รูป Alfa Romeo

รีวิว Alfa Romeo 4C

Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013เป็นรถสปอร์ตระดับเริ่มต้นที่แบรนด์กลับมามุ่งเน้นประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ โดยมีระบบขับหลังแบบวางเครื่องกลาง การควบคุมน้ำหนักที่เบา และการออกแบบแบบอิตาเลียนคลาสสิกเป็นจุดขายหลัก
รูป Alfa Romeo 4C
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Alfa Romeo 4C
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.7
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

2013 Alfa Romeo 4C รุ่น 1.7L I-4 เป็นผลงานที่สะท้อนการกลับมาของแบรนด์สู่การขับขี่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความสนุกสนาน โดยเจาะตลาดรถสปอร์ตระดับเริ่มต้นที่ให้ความสำคัญกับน้ำหนักเบาและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมกับรูปแบบการวางเครื่องยนต์กลาง-ขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.7 ลิตรเป็นจุดขายหลัก ผสานกับการออกแบบสไตล์อิตาเลี่ยนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้ที่หลงใหลในการขับขี่ต่างตั้งความหวังไว้สูง การรีวิวในครั้งนี้ เราจะพูดถึงรายละเอียดการออกแบบภายนอกและประสิทธิภาพการขับขี่ของรถรุ่นนี้ เพื่อดูว่ารถสปอร์ตจากสิบปีก่อนรุ่นนี้ยังตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในปัจจุบันได้หรือไม่

เมื่อแรกเห็น 4C คุณจะถูกดึงดูดด้วยลุคที่กะทัดรัดและรูปลักษณ์ที่ต่ำลง — ความยาวของตัวรถ 3989 มม. กว้าง 1864 มม. และสูงเพียง 1183 มม. อัตราส่วนที่ชัดเจนแบบรถสปอร์ตสองประตูสองที่นั่ง เมื่อจอดข้างถนนก็ดูโดดเด่นอย่างมาก ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าแบบสามเหลี่ยมกลับหัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Alfa Romeo ด้านในติดตั้งลายรังผึ้ง โดยมีไฟหน้าแบบยาวที่เชื่อมต่อกับตัวกระจังด้านซ้ายและขวา ภายในชุดไฟมีไฟกลางวันแบบ LED ที่เมื่อติดสว่างจะดูสะดุดตาอย่างมาก ด้านข้างของตัวถังมีเส้นสายที่ลื่นไหล เส้นข้างตัวถังที่ต่อเนื่องจากฝากระโปรงยาวไปถึงส่วนท้ายของรถ เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตด้วยยางหน้าขนาด 205/45 R17 และยางหลังขนาด 235/40 R18 ส่วนท้ายรถออกแบบมาอย่างเรียบง่าย รูปทรงส่วนท้ายโค้งมนพร้อมปลายไอเสียแบบคู่ที่ติดตั้งบนทั้งสองฝั่ง ไฟท้ายใช้ไฟ LED แบบวงกลมที่เมื่อส่องสว่างในยามค่ำคืนจะมีความโดดเด่นมาก ที่น่าสนใจก็คือหลังคาซันรูฟที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ถึงแม้จะมีพื้นที่เปิดไม่กว้างมาก แต่ก็สามารถเพิ่มอารมณ์ความโปร่งโล่งเวลาอยู่หลังพวงมาลัยได้บ้าง

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร ดีไซน์โดยรวมเน้นไปที่คนขับเป็นศูนย์กลาง คอนโซลหน้าถูกออกแบบให้เอียงเข้าหาฝั่งที่นั่งคนขับเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน วัสดุที่ใช้ทำจากหนังนุ่มและผ้า Alcantara พร้อมตกแต่งด้วยแถบโลหะเสริมให้ความหรูหราและบรรยากาศที่สปอร์ตสมดุลกันได้อย่างลงตัว ด้านคุณสมบัติสำคัญ HUD จะแสดงความเร็วและรอบเครื่องยนต์โดยไม่ต้องหันมองจอ ช่วยลดการเสียสมาธิระหว่างการขับขี่ หน้าจอควบคุมกลางขนาด 10.25 นิ้วมีระบบ Alfa Connect อัจฉริยะ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และการสะท้อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยการใช้งานหน้าจอให้ความลื่นไหลที่อยู่ในระดับมาตรฐานสมัยนั้น เบาะนั่งถูกออกแบบให้เป็นแบบบัคเก็ตซีทเพื่อความกระชับตัวในการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูง พร้อมการรองรับที่ดีเยี่ยม ส่วนที่นั่งมีวัสดุที่ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ทำให้เหมาะสำหรับการขับแบบใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้จะเป็นรถแบบสองที่นั่ง แต่กล่องเก็บของตรงกลางและช่องเก็บของบริเวณแผงประตูมีพื้นที่ใช้งานพอประมาณ สามารถวางของชิ้นเล็กเช่น โทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์ได้

ในแง่ของพื้นที่ใช้สอย ด้วยความเป็นรถสปอร์ทสองประตูสองที่นั่ง 4C ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคนขับและผู้โดยสารด้านข้างเป็นหลัก — ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. เมื่อปรับตำแหน่งที่นั่งจะมีช่องว่างเหนือศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น และสามารถยืดขาไปยังบริเวณที่เหยียบได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด พื้นที่ด้านผู้โดยสารด้านข้างก็มีความกว้างขวางใกล้เคียงกับที่นั่งคนขับ โดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแม้ว่ารถจะมีขนาดกระทัดรัดก็ตาม ในแง่ของการเก็บของ นอกจากช่องเก็บของเล็กๆ ระหว่างที่นั่งด้านหน้าและหลังแล้ว 4C ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระเล็กๆ บริเวณท้ายรถ แม้ความจุไม่มาก แต่ก็สามารถจุสัมภาระได้ราวๆ สองกระเป๋าเดินทางขนาดพกพาหรือของใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ การมีช่องลมแอร์ด้านหลังเพิ่มเข้ามาถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายของผู้โดยสารด้านข้างได้อย่างดี

ส่วนของระบบขับเคลื่อน 4C มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.7T ที่สามารถให้กำลังสูงสุดออกมาได้ที่ 6000rpm และแรงบิดสูงสุดจะเริ่มทำงานที่ 4250rpm มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดและการวางระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (Mid-Engine Rear-Drive) การตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและมีความสม่ำเสมอ เมื่อเปลี่ยนไปที่โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ความไวของคันเร่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพียงแตะคันเร่งเล็กน้อยในขณะออกตัว คุณก็จะสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่รุนแรง การเร่งจาก 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ภายใน 6 วินาที การเร่งความเร็วในตอนกลางก็ทำได้ดีมาก เมื่อเร่งแซงและกดคันเร่งลงไป ระบบเกียร์จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตอบสนองทันทีเพียงเรียกร้อง ก็สามารถตอบโจทย์ทั้งขับขี่ในเมืองและการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจแบบเป็นครั้งคราว ระบบ Start-Stop ของเครื่องยนต์ที่มีในรถทุกรุ่นนั้นช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันสำหรับการขับขี่ในเมือง อัตราการสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีสำหรับรถสปอร์ต

ด้านการควบคุม เป็นจุดเด่นหลักของ 4C โดยระยะฐานล้อ 2500 มม. และน้ำหนักรถที่เบาเพียง 1490 กก. พวงมาลัยมีความแม่นยำในการควบคุมและมีระยะลูกเล่นน้อยมาก เมื่อเข้าโค้งสามารถรับรู้ข้อมูลพื้นถนนได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับรถได้อย่างแม่นยำ ระบบกันสะเทือนถูกปรับแต่งให้แข็งแรงมากกว่าเล็กน้อย ทำให้ขณะขับขี่บนถนนที่มีหลุมบ่ออาจจะมีแรงสั่นสะเทือนที่ถูกส่งต่อมาที่ยังภายในห้องโดยสารอย่างชัดเจน แต่ในขณะเข้าโค้งนั้นสามารถรองรับได้ดีเยี่ยม การเอียงของตัวรถถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ดี รวมถึงมีจุดศูนย์ถ่วงที่ได้เปรียบจากการวางเครื่องยนต์กลางลำ การเข้าโค้งจึงมีความเสถียรและมีประสิทธิภาพสูง ระบบเบรกก็มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน เมื่อเหยียบเบรกจะรู้สึกเรียบง่ายและสมูท การปล่อยแรงเบรกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยในกรณีที่ต้องเบรกกะทันหัน รถจะรักษาสมดุลและไม่มีอาการโค้งต่ำที่ชัดเจน ด้านการควบคุมเสียง จะมีเสียงลมและเสียงยางที่ดังค่อนข้างชัดเจนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง แต่ก็ช่วยเสริมความตื่นเต้นให้กับการขับขี่ในระดับหนึ่ง

โดยรวมแล้ว Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 รุ่นปี 2013 มีจุดเด่นที่ให้ความสนุกในการขับขี่ การออกแบบอันคลาสสิกแบบอิตาลี และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่หลากหลาย เมื่อเปรียบเทียบกับ Porsche Cayman ในระดับเดียวกัน มันมีความได้เปรียบในด้านราคา ในขณะที่ระดับอุปกรณ์นั้นไม่แตกต่างกันมากนัก และเมื่อเทียบกับ Audi TT จะพบว่า 4C มีคุณภาพด้านการควบคุมและการตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ที่โดดเด่นกว่า รถคันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การขับขี่ ต้องการสมรรถนะในการควบคุมรถ และมีความหลงใหลในดีไซน์แบบอิตาลี ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันหรือขับขี่ขึ้นเขาในวันหยุดสุดสัปดาห์ มันสามารถมอบความสนุกในการขับขี่ได้อย่างเพียงพอ หากคุณมีงบประมาณเท่ากับระดับรถสปอร์ตรุ่นเริ่มต้น และไม่ต้องการพื้นที่เบาะหลัง แต่สนใจในเรื่องสัมผัสการขับขี่ที่แท้จริง 4C จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าน่าสนใจสำหรับคุณอย่างแน่นอน

ข้อดี
1.7T เครื่องยนต์แรง มีพลังในการเร่ง ความเร็วตอบสนองได้ดีตามการเหยียบ มีความสนุกในการขับขี่
ระยะฐานล้อสั้น + การขับแบบล้อหลัง ตัวรถคล่องตัว เหมาะสำหรับการสัญจรในรถติดและตรอกซอยเล็ก ๆ
จอ HUD ใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องก้มดูหน้าปัด เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่
ข้อเสีย
114mm ระยะห่างจากพื้นต่ำ ผ่านหลุมหรือเนินชะลอความเร็วอาจกระแทกพื้นได้ ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
ถังน้ำมันขนาด 40 ลิตรเล็ก การเดินทางระยะไกลต้องเติมน้ำมันบ่อยขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง
พื้นที่เก็บของไม่เพียงพอ กล่องเก็บของข้างคนขับมีขนาดเล็ก เก็บร่มพับหรือของใช้ขนาดใหญ่ไม่สะดวก
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 18 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 18 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายครูซ
เจ้าของ Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013
อาทิตย์ที่แล้วฝนตกหนักทำให้ติดอยู่ใต้ทางด่วนในกรุงเทพฯ ที่ปัดน้ำฝนปัดกระจกหน้ารถไปมา ฉันเอนตัวบนเบาะ Alcantara ลูบแต่งแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์บนแผงควบคุม—การตกแต่งภายในนี้ช่างเหมือนรังไหมที่ทำขึ้นมาเพื่อผู้ขับขี่ โดยแม้แต่ HUD ก็ฉายอยู่ในสายตาพอดี หันศีรษะมองที่ท้องถนนเปียกลื่น รูปลักษณ์ต่ำของมันที่เคลื่อนตัวไปในแกนจราจรอย่างคล่องแคล่วด้วยระยะฐานล้อสั้น ๆ ที่ทำได้ดีกว่ารถปิกอัพข้าง ๆ เพียงแต่ว่าล้อหน้าขนาด 17 นิ้วจะดูเหมือนลื่นเล็กน้อยเมื่อข้ามน้ำขัง อย่างไรก็ตาม รถสปอร์ตเล็กคันนี้ในฤดูฝนของกรุงเทพฯ กลับเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวที่เคลื่อนที่ได้ นอกจากแอร์เบาะหลังที่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น (เพราะมีแค่ที่นั่งสองที่) ทุกอย่างก็ถูกใจไปหมด
4 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013
หลังจากฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันขับมันไปที่ร้านกาแฟที่เชิงเขาเชียงใหม่ ถนนบนภูเขาที่ลื่นล้มหลังจากฝนตกยางหลังของรุ่น 235 มีการยึดเกาะที่ดีมาก จอแสดงผล HUD ทำให้ฉันไม่ต้องก้มหน้ามองที่รอบเครื่องยนต์ แรงของเครื่องยนต์ 1.7T ก็พร้อมตอบสนองเมื่อเข้าโค้งได้ตามที่ต้องการ เพียงแต่ระยะห่างจากพื้น 114 มม. ต้องระวังเวลาขับผ่านแอ่งน้ำลึกไม่ให้ใต้ท้องรถไปกระแทก พื้นผิววัสดุ Alcantara ในห้องโดยสาร ช่วยให้สัมผัสเหมือนจับหยกอุ่นๆ แต่ช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านเล็กเกินที่จะใส่ร่มพับลงไปได้ อย่างไรก็ตาม ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยเบรกฉุกเฉินในเวลาที่ติดขัดในเขตเมือง ความปลอดภัยของระบบนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ
4 ดีเยี่ยม
สายดีเซล
เจ้าของ Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013
ก่อนหน้านี้ขับรถยนต์ญี่ปุ่นสำหรับครอบครัว รู้สึกเหมือนขาด "จิตวิญญาณ" แต่พอเปลี่ยนมาใช้ 4C ถึงจะได้สัมผัสกับจังหวะของรถสปอร์ตอย่างแท้จริง! ในช่วงเช้าเมื่อกรุงเทพติดขัด 1.7T+ระบบขับเคลื่อนล้อหลังมีพลังที่สามารถซอกแซกในช่องว่างรถได้อย่างสนุกสนาน เกียร์อัตโนมัติเปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่นกว่าที่คิด ช่วงวันหยุดขับบนทางด่วนไปพัทยา ระดับความสูงใต้ท้อง 114 มม. ต้องระวังเวลาเจอลูกระนาด แต่หน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจก (HUD) ช่วยดูความเร็วได้สะดวกมาก ระบบความปลอดภัยแบบแอ็คทีฟที่มาพร้อมกับรุ่นมาตรฐานก็ติดตามความเร็วได้เสถียร การตกแต่งภายในให้คะแนนเต็ม? จริงๆ แล้วมีชิ้นส่วนพลาสติกเยอะอยู่ แต่เบาะนั่งทรงถังแข่งให้สัมผัสการโอบรับที่ยอดเยี่ยม อุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน ส่วนตัวยึดเบาะเด็ก ISO FIX ก็ทำให้สบายใจเวลาเดินทางพร้อมลูกน้อย ข้อเสียที่เจอคือถังน้ำมัน 40 ลิตร เวลาขับทางไกลต้องแวะเติมบ่อย โดยเฉพาะตอนราคาน้ำมันในไทยพุ่งสูงก็รู้สึกแอบเสียดายเงินอยู่เหมือนกัน! แต่ทุกครั้งที่สตาร์ทรถได้ยินเสียงท่อไอเสีย มันก็คุ้มค่าทุกสิ่งทุกอย่าง
4 ดีเยี่ยม
สายโช้ค
เจ้าของ Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013
รถคันนี้ 1.7T ในวันที่อากาศร้อน เสียงท่อไอเสียดังเหมือนระเบิดถนน แต่ที่ความเร็วต่ำจะกระชากไปหน่อย ต้องจับพวงมาลัยให้แน่น!
5 ดีเยี่ยม
สายสตรีท
เจ้าของ Alfa Romeo 4C 1.7L I-4 2013
ก่อนหน้านี้ใช้รถบ้านสัญชาติญี่ปุ่น แต่เปลี่ยนมาใช้ 4C เพราะชอบจิตวิญญาณแบบอิตาเลียนของมัน ฤดูฝนในไทยมีเยอะ ระยะห่างใต้ท้องรถ114มม. เหมาะกับการผ่านแอ่งน้ำขัง แต่ตัวรถที่แคบทำให้การขับในซอยเล็กๆ ช่วงเช้าที่การจราจรหนาแน่นของกรุงเทพฯ คล่องตัวกว่ารถเก่ามาก! พอถึงวันหยุดไปวิ่งถนนบนภูเขาแถบหัวหิน ขับเคลื่อนล้อหลังกับเกียร์อัตโนมัติ รู้สึกถึงแรงบิดที่พุ่งทะลุ 4250 รอบต่อนาทีจนลมทะเลตามไม่ทันเลยทีเดียว รูปลักษณ์ภายนอกให้ 4 คะแนน เพราะคิดว่าการออกแบบไฟหน้าดู “เรียบเกินไป” ขาดความโฉบเฉี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Alfa แต่ภายในให้ 5 คะแนนเต็มไม่มีข้อบ่น — จอแสดงผลบนกระจกหน้ารถ (HUD) ในช่วงแดดจัดทำให้ดูแผนที่ได้โดยไม่แสบตา ผ้าหนังกลับ Alcantara ให้สัมผัสที่ดีกว่าพลาสติกรถเก่าเป็นร้อยเท่า ส่วนระบบความปลอดภัยต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์มาก ครั้งก่อนที่ใช้ทางด่วนแล้วรถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบเบรกอัตโนมัติช่วยทันที ยังไวกว่ารีแอคชันของเราอีก! มีข้อเสียนิดเดียว: ถังน้ำมันจุ 40 ลิตร ขับไปกลับพัทยาต้องเติมน้ำมันสองรอบ แต่เพื่อความสนุกในการขับแบบนี้ คุ้มค่าแน่นอน
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.7
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1742
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6000
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
4250
จำนวนลูกสูบ
6
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
205/45 R17
ขนาดยางหลัง
235/40 R18
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
3989
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1864
ความสูง(มิลลิเมตร)
1183
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
1639
รูป Alfa Romeo 4C
Alfa Romeo 4C
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo 4C
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Alfa Romeo 4C
Alfa Romeo 4C
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Alfa Romeo 4C
vs
Subaru BRZ
รูป Alfa Romeo 4C
Alfa Romeo 4C
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Alfa Romeo 4C
vs
Toyota GR 86

ความเร็วสูงสุดของ 4C คือเท่าไหร่?

รถ Alfa 4C มีระบบปรับอากาศหรือไม่?

คู่แข่งของ Alfa 4C มีใครบ้าง?