Q

Toyota Yaris คือรถแบบไหน? จะแนะนำให้นะคะ

Toyota Yaris คือรถยนต์รุ่นยอดนิยมจากแบรนด์ Toyota ที่ได้รับความนิยมในตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รุ่นปี 2023 มีราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบ 4 สูบ NA ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยจากโรงงานอยู่ที่ประมาณ 4.3 ลิตร/100 กม. ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT เพื่อความขับขี่ที่ลื่นไหลและประหยัดน้ำมัน ภายในห้องโดยสารยังคงกลิ่นอายความเป็น Toyota ชัดเจน โดยในรุ่นสูงจะมีหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 9 นิ้ว พร้อมช่องชาร์จ Type-C เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ในปี 2023 Toyota ยังเปิดตัวรุ่น Yaris Cross ในไทย ซึ่งเป็นรถ SUV ขนาดเล็ก พัฒนาบนแพลตฟอร์ม DNGA และมาพร้อมระบบไฮบริดทุกรุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่น HEV Smart, HEV Premium และ HEV Premium Luxury ราคาตั้งแต่ 789,000 - 899,000 บาท ในฝั่งของ Yaris Ativ ที่เป็นรถเก๋ง B-Segment ก็ยังคงขายดี โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2024 มียอดขายถึง 32,983 คัน และมีข่าวว่าในเดือนสิงหาคมนี้ Toyota จะเปิดตัว Yaris Ativ Hybrid ที่จะมาพร้อมระบบไฮบริดเต็มรูปแบบขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งน่าจะมีอัตราประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมอีกด้วยค่ะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
"" ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่? ""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

พื้นที่ภายในรถกว้างขวางและสบาย
เครื่องยนต์เชื่อถือได้ คุ้มค่าสูง ราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับการกำหนดค่าใหม่จำนวนมาก มันคุ้มค่าราคา 5.39 - 6.49 หมื่นบาท
ยี่ห้อที่สามารถเชื่อถือได้ ระบบบริการทั่วประเทศ มากกว่า 300 แห่ง การขายหลังการขายมีการรับประกัน
ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยเ outstandingางค์ มาตรฐานด้วย 7 ถุงลมนิรภัยได้รับการรับรองความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน
รถยนต์หลากหลายแบบที่มี 3 แบบการกำหนดค่าที่แตกต่างกันให้เลือก
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้รับการอัพเกรดทำงานดีขึ้น
ประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันดีเ outstandingางค์ ขับขี่ได้สูงสุด 23.3 กิโลเมตร/ลิตร มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานการปล่อย Euro 5
ตกแต่งภายในเฉียบขาดความหรูหราและสปอร์ต ใช้วัสดุเช่นหนัง ฝังเชือกสีแดงทำให้ดูรูปลักษณ์สปอร์ต จอแสดงผลสีเพิ่มความรู้สึก

ข้อเสีย

ภายในออกแบบเป็นลายเก่า
เครื่องยนต์มีกำลังดันน้อยเมื่อความเร็วสูง, ขาดความน่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Nissan Almera
รูปแบบรถไม่โดดเด่น, แสดงสภาพโดยรวมที่เฉยๆ
รุ่นรถเก่า, ต้องรอรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี TNGA

Q&A ล่าสุด

Q
รถยนต์คันไหนเป็นรถยนต์ต่างประเทศ?
ตลาดรถยนต์ไทยส่วนใหญ่ถูกครอบงำโดยแบรนด์ต่างประเทศ โดยรถยนต์ญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงกว่า 90% แบรนด์หลักได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มิตซูบิชิ อีซูซุ มาสด้า และซูซูกิ ซึ่งต่างมีฐานการผลิตในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเมื่อซื้อรถ พร้อมทั้งมีศูนย์บริการกระจายทั่วประเทศ สะดวกในการบำรุงรักษา นอกจากนี้ แบรนด์เยอรมันเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และแบรนด์อเมริกันเช่น ฟอร์ด เชฟโรเลต ก็มีส่วนแบ่งการตลาดบ้าง แต่ไม่แพร่หลายเท่ารถยนต์ญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แบรนด์จีนเช่น บีวายดี เอ็มจี และเนโด้ ได้ขยายการลงทุนในตลาดไทยผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถไฟฟ้าที่มีผลงานโดดเด่น รุ่นบีวายดี แอตโต 3 ติดอันดับ 10 รถขายดี ประเทศไทยไม่มีแบรนด์รถยนต์ท้องถิ่น ทุกรถเป็นรถนำเข้าหรือผลิตร่วมกับต่างชาติ ผู้บริโภคควรพิจารณาจุดแข็งด้านความคุ้มค่าและบริการหลังการขายของรถญี่ปุ่น หรือสนใจนวัตกรรมรถพลังงานใหม่จากแบรนด์จีน
Q
"รถยนต์ในประเทศกับรถยนต์ต่างประเทศแบบไหนดีกว่ากัน?"
ในตลาดรถยนต์ไทย ในช่วงหลายปีมานี้ ลักษณะการแข่งขันระหว่างแบรนด์จีนและแบรนด์ญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยรถยนต์จีนที่ผลิตในประเทศกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยข้อได้เปรียบด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและราคาที่คุ้มค่า ข้อมูลปี 2025 แสดงให้เห็นว่าส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีนสูงถึง 24% ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นลดลงจาก 85.6% เป็น 65% แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนในงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพฯ โดยการจองรถยนต์จีนมีสัดส่วนถึง 56% ผู้ผลิตรถยนต์จีนเช่น BYD และ MG ลดภาษีผ่านการตั้งโรงงานในประเทศ และรถไฟฟ้าของพวกเขามีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้าสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตรอยู่ที่เพียง 20-50 บาท เทียบกับรถไฮบริดญี่ปุ่นที่ต้องใช้ค่าน้ำมัน 110 บาท นอกจากนี้ รถยนต์จีนยังเหนือกว่าด้วยระบบอัจฉริยะ วัสดุตกแต่งภายในและพื้นที่ใช้สอย เช่น BYD ATTO 3 ราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท แต่มีระบบช่วยขับอัตโนมัติระดับ L2 และหลังคากระจกแบบพาโนรามา ในขณะที่รถญี่ปุ่นระดับเดียวกันยังใช้วัสดุพลาสติกแบบเดิม อย่างไรก็ตาม แบรนด์ญี่ปุ่นยังคงได้เปรียบในด้านความน่าเชื่อถือและเครือข่ายบริการหลังการขาย โดยโตโยต้ายังครองส่วนแบ่ง 38% เป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง โดยรวมแล้ว การเลือกซื้อควรพิจารณาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความต้องการใช้งาน ผู้ที่สนใจรถพลังงานสะอาดอาจเลือกแบรนด์จีน ในขณะที่ผู้ต้องการความทนทานระยะยาวยังคงเลือกรถญี่ปุ่นได้ แต่ช่องว่างระหว่างทั้งสองกำลังลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ผลิตจีนขยายการผลิตในประเทศมากขึ้น
Q
รถบ้านหมายความว่าอะไร?
รถบ้าน (RV) เป็นยานพาหนะพิเศษที่มีฟังก์ชันการอาศัยและเดินทางในครั้งเดียว โดยมักเรียกว่า "บ้านบนล้อ" โดยพื้นฐานแล้วยังอยู่ในหมวดรถยนต์ แต่ภายในมีอุปกรณ์สำหรับชีวิตประจำวัน เช่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ เพื่อตอบสนองความต้องการชีวิตพื้นฐานในการเดินทางไกล รถบ้านมีหลักๆ สองประเภท คือ รถบ้านแบบขับได้เอง (เช่น Type A, B, C) และรถบ้านแบบพ่วง ตัวอย่างอุปกรณ์ภายใน ได้แก่ เตียง เครื่องทำอาหาร ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ระบบสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ความบันเทิง เช่น โทรทัศน์และลำโพง สำหรับรุ่นระดับสูงบางรุ่นยังมีอ่างอาบน้ำและครัวแบบเปิด ยานพาหนะประเภทนี้เริ่มได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้งในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับการเดินทางโดยรถส่วนตัวของครอบครัวหรือกลุ่ม เพราะสามารถให้ประสบการณ์การเดินทางที่ยืดหยุ่นและอิสระ รวมถึงช่วยลดปัญหาการจองที่พัก คำเทียบเท่าของรถบ้านในภาษาอังกฤษคือ "Recreational Vehicle" (RV) หรือ "Motorhome" แนวคิดการออกแบบเน้นการสร้างชีวิตที่สะดวกสบายในขณะเคลื่อนที่ และเป็นทางออกที่มีประโยชน์ซึ่งผสานฟังก์ชันการขนส่งและการอาศัย
Q
คุณควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์นำเข้าหรือไม่?
ในการซื้อรถยนต์นำเข้าในประเทศไทยควรพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบ ราคารถยนต์นำเข้าโดยทั่วไปสูงกว่ารถยนต์ในประเทศเนื่องจากอากรนำเข้าสูงถึง 200% เช่น ราคารถรุ่นเดียวกันอาจสูงกว่าตลาดประเทศเพื่อนบ้าน 15%-30% และต้องเสียภาษีประจำปีเพิ่มเติมระหว่าง 800 ถึง 10,000 บาท พร้อมด้วยค่าเบี้ยประกันภัยที่สูง ในขณะที่บางแบรนด์หรูกลับมีข้อได้เปรียบด้านราคาเนื่องจากความแตกต่างของอากร เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ C200 ราคาประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าตลาดใกล้เคียง 15% หากเลือกรถยนต์ญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศ เช่น โตโยต้า ยาริส (ประมาณ 500,000 บาท) หรือรถยนต์ไฮบริด นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล (เช่น การลดภาษี 150,000 บาทสำหรับรถพลังงานสะอาด) แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 10%-30% และมีอัตราคงเหลือมูลค่าหลังใช้ 5 ปีสูงถึง 65% ขึ้นไป แนะนำให้ให้ความสำคัญกับรถที่ผลิตในประเทศเนื่องจากมีการออกแบบเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อน (เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพ) ส่วนรถนำเข้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแบรนด์หรืออุปกรณ์เฉพาะเท่านั้น ก่อนตัดสินใจซื้อควรคำนวณต้นทุนการใช้งานทั้งหมดอย่างละเอียด
Q
คำว่า "Vehicle to Home" (V2H) หมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้ากลับไปยังบ้านหรือที่พักอาศัย โดยรถยนต์สามารถทำงานเป็นแหล่งพลังงานสำรองได้ เช่น ในกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับหรือเมื่อมีความต้องการใช้พลังงานต่ำในบ้าน ระบบนี้ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น
ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Tracing Assist หรือ LTA) เป็นคุณสมบัติช่วยเหลือผู้ขับขี่หลักในระบบ Safety Sense ของโตโยต้า ทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาร์ (Dynamic Radar Cruise Control หรือ DRCC) ตลอดช่วงความเร็ว ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ ระบบนี้ต้องเปิดใช้งานด้วยตนเอง เมื่อความเร็วรถเกิน 50 กม./ชม. ระบบจะใช้กล้องในการระบุเส้นแบ่งช่องทางเดินรถและปรับพวงมาลัยโดยอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่ตรงกลางช่องทางเดินรถ หากตรวจพบการเบี่ยงช่องทางเดินรถ ระบบจะส่งเสียงเตือนและดำเนินการแก้ไข ในความเร็วต่ำ LTA จะทำงานร่วมกับ DRCC เพื่อติดตามรถคันหน้าอย่างชาญฉลาด ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ในการเหยียบคันเร่งและเบรก สถานะของระบบจะแสดงอย่างชัดเจนบนแผงหน้าปัดโดยใช้เส้นคู่ (เส้นทึบสำหรับใช้งาน เส้นประสำหรับไม่ใช้งาน) การออกแบบนี้รองรับทั้งสถานการณ์การจราจรบนทางหลวงและในเมือง ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ LTA จัดอยู่ในหมวดหมู่ของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ผู้ขับขี่ยังคงต้องควบคุมพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัย
ดูเพิ่มเติม