Chery กำลังเร่งสร้างโรงงานในประเทศไทย, มีแผนที่จะเพิ่มชิ้นส่วนในประเทศขึ้นสู่ 50% ในปีนี้

AshleyMar 04, 2025, 11:42 AM

【PCauto】เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท Omoda & Jaecoo (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นตัวแทนของ Chery ในประเทศไทย ได้ประกาศว่า สัดส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 45% ถึง 50% ภายในสิ้นปีนี้ และมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนนี้เป็น 70% ถึง 80% ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า Chery กำลังเร่งกระบวนการขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Chery มองว่าประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ระดับโลก แม้ว่าตลาดรถยนต์จะมีความผันผวนจากหลายนโยบาย รวมถึงนโยบายสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารและภาระหนี้ครัวเรือน ทำให้ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ลดลง และยอดขายรถยนต์รวมทั้งประเทศปรับตัวลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี แต่ประเทศไทยยังคงรักษาสถานะสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีสัดส่วนการผลิตคิดเป็น 50% ของอาเซียน และด้วยโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง รวมถึงประสบการณ์การผลิตรถพวงมาลัยขวาที่มีมายาวนาน จึงดึงดูด Chery ให้มองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหลักในการขยายตลาดครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง

Chery ขยับตัวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานที่จังหวัดระยองได้ถูกวางแผนไว้แล้ว และมีเป้าหมายเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2025 โดยในช่วงแรกจะมีความสามารถในการผลิต 50,000 คันต่อปี โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนคือ รถยนต์ไฟฟ้าล้วน 70% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 30% และภายในปี 2028 โรงงานจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 80,000 คันต่อปี ซึ่งจะเป็นฐานการส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ รอบประเทศไทย

Chery ได้กำหนดแผนการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยในช่วงปี 2024 - 2025 จะใช้รูปแบบการผลิต CKD และ CBU ร่วมกัน ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 20,000 คันต่อปี จากนั้นจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 - 2027 จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 50,000 คันต่อปี พร้อมทั้งมีสัดส่วนการส่งออก 10% และหลังจากปี 2028 จะเดินหน้าสู่เป้าหมายกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี และสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 25%

ในด้านการสร้างแบรนด์ Chery ได้นำเสนอสองแบรนด์ย่อยที่เน้นตลาดโลกและพลังงานใหม่ ได้แก่ Omoda และ Jaecoo โดยทั้งสองแบรนด์พัฒนาควบคู่กันไป Omoda 5 EV เน้นดีไซน์ที่ทันสมัยและดึงดูดใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมด้วยระยะทางวิ่ง 400 - 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Jaecoo มุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถ SUV ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่สามารถรองรับการใช้งานในสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาครัฐได้ให้ความช่วยเหลือ Chery ผ่านทางนโยบายที่เอื้อประโยชน์ เช่น นโยบาย EV 3.0/3.5 ที่ช่วยลดภาษีนำเข้าแบตเตอรี่เหลือเพียง 0-2% และผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศยังได้รับสิทธิ์ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% Chery ได้ใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเร่งกระบวนการปรับตัวเข้ากับระบบอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว

ในด้านการสร้างซัพพลายเชน Chery ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้จัดหาอะไหล่ในประเทศ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,500 ราย ครอบคลุมตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ เช่น การร่วมมือกับ Energy Absolute ในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต การพัฒนามอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรร่วมกับ GPSC และการพัฒนาตัวถังรถอะลูมิเนียมร่วมกับ Siam Kubota นอกจากนี้ Chery ยังลงทุนมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐในการสร้างนิคมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตในปี 2025 โดยเน้นที่การผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างระบบควบคุมไฟฟ้า

# ข่าวสารยานยนต์

คุณสามารถติดต่อเราให้ลบออกเนื้อหาถ้าละเมิดลิขสิทธิ์

ติดตามเรา

You Tube Facebook Google News

  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ