Q
รถยนต์ Toyota Yaris ใช้น้ำมันเครื่องประเภทไหน?
รถ Toyota Yaris ในตลาดไทยแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มรูปแบบ (Full Synthetic) เกรด 0W-20 หรือ 5W-30 โดยเลือกตามปีรถและประเภทเครื่องยนต์ เช่น รุ่นปี 2020 ขึ้นไปที่ใช้เครื่องยนต์ 1.2L 4 สูบ จะเหมาะกับ 0W-20 เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น ส่วนรุ่นเก่าหรือเครื่องยนต์ 1.5L อาจใช้ 5W-30 เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนของไทย ผู้ใช้ในไทยควรตรวจสอบคู่มือเจ้าของรถหรือปรึกษาตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าเป็นหลัก เพราะสภาพถนนและอากาศของไทย (ทั้งรถติดบ่อยและอากาศร้อนตลอดปี) มีผลต่อความหนืดของน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ (แนะนำทุก 10,000 กม. หรือ 6 เดือน) จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ได้ดี ต้องบอกว่าแม้น้ำมันสังเคราะห์เต็มรูปแบบจะราคาสูงกว่า แต่ให้ความเสถียรในอุณหภูมิสูงและคุณสมบัติการทำความสะอาดดีกว่า โดยเฉพาะในประเทศร้อนแบบไทย หากงบประมาณของคุณจำกัด คุณอาจพิจารณาใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ได้รับการรับรองจากโตโยต้า แต่คุณจะต้องลดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง นอกจากนี้ ควรตรวจสอบมาตรฐาน API SN หรือ SP และมาตรฐาน ILSAC GF-6 เมื่อเลือกน้ำมันเครื่อง การรับรองเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์ของโตโยต้าได้ และป้องกันคราบเขม่าและปัญหาการสึกหรอที่เกิดจากการใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมัน Toyota Yaris 2023
สำหรับรถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 การเปิดฝาถังน้ำมันทำได้ง่ายมาก แค่คุณปลดล็อครถแล้วกดเบาๆ ที่ด้านขวาของฝาถังน้ำมัน มันจะเปิดออกอัตโนมัติเลย ไม่ต้องมานั่งหาปุ่มเปิดในรถให้ยุ่งยาก แบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าปุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในรถจะเสียจากความชื้น แต่ต้องระวังหน่อย เพราะบางปั๊มในไทยต้องให้พนักงานช่วยเติมน้ำมัน แค่บอกเขาไปว่า "กรุณาเติมน้ำมัน" แล้วบอกเลขน้ำมันที่ต้องการ เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 อีกเรื่องที่คนใช้รถในไทยควรจำไว้คือ ต้องคอยตรวจสอบยางซีลของฝาถังน้ำมันบ่อยๆ เพราะความร้อนกับความชื้นในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว ถ้าเห็นว่ายางเริ่มแตกต้องเปลี่ยนด่วนๆ เลย ไม่งั้นระบบ EVAP จะทำงานผิดปกติได้ และอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยเวลาจอดรถเติมน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้งๆ ควรแตะตัวรถโลหะสักหน่อยเพื่อระบายไฟฟ้าสถิตก่อนเติมน้ำมัน ถ้าเกิดฝาถังน้ำมันเปิดไม่ออก ลองเช็คดูว่ารถยังล็อคอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็ดูว่ามีสายดึงฉุกเฉินในห้องสัมภาระไหม เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ช่วยให้การใช้รถในไทยสะดวกขึ้นเยอะเลย
Q
รถยนต์ Yaris 2023 มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) หรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยนั้นมีระบบ Cruise Control ให้ใช้งานจริง โดยระบบนี้จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท็อปของไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้เมื่อใช้บนทางด่วนหรือเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น ลดความเหนื่อยล้าจากการขับทางไกล และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าสภาพการจราจรของไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรติดขัดบ่อยๆ และมีรถมอเตอร์ไซค์สัญจรปนอยู่มาก อาจทำให้โอกาสได้ใช้ระบบนี้มีจำกัด ดังนั้นควรเปิดใช้ระบบตามความเหมาะสมของสภาพถนนจริงด้วย
เทคโนโลยี Cruise Control นี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 50s พัฒนามาอย่างยาวนานจนตอนนี้มีความเสถียรมาก แม้แต่รถยนต์ระดับเอ็นทรีก็มีระบบนี้ให้ใช้งานแล้ว มักทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบเตือนการชน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกขั้น ในตลาดไทยนอกจาก Yaris แล้ว ยังมีรถรุ่นเดียวกันอย่าง Honda City และ Mazda 2 ที่มีระบบนี้ให้เลือกเช่นกัน ลูกค้าสามารถพิจารณาตามความต้องการและงบประมาณที่มีได้
Q
ใน Toyota Yaris 2023 มีทั้งหมดกี่สูบ?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบสูบธรรมชาติ (4 สูบ แถวเรียง) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดน้ำมันและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองอย่างเช่นสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ พูดถึงเครื่องยนต์ 4 สูบแล้วต้องบอกว่าเป็นที่นิยมในตลาดรถขนาดเล็กของไทย เพราะให้สมดุลที่ดีและสั่นสะเทือนน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ซึ่งคู่แข่งอย่าง Honda City ในตลาดไทยก็ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่านี่คือมาตรฐานของรถระดับนี้ นอกจากนี้ Toyota ยังปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้อากาศร้อนจัด ถ้าคุณเน้นเรื่องค่าบำรุงรักษาต่ำต้องบอกว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มีความน่าเชื่อถือในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แนะนำว่าควรทดลองขับดูก่อนเพื่อเช็คว่ากำลังเครื่องตอบโจทย์ความต้องการของคุณหรือไม่
Q
"Toyota Yaris 2023 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ต่อลิตร?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น โดยอัตราสิ้นเปลืองจริงจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ ข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ติดตั้งเกียร์ CVT จะประหยัดน้ำมันประมาณ 15-17 กม./ลิตรเมื่อขับในเมือง และสามารถทำได้ถึง 20-22 กม./ลิตรเมื่อขับทางไกล ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.2 ลิตรนั้นประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางระยะยาว แต่ต้องระวังว่าอัตราสิ้นเปลืองจริงในกรุงเทพฯ อาจสูงขึ้นเนื่องจากปัญหารถติด การเปิดแอร์บ่อย หรือพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคน แนะนำให้บำรุงรักษายางและเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ในกลุ่มรถขนาดเดียวกัน Yaris มีจุดแข็งด้านการประหยัดน้ำมันจากเทคโนโลยี Hybrid ที่พัฒนามาอย่างดีของ Toyota (เช่นบางรุ่นในต่างประเทศที่ติดตั้งระบบ Hybrid) รวมถึงการออกแบบตัวรถที่น้ำหนักเบา ถ้ามีการนำเข้ารุ่น Hybrid มาไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ก่อนตัดสินใจซื้อสามารถสอบถามโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง
Q
""
ราคา Toyota Yaris Cross 2023 เท่าไหร่?
""
รถยนต์ Toyota Yaris Cross รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก แนะนำให้ลูกค้าติดต่อตัวแทนจำหน่าย Toyota ในพื้นที่เพื่อสอบถามราคาล่าสุดและโปรโมชั่นปัจจุบัน โดย Yaris Cross เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม TNGA ของ Toyota และการออกแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัวชาวไทยเป็นอย่างดี รถรุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบไฮบริด ซึ่งแบบไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ ที่สำคัญ Toyota มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้คนไทยนิยมเลือกใช้แบรนด์นี้ นอกจากราคาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการผ่อนชำระ แพ็กเกจประกันภัย และบริการเสริมอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ
Q
"เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2023 มีปริมาณเท่าไหร่?"
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2023 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินแบบสูบธรรมชาติขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร โดยมีปริมาตรกระบอกสูบ 1,197 ซีซี และ 1,496 ซีซี ตามลำดับ สำหรับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรให้กำลังสูงสุดประมาณ 88 แรงม้า ส่วนเครื่อง 1.5 ลิตรทำกำลังได้ถึง 110 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทยที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอีกด้วย
ที่น่าสนใจคือตลาดไทยมีความต้องการรถขนาดเล็กค่อนข้างสูง และ Yaris ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเพราะมีขนาดกะทัดรัดและขับเคลื่อนคล่องตัว แถมยังได้ประโยชน์จากนโยบายลดภาษีจดทะเบียนครั้งแรกสำหรับรถประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลรายละเอียดเล็กน้อย แบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและรักษาสมรรถนะให้คงที่ได้ในระยะยาว
Q
การระงับของ Toyota Yaris ปี 2020 เป็นอย่างไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ใช้ระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้าและคานบิดทอร์ชันบีมด้านหลัง ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่พบได้บ่อยในรถเก๋งขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและเส้นทางชนบทของไทยเป็นอย่างดี การตั้งค่าสปริงและโช้คถูกปรับให้เน้นความสบายเป็นหลัก สามารถกรองแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก ทำให้ชิ้นส่วนยางและโช้คของระบบช่วงล่างต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ซึ่งระบบช่วงล่างของ Yaris นี้ก็ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ และยังดูแลรักษาได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจคือการออกแบบช่วงล่างของรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาร่วมกับระยะความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนได้ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคไทยที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีแต่มีงบประมาณจำ ระบบช่วงล่างชุดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และยังมีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอีกด้วย
Q
รถ Toyota Yaris ปี 2020 มีซันรูฟหรือไม่?
รุ่น Toyota Yaris ปี 2020 ที่วางขายในตลาดไทย สำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีซันรูฟ (sunroof) ให้เลือก แต่รายละเอียดอุปกรณ์จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของรุ่นนั้นๆ เช่น รุ่น 1.2G และ 1.2S มักจะมาพร้อมซันรูฟมาตรฐาน ในขณะที่รุ่นระดับเริ่มต้นอาจไม่มีฟังก์ชันนี้ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการของ Toyota Thailand หรือสอบถามโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อความชัดเจน ด้วยสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศภายในรถได้ดี แต่ควรเลือกรุ่นที่มีการเคลือบป้องกันรังสียูวีเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด โดยซันรูฟของ Toyota Yaris มักมาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติและระบบป้องกันการหนีบ ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัย ข้อสังเกตคือตลาดไทยนิยมรถที่มีซันรูฟค่อนข้างมาก ทำให้หลายแบรนด์อย่าง Honda และ Mazda ในระดับเดียวกันก็มีอุปกรณ์นี้ให้เลือกเช่นกัน ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบฟังก์ชันเสริมระหว่างแบรนด์ต่างๆ ตามงบประมาณและความต้องการได้ เช่น วัสดุม่านบังแดดหรือดีไซน์ลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การบำรุงรักษารางซันรูฟและยางขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของไทยที่อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วได้
Q
ราคารถมือสอง Toyota Yaris ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ในตลาดมือสองของประเทศไทยมีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60%-70% ของราคารถใหม่ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ระยะทาง และสภาพการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดแบบสูงสุดที่มีจุดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันมักจะมีมูลค่าสูงกว่าในตลาดมือสอง คนไทยให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความทนทานของรถ ซึ่ง Yaris ได้รับความนิยมในทั้งสองด้านนี้ นอกจากนี้เครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ในประเทศไทยยังช่วยสนับสนุนมูลค่ามือสองได้ดี สิ่งที่ควรทราบคือ ตลาดรถมือสองไทยให้ราคาสูงกว่าปกติสำหรับรถที่มีประวัติการซ่อมบำรุงตามศูนย์บริการอย่างครบถ้วน ดังนั้นควรเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามูลค่าไว้ให้สูงสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Honda City แล้ว Yaris มีอัตราการรักษามูลค่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า ทำให้ Yaris คล่องตัวกว่าในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ได้รับความนิยม หากต้องการขายรถ แนะนำให้ใช้ช่องทางยอดนิยมอย่างเว็บขายรถมือสองหรือช่องทางรถมือสองรับประกันโดยโตโยต้า (Toyota Used Car) ซึ่งจะให้ราคาที่สมเหตุสมผลกว่าการขายแบบส่วนตัว หลังจากการประเมินสภาพรถอย่างมืออาชีพแล้ว
Q
Toyota Yaris ปี 2020 ขับเป็นอย่างไรบ้าง?
รถยนต์ Toyota Yaris รุ่นปี 2020 ให้ประสบการณ์การขับขี่ในไทยได้ดีมากๆ ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและระบบพวงมาลัยที่ตอบสนองแม่นยำ ทำให้เหมาะกับถนนแคบๆ ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ ตัวรถคล่องตัว ช่วยให้การจอดหรือเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายขึ้น เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ให้กำลังส่งที่เนียนสม่ำเสมอ เมื่อจับคู่กับเกียร์ CVT แล้วตอบสนองดีในความเร็วต่ำ เหมาะกับสภาพการจราจรที่ต้องหยุด-เริ่มบ่อยๆ ในไทย แถมยังประหยัดน้ำมันได้ดี ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการประหยัดน้ำมัน การตั้งค่าตัวถังเน้นความนุ่มสบาย สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระที่พบได้ทั่วไปในไทยได้ดี แต่เวล้าโค้งอาจมีอาการโคลงเล็กน้อย จึงเหมาะกับการขับขี่ทั่วไปมากกว่าการขับแบบสปอร์ต ที่น่าสนใจคือ Yaris ในไทยมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม อะไหล่พร้อม และค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถขนาดเล็ก Yaris ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยสมรรถนะที่รอบด้านและความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าในไทย ส่วนคู่แข่งอย่าง Honda City และ Mazda 2 ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แนะนำให้ลองทดลองขับเปรียบเทียบตามความต้องการส่วนตัวก่อนตัดสินใจซื้อ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถ Audi A4 ปี 2020 มีมูลค่าเท่าไหร่?
รถยนต์ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 มีราคาแนะนำจำหน่าย (MSRP) อยู่ที่ 2.7 ล้านบาทในประเทศไทย ปัจจุบัน รถยนต์ Audi A4 รุ่นพิเศษในตลาดไทย (เช่น รุ่น Icon Black) มีราคาอยู่ที่ประมาณ 2.699 ล้านบาท รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสีดำล้วน มาพร้อมชุดแต่ง S Line และ Black Edition รวมถึงรายละเอียดสีดำต่างๆ เช่น กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า ภายในยังคงสไตล์คลาสสิกของแบรนด์ โดยมีหน้าจอแสดงผลกลางแบบลอยตัว พวงมาลัยสามก้าน เบาะหนัง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบสามโซน พอร์ต USB สี่ช่อง แป้นเปลี่ยนเกียร์ และม่านบังแดดด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ในด้านพละกำลัง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด ซึ่งให้กำลังที่เพียงพอและประหยัดน้ำมันได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย
Q
น้ำมันเครื่องที่รถ Audi A4 รุ่นปี 2020 ใช้คือน้ำมันเครื่องชนิดใด?
รถอออดี้ A4 รุ่นปี 2020 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบที่ตรงตามมาตรฐาน VW 50200 และมีความหนืด SAE 5W-40 โดยแต่ละครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในการบำรุงรักษาต้องใช้น้ำมันประมาณ 5 ลิตร
สามารถเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องตามอุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่ที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ดังนี้
- หากใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ แนะนำให้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-40 ที่สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิต่ำถึง -35°C และมีคุณสมบัติการไหลที่ดีกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศเย็น
- สำหรับรถใหม่หรือรถที่มีระยะทางใช้งานน้อย สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-30 หรือ 5W-30 ซึ่งช่วยลดแรงต้านทานการทำงานของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีกว่า
ในการบำรุงรักษา แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น มอเตอร์ออยล์ เชลล์ หรือคาสตรอล เนื่องจากน้ำมันเครื่องจากแบรนด์เหล่านี้ผ่านการควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ให้คุณสมบัติการหล่อลื่นที่ดี ป้องกันการสึกหรอ และทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
สำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบ สามารถขยายระยะการบำรุงรักษาได้ถึงประมาณ 7,500 กิโลเมตร ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำที่อาจส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ Audi A4 รุ่นปี 2020 เป็นอย่างไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี การบำรุงรักษาครั้งแรกฟรี (รวมการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง เพียงจ่ายค่าตัวกรองอากาศปรับอากาศประมาณ 1,950 บาท)
ค่าบำรุงรักษาเล็กประมาณ 5,285-6,500 บาท (รวมน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องและค่าบริการ)
ค่าบำรุงรักษาใหญ่ประมาณ 13,100-15,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรายการ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การเปลี่ยนตัวกรองอากาศปรับอากาศ การเปลี่ยนหัวเทียน เป็นต้น)
รวมค่าบำรุงรักษาที่ระยะ 60,000 กิโลเมตรประมาณ 58,225-69,635 บาท
หากขับรถปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20,530-23,210 บาท
สำหรับรายการบำรุงรักษา: หัวเทียนเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ไส้กรองอากาศเปลี่ยนทุก 40,000 กิโลเมตร น้ำมันเบรกเปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร และไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องเปลี่ยนภายใน 60,000 กิโลเมตร
หลังบำรุงรักษาครั้งแรก เจ้าของรถสามารถเลือกใช้บริการที่อู่ซ่อมรถมาตรฐานได้ โดยการซื้อน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบและไส้กรองที่ได้มาตรฐานเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้อีก
โดยรวมแล้ว ค่าบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามคู่มือการใช้งาน ทั้งเพื่อรักษาสมรรถนะรถและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
Q
รถ Audi A4 ปี 2020 เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) หรือไม่?
Audi A4 ปี 2020 ไม่ได้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน บางรุ่น เช่น 45TFSI allroad quattro Fashion และ Sport จะมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา ในขณะที่รุ่นอื่นๆ มีตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะปรับกำลังส่งอย่างชาญฉลาดตามสภาพถนนและความต้องการในการขับขี่ โดยกระจายแรงขับที่เหมาะสมไปยังแต่ละล้อในระหว่างการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มการควบคุมและการทรงตัวของรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์การขับขี่ในสภาพถนนที่ซับซ้อนหรือสภาพอากาศเลวร้าย ตัวอย่างเช่น Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ที่จำหน่ายในตลาดไทย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมีราคาขายปลีกแนะนำจากผู้ผลิตที่ 2,700,000 บาท รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่สปอร์ตและสมรรถนะกำลังสูง ตอบสนองผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เมื่อเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ตามสภาพแวดล้อมการขับขี่และความต้องการ หากขับขี่บนถนนที่ซับซ้อนบ่อยครั้งหรือให้ความสำคัญกับการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า หากพวกเขาใช้รถเป็นหลักสำหรับการเดินทางในเมืองและกังวลเรื่องการประหยัดน้ำมัน รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะเหมาะสมกว่า
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา Audi A4 ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี โดยการบำรุงรักษาครั้งแรกให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องฟรี แต่เฉพาะกรองอากาศแอร์เท่านั้นที่ต้องจ่ายเอง (ประมาณ 1,950 บาท)
ค่าบำรุงรักษาระยะเล็ก (เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง) ประมาณ 5,285-6,500 บาท ค่าบำรุงรักษาระยะใหญ่ (เช่น เมื่อระยะทางถึง 30,000 หรือ 60,000 กิโลเมตร) อาจสูงถึง 13,100-15,000 บาท
หากปฏิบัติตามคู่มือบำรุงรักษา ค่าบำรุงรักษารวมเมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 58,225-69,635 บาท หากขับขี่ปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 20,530-23,210 บาท
ในรายการบำรุงรักษา ต้องเปลี่ยนหัวเทียนทุก 20,000 กิโลเมตร เปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 40,000 กิโลเมตร เปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 2 ปี และเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตร
เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามระยะทางขับขี่ หลังการบำรุงรักษาครั้งแรก การเลือกศูนย์บริการที่เป็นทางการสามารถช่วยลดต้นทุนได้
ต้นทุนการบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน และโดยรวมอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Toyota YarisและYaris CrossในEuro NCAPการทดสอบการชนล่าสุดถูกลดระดับเป็นสี่ดาว
AshleyDec 26, 2025

เครื่องยนต์ใหม่และพื้นที่กว้างขวาง ทำไม Toyota Yaris ถึงกลายเป็นมาตรฐานของความคุ้มค่า?
สุรเดชApr 14, 2025

2023 Toyota Yaris ราคาตั้งแต่ THB 559,000 ซื้อรุ่น PREMIUM S คุ้มหรือไม่?
LienMay 1, 2024

2024 งานแสดงรถยนต์ปักกิ่ง: Toyota GR YARiS รุ่นอัปเกรด
LienApr 26, 2024

ปี 2566 โตโยต้ารั้งที่ 1 ยอดขายโลกและไทย แต่มีการลดลงลง 8%
Kevin WongFeb 23, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย