Q

ถุงน้ำหนักของ Lamborghini Countach เท่าไหร่

น้ำหนักของถุงลมนิรภัยในรถ Lamborghini Countach จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและการกำหนดสเปค โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 กิโลกรัม ระบบถุงลมนิรภัยของซูเปอร์คาร์คลาสสิกรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างน้ำหนักเบาและประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย เจ้าของรถควรตรวจสอบระบบถุงลมนิรภัยเป็นประจำ โดยเฉพาะความแน่นหนาของระบบและสภาพของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนและความชื้นส่งผลต่อความเชื่อถือได้ของระบบ ต้องบอกว่า Countach ในฐานะรุ่นหลักชัยของ Lamborghini ที่มีแนวคิดการออกแบบส่งอิทธิพลต่อซูเปอร์คาร์รุ่นหลังๆ อย่างมาก ทั้งรูปทรงลิ่มคมๆ และประตูแบบกรรไกรที่เวลาแล่นบนถนนไทยทีไร เป็นต้องสะดุดตาคนดูทุกครั้ง สำหรับคอซูเปอร์คาร์ไทย นอกจากจะสนใจสเปคเครื่องยนต์แล้ว ยังต้องระวังกฎหมายเกี่ยวกับชิ้นส่วนแต่งรถด้วย โดยเฉพาะการดัดแปลงระบบความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย ต้องทำอย่างระมัดระวังและผ่านมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกด้วย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Lamborghini Countach มีเครื่องยนต์ประเภทใด
Lamborghini Countach เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ V12 แบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นรุ่นคลาสสิกที่ผลิตระหว่างปี 1974 ถึง 1990 เครื่องยนต์ของมันเริ่มจากความจุ 4.0 ลิตร แล้วค่อยๆ อัพเกรดไปเป็น 5.2 ลิตรในรุ่นหลังๆ แรงม้าจาก 375 แรงม้าเพิ่มขึ้นไปถึง 455 แรงม้า การออกแบบเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลังและวางเครื่องยนต์กลางตามแนวยาว พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ทำให้มันเป็นสุดยอดรถซุปเปอร์คาร์ในยุคนั้น สำหรับแฟนรถไทยแล้ว Countach เป็นรถที่ดูแล้วรู้ทันทีว่าเป็นรุ่นไหน ด้วยประตูแบบกรรไกรและเส้นสายตัวรถที่คมชัด แม้แต่บนถนนไทยในทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่สะดุดตา อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคืออากาศร้อนของไทยที่ท้าทายการดูแลรถคลาสสิกอย่าง Countach โดยเฉพาะเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์และปัญหายางเสื่อมสภาพ แม้ว่าตอนนี้รถไฟฟ้าจะเริ่มเป็นที่นิยม แต่ความรู้สึกและเสียงเครื่อง V12 แบบธรรมชาติของ Countach ก็ยังเป็นความฝันของคอรถไทยหลายคนอยู่ดี
Q
Lamborghini Countach มีแรงม้าเท่าไหร่
รถซูเปอร์คาร์คลาสสิกอย่าง Lamborghini Countach นั้นมีสเปคเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ถ้าเอาแบบที่โด่งดังที่สุดอย่าง Countach LP500 S มาพูดกัน เครื่องยนต์ V12 5.2 ลิตร แบบธรรมดาทำให้ผลิตกำลังได้ถึง 375 แรงม้า (ประมาณ 382 PS) ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง LP5000 QV ที่ออกมาในโอกาสครบรอบ 25 ปีนั้นแรงขึ้นไปอีกถึง 455 แรงม้า (ประมาณ 461 PS) สมัยยุค 80s รถคันนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ในโรงรถของเศรษฐีไทยด้วยดีไซน์ล้ำยุครูปทรงลิ่มและประตูปีกนก แม้ทุกวันนี้ก็ยังเห็นโชว์อยู่ในงานคลาสสิกคาร์โชว์ที่กรุงเทพฯ อีกเรื่องที่ต้องเน้นคืออากาศร้อนๆ ของไทยนี่แหละที่ทำให้การดูแลรถเก่าๆ แบบนี้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Countach ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยลม ควรตรวจเช็คประสิทธิภาพการระบายความร้อนบ่อยๆ ถึงแม้ว่ารถซูเปอร์คาร์ยุคใหม่อย่าง Huracán จะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่ทันสมัยกว่า แต่เสน่ห์ของ Countach ยังคงเป็นที่พูดถึงในหมู่คอรถด้วยความบริสุทธิ์ทางวิศวกรรมแบบดั้งเดิม ตลาดรถมือสองระดับไฮเอนด์ของไทยยังให้มูลค่ากับรถรุ่นนี้สูงมาก บางคันที่สภาพสมบูรณ์อาจมีราคาสูงกว่าราคาตอนใหม่อยู่หลายเท่า
Q
เมื่อ Lamborghini Countach ใหม่จะเปิดตัว
ตอนนี้ทางลัมโบร์กินียังไม่ได้ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยสำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Countach แต่เราสามารถคาดการณ์คร่าวๆ จากช่วงเวลาที่เปิดตัวในตลาดโลกได้ รุ่น Limited Edition นี้เป็นรถซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อแสดงความเคารพต่อรุ่นคลาสสิกอย่าง Countach โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร และระบบไฮบริด 48V ที่ให้กำลังรวมสูงถึง 814 แรงม้า โดยปกติแล้วตลาดไทยจะได้เห็นรถรุ่นใหม่หลังจากวางจำหน่ายในยุโรปประมาณ 6-12 เดือน แนะนำให้ติดตามข่าวสารล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการของลัมโบร์กินีประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่น่าสนใจคือประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสำหรับซูเปอร์คาร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะรุ่น Limited Edition ที่ได้รับความนิยมสูง จะเห็นได้ว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้บนถนนในกรุงเทพเริ่มมีรถซูเปอร์คาร์ไฮบริดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของคนไทยที่มีต่อรถสมรรถนะรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น สำหรับคนที่สนใจเจ้าตัว Countach รุ่นนี้ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและเทคโนโลยีล้ำสมัย แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายล่วงหน้าเพื่อสอบถามเรื่องโควต้า เพราะรถรุ่นนี้ผลิตจำกัดเพียง 112 คันทั่วโลก อาจมีการแข่งขันสูงหน่อย ส่วนเรื่องงบประมาณต้องเตรียมตัวให้ดีเพราะประเทศไทยมีอากรขาเข้าสำหรับรถซูเปอร์คาร์ค่อนข้างสูง แต่ข้อดีคือลัมโบร์กินีประเทศไทยมีบริการด้านการเงินและหลังการขายที่ครบวงจร ช่วยให้การเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้สะดวกสบายขึ้นมาก
Q
Lamborghini Countach ปรากฏตัวเมื่อไหร่
สำหรับแฟนรถชาวไทยแล้ว Lamborghini Countach ถือเป็นซูเปอร์คาร์คลาสสิกที่ทรงอิทธิพลมากๆ คันแรกปรากฏตัวในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ปี 1974 (เวอร์ชันผลิตจริงวางขายช่วงปี 1974-1990) ส่วนรุ่นล่าสุดอย่าง Countach LPI 800-4 ที่ออกมาในปี 2021 นี่คือรถที่ผลิตขึ้นมาเพื่อแสดงความเคารพต่อต้นแบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตรแบบไฮบริด ผลิตจำกัดเพียง 112 คันทั่วโลก แม้ในไทยจะพบเห็นยากแต่สามารถสอบถามข้อมูลผ่านช่องทางทางการของแลมโบร์กินีกรุงเทพฯ ได้ครับ ดีไซน์ล้ำยุครูปทรงลิ่มของ Countach ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบซูเปอร์คาร์ยุคใหม่เสมอ ตลาดรถซูเปอร์คาร์ในไทยโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องระวังเรื่องการดูแลรักษาตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ใช้บริการศูนย์บริการอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาประสิทธิภาพให้เต็มที่ครับ การกลับมาของ Countach สะท้อนกระแสความนิยมรถคลาสสิกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไทยเองก็มีชุมชนคนรักรถคลาสสิกแบบนี้เหมือนกัน ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมรถแบบเต็มอิ่ม ลองไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนเหล่านี้ดูนะครับ จะได้เห็นถึงความพิเศษของรถยุคทองอย่างแท้จริง
Q
Lamborghini Countach ราคาเท่าไหร่
รถซูเปอร์คาร์ Lamborghini Countach รุ่นคลาสสิกที่ถูกนำกลับมาออกแบบใหม่นี้ ในตลาดประเทศไทยราคาจะขึ้นอยู่กับสเปก อัตราแลกเปลี่ยน และภาษีนำเข้า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 150-200 ล้านบาท แต่เพื่อความแม่นยำควรสอบถามราคาล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ หรือพัทยา รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 แบบสูบธรรมชาติ ให้กำลังสูงสุดถึง 759 แรงม้า ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบทรงลิ่มเหมือนต้นฉบับยุค 1970 แต่เพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไป เช่น ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล ในไทย รถซูเปอร์คาร์ระดับนี้มักต้องสั่งนำเข้าเป็นกรณีพิเศษ และต้องคำนึงถึงภาษีนำเข้าที่อาจสูงถึง 300% รวมถึงภาษีสรรพสามิตอีก 7% ที่น่าสนใจคือ นักเล็งรถหรูไทยมักมีโอกาสเห็นรถแบบนี้ในโซนปลอดอากรหรืองานแข่งรถ ส่วน Countach ที่ผลิตจำกัดเพียง 112 คันทั่วโลก อาจมีราคาสูงขึ้นในตลาดมือสอง หากสนใจรถคลาสสิก Super Run สามารถติดตามงานมอเตอร์โชว์ท้องถิ่นของไทย เช่น งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ หรือพิจารณารถรุ่นต่างๆ เช่น Ferrari Daytona SP3 ที่มีมูลค่าการสะสมไม่แพ้กัน แต่ด้วยความเข้าใจในกฎระเบียบการดัดแปลงหางเสือขวาและค่าบำรุงรักษาระยะยาวของประเทศไทยล่วงหน้า
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ประตูดังกล่าวแบบกรรไกรทำให้การเข้าและออกจากรถมีความโดดเด่น
การผสมผสานระหว่างลักษณะดั้งเดิมและลัทธิสมัยใหม่ที่น่าทึ่ง
เครื่องยนต์ V12 สำหรับประสิทธิภาพสูง

ข้อเสีย

อาจมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง
การใช้งานประจำวันอาจมีข้อจำกัด
ราคาสูง ไม่สามารถซื้อได้กับหลายคน

Q&A ล่าสุด

Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติม