รูป Audi

รีวิว Audi A6 Avant 1998

1998 Audi A6 Avant publicเป็นรถยนต์สไตล์วากอนขนาดกลางสุดคลาสสิคจากเยอรมัน โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่สมดุลและใช้งานได้จริง การออกแบบที่สุขุมและลงตัว พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจ รองรับความต้องการของผู้ใช้ในครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม
รูป Audi A6 Avant
รูป Audi A6 Avant
รูป Audi A6 Avant
รูป Audi A6 Avant
รูป Audi A6 Avant
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Audi A6 Avant 1998
ตัวถัง
Hatchback
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
ดู Audi A6 Avant >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดรถประเภทแวกอนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มเล็กและผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นประโยชน์ใช้งาน หลายครอบครัวไม่พอใจกับพื้นที่ของรถยนต์ซีดานแบบเดิมอีกต่อไป และเริ่มมองหารถรุ่นแวกอนที่มีความสามารถใช้งานได้หลากหลายพร้อมให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดี ในฐานะที่เป็นรุ่นคลาสสิคของแบรนด์หรูจากเยอรมัน Audi A6 Avant รุ่นปี 1998 public ได้ดึงดูดความสนใจจากครอบครัวผู้ใช้รถจำนวนมากด้วยสมรรถนะของสินค้าในปีนั้น สำหรับการทดสอบขับในครั้งนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบภายนอก การขับ และความเป็นประโยชน์ใช้งาน เพื่อดูว่ารถยนต์คลาสสิครุ่นนี้ยังคงมีจุดเด่นที่น่าการเรียนรู้ในปัจจุบันหรือไม่

จากการมองภายนอก Audi A6 Avant รุ่นปี 1998 public ยังคงใช้ภาษาการออกแบบคลาสสิคของตระกูล Audi เส้นสายโดยรวมดูไหลลื่นและมีความมั่นคง ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าทรงตรงพร้อมไฟหน้าขนาดกลมมน แม้ไม่มีความโฉบเฉี่ยวเหมือนรถรุ่นใหม่ แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ที่สูง ด้านข้างของตัวถังลักษณะเด่นที่สุดคือการออกแบบส่วนท้ายให้ยาว ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ มีเส้นสายที่ยาวจากปีกหน้ารถย้อนถึงไฟท้าย รวมกับล้อขนาด 16 นิ้วทรงหลายซี่ ทำให้ท่าทางโดยรวมดูเพรียวและสอดคล้อง ด้านท้ายของรถ ไฟท้ายถูกจัดเรียงในแนวตั้ง และกันชนหลังออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ประตูท้ายมีการใช้กระจกขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมุมมองด้านหลัง ยังช่วยให้ลักษณะภายนอกดูไม่หนักเกินไป ในส่วนของระบบแสง ไฟหน้าเป็นแบบฮาโลเจนที่สามารถปรับระดับได้ด้วยมือ ไฟท้ายก็เป็นแบบวัสดุฮาโลเจน แม้ไม่มีองค์ประกอบ LED แต่ก็ถือว่าเป็นการกำหนดมาตรฐานของรุ่นในยุคเดียวกัน

เมื่อเข้าสู่ภายใน แผงควบคุมหน้าถูกออกแบบในทรงตัว T แบบคลาสสิค การออกแบบโดยรวมมุ่งเน้นที่ความเป็นประโยชน์ใช้งาน ด้านหน้าของแผงควบคุมถูกปกคลุมด้วยวัสดุแบบนุ่มขึ้นรูป ด้านล่างเป็นพลาสติกแข็ง ช่องพนักวางแขนกลางและด้านในประตูปกคลุมด้วยวัสดุหนัง การใช้วัสดุอยู่ในระดับกลางถึงสูงเมื่อเทียบกับรถระดับกลางในยุคนั้น หน้าจอควบคุมกลางเป็นหน้าจอแบบขาวดำขนาดประมาณ 5 นิ้ว ที่รองรับการรับวิทยุ การเล่นแผ่น CD และแสดงข้อมูลพื้นฐานของรถ การใช้งานมีตรรกะง่ายและตรงไปตรงมา เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ เบาะที่นั่งด้านหน้าสามารถปรับพนักพิงและความสูงได้ด้วยมือ มีการรองรับที่ช่วยพยุงส่วนเอวได้ด้วยการปรับด้วยมือ เมื่อนั่งเป็นเวลานานก็ไม่ทำให้ส่วนเอวรู้สึกเมื่อยล้า เบาะที่นั่งด้านหลังมีพนักวางแขนแบบพับเก็บได้พร้อมช่องวางแก้ว พื้นด้านหลังมีการยกเล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่อพื้นที่ส่วนขาสำหรับผู้โดยสารตรงกลางมากนัก

ในด้านพื้นที่การใช้งาน ขนาดตัวรถมีความยาว ความกว้าง และความสูงอยู่ที่ 4792 มม., 1814 มม., และ 1498 มม. ตามลำดับ และฐานล้อมีความยาว 2813 มม. พื้นที่ส่วนศีรษะของผู้โดยสารด้านหน้ามีประมาณ 980 มม. พื้นที่ส่วนขาเมื่อเบาะนั่งด้านหน้าดันไปข้างหน้าสุดมี 850 มม. และเมื่อดันไปด้านหลังสุดจะมีถึง 1050 มม. พื้นที่กว้างขวางมาก พื้นที่ส่วนศีรษะของผู้โดยสารแถวหลังมีประมาณ 950 มม. และพื้นที่ส่วนขาสำหรับการนั่งในท่านั่งปกติมีประมาณ 920 มม. แม้ว่าผู้โดยสารจะมีความสูงถึง 180 ซม. ก็ไม่รู้สึกอึดอัด พื้นที่เก็บสัมภาระปกติมีความจุ 551 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 1590 ลิตรเมื่อพับเบาะนั่งแถวหลัง พื้นที่ภายในจัดการได้สะดวกและพื้นเรียบ เหมาะสำหรับการวางสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น รถเข็นเด็กหรือกระเป๋าเดินทาง ในส่วนของที่เก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่องเก็บของที่บานประตูหน้าสามารถจุขวดน้ำขนาด 500 มล. ได้สองขวด กล่องวางของตรงที่วางแขนกลางมีขนาดประมาณ 4 ลิตร สามารถใส่โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ และของขนาดเล็กอื่น ๆ ได้ ผู้ถือแก้วด้านหน้าสามารถรองรับแก้วน้ำหลายขนาด

ด้านสมรรถนะ รุ่นที่ทดสอบขับครั้งนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V6 แบบไร้ระบบอัดอากาศขนาด 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 142 กิโลวัตต์ (193 แรงม้า) แรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดแบบ Tiptronic ในโหมดการขับขี่แบบปกติ การออกตัวของรถมีการส่งกำลังที่ราบรื่น ไม่มีการกระตุกอย่างชัดเจน เมื่อรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นถึง 3,000 รอบต่อนาที กำลังเริ่มมีการพุ่งตัวที่เด่นชัดขึ้น และกระบวนการเร่งความเร็วมีความลื่นไหล ในขณะการเร่งแซง การเหยียบคันเร่งลึกๆ จะทำให้เกียร์ลดลงอย่างรวดเร็ว รอบเครื่องยนต์พุ่งสูงขึ้นกว่า 5,000 รอบต่อนาที การตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์เป็นไปอย่างทันใจ อัตราเร่งจากความเร็ว 60 กม./ชม. ถึง 120 กม./ชม. ใช้เวลาเพียงประมาณ 7 วินาที เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต ระบบเกียร์จะมีการเปลี่ยนเกียร์ในลักษณะที่ก้าวร้าวขึ้น โดยคงรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงรอบสูง การส่งพลังงานจะตรงไปตรงมามากขึ้น แต่จะทำให้การสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

ในด้านการควบคุมและประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง พวงมาลัยใช้ระบบช่วยผ่อนแรงแบบไฮดรอลิก มีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนัก ความแม่นยำในการบังคับทิศทางสูง และระยะฟรีของพวงมาลัยค่อนข้างน้อย ในการขับเข้าโค้งสามารถให้ความรู้สึกตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้ชัดเจน ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ Multi-link ด้านหน้า และด้านหลังแบบแขนยึดรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู การปรับจูนโดยรวมเน้นไปที่ความสะดวกสบาย ในการขับผ่านเนินชะลอความเร็วหรือถนนที่ขรุขระ ช่วงล่างสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวรถไม่กระโดดมาก ผู้โดยสารที่เบาะหลังก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ขณะที่ขับผ่านโค้งด้วยความเร็วสูง การเอียงของตัวรถอยู่ในระดับที่เหมาะสม ระบบช่วงล่างมีความมั่นคง รองรับการทรงตัวได้ดี และไม่มีอาการพุ่งหน้าอย่างเด่นชัด ความเสถียรโดยรวมถือว่าดีเยี่ยม

ในส่วนของการทดสอบสมรรถนะเฉพาะ เราได้ทำการทดสอบการบริโภคน้ำมัน ในสภาพการจราจรที่แออัดในเมือง การใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 12.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ส่วนในสภาวะการขับทางหลวง การใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในสภาพการขับผสม การใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 10.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งสำหรับเครื่องยนต์ V6 ขนาด 2.8 ลิตร การบริโภคน้ำมันถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ด้านสมรรถนะการเบรก ระยะหยุดรถจากความเร็ว 100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 42 เมตร คันเหยียบเบรกมีช่วงการกดที่ยาวมาก ในช่วงแรกของการกด จะให้แรงเบรกที่นุ่มนวล ส่วนช่วงหลังก็จะมีแรงที่เพียงพอ สมรรถนะโดยรวมของเบรกมีความเสถียร

ด้านความสะดวกสบายในการขับและโดยสาร เสียงของเครื่องยนต์ขณะเดินเบาอยู่ที่ประมาณ 45 เดซิเบล ความเร็ว 60 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 58 เดซิเบล และความเร็ว 120 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 68 เดซิเบล เสียงลมหรือเสียงยางยังอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ขณะขับขี่ในชีวิตประจำวัน เสียงเหล่านี้จะไม่รบกวนการสนทนาในห้องโดยสาร เบาะนั่งภายในมีความนุ่มในระดับพอเหมาะ สามารถรองรับลำตัวได้ดีและสบาย ในการโดยสารระยะเวลานานๆ จะไม่ทำให้เกิดความอึดอัดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

โดยรวมแล้ว จุดเด่นหลักของ Audi A6 Avant public รุ่นปี 1998 อยู่ที่การมีพื้นที่ที่สมดุล การส่งกำลังที่เสถียร และการปรับจูนช่วงล่างที่ให้ความสบาย เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกันในยุคนั้น เช่น BMW 5 Series Touring และ Mercedes-Benz E-Class Touring จะพบว่า A6 Avant public มีความเหนือกว่าในด้านความใช้งานได้ในเชิงปฏิบัติและราคา แต่ในเรื่องของระดับความหรูหราและความสนุกสนานในการขับขี่ยังคงน้อยกว่าคู่แข่ง รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจในความใช้งานได้จริงของพื้นที่และความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้รถเพื่อขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ในระยะเวลาบ่อยๆ ความสามารถของตัวรถสามารถตอบสนองความต้องการในการใช้งานในครัวเรือนและการเดินทางไกลได้อย่างครบครัน

ในฐานะรถยนต์สไตล์แวกอนขนาดกลางจากเยอรมันสุดคลาสสิก Audi A6 Avant public รุ่นปี 1998 แม้ว่าในด้านเทคโนโลยีจะไม่สามารถเทียบชั้นกับรถรุ่นใหม่ในปัจจุบันได้ แต่การใช้งานและคุณภาพการขับขี่ ยังคงเป็นจุดเด่นที่ยังสามารถได้รับการยกย่อง แม้ในยุคปัจจุบัน หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์คลาสสิก และให้ความสำคัญกับการใช้งานที่สะดวกสบาย รถคันนี้อาจตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้

ข้อดี
เครื่องยนต์ทรงพลัง, V6 แรงบิดต่ำเพียงพอ, การแซงรถในเมืองและการตามรถทำได้ง่าย, และการวิ่งบนทางหลวงมีความเสถียร
พื้นที่ใช้สอยมีประโยชน์, พื้นที่เก็บของท้ายรถแบบยกเปิดกว้างขวาง, รองรับผู้โดยสารหรือสิ่งของเต็มคันโดยไม่แออัด, เบาะหลังนั่งสบาย
แชสซีส์แน่นหนา, โครงสร้างรถแข็งแรง, ขับขี่บนถนนลื่นได้อย่างมั่นคง, มีความปลอดภัยสูง
ข้อเสีย
ระบบปรับอากาศของรถเก่ามีปัญหา อยู่ต้องบำรุงรักษาบ่อย บางครั้งการทำความเย็นช้า หรือมีเสียงแปลกๆ
ช่วงล่างจากโรงงานค่อนข้างแข็ง ผ่านถนนขรุขระต้องลดความเร็ว ส่งผลต่อความสะดวกสบาย
การตกแต่งภายในด้วยไม้สีเชอร์รี่ดูโบราณ และบางชิ้นส่วนพลาสติกเริ่มเสื่อมสภาพ
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 6 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.7 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.7 / 5
แสดงรีวิว 6 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายชมพู
เจ้าของ 1998 Audi A6 Avant public
รถวาก้อนปี'98 คันนี้ยิ่งขับก็ยิ่งชอบ! เร่งแซงในเมืองแค่เหยียบคันเร่งก็แรงพอตัว ไปทะเลพร้อมเพื่อนเต็มคันก็ไม่แออัดเลย รถทรงคลาสสิกจอดริมทางก็มีแต่คนหันมามอง ข้อเสียคือต้องบำรุงรักษาแอร์บ่อยๆ ไม่งั้นหน้าร้อนเอาไม่อยู่แน่ๆ~
4 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 1998 Audi A6 Avant public
ก่อนหน้านี้ขับรถซีดานสัญชาติญี่ปุ่นในช่วงฤดูฝนของไทยแล้วรู้สึกว่าช่วงล่างมันลอย พอเปลี่ยนมาใช้ A6 Avant ปี 98 คันนี้แล้วมั่นคงขึ้นเยอะ ตอนเช้าช่วงรถติดหนักในกรุงเทพฯ 2.8L V6 แรงบิดต่ำเหลือเฟือ ขับตามไม่เหนื่อย วันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถแบบยกขึ้นใส่กระดานโต้คลื่นและกระติกน้ำแข็งได้หมด เบาะหลังพ่อแม่ก็นั่งสองชั่วโมงไม่บ่นเมื่อย ส่วนเรื่องความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 4 จุด + ความแข็งแรงของตัวถัง ครั้งที่แล้วโดนมอเตอร์ไซค์ครูดไปแค่ถลอกเป็นรอยสีก็แค่นั้น แต่ปัญหาของรถรุ่นเก่า ๆ คือแอร์บางทีก็เย็นช้าต้องเปิดไว้ล่วงหน้าสิบกว่านาที ภายในตกแต่งหนังแท้ยังดูดีอยู่ แต่ลายไม้ดูแก่ไปหน่อย แต่อารมณ์คลาสสิกเต็ม ๆ โดยรวมแล้วใช้รถแวกอนคันนี้ในไทยสะดวกกว่ารถ Estate รุ่นที่เคยดูตอนนั้นอีก
5 ดีเยี่ยม
สายขาว
เจ้าของ 1998 Audi A6 Avant public
ก่อนหน้านี้เคยขับรถแฮทช์แบคญี่ปุ่น คิดว่ามัน "ขาดความแรง" ไปนิดหน่อย — จนกระทั่งได้เจอกับ A6 Avant รุ่นปี 98 คันนี้ ช่วงเช้าในกรุงเทพที่การจราจรติดขัดจนเหมือนลานจอดรถ? เครื่อง V6 ของมันออกตัวได้ดีตั้งแต่รอบต่ำ พวงมาลัยหนักแน่นมั่นคง ทำให้การเปลี่ยนเลนมั่นใจขึ้นอีกเท่าตัว ช่วงสุดสัปดาห์ เอากระดานโต้คลื่นไปหัวหินท้ายรถ Avant คันนี้ใส่ได้หมดทั้งกระดาน เต็นท์ และถังน้ำแข็ง ขับที่ความเร็ว 120 บนทางหลวงนิ่งเหมือนไฟลท์บินต่ำ มั่นคงกว่า BMW ซีรีส์ 5 รุ่นเก่าของเพื่อนอีก จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยถูกใจ: ในเขตเมืองเก่ากรุงเทพช่วงฤดูฝน น้ำขังตามหลุมเยอะ ช่วงล่างเดิมออกแนวแข็งไปนิด ขับผ่านหลุมต้องลดความเร็ว — แต่ความ "แข็ง" อันนี้กลับให้ความสุขบนทางโค้งในภูเขา ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ เรื่องความปลอดภัย ดีไซน์ และสมรรถนะ ให้เต็ม 5 คะแนน เพราะถึงจะเป็นรถเยอรมันอายุสามสิบปี แต่ทุกวันนี้ยังดูมีสไตล์มากกว่ารถโตโยต้าที่วิ่งเต็มถนนเสียอีก
5 ดีเยี่ยม
สายน้ำมัน
เจ้าของ 1998 Audi A6 Avant public
การตกแต่งภายในของรถยนต์รุ่นเก่านี้ยอดเยี่ยมมาก! สัมผัสตรงไหนก็ดูมั่นคง ความปลอดภัยก็เชื่อถือได้ ขับแล้วรู้สึกมั่นใจสุดๆ~
5 ดีเยี่ยม
สายออยล์
เจ้าของ 1998 Audi A6 Avant public
สัปดาห์ที่แล้วขับรถพาครอบครัวไปเล่นบนถนนในหุบเขารอบๆเชียงใหม่ จู่ๆก็เจอฝนตก ถนนลื่นมาก ผมรีบจับพวงมาลัยแน่น แต่ตัวรถกลับมั่นคงสุดๆ ไม่มีสั่นเลยแม้แต่น้อย—ช่วงล่างและระบบเบรกของรถคันเก่านี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัยเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ที่นั่งอยู่เบาะหลังก็บอกว่า เบาะหนังแท้ทั้งนุ่มสบาย แม้จะขับผ่านถนนดินที่มีหลุมก็ไม่รู้สึกว่ารถสะเทือนหนัก แม้จะเป็นรถอายุเกือบสามสิบปีแล้ว แต่ลายไม้และคุณภาพของปุ่มต่างๆในห้องโดยสารก็ยังดีอยู่ จับแล้วรู้สึกดีมากๆ
1
2

Audi A6 Avant เป็นรถที่ดีหรือไม่?

Audi A6 Avant ราคาเท่าไหร่?

ประเภทของรถคืออะไร Audi A6 Avant?