Q

Honda Civic รุ่นไหนดีกว่า

ในตลาดไทย Honda Civic เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะรุ่นที่ 10 (ปี 2016-2021) และรุ่นที่ 11 (ปี 2022-ปัจจุบัน) ที่ทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษ Civic รุ่นที่ 10 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ต เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T ที่ประหยัดน้ำมันแต่แรงดี พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ได้รับเสียงชมเชยจากคนไทย เหมาะกับคนที่ชอบขับสปอร์ตและชอบความทันสมัย ส่วนรุ่นที่ 11 ถูกพัฒนาด้านความสบายและเทคโนโลยีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะระบบ Honda Sensing ที่เพิ่มความปลอดภัย เหมาะกับครอบครัวที่เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น Civic ยังทำได้ดีทั้งระบบแอร์และป้องกันสนิม แถมศูนย์บริการฮอนด้าในไทยก็มีเยอะ อะไหล่ก็หาง่าย ซ่อมบำรุงสะดวก ถ้าอยากประหยัดเงินหน่อย ก็มองหารุ่นที่ 8 (ปี 2006-2011) หรือรุ่นที่ 9 (ปี 2012-2015) ในตลาดมือสองได้ เพราะมีให้เลือกเยอะและคุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะซื้อใหม่หรือมือสอง แนะนำให้เลือกซื้อกับโชว์รูมฮอนด้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบประวัติการบริการกับสภาพรถจริงให้ดี จะได้ Civic ที่เหมาะกับคุณที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีการรีสตาร์ทระบบ Infotainment ของ Honda Civic
หากต้องการรีสตาร์ทระบบอินโฟเทนเมนต์ของ Honda Civic รุ่นปี 2021 ให้กดปุ่ม "เพิ่มเสียง" และ "ปิดเปิดเครื่อง" บนพวงมาลัยค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จนกว่าจอภาพจะดับและเริ่มทำงานใหม่ กระบวนการนี้ไม่ส่งผลต่อการขับขี่แต่อย่างใด ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยอาจพบว่าบางครั้งระบบทำงานช้าหรือค้างบ้างถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับเจ้าของรถในไทยควรอัปเดตระบบอินโฟเทนเมนต์เป็นประจำที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของฮอนด้า เช่น Honda Cars Ratchadapisek ในกรุงเทพฯ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทั้งความร้อนและความชื้นสูงอาจส่งผลต่อความเสถียรของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ที่ชาร์จโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับการแนะนำจากทางฮอนด้าในการเชื่อมต่อพอร์ต USB เพราะอาจทำให้แรงดันไฟฟ้าของระบบไม่คงที่ หากพบว่ามีอาการค้างบ่อยครั้ง แนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วย เนื่องจากอากาศร้อนตลอดปีในไทยอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว และการจ่ายไฟไม่เพียงพอก็อาจทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงานผิดปกติได้ สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น ฮอนด้า ประเทศไทยมีบริการช่วยเหลือบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง สามารถติดต่อช่างเทคนิคได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda+ เพียงคลิกเดียว
Q
วิธีปลดล็อก Honda Civic 2021
ถ้าคุณต้องการปลดล็อครถ Honda Civic ปี 2021 วิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดคือการใช้กุญแจสมาร์ทคีย์หรือกุญแจกลที่มากับตัวรถจากโรงงาน สำหรับสมาร์ทคีย์ แค่ถือใกล้ประตูแล้วกดปุ่มก็ปลดล็อคได้แล้ว แต่ถ้าหากแบตเตอรี่หมด ก็สามารถดึงกุญแจกลที่ซ่อนอยู่ในตัวกุญแจออกมาแล้วใส่เข้าไปในตัวล็อคที่ประตูเพื่อหมุนปลดล็อค ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่กุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันการใช้งานไม่ได้ ที่สำคัญ รุ่นท็อปบางรุ่นในไทยอาจติดตั้งระบบสมาร์ทเอ็นทรี (Smart Entry) ของ Honda ที่ไม่ต้องหยิบกุญแจออกมา ก็สามารถปลดล็อคได้โดยการสัมผัสที่เซ็นเซอร์บนที่จับประตู ฟังก์ชันนี้สะดวกมากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ต้องถือของหลายอย่าง ถ้าเกิดกุญแจหายหรือระบบมีปัญหา ต้องติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda อย่างเป็นทางการในไทยเท่านั้น (เช่น Honda Cars Ratchapruek ในกรุงเทพฯ หรือศูนย์บริการมาตรฐานต่างจังหวัด) ช่างจะใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อรีเซ็ตระบบความปลอดภัย ห้ามลองปลดล็อคด้วยวิธีอื่นๆ เพราะอาจทำให้ระบบป้องกันขโมยทำงานและล็อครถอัตโนมัติ ในชีวิตประจำวันแนะนำให้เก็บกุญแจสำรองไว้ในรถ และอย่าวางกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ใกล้กับโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เป็นเวลานาน เพราะอาจเกิดการรบกวนสัญญาณ สำหรับเจ้าของรถ Honda ในไทยยังสามารถตรวจสอบสถานะล็อคประตูรถจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน Honda Connect ได้ แต่ต้องไปเปิดบริการนี้กับตัวแทนจำหน่ายก่อนนะครับ
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมท Honda Civic 2021
ก่อนจะเปิดรีโมทกุญแจ Honda Civic รุ่นปี 2021 ให้หาช่องเล็กๆ ด้านข้างใกล้ๆ ฐานกุญแจก่อน ใช้เล็บมือหรือไขควงหัวแบนเล็กค่อยงัดขึ้นเบาๆ ระวังแรงด้วย เดี๋ยวเปลือกนอกแตก แบะฝาบนกับฝาล่างออกจากกันก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจรไฟฟ้าแล้ว เมืองไทยอากาศชื้น แนะนำให้ทำในห้องแอร์ดีกว่า เดี๋ยวความชื้นเข้าไปในตัวเครื่อง แบตเตอรี่ปกติจะเป็นรุ่น CR2032 หาซื้อได้ตามห้าง Big C หรือ Tesco Lotus ทั่วประเทศ เวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สังเกตขั้วบวกขั้วลบให้ตรงกับก้อนเดิม เวลาใส่ฝาครอบกลับต้องดันให้แน่น ระวังน้ำเข้า หากปุ่มตอบสนองช้า นอกจากเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว ลองตรวจดูปุ่มกดว่ามีฝุ่นเกาะหรือเปล่า ทำความสะอาดผิวรีโมทด้วยผ้าแห้งบ่อยๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ในไทยแนะนำให้ตรวจเช็คแบตเตอรี่ทุก 1-2 ปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนต้องระวังเรื่องน้ำเป็นพิเศษ อย่าทิ้งรีโมทไว้ในที่ชื้นนานๆ ถ้าทำตามนี้แล้วยังใช้ไม่ได้ แนะนำให้ไปที่ศูนย์ Honda เลย เขามีอะไหล่แท้และบริการเช็คให้แบบมืออาชีพ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda Civic ปี 2021 ด้วยกุญแจรีโมท
ก่อนจะเริ่มใช้ระบบรีโมทคีย์สำหรับ Honda Civic 2021 อย่างแรกต้องเช็คแบตเตอรี่ในกุญแจให้แน่ใจว่าเหลือพอ เพราะอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น แบตเตอรี่อาจเสื่อมเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบบ่อยๆ เวลาใช้ให้กดปุ่มปลดล็อคที่กุญแจเมื่ออยู่ใกล้รถ ประตูจะปลดล็อคให้เอง พอเข้าไปในรถแล้วให้นำกุญแจวางไว้ในจุดรับสัญญาณ (ส่วนใหญ่อยู่แถวพวงมาลัยหรือช่องกลางรถ) จากนั้นเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทรถ แต่ถ้าเกิดกดแล้วรถไม่ติด อาจเป็นเพราะสัญญาณถูกรบกวน โดยเฉพาะในห้างในไทยหลายที่มักมีเครื่องกั้นสัญญาณในลานจอดรถใต้ดิน กรณีนี้ให้ลองเอากุญแจชิดปุ่มสตาร์ทเพื่อให้สัญญาณแรงขึ้น อีกฟังก์ชั่นที่เจ๋งคือระบบรีโมทสตาร์ท ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนแบบไทย แค่กดปุ่มรีโมทสตาร์ท (ปุ่มที่มีสัญลักษณ์ลูกศรวงกลม) ค้างไว้ รถจะติดเองและเปิดแอร์ให้อัตโนมัติ แต่ต้องมั่นใจว่ารถถูกล็อคและคุณอยู่ห่างไม่เกิน 30 เมตร ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มากเวลาติดรถติดในกรุงเทพฯ ข้อควรระวังสำหรับคนใช้รถในไทยคือควรทำความสะอาดกุญแจบ่อยๆ อย่าให้ฝุ่นหรือน้ำเข้าไปในวงจร ถ้ากุญแจหายให้ติดต่อศูนย์ Honda เพื่อจับคู่กุญแจใหม่ และควรมีกุญแจสำรองไว้ด้วย เวลาใช้ก็อย่าเก็บกุญแจใกล้มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพราะอาจทำให้สัญญาณรวนได้
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา Honda Civic ปี 2021 อยู่ที่เท่าไหร่?
สำหรับรถ Honda Civic ปี 2021 ที่ใช้ในประเทศไทย ค่าบำรุงรักษาค่อนข้างสมเหตุสมผล การบริการประจำอย่างการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์หรือแบบสังเคราะห์เต็มตัว ส่วนการบริการใหญ่ที่รวมถึงการเปลี่ยนน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ อาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000-8,000 บาท แนะนำให้ทำบริการประจำทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือนเพื่อรักษาสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของไทยทำให้ต้องดูแลรถเป็นพิเศษ เช่น อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองแอร์บ่อยขึ้น (ประมาณทุก 15,000 กิโลเมตร) และควรตรวจสอบแบตเตอรี่กับระบบหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อน Honda Civic ในฐานะรถยนต์ประหยัดนั้นมีอะไหล่พร้อมจำหน่ายในตลาดไทยและราคาค่อนข้างโปร่งใส เจ้าของรถสามารถเลือกใช้บริการศูนย์บริการของ Honda หรืออู่ซ่อมที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่าและคุณภาพบริการ นอกจากนี้การขับขี่อย่างเหมาะสม เช่น การเร่งและเบรกอย่างนุ่มนวล จะช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อีกด้วย
Q
รถ Honda Civic ปี 2021 ดีไหม?
Honda Civic รุ่นปี 2021 เป็นรถเก๋งคอมแพคต์ที่ทำผลงานได้ดีในตลาดไทยและน่าจับตามอง ด้วยความน่าเชื่อถือและประหยัดน้ำมันแบบฉบับ Honda พ่วงด้วยเครื่องยนต์ 1.8L หรือ 1.5T ที่ให้กำลังเรียบเหมาะกับสภาพถนนในเมืองไทย เกียร์ CVT ที่ได้รับการอัพเกรดแล้วลดอาการกระตุกลง คันรถคล่องตัวเหมาะจะขับในกรุงเทพฯ ที่รถติด ส่วนภายในออกแบบเรียบร้อยใช้งานง่าย เบาะนั่งสบาย พร้อมพื้นที่กระโปรงหลังเพียงพอต่อการใช้งานในครอบครัว ด้านความปลอดภัยมาพร้อมระบบ Honda SENSING มาตรฐาน รวมฟังก์ชันเตือนการชนและรักษาเลน ในสภาพอากาศร้อนของไทย แอร์เย็นชื่นใจแต่มีจุดอ่อนตรงที่เสียงรบกวนขณะขับความเร็วสูง รวมถึงสีรถบางต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Corolla หรือ Mazda 3 แล้ว Civic ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะอัตราค่าเสื่อมราคาน้อย ค่าบำรุงรักษาไม่แพง เหมาะกับครอบครัววัยรุ่นหรือผู้ซื้อรถคันแรก แนะนำให้ลองขับจริงที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด
Q
2021 Honda Civic มีระบบสตาร์ทรถระยะไกลหรือไม่?
สำหรับรถ Honda Civic รุ่นปี 2021 ที่ขายในตลาดไทย รุ่นท็อปบางรุ่นมีฟังก์ชัน Remote Start ให้ด้วยนะ เจ้าของรถสามารถใช้กุญแจสมาร์ทคีย์สตาร์ทรถจากระยะประมาณ 30 เมตร เพื่อเปิดแอร์ล่วงหน้า ช่วยคลายร้อนได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนๆ แต่ควรสังเกตว่ารุ่น Thai Gauge อาจแตกต่างจาก American Gauge หรือ Medium Gauge ถ้าสนใจจริงๆ แนะนำให้ถามรายละเอียดกับโชว์รูมก่อนซื้อจะดีกว่า ฟังก์ชัน Remote Start นี้ต้องใช้กับรถเกียร์ออโต้เท่านั้น และต้องอยู่ในเกียร์ P ถึงจะใช้งานได้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย รถจะดับเองอัตโนมัติภายใน 10-15 นาทีถ้ายังไม่เอากุญแจมาใส่ในรถ สำหรับคนไทยที่อยากใช้ฟังก์ชันนี้ ต้องเช็คเรื่องระบบป้องกันขโมยให้ดีด้วยนะ เพราะถ้าไปติดตั้ง Remote Start เพิ่มเองกับร้านดัดแปลงนอก อาจทำให้ประกันรถจากศูนย์เสียได้ ถ้าอยากได้ฟังก์ชันนี้แนะนำให้เลือกรุ่นที่ติดตั้งมาพร้อมจากโรงงาน หรือไม่ก็ให้ศูนย์ Honda เป็นคนติดตั้งให้จะปลอดภัยกว่าและใช้งานได้เสถียรกว่า
Q
รถ Honda Civic รุ่นปี 2021 มีระบบ GPS ไหม?
รุ่น Honda Civic 2021 ที่วางขายในตลาดไทยสำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีระบบนำทาง GPS ติดตั้งมาให้จากโรงงาน แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะมีฟีเจอร์นี้เป็นมาตรฐาน เพราะมันขึ้นอยู่กับระดับของตัวรถ ยกตัวอย่างเช่นรุ่น RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของ Civic ในไทยมักจะมาพร้อมระบบ Honda Connect ที่รวมฟังก์ชัน GPS ไว้ในตัว ส่วนรุ่นเริ่มต้นอาจต้องใช้การเชื่อมต่อผ่าน CarPlay หรือ Android Auto จากสมาร์ทโฟนแทน สำหรับเจ้าของรถในไทยต้องระวังเรื่องการอัปเดตข้อมูลแผนที่นำทางด้วย เพราะข้อมูลแผนที่จากโรงงานอาจต้องอัปเดตผ่านตัวแทนจำหน่าย Honda หรือเว็บไซต์ทางการเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ถนนหนทางเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้ารุ่นที่ซื้อมาไม่มี GPS ในตัว ลูกค้าสามารถใช้ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนหรือซื้ออุปกรณ์นำทางเพิ่มเติมได้ แต่แนะนำให้เลือกแบบที่มีเสียงนำทางภาษาไทยจะใช้ง่ายกว่า บางทีศูนย์ฮอนด้าก็อาจมีบริการติดตั้งระบบนำทางเพิ่มให้ แต่ต้องถามให้ชัดเจนก่อนว่ามันจะกระทบต่อการรับประกันของรถหรือเปล่า ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่หันมาใช้แอปนำทางบนมือถืออย่าง Google Maps กันเยอะ เพราะมันแสดงข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ รวมถึงเลนมอเตอร์ไซค์ในไทยด้วย ซึ่งสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันอาจจะสะดวกกว่าระบบนำทางในรถเสียอีก
Q
"มูลค่าการซื้อขายรถยนต์มือสองของ Honda Civic ปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่"
ราคาขายต่อของรถ Honda Civic รุ่นปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพรถ ระยะไมล์ใช้งาน รุ่นย่อย และความต้องการในตลาด โดยทั่วไปแล้วรถสภาพดี ระยะไมล์ต่ำมักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 600,000 - 800,000 บาท แต่เพื่อความแม่นยำแนะนำให้ปรึกษาตัวแทนจำหน่ายหรือแพลตฟอร์มมือสองมืออาชีพในพื้นที่ สำหรับประเทศไทยแล้ว Honda Civic เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคเนื่องจากความน่าเชื่อถือและอัตราการรักษามูลค่าสูง โดยเฉพาะรุ่น 1.5 เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในเมือง นอกจากนี้ตลาดมือสองไทยยังให้ความสำคัญกับรถที่มีประวัติการบริการครบถ้วน รถที่เข้าศูนย์บริการตามกำหนดมักได้ราคาดีกว่า หากคุณกำลังคิดจะขายหรือแลกรุ่นใหม่ ควรเตรียมเอกสารรถให้พร้อม ทั้งประวัติการบริการและข้อมูลประกัน ซึ่งช่วยให้การต่อรองราคาง่ายขึ้น ส่วนปัจจัยล่าสุดที่ควรรู้คือตลาดไทยเริ่มให้ความสำคัญกับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการดูแลระบบไอเสียให้อยู่ในสภาพดีก็ช่วยเพิ่มมูลค่าให้รถคุณได้เช่นกัน
Q
ฉันสามารถสตาร์ทรถ Honda Civic จากระยะไกลได้หรือไม่?
รถ Honda Civic ของคุณสามารถใช้ระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลได้หรือไม่ อันนี้จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับปีที่ผลิตและรุ่นของรถคุณ สำหรับตลาดไทย รุ่น Honda Civic บางรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา โดยเฉพาะรุ่นท็อปจะมาพร้อมกับระบบ Honda Connect ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่มีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วย คุณสามารถใช้แอปบนมือถือสตาร์ทรถและเปิดแอร์ล่วงหน้าได้จากระยะประมาณ 100 เมตร ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากโดยเฉพาะในอากาศร้อนของไทย แต่ต้องระวังนิดนึงตรงที่เวลาจะใช้ฟังก์ชันนี้ รถต้องอยู่ในสถานะล็อกและเกียร์ต้องอยู่ที่ตำแหน่ง P รวมถึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่รถมีพลังงานเพียงพอด้วยครับ ตอนนี้รถยอดนิยมในตลาดไทยหลายค่ายเช่น Toyota Mazda ก็มีระบบควบคุมจากระยะไกลแบบนี้ในบางรุ่นเช่นกันครับ ส่วนใหญ่จะทำงานผ่านระบบเชื่อมต่อของรถ แนะนำให้ลองตรวจสอบคู่มือรถหรือติดต่อโชว์รูม Honda ในไทยเพื่อยืนยันว่ารถรุ่นของคุณมีฟีเจอร์นี้หรือไม่ และถ้ารุ่นของคุณไม่มีระบบสตาร์ทรถจากโรงงาน ก็ยังมีตัวเลือกติดตั้งระบบสตาร์ทรถระยะไกลของบริษัทอื่นได้ตามร้านแต่งรถทั่วไปในไทย แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับระบบไฟฟ้าของรถ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รูปทรงรถที่สวยงามและเนรมิต ด้วยการผสมผสานความสวยงามของเส้นโค้งรถเก๋งพร้อมกับการออกแบบหรูหราที่ลงตัวมาก
การออกแบบภายใน เข้าฉลุยด้วยความหรูหรา มีฟีเจอร์ครบครัน พร้อมสุดยอดความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่สะดวกสบาย
บริเวณหน้ารถตกแต่งด้วย 10 ใบถุงลมสำหรับความปลอดภัย, ส่วนบนของจอดรถมีเทคโนโลยีป้องกันการชนชั้นแนวหน้า
รถยนต์ปี 2022 ตัวใหม่ ม emphasis ที่ความหรูหรา เพื่อสร้างบรรยากาศที่สวยงาม
เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่มั่นคงเหนียวแน่น ความเร็ว 158 ม้า บิดมอเม้น 187 นิวตันเมตร พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT

ข้อเสีย

รุ่นก่อนนี้มีความรู้สึกว่าร่างคันค่อนข้างกว้าง ซึ่งไม่เหมาะสมกับซีรี่ส์รถคันนี้
กล่องเกียร์ CVT ของเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรยับยั้งความสนุกในการขับขี่, การเปลี่ยนเกียร์ด้วยปั่นต้องใช้ความพยายามในการทำงาน
ลดความรู้สึกรุนแรงในการขับขี่และส่งผลทำให้ดูหรูหรา ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบาย
ไม่มีระบบพลังงานผสม, มีเพียงเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา, อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของบางผู้บริโภคในการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

Q&A ล่าสุด

Q
ควรเปลี่ยนยางเมื่อใช้งานถึง 50,000 กม. หรือไม่?
ยางจะต้องเปลี่ยนเมื่อใช้งานถึง 50,000 กิโลเมตรหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องแน่นอน แต่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่ ระดับการสึกหรอ ระยะเวลาการใช้งาน และสภาพความเสียหาย ประการแรก ที่ก้นร่องลายดอกยางจะมีสัญลักษณ์บ่งชี้การสึกหรอ (สูง 1.6 มิลลิเมตร) หากดอกยางสึกหรอจนถึงระดับสัญลักษณ์นี้ ไม่ว่าจะใช้งานมาแล้วกี่กิโลเมตรก็ต้องเปลี่ยนยางทันที มิฉะนั้นความสามารถในการระบายน้ำบนถนนเปียกลดลง อาจทำให้ควบคุมรถได้ยาก ประการที่สอง วัสดุยางจะเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ แม้จะขับขี่ไม่ถึง 50,000 กิโลเมตร แต่ยางที่ใช้งานมานานกว่า 3 ปีอาจเกิดอาการเสื่อมสภาพ เช่น แข็งตัว มีรอยแตก ยางลดความยืดหยุ่น และเพิ่มความเสี่ยงยางระเบิด จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนยางทันเวลา นอกจากนี้ หากยางมีสภาพเสียหาย เช่น ยางป่อง ขอบยางเสียหาย ยางรั่วบ่อยครั้ง หรือมีการซ่อมยางหลายครั้งเกินไป แม้จะใช้งานไม่ถึง 50,000 กิโลเมตรก็ต้องเปลี่ยนยาง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ในทางปฏิบัติ นิสัยการขับขี่ สภาพถนน และสภาพอากาศมีผลต่ออายุการใช้งานยาง การเร่งเครื่องหรือเบรกกระทันหัน หรือการขับบ่อยบนถนนขรุขระจะทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น ส่วนสภาพอากาศร้อนจะเร่งการเสื่อมสภาพของยางและทำให้อายุการใช้งานสั้นลง จึงแนะนำให้ตรวจสอบสภาพยางเป็นประจำ เน้นที่สัญลักษณ์บ่งชี้การสึกหรอ อาการเสื่อมสภาพ และความเสียหายของยาง ไม่ควรพิจารณาเพียงระยะทางที่ใช้งานเพื่อตัดสินใจเปลี่ยนยาง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ยางอะไหล่สามารถใช้งานได้หลังจากครบ 10 ปีหรือไม่?
ไม่แนะนำให้ใช้ยางอะไหล่ที่ใช้งานมานานเกินสิบปี ยางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางธรรมชาติ มีวงจรการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ โดยปกติจะอยู่ที่ 3 ถึง 5 ปี หลังจากระยะเวลานี้ ยางจะค่อยๆ สูญเสียความยืดหยุ่นและความสามารถในการยืดตัว เกิดอาการแข็งตัว รอยแตก ทำให้ความแข็งแรงของโครงสร้างลดลง เสี่ยงต่อการระเบิดขณะขับขี่ และไม่สามารถรองรับน้ำหนักรถได้อย่างปลอดภัย ยางอะไหล่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินเมื่อยางหลักเกิดปัญหาเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับใช้งานระยะยาว แม้จะเป็นยางอะไหล่ขนาดเต็มก็ตาม หลังการเปลี่ยนควรไปที่อู่ซ่อมเพื่อเปลี่ยนเป็นยางปกติโดยเร็วที่สุด และต้องระมัดระวังไม่ขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือระยะทางเกิน 100 กิโลเมตร สำหรับยางอะไหล่ที่ไม่ใช่ขนาดเต็ม จะมีข้อจำกัดมากกว่า โดยปกติความเร็วไม่ควรเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และควรควบคุมระยะทางการขับขี่ไม่เกิน 60 กิโลเมตร การบำรุงรักษายางอะไหล่ในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญมาก ต้องตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำ (รักษาไว้ที่ประมาณ 2.7 MPa) หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง และสารกัดกร่อน เช่น น้ำมัน เพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ แต่ถึงแม้จะบำรุงรักษาเป็นอย่างดี ยางอะไหล่ที่เก็บไว้นานเกินสิบปีก็ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
"ใช้เวลากี่นาทีในการเปลี่ยนยางทั้ง 4 เส้น?"
เวลาเปลี่ยนยางสี่เส้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์การทำงานและความชำนาญ ในร้านซ่อมรถมืออาชีพหรือศูนย์บริการ 4S ด้วยทักษะการทำงานของช่างมืออาชีพและอุปกรณ์ที่ครบครัน มักจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หากเลือกเปลี่ยนเอง เนื่องจากขาดอุปกรณ์และประสบการณ์ การเปลี่ยนยางแต่ละเส้นอาจใช้เวลาประมาณ 20 นาที ส่วนการเปลี่ยนทั้งสี่เส้นอาจใช้เวลา 1 ถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ควรพิจารณาช่วงเวลาในการเปลี่ยนยางโดยอ้างอิงจากระยะทางที่ขับขี่และอายุการใช้งาน โดยทั่วไปเมื่อรถวิ่งได้ 30,000 ถึง 50,000 กิโลเมตร หรือใช้งานมาแล้ว 3 ถึง 5 ปี ควรเปลี่ยนยางใหม่ ด้านข้างของยางจะมีระบุวันที่ผลิต ควรจำกัดอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายางเสื่อมสภาพซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัย เมื่อเปลี่ยนยางเอง ต้องระมัดระวังโดยจอดรถบนพื้นผิวที่แข็งและเรียบ เปิดไฟฉุกเฉิน และวางป้ายเตือนสามเหลี่ยมด้านหลังรถในระยะ 150 เมตร ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย
Q
สามารถใช้ยางอายุ 7 ปีได้หรือไม่?
ยางรถที่ใช้มาแล้ว 7 ปีไม่แนะนำให้ใช้ต่อไป ระยะเวลาการใช้ยางรถที่แนะนำโดยปกติคือ 3 ถึง 5 ปี การใช้เกิน 7 ปีถือว่านานเกินระยะเวลาการใช้งานปกติ ยางจะค่อยๆ เสื่อมสภาพและสูญเสียความยืดหยุ่น แม้ว่าพื้นผิวจะไม่มีรอยแตกชัดเจน แต่โครงสร้างภายในอาจเสื่อมสภาพได้ การใช้งานต่อไปอาจเพิ่มความเสี่ยงยางระเบิดและเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากอายุการใช้งานแล้ว ควรเปลี่ยนยางทันทีในกรณีต่อไปนี้: - ดอกยางสึกถึงแนวความปลอดภัยในร่องดอกยาง (ความลึก 1.6 มม.) - มีรอยแตกจากอายุการใช้งานที่พื้นผิวหรือด้านข้างยาง (โดยเฉพาะด้านข้าง) - พื้นผิวยางบิดเบี้ยวหรือขอบยางเสียหาย - ยางมีอาการโป่งพอง สำหรับการบำรุงรักษาประจำวัน ควร: - ตรวจสอบความดันลมยางสม่ำเสมอ (ตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด) - ทำความสะอาดสิ่งแปลกปลอมในร่องดอกยาง - สลับตำแหน่งล้อทุกๆ ระยะทางที่กำหนดเพื่อให้สึกหรอเท่าๆ กัน - หลีกเลี่ยงการขับทับขอบถนนหรือหลุมบ่อเพื่อป้องกันการฉีกขาดของโครงสร้างด้านข้าง แม้จะใช้งานน้อย แต่หากยางมีอายุเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบการเสื่อมสภาพเป็นประจำและเปลี่ยนเมื่อจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
Q
"วิธีการกำหนดว่ายางสามารถรองรับน้ำหนักได้มากเท่าไร
ในการระบุน้ำหนักที่ยางรถสามารถบรรทุกได้ สิ่งแรกที่ทำได้คือตรวจดูดัชนีน้ำหนักบรรทุกในข้อมูลสเปคที่พิมพ์ไว้ด้านข้างของยาง เช่น "91" ใน "225/45R17 91W" เป็นดัชนีน้ำหนักบรรทุก โดยอ้างอิงจากตารางที่สอดคล้องจะได้ทราบว่าน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของยางแต่ละเส้นประมาณ 615 กิโลกรัม ความดันลมยางมีผลต่อความสามารถในการบรรทุกอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องเติมลมตามค่ามาตรฐานที่ระบุไว้บนรถ หากความดันสูงเกินไปจะทำให้พื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนลดลง และเพิ่มความเสี่ยงยางระเบิด ในขณะที่ความดันต่ำเกินไปจะทำให้ยางบิดตัวเสียรูป ทั้งสองกรณีนี้จะลดประสิทธิภาพในการบรรทุก ยางที่สึกหรออย่างรุนแรงเนื่องจากยางบางลงและความแข็งแรงของโครงสร้างลดลง ความสามารถในการบรรทุกจะลดลงตามไปด้วย จึงต้องเปลี่ยนยางโดยเร็ว ประเภทรถต่างๆ มีข้อกำหนดเกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุกของยางที่แตกต่างกัน รถบรรทุกต้องเลือกยางที่มีดัชนีน้ำหนักบรรทุกสูงกว่า ส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเนื่องจากมีน้ำหนักแบตเตอรี่มาก เมื่อเปลี่ยนยางควรให้แน่ใจว่าดัชนีน้ำหนักบรรทุกไม่ต่ำกว่าสเปคเดิม น้ำหนักบรรทุกสูงสุดของรถทั้งคันสามารถคำนวณได้โดยการคูณน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของยางแต่ละเส้นด้วย 4 ในการใช้งานประจำวันต้องหลีกเลี่ยงการบรรทุกเกินพิกัด และตรวจสอบความดันลมและสภาพสึกหรอของยางเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ดูเพิ่มเติม