รีวิว 2021 MG Extender 2.0 DC Grand 4WD X 6AT





ตลาดรถกระบะขนาดกลางเป็นสนามแข่งขันระหว่างการใช้งานและความคุ้มค่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่ยานพาหนะสำหรับขนของเท่านั้น แต่ยังต้องการรถที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางกับครอบครัวและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ อีกด้วย MG Extender 2.0 DC Grand 4WD X 6AT รุ่นปี 2021 เข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะผู้มาใหม่ ซึ่งเน้นการติดตั้งอุปกรณ์ครบครันและสมรรถนะขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งทั้งสองคุณสมบัตินี้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้จำนวนไม่น้อย สำหรับการทดลองขับครั้งนี้ ฉันต้องการดูว่าในแง่ของประสบการณ์การใช้งานทั้งในสถานะที่จอดนิ่งและการขับขี่จริง มันสามารถรองรับคำจำกัดความของการเป็น "อเนกประสงค์" ได้จริงหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจนสำหรับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ
จากมุมมองภายนอก รถกระบะรุ่นนี้มีดีไซน์ที่ดูแข็งแกร่ง ด้านหน้ามากับกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบดำด้าน พร้อมด้วยสัญลักษณ์ MG ที่มีเอกลักษณ์สูง เดย์ไลท์ LED สองข้างเชื่อมต่อกับกระจังหน้า ทำให้ดูมีมิติด้านกว้างมากขึ้น ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่เรียบตรง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (หมายเหตุ: จากการคาดการณ์รุ่นมาตรฐานน่าจะเป็นขนาดนี้) เมื่อจับคู่กับความยาวตัวรถ 5,365 มม. ทำให้ดูมั่นคงและสง่างาม ตัวซุ้มล้อที่ตกแต่งด้วยพลาสติกสีดำและบันไดข้าง เพิ่มบรรยากาศแบบออฟโรดและช่วยให้ขึ้นรถลงรถได้สะดวกมากขึ้น ส่วนท้ายของรถออกแบบเรียบง่าย ไฟท้ายจัดเรียงแนวตั้ง ประสานเข้ากับกลุ่มไฟหน้าได้อย่างลงตัว ตรา “MG” บนขอบกระบะหลังโครงสร้างชัดเจน โดยรวมแล้วสไตล์เหมาะสมกับความชื่นชอบของผู้ใช้รถกระบะขนาดกลาง
เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำ แผงควบคุมหลักหุ้มด้วยวัสดุสัมผัสนุ่มและเติมแต่งด้วยแถบสีเงิน มีความประณีตกว่ารถในระดับราคาเดียวกันบางรุ่น หน้าจอควบคุมกลางขนาด 10 นิ้ว เป็นจุดเด่นของการออกแบบ โดยจัดเลย์เอาต์ของหน้าจอได้ชัดเจน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมการใช้งานที่มีความลื่นไหลดี ด้านล่างยังคงมีปุ่มกดแบบฟิสิคัลบางส่วน ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานขณะขับ หน้าจอพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันมีขนาดพอเหมาะและจับถนัดมือ โดยที่ฝั่งซ้ายมีการติดตั้งปุ่มควบคุมความเร็วและปุ่มปรับระดับเสียงด้านเสียง คุณสมบัติและอุปกรณ์ต่างๆ โดดเด่นอย่างมาก เบาะหน้ารองรับการปรับด้วยมือ (หมายเหตุ: รุ่นสูงอาจมีระบบไฟฟ้า แต่เวอร์ชันนี้ใช้แบบปรับมือ) มีความกระชับพอสมควร ส่วนช่องแอร์และพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลังก็มีมาให้อำนวยความสะดวก ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังได้รับการดูแลในเรื่องความสบายพอสมควร ด้านพื้นที่ใช้สอย ฐานล้อขนาด 3,155 มม. ให้พื้นที่บริเวณขาหลังที่กว้างขวาง ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. จะยังมีระยะห่างระหว่างเข่ากับเบาะหน้าได้ถึงประมาณสองกำปั้น พื้นที่เหนือศีรษะก็เพียงพอไม่อึดอัด
ด้านสมรรถนะเครื่องยนต์ ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161PS และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ช่วงออกตัวการตอบสนองของคันเร่งไม่ได้รุนแรงนัก แต่ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซลคือตอบสนองแรงบิดได้เร็ว เพียงแตะคันเร่งเบาๆ ก็รู้สึกถึงแรงได้เพียงพอ ขณะบรรทุกน้ำหนักเต็มหรือขับขึ้นเนินก็ไม่ลำบาก เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดสปอร์ต เกียร์จะเลื่อนไปที่ตำแหน่งที่ช้าลง รอบเครื่องยนต์จะคงอยู่บน 2,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป ทำให้รู้สึกเร่งแซงได้มั่นใจมากขึ้น ระหว่างการขับขี่ทั่วไประบบเกียร์ทำงานได้ลื่นไหล แทบจะไม่มีอาการกระตุก
ด้านการควบคุม พวงมาลัยมีน้ำหนักที่พอดี มีความแม่นยำและตอบสนองได้ดี ระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระด้านหน้าและแบบแหนบด้านหลัง เมื่อขับบนถนนลาดยาง การซับแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กทำได้ดี แต่ถ้าพบกับลูกระนาดหรือถนนที่มีหลุม บริเวณเบาะหลังจะรู้สึกถึงแรงกระแทกชัดเจน นี่เป็นข้อเสียที่พบได้ทั่วไปในรถกระบะ อย่างไรก็ดี ในฐานะรถที่มีระบบ 4WD ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำงานได้ดีเมื่อขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ เมื่อเปิดโหมดสี่ล้อ การวิ่งผ่านเส้นทางที่มีโคลนหรือถนนดินที่มีความลาดเอียงเล็กน้อย ล้อรถมีอาการลื่นหมุนไม่มาก การยึดเกาะพื้นดีเยี่ยม ส่วนระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ทำให้มีการตอบสนองที่เป็นเส้นตรงระหว่างแรงเบรกและระยะเบรกอยู่ในระดับมาตรฐานสำหรับรถในกลุ่มเดียวกัน
ในส่วนของการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เราขับในเมืองและถนนหลวงอย่างละ 100 กม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตร/100 กม. (หมายเหตุ: คาดการณ์จากประสิทธิภาพทั่วไปของรถกระบะน้ำมันดีเซลและข้อมูลจากผู้ผลิต) สำหรับอัตราสิ้นเปลืองนี้ถือว่าประหยัดพอสมควรสำหรับรถกระบะ 4WD เครื่องยนต์ดีเซล 2.0T ด้านการควบคุมเสียงรบกวน เสียงเครื่องยนต์ดีเซลขณะเดินเบาไม่ดังเกินไป เมื่ออยู่ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่หากความเร็วเกิน 100 กม./ชม. เสียงลมจะแจ่มชัดขึ้น แต่ไม่ส่งผลต่อการสนทนาปกติ
โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ 2021 MG Extender 2.0 DC Grand 4WD X 6AT มีดังนี้: 1) การติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลน ถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบปรับอากาศสำหรับเบาะหลัง ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสูงกว่ารถกระบะในระดับราคาเดียวกัน; 2) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบโจทย์สำหรับการใช้งานแบบออฟโรดเบา ๆ; 3) พื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับใช้ในครอบครัว หากเทียบกับ Toyota Hilux หรือ Ford Ranger ในระดับเดียวกัน รุ่นนี้มีราคาที่ถูกกว่าแต่มีคุณสมบัติครบครัน ทำให้น่าสนใจด้านความคุ้มค่า
รถรุ่นนี้เหมาะกับกลุ่มคนสองประเภท: ประเภทแรกคือผู้ที่ต้องการใช้รถกระบะเป็นรถสำหรับทำงาน และยังต้องการรองรับการเดินทางในแบบครอบครัว โดยพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของรถรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน; ประเภทที่สองคือผู้ที่ชื่นชอบการออฟโรดเบา ๆ โดยไม่ต้องการลงทุนมากในรถกระบะระดับไฮเอนด์ ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเครื่องยนต์ดีเซลสามารถรองรับการใช้งานในสถานการณ์ออฟโรดพื้นฐานได้ โดยรวมแล้ว ถึงแม้รถรุ่นนี้จะไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด เช่น การออกแบบภายในที่ยังขาดความล้ำสมัย และระบบกันสะเทือนของเบาะหลังที่แข็งไปบ้าง แต่ในราคาที่ 1,039,000 บาท ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมถือว่าคุ้มค่า หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่ "ทำได้ครบทุกความต้องการ" รุ่นนี้น่าสนใจที่จะพิจารณา




