รูป Mazda

รีวิว 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT

2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6ATเป็นรถกระบะ 4x4 แบบดับเบิ้ลแค็บระดับกลางที่มีการอัปเกรดสมรรถนะ, เพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยเชิงรุกที่หลากหลาย, และออกแบบให้ใช้งานได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทั้งคุณสมบัติในการใช้งานและความสะดวกสบายปลอดภัย
รูป Mazda BT-50
รูป Mazda BT-50
รูป Mazda BT-50
รูป Mazda BT-50
รูป Mazda BT-50
THB 862,000
2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
เซกเมนท์
4x4
ตัวถัง
Pickup
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
190
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
450
ระบบเกียร์
AT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยมีการแข่งขันที่มุ่งเน้นไปที่ความคุ้มค่า ความทนทาน และความประหยัด รุ่นปี 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT ซึ่งเป็นปิกอัพ 4X4 สองแถวระดับกลาง (หมายเหตุ: ในตารางสเปคที่ระบุจำนวนประตูและที่นั่งเป็น 2 อาจมีข้อผิดพลาดที่พิมพ์ผิด โดยทั่วไปปิกอัพจะมี 4 ประตู 5 ที่นั่ง หรือ 2 ประตู 3 ที่นั่ง ดังนั้น ในที่นี้จะนำเสนอเป็นปิกอัพสองแถว 4 ประตู 5 ที่นั่งตามตลาดทั่วไป) โดยมีการอัปเกรดพารามิเตอร์แรงและการเพิ่มระบบความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่นอกเหนือจากความเป็นเครื่องมือใช้งาน และเพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย จุดมุ่งหมายหลักของการทดสอบขับขี่ครั้งนี้คือการตรวจสอบว่าประสิทธิภาพโดยรวมในการใช้ชีวิตประจำวัน การบรรทุก และการขับขี่แบบออฟโรดเบา ๆ ของรถรุ่นนี้สอดคล้องกับราคาที่ตั้งไว้หรือไม่

จากระยะไกล รูปลักษณ์โดยรวมของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer ออกแบบในสไตล์ที่ดูแข็งแรง ส่วนหน้าของรถมีการใช้กระจังหน้าแบบทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ โดยภายในเป็นลายรังผึ้งสีดำ พร้อมขอบตกแต่งด้วยโครเมียม เพิ่มความโดดเด่นอย่างสูง เส้นสายรถตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าจนถึงท้ายรถยังคงความเรียบง่ายและเป็นเส้นตรงตามแบบฉบับของปิกอัพ เส้นขอบด้านข้างดูเรียบง่ายแต่มีกำลัง และมีแถบกันกระแทกด้านล่างประตูเพิ่มความใช้งานจริง ด้านท้ายของตัวรถมีไฟท้าย LED ที่ออกแบบเรียงในแนวตั้ง สอดรับกับส่วนหน้า และมีเซ็นเซอร์ช่วยจอดรวมอยู่ในกันชนหลังที่ดีไซน์บูรณาการเข้าด้วยกัน ฝาท้ายของถาดบรรทุกมีตัวปรับระดับการเปิดปิดแบบมือ ทำให้ง่ายต่อการโหลดของ ระบบไฟส่องสว่างมาพร้อมไฟหน้าอัตโนมัติและไฟกลางวันเป็นมาตรฐาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ส่วนไฟตัดหมอกด้านหน้าก็เสริมความปลอดภัยเพิ่มในสภาพอากาศที่มีหมอกหรือฝนตก

ภายในตัวรถ การออกแบบใช้โทนสีเข้มเป็นสีหลัก แผงหน้าปัดมีการออกแบบที่เรียบง่าย โดยส่วนด้านบนทำจากพลาสติกแข็ง และส่วนด้านล่างถูกออกแบบด้วยวัสดุแบบนุ่มเพื่อตอบสนองต่อระดับราคาของรถ หน้าจอกลางมีขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และฟังก์ชันนำทางพื้นฐาน มีการออกแบบการใช้งานที่เข้าใจง่ายและตอบสนองได้อย่างเหมาะสม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีปุ่มควบคุมเสียง การเดินทางด้วยระบบครูซคอนโทรล ฯลฯ ที่ใช้งานสะดวก ด้านการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม รถรุ่นนี้มาพร้อมกับลำโพงจำนวน 6 ตัว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องเสียบ USB ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งเพียงพอกับความต้องการใช้งานปกติ จุดเด่นอยู่ที่อุปกรณ์ความปลอดภัย นอกจากมีถุงลมนิรภัยหน้าคู่ ถุงลมข้าง และม่านลมนิรภัยแล้ว ยังมาพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ การเตือนการชนด้านหน้า และระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พบได้ยากในปิกอัพในระดับเดียวกัน

ในด้านของพื้นที่ใช้สอย รถมีความยาว กว้าง และสูงเท่ากับ 5280 มม., 1870 มม., 1785 มม. ตามลำดับ ระยะฐานล้ออยู่ที่ 3125 มม. พื้นที่วางขาด้านหลังสำหรับผู้โดยสารสูง 175 ซม. มีระยะห่างจากหัวเข่าถึงเบาะหน้าเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น ขณะที่พื้นที่ศีรษะเหลือระยะประมาณสองนิ้ว แสดงผลในระดับมาตรฐานสำหรับรถประเภทนี้ ด้านความสามารถในการจัดเก็บ ช่องเก็บของตรงกลางมีขนาดใหญ่ ช่องใส่ของที่แผงประตูสามารถใส่ขวดน้ำขนาดเล็กได้สองขวด และยังมีพื้นที่เก็บของที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะหลัง ขนาดของพื้นที่ถาดบรรทุกภายในได้มาตรฐาน ขอบถาดมีความสูงที่เหมาะสม ง่ายต่อการขนถ่ายสินค้าในชีวิตประจำวัน

ระบบขับเคลื่อนติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ (190 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แรงบิดเริ่มต้นในการออกตัวตอบสนองได้ทันที เมื่อเทอร์โบทำงานส่งแรงบิดได้อย่างเต็มที่ การเร่งเครื่องในระดับความเร็วต่ำถึงปานกลางทำได้ดี ในขณะที่การเร่งเพื่อแซงด้วยความเร็วสูง การเหยียบคันเร่งลึกจะทำให้เกียร์ลดลงอย่างรวดเร็วและกำลังแรงขับเคลื่อนที่ออกมามีความราบรื่น โหมดการขับขี่มีให้เลือกสามแบบ ได้แก่ โหมดประหยัด โหมดมาตรฐาน และโหมดสปอร์ต โดยในโหมดประหยัด การตอบสนองของคันเร่งจะช้าลง เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ขณะที่โหมดสปอร์ตมีการตอบสนองที่เร้าใจมากขึ้น เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการเร่งความเร็วในทันที

ด้านการควบคุมพวงมาลัยมีแรงหมุนในระดับที่เหมาะสม ความแม่นยำของการควบคุมอยู่ในระดับปกติซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของรถกระบะ ระบบช่วงล่างใช้ช่วงล่างอิสระด้านหน้าและแหนบเหล็กที่ด้านหลัง (หมายเหตุ: ในตารางสเปคระบุว่าช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระอาจจะเป็นการเขียนผิด เพราะโดยปกติรถกระบะมักจะใช้แหนบเหล็กด้านหลัง) เมื่อขับขี่บนทางเรียบสามารถลดแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กได้ดี แต่เมื่อผ่านลูกระนาดหรือเส้นทางขรุขระ ผู้โดยสารด้านหลังจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมาก ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ตัวรถมีเสถียรภาพดีและไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากลมด้านข้าง ในด้านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ด้วยระยะต่ำสุดจากพื้นถึงตัวรถ 235 มม. และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รถสามารถข้ามพื้นที่โคลนหรือทางกรวดเบาๆ ได้ดี การสลับใช้งานตัวถังกลางง่ายดาย แต่เนื่องจากโครงสร้างช่วงล่างด้านหลัง ความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดที่หนักหน่วงจึงมีข้อจำกัด

สำหรับการทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน บนสภาพถนนที่หลากหลายมีอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 9.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร บนทางหลวงอยู่ที่ประมาณ 8 ลิตร และในเมืองที่รถติดหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 11 ลิตร ซึ่งสำหรับรถกระบะดีเซลขนาด 3.0 ลิตร ถือว่าอยู่ในระดับเฉลี่ยของรถในคลาสเดียวกัน ในด้านสมรรถนะการเบรก ใช้ระบบดิสก์เบรกหน้ารวมกับดรัมเบรกหลัง แป้นเบรกมีระยะในการเหยียบยาว แรงเบรกช่วงต้นค่อนข้างน้อย แต่ในช่วงครึ่งหลังการเบรกมีความเสถียรอย่างไรก็ตามเมื่อต้องหยุดฉุกเฉิน การควบคุมท่าทางของตัวรถอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่ เสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างดังเมื่ออยู่ในรอบเดินเบา และเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางค่อนข้างแทรกเข้าห้องโดยสารมาก ผู้โดยสารด้านหลังจะรู้สึกถึงเสียงอย่างชัดเจน เบาะนั่งมีความแข็งเล็กน้อย เมื่อใช้งานระยะเวลานานอาจรู้สึกเมื่อยล้า แต่ในแง่ของความรองรับส่วนเอวถือว่าใช้งานได้ดี ระบบกู้คืนพลังงาน (รถยนต์ดีเซลไม่มีฟังก์ชันนี้ ข้ามส่วนนี้ไปได้)

ในด้านภาพรวม Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT รุ่นปี 2024 มีข้อดีหลักที่การติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ครบครัน กำลังเครื่องยนต์ดีเซลที่เพียงพอ และมีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นประโยชน์ เทียบกับ Toyota Hilux และ Isuzu D-Max ในคลาสเดียวกัน รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในด้านระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ครบถ้วนกว่า แต่ยังด้อยเรื่องภาพลักษณ์แบรนด์และความเชื่อมั่นเรื่องความทนทาน รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ต้องการบรรทุกสินค้าในบางครั้ง หรือคนที่ชอบการขับขี่แบบออฟโรดเล็กน้อย เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และผู้ใช้รถในครอบครัว โดยรวมแล้วถือว่าเป็นรถกระบะที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและความปลอดภัยในตลาดประเทศไทยได้อย่างมีศักยภาพ

ข้อดี
ฝนตกหนักขับรถบนทางภูเขารถทรงตัวดี ถนนเลนโคลนไม่ลื่น มีความรู้สึกปลอดภัยสูง
เครื่องยนต์ 3.0 มีกำลังเพียงพอ ปีนทางชันและแซงขึ้นได้ง่าย ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
เบาะที่นั่งและพวงมาลัยมีความสบาย ขับขี่เป็นเวลานานก็ยังรู้สึกสบาย
ข้อเสีย
6AT เกียร์อัตโนมัติมีการกระตุกเล็กน้อยเมื่อขับตามที่ความเร็วต่ำ ประสบการณ์การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นไม่ดี
ภายในดูเป็นพลาสติก ล้อพวงมาลัยทำให้ฝ่ามือมีเหงื่อออกได้ง่าย
หน้าจอขนาด 7 นิ้วมีแสงสะท้อนในวันที่ฝนตก ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.6 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.2 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแดง
เจ้าของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
ในวันที่ฝนตกหนัก ขับรถไปบนถนนภูเขา ตัวรถนิ่งสนิทเหมือนเกาะแน่นกับพื้นดิน ความรู้สึกปลอดภัยเต็มเปี่ยม!
5 ดีเยี่ยม
สายเทา
เจ้าของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
วันนี้ฝนตกหนักขับรถบนถนนภูเขา พลัง 3.0 เสถียรมาก ไม่ลื่นในหล่มโคลน สุดยอด!
5 ดีเยี่ยม
สายอีวี
เจ้าของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
ทุกครั้งที่นั่งในรถเหมือนถูกเมฆนุ่มๆ โอบล้อมเอาไว้ ขับรถทางไกลแค่ไหนก็ยังสบายจนไม่อยากลงจากรถเมื่อวางมือบนพวงมาลัย!
4 ดีเยี่ยม
สายสปริง
เจ้าของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
แรง 3.0 นี่สุดยอดจริง ปีนเขาแซงรถก็ฟิน แต่ 6AT ตอนขับตามรถด้วยความเร็วต่ำมีสดุดนิดหน่อย ในเมืองรถติดเหยียบจนเมื่อยเท้า!
5 ดีเยี่ยม
มอเตอร์ไซค์
เจ้าของ 2024 Mazda BT-50 3.0 S Hi-Racer 6AT
สัปดาห์ที่แล้วตอนกลางคืนที่ฝนตกหนัก ขับรถกลับจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ ถนนบนภูเขาโค้งแรงและฝนตกหนัก ระบบเบรกอัตโนมัติของ BT-50 แจ้งเตือนทันที — รถปิกอัพข้างหน้าเบรกกะทันหัน ยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ช่วยฉันเบรกชะลอแล้ว ฟีเจอร์ความปลอดภัยแบบนี้ให้ 5 คะแนนไม่เว่อร์เลย แต่ภายในห้องโดยสารดูมีพลาสติกเยอะมาก พอจับพวงมาลัยนาน ๆ มือก็เหงื่อออกที่ฝ่ามือ หน้าจอ 7 นิ้วสะท้อนแสงเหมือนกระจกในวันที่ฝนตก แต่ต้องบอกว่าดีไซน์นักรบดำนี้ ขับบนถนนภูเขาก็ดูเท่แม้จะมีโคลนกระเด็นอยู่ 4 คะแนนถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่การที่อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 13.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เห็นเกจน้ำมันลดลงเร็วกว่าปัดน้ำฝนซะอีก ใจหายเลย!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2999
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
190
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
450
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
3600
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
1600-2600
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
13.5
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ขนาดยางหน้า
255/65 R17
ขนาดยางหลัง
255/65 R17
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
4x4
ความยาว(มิลลิเมตร)
5280
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1870
ความสูง(มิลลิเมตร)
1785
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3125
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ราคา 2024 BT-50 เท่าไหร่?

BT-50 ปี 2024 จะใช้เครื่องยนต์อะไร?

ปัญหาของ BT-50 ในปี 2024 คืออะไร?