ferrari ยังมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย พร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทั้งการบริการประจำปีและการสนับสนุนทางเทคนิคโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เจ้าของรถสามารถสนุกไปกับการขับขี่ได้แบบไม่ต้องกังวล ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในรถซูเปอร์คาร์ 812 Superfast ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ไม่เพียงเพราะพลังที่เหนือชั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมที่แม่นยำและความหรูหราที่มาพร้อมกันในระดับสุดยอด
Q
Ferrari 812 Superfast มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อ 100 กิโลเมตร?
Ferrari 812 Superfast เป็นรถซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์ V12 แบบแอทโมสเฟียริก ข้อมูลทางการระบุว่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ประมาณ 15.7 ลิตร/100 กม. แต่ในสภาพการขับขี่จริงของไทย โดยเฉพาะเมื่อติดรถติดในกรุงเทพหรือขับแบบสปอร์ตบนทางด่วน ค่านี้อาจพุ่งไปถึง 18-22 ลิตร/100 กม. ซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อความแรงระดับสุดขั้ว ไม่ได้เน้นประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 ที่ให้กำลังสูงถึง 800 แรงม้า จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด สำหรับเจ้าของรถในไทยแนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินคุณภาพสูงเกรด 95 ขึ้นไปและบำรุงรักษาเป็นประจำ แม้ว่าจะกินน้ำมันมากแต่ระบบเบรกคาร์บอนซีรามิกและเทคโนโลยีสตาร์ต-สตอปอัตโนมัติช่วยประหยัดได้บ้าง ข้อควรท้ายคือ ประเทศไทยมีอัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับรุ่นปริมาตรความจุเกิน 3.0 ลิตร ซึ่งต้องพิจารณาต้นทุนการใช้งานอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
812 Superfast ถูกยุติการผลิตหรือไม่?
Ferrari 812 Superfast ในฐานะรถ GT สุดเริ่ดของค่ายที่ยังใช้เครื่องยนต์ V12 แบบวางหน้าต่อมาถึงยุคสิ้นสุดการผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2023 เป็นผลมาจากการทำซ้ำตามธรรมชาติของสายผลิตภัณฑ์ Ferrari โดยมีรุ่นใหม่ๆ อย่าง Roma Spider ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบใหม่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งในตลาด ส่วนในตลาดไทย 812 Superfast เป็นที่นิยมในหมู่คอลเลกเตอร์รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบสไตล์การดูดซึมโดยธรรมชาติ (789 แรงม้า) และการออกแบบคลาสสิกแบบ FR (เครื่องหน้า-ขับหลัง) ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ อาจจะยังพอเห็นตัวเป็นๆ ได้ตามโชว์รูมรถมือสองระดับพรีเมียมหรืองานชุมนุมรถเป็นครั้งคราว แต่ต้องยอมรับว่ากฎหมายไทยมีการเก็บภาษีรถยนต์ขนาดเกิน 3.0 ลิตรในอัตราสูง (บางกรณีถึง 50%) ทำให้ราคารถซูเปอร์คาร์เครื่องใหญ่แบบนี้ในไทยพุ่งไปเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับตลาดโลก คนไทยที่อยากเป็นเจ้าของจึงมักใช้วิธีนำเข้าชั่วคราวผ่านเขตปลอดอากรหรือเลือกรับบริการเช่าสั้นๆ แทน สำหรับแฟนๆ Ferrari ในเมืองไทย รุ่นใหม่ๆ อย่าง F8 ทริบิวโต้ หรือ 296 GTB ที่ใช้ระบบไฮบริดอาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะยังคงความแรงแต่ปรับตัวเข้ากับสภาพการจราจรติดขัดและกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยได้ดีกว่า
Q
Ferrari 812 เป็นการลงทุนที่ดีหรือไม่?
Ferrari 812 Superfast ในฐานะรถ GT สปอร์ตประสิทธิภาพสูง การจะลงทุนในตลาดไทยเหมาะหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้าดูจากมูลค่าการเก็บสะสมและความต้องการในตลาด 812 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบสูบธรรมดา และสถานะการผลิตที่จำกัด ทำให้มันมีศักยภาพในการรักษามูลค่าได้ดีในแวดวงซูเปอร์คาร์ โดยเฉพาะในตลาดอย่างไทยที่ความต้องการรถหรูหายากยังค่อนข้างมั่นคง แต่ต้องระวังเรื่องสภาพอากาศของไทยที่อาจสร้างความท้าทายในการดูแลรถสปอร์ตสมรรถนะสูง เช่น ความร้อนและความชื้นที่อาจสร้างภาระเพิ่มให้กับเครื่องยนต์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ การถือครองระยะยาวจึงต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ดี นอกจากนี้ภาษีนำเข้าที่สูงของไทยก็ส่งผลต่อราคาซื้อขายในตลาดมือสองด้วย ถ้าพูดถึงประสบการณ์การขับขี่ 812 ถือว่าจุดสมดุลระหว่างสมรรถนะบนสนามแข่งและความสบายในการใช้งานประจำวันได้ดี เหมาะกับการขับท่องเที่ยวเส้นทางพรีเมียมหรือใช้ในเมือง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนล้วนๆ แนะนำให้เจ้าที่รักการขับขี่จริงๆ เป็นผู้พิจารณา เพราะรถซูเปอร์คาร์มักมีค่าสึกหรอค่อนข้างเร็วในช่วงปีแรกๆ ยกเว้นจะเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดจริงๆ โดยรวมแล้ว 812 เป็นรถที่รวมความเร้าใจและมูลค่าการสะสมไว้ด้วยกัน แต่ก่อนตัดสินใจลงทุนในไทยควรประเมินทั้งค่าใช้จ่ายในการครอบครองและความต้องการส่วนตัวให้รอบด้าน
Q
Ferrari 812 Superfast เป็นรถใช้งานประจำวันหรือไม่
Ferrari 812 Superfast เป็นสปอร์ตคาร์ V12 สุดแรงแม้ว่าจะโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะและการควบคุม แต่ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพเมืองแบบประเทศไทย คันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร แบบแอทโมสเฟียร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า ความเร็วสุดเกิน 340 กม./ชม. การออกแบบตัวถังต่ำและระบบช่วงล่างแข็งกระด้างเหมาะกับสนามแข่งหรือขับขี่วันหยุดมากกว่า แต่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัด การหยุด-เดินบ่อยๆ และถนนแคบๆ จะทำให้ประสบการณ์การขับลดลงไปอีก นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง 12 Superfast ก็สูงมาก สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยยังอาจสร้างภาระเพิ่มให้กับระบบระบายความร้อนและวัสดุภายในรถอีกด้วย ถ้าคิดจะใช้ในไทยเป็นประจำ รุ่น GT อย่าง โรม่า หรือ ปอร์โตฟีโน่ ของค่ายเดียวกันน่าจะเหมาะกว่า แม้สมรรถนะจะด้อยกว่าแต่ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองได้ดีกว่า ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยมีอากรขาเข้าสำหรับซูเปอร์คาร์ที่สูงมาก ทำให้ราคา 12 Superfast ในไทยพุ่งเกินประเทศอื่นๆ จนความคุ้มค่าในการใช้งานประจำลดลงไปอีก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

สวยงามตามภายนอก มีเส้นริมที่เรียบเนียน แก้ไขสไตล์แบบด่วน ไฟ LED ติดตั้งอยู่ในช่องดูดอากาศด้านหน้า ไฟท้ายแบบกลมมีลักษณะเฉพาะ
ส่วนภายในมีสไตล์กีฬา เสน่ห์ของการประสานแนวและตำแหน่งปุ่ม ผสมผสานความรุ่งเรืองของการแข่งขันกับความสง่างาม หน้าปัดกว้าง ที่นั่งเหมาะสมกับร่างกาย มีสิ่งของที่เย็บด้วยเส้นสีแดงและวัสดุ Alcantara ช่วยเพิ่มบรรยากาศของกีฬา
เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร สมรรถนะ 800 แรงม้า แรงบิด 718 นิวตันเมตร ฉีดโดยตรงที่ความดันสูง เปลี่ยนแผงจมูกที่แปรผัน การตอบสนองในการเร่งรถ
เกียร์ F1 ความเร็ว 7 ổสองระบบการซีกกล่อง เทคโนโลยีจาก F1 ปรับสัดส่วนการขับเคลื่อน ตอบสนองรวดเร็วจอควบคุม
ติดตั้งเครื่องยนต์ด้านหน้า พื้นที่สำหรับบรรจุของมากกว่ารถ Ferrari รุ่นอื่นๆ

ข้อเสีย

ราคาสูง ถึง 30,800,000 บาท ราคาเวอร์ชั่นที่เลือก 31,500,000 บาท
ศูนย์บริการหลังการขายน้อย มีเพียงหนึ่งแห่ง ลูกค้านอกเมืองอาจจะไม่สะดวกในการซ่อมบำรุง
อุปกรณ์และบริการแพง วัสดุ อุปกรณ์และกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
อัตราการใช้น้ำมันสูง การใช้น้ำมันต่อร้อยกิโลเมตรจากทางการ 6.7 ลิตร ในความเป็นจริงประมาณ 4.0 ลิตร

Q&A ล่าสุด

Q
ฮอนด้าเป็นรถยนต์ขนาดกะทัดรัดหรือไม่?
แบรนด์ฮอนด้าเสนอรถขนาดคอมแพคต์หลายรุ่นในตลาดไทย โดย City Hatchback เป็นฮอนด้าจำหน่ายรถยนต์คอมแพคหลายรุ่นในตลาดไทย โดยซิตี้แฮทช์แบ็กเป็นผลิตภัณฑ์หลัก หลังจากปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2024 ดีไซน์สปอร์ตยิ่งขึ้น และทุกรุ่นมาพร้อมระบบช่วยเหลือนิรภัย Honda Sensing เป็นมาตรฐาน มีให้เลือกสองเครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.0T (122 แรงม้า/173 นิวตันเมตร) และเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร e:HEV (แรงบิดรวม 253 นิวตันเมตร) ราคาอยู่ที่ 599,000 ถึง 799,000 บาท รุ่นนี้มาพร้อมกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ชุดแต่ง RS สุดพิเศษ และตัวถังที่สั้นกว่ารุ่นซีดาน 208 มม. ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ส่วนซิตี้แฮทช์แบ็ก DRIVAL รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่เปิดตัวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 ยกระดับรูปลักษณ์สปอร์ตยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมระบบไฮบริด 1.5 ลิตร (มอเตอร์ไฟฟ้า 80 กิโลวัตต์/253 นิวตันเมตร) ราคา 829,000 บาท ที่น่าสนใจคือ ฮอนด้ามีตัวเลือกการปรับแต่งเฉพาะบุคคลผ่านชุดแต่ง Modulo แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รถยนต์ขนาดกะทัดรัดมีบทบาทสำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าในประเทศไทย โดยมีการอัพเกรดคุณสมบัติทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น Honda Connect ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน และแผงหน้าปัด LCD ขนาด 7 นิ้ว (ในรุ่นสเปคสูง) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของแบรนด์ที่มีต่อความต้องการของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Q
Kia เป็นรถยนต์ขนาดกะทัดรัดหรือไม่?
กิออเปิดตัวรุ่นรถที่ครอบคลุมหลายสาขาในตลาดไทย โดยรถขนาดกะทัดรัดไม่ใช่หมวดหมู่หลักของไลน์ผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น คาร์นิวัลรุ่นที่สี่ที่เปิดตัวล่าสุด (Carnival) ซึ่งเป็นรถ MPV ระดับหรู ติดตั้งระบบไฮบริดประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จขนาด 1.6 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิด 367 นิวตัน-เมตร ความยาวตัวรถเกิน 5 เมตร มาพร้อมกับจอแสดงผลกลางขนาด 12.3 นิ้ว ที่นั่งระดับบริหาร และอื่นๆ ราคาอยู่ในช่วง 2,499,000 ถึง 2,699,000 บาท ซึ่งจัดอยู่ในประเภทรถอเนกประสงค์ขนาดกลางถึงใหญ่ ยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์ของกิออในไทยมุ่งเน้นไปที่ตลาด SUV และ MPV เป็นหลัก เช่น รถไฟฟ้า EV5, EV9 และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อย่าง Sorento PHEV ซึ่งโดดเด่นในด้านความสะดวกสบายของพื้นที่ภายในและอุปกรณ์เทคโนโลยี หากผู้บริโภคต้องการรถขนาดกะทัดรัด อาจพิจารณาแบรนด์อื่น เช่น โตโยต้า ยาริส หรือฮอนด้า ซีวิค ที่มีการปรับตัวให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่นมากกว่า ในขณะที่กิออกำลังสร้างจุดเด่นในการแข่งขันในตลาดรถครอบครัวระดับสูงผ่านเทคโนโลยีไฮบริดและอุปกรณ์ระดับหรู
Q
ความแตกต่างระหว่าง Compact และ Subcompact คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างรถขนาดคอมแพคต์และรถขนาดเล็กแสดงออกในสามด้าน ได้แก่ ขนาด รัศมีแกนล้อและขนาดเครื่องยนต์ จากด้านขนาด รถคอมแพคต์มีความยาวลำตัวปกติอยู่ระหว่าง 4200 มิลลิเมตร ถึง 4600 มิลลิเมตร และรัศมีแกนล้ออยู่ระหว่าง 2620 มิลลิเมตร ถึง 2700 มิลลิเมตร ในขณะที่รถขนาดเล็กมีความยาวโดยทั่วไปน้อยกว่า 4200 มิลลิเมตร และรัศมีแกนล้อน้อยกว่า 2620 มิลลิเมตร ด้านขนาดเครื่องยนต์ รถคอมแพคต์มักใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6L ถึง 2.0L ในขณะที่รถขนาดเล็กมักใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0L ถึง 1.5L รถคอมแพคต์มีพื้นที่ที่ดีกว่า และเหมาะสำหรับการใช้ประจำวันของครอบครัว ในขณะที่รถขนาดเล็กมีความประหยัดและความยืดหยุ่นเป็นจุดเด่น และเหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองมากกว่า นอกจากนี้ ราคาของรถคอมแพคต์มักอยู่ในช่วง 150,000 ถึง 300,000 บาท ในขณะที่รถขนาดเล็กประหยัดมากกว่า ในตลาดประเทศไทย รถทั้งสองประเภทมีข้อได้เปรียบแต่ละประเภท ผู้บริโภคสามารถเลือกรถที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้
Q
“RAV4 เป็นรถ SUV ขนาดคอมแพคหรือขนาดกลางกันแน่?”
โตโยต้า RAV4 Rongfang เป็น SUV คอมแพกต์ มีขนาดภายนอก 4600*1855*1680 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2690 มม. ยาวกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 มม. ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น แม้ว่ามาตรฐานการจัดประเภทบางอย่างอาจจัดให้เป็นรถยนต์กลุ่ม B แต่ตามมาตรฐานการจัดประเภทและตำแหน่งรุ่นรถยนต์ทั่วไปแล้ว RAV4 จัดอยู่ในกลุ่มรถ SUV ขนาดกะทัดรัดได้อย่างเหมาะสมกว่า โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ ฮอนด้า CR-V และนิสสัน X-Trail ในฐานะตัวแทนของรถ SUV สำหรับใช้งานในเมือง RAV4 ผสมผสานความสะดวกสบายในการขับขี่และความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างลงตัว โดยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร รุ่นไฮบริด E+ มีราคาแนะนำประมาณ 256,800-297,800 บาท ด้วยสมรรถนะที่สมดุล การออกแบบที่ใช้งานได้หลากหลาย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้า ทำให้ RAV4 เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวในตลาดไทย เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ
Q
Mercedes-Benz เป็นรถยนต์ขนาดเล็กหรือไม่?
แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์มีรถขนาดกะทัดรัดหลายรุ่น เช่น เอ-คลาส, ซีแอลเอ และรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่นเหล่านี้ ซึ่งรถเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดไทย เอ-คลาสในฐานะรถรุ่นเริ่มต้น มีช่วงราคาประมาณ 181,300 ถึง 275,700 บาท ส่วนรุ่นเอเอ็มจีที่มีสมรรถนะสูงกว่าจะมีราคาอยู่ที่ 405,100 ถึง 625,900 บาท นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าเช่น ซีแอลเอ อีวี ก็กำลังทยอยเข้าสู่ตลาด โดยมีราคาอยู่ระหว่าง 249,000 ถึง 299,900 บาท เมอร์เซเดสยังประกาศล่าสุดว่าจะเปิดตัวรถรุ่นเริ่มต้นใหม่ที่ตำแหน่งต่ำกว่าเดิม เพื่อขยายตลาดรถขนาดกะทัดรัด โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายในปี 2028 แม้ว่าเมอร์เซเดสจะมีชื่อเสียงด้านรถหรู แต่กลยุทธ์รถขนาดกะทัดรัดของแบรนด์แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อความต้องการที่หลากหลาย รถประเภทนี้ในขณะที่รักษามาตรฐานของเมอร์เซเดสไว้ได้ ยังเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการคุณค่าของแบรนด์แต่มีงบประมาณจำกัด
ดูเพิ่มเติม