รูป Honda

รีวิว Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV 2024

2024 Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV เป็นรุ่นรถแฮทช์แบ็กไฮบริดระดับ B ที่เน้นการประหยัดน้ำมัน ความนุ่มนวล และระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดในระดับเดียวกัน ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในครอบครัวและความสปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่
รูป Honda City Hatchback
รูป Honda City Hatchback
รูป Honda City Hatchback
รูป Honda City Hatchback
รูป Honda City Hatchback
THB 729,000
Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV 2024
เซกเมนท์
B-Segment
ตัวถัง
Hatchback
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.5
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
98
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
127
ระบบเกียร์
E-CVT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถยนต์แฮทช์แบ็คขนาด B มักเป็นสนามรบหลักของผู้ใช้ครอบครัวและผู้ใช้วัยรุ่น ซึ่งต้องคำนึงถึงความประหยัดในการเดินทางในชีวิตประจำวัน และยังต้องมีอุปกรณ์ที่เพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งาน — Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV รุ่นปี 2024 เข้ามาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะนี้ ในฐานะสมาชิกในตระกูลรถไฮบริดของ Honda จุดขายหลักของรุ่นนี้ถูกนำเสนออย่างชัดเจน: การใช้น้ำมันต่ำ, สมรรถนะที่ดีและการขับเคลื่อนที่ราบรื่น พร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน จุดประสงค์หลักของการทดลองขับในครั้งนี้ คือการตรวจสอบว่าสมรรถนะของระบบไฮบริดสอดคล้องกับความคาดหวังมากน้อยเพียงใด และการใช้งานแบบนิ่งสามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของครอบครัวได้หรือไม่

มาเริ่มจากภายนอกกันก่อน โดยรวมยังคงสไตล์สปอร์ตของตระกูล Honda แต่เส้นสายของรุ่นแฮทช์แบ็คจะกระชับและปราดเปรียวกว่าเวอร์ชั่นซีดาน ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าแบบสีดำขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยแถบโครเมียมเพิ่มความโดดเด่น ไฟหน้า LED ทรงแหลมสองข้างเชื่อมต่อกับกระจังหน้า เสริมให้รถดูดูกว้างขึ้น เส้นสายด้านข้างตัวรถดูปราดเปรียว การออกแบบหลังคาลาดตั้งแต่เสา A ยาวไปจนถึงเสา C ช่วยให้ท้ายรถดูสปอร์ตขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดูเรียบง่ายแต่ลงตัว ด้านท้ายของรถ มาพร้อมชุดไฟท้าย LED แบบรมดำ จัดเรียงในแนวนอน เชื่อมด้วยแถบสีดำตรงกลาง ส่วนล่างของกันชนเสริมการออกแบบเป็นลักษณะดิฟฟิวเซอร์ สไตล์โดยรวมดูทันสมัยแต่ไม่ฉูดฉาด เป็นแบบที่ยิ่งมองก็ยิ่งดูดี

เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร การจัดวางภายในมุ่งเน้นไปที่การใช้งานจริง แผงคอนโซลหน้าถูกออกแบบให้เอียงเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อการใช้งานที่สะดวก วัสดุที่ใช้ ส่วนด้านบนของแผงคอนโซลถูกหุ้มด้วยวัสดุอ่อนมือที่ให้สัมผัสที่ดี ในขณะที่ด้านล่างเป็นพลาสติกแข็งแต่การประกอบยังคงเรียบร้อยดี หน้าจอคอนโซลกลางขนาด 8 นิ้วมาเป็นมาตรฐาน หน้าจอใช้งานง่าย รองรับ Bluetooth, CarPlay และ Android Auto การตอบสนองค่อนข้างรวดเร็ว ด้านล่างมีปุ่มควบคุมแบบกายภาพสำหรับปรับแอร์ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องหาหน้าจอ ระบบควบคุมพวงมาลัยสามารถควบคุมระดับเสียง เดินทางด้วยระบบ cruise control และรับสายโทรศัพท์ได้ ช่องแอร์และพอร์ตชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลังถูกจัดเตรียมมาให้อย่างครบครัน สำหรับวัสดุเบาะนั่งจะเป็นผ้าซึ่งให้การรองรับที่ดี เบาะหน้าสามารถปรับระดับความสูงและมุมพนักพิงได้ด้วยมือ นั่งทางไกลก็ไม่เมื่อยล้า

ด้านพื้นที่การใช้งาน ขนาดตัวถังของรถอยู่ที่ 4,349 มม. x 1,748 มม. x 1,488 มม. ระยะฐานล้อ 2,589 มม. จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของรถแฮทช์แบ็คขนาด B พื้นที่นั่งด้านหน้าให้ความสะดวกสบาย ผู้โดยสารสูง 175 ซม. นั่งแล้วมีที่ว่างศีรษะเหลือประมาณหนึ่งกำปั้น พื้นที่วางขาด้านหลังมีพื้นที่ประมาณสองกำปั้น แต่พื้นที่ศีรษะด้านหลังอาจรู้สึกแคบเล็กน้อยเนื่องจากดีไซน์หลังคาลาด แต่สำหรับการนั่งระยะสั้นของผู้ใหญ่ยังไม่มีปัญหา ด้านพื้นที่จัดเก็บของ ประตูหน้าสามารถใส่น้ำดื่มได้สองขวด คอนโซลกลางและที่วางแก้วมีพื้นที่เพียงพอ พื้นที่เก็บของท้ายรถมีความจุปกติ 314 ลิตร สามารถขยายได้ถึง 1,002 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง เหมาะสำหรับใส่รถเข็นเด็กหรือกระเป๋าเดินทาง

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน ระบบไฮบริด 1.5L นี้ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ NA และมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่วางด้านหน้า โดยเครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 98 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิดรวมกันได้ถึง 253 นิวตันเมตร สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงออกตัวและความเร็วต่ำจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก การตอบสนองของคันเร่งทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงกดคันเร่งก็รู้สึกถึงแรงกระชากได้ชัดเจนกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์น้ำมันในคลาสเดียวกัน หากเปลี่ยนไปโหมดสปอร์ต เครื่องยนต์จะทำงานร่วมมากขึ้น การส่งกำลังในระหว่างเร่งแซงเป็นไปอย่างราบรื่น หากกดคันเร่งจนสุด การส่งกำลังทำได้อย่างน่าประทับใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลอยู่ที่ 11.2 วินาที แต่จากการทดลองขับจริงให้ความรู้สึกเร็วกว่าค่าดังกล่าว ระบบเกียร์ E-CVT ทำงานได้ราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกเหมือนกับเกียร์ CVT ทั่วไป ขับขี่ในชีวิตประจำวันให้ความสะดวกสบายอย่างมาก

ในการควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและการตอบสนองไว การหมุนมีช่องว่างน้อย ในความเร็วต่ำการควบคุมนุ่มนวลแต่ในความเร็วสูงจะมีน้ำหนักเพิ่ม ความรู้สึกจับถือดี ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันและหลังแบบคานบิด ได้รับการปรับจูนให้นุ่มนวล เมื่อขับผ่านทางที่มีหลุมหรือความขรุขระ ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีความรู้สึกกระด้างเกินไป และเมื่อขับผ่านโค้ง ตัวรถสามารถควบคุมการโยกได้อย่างดี มีความเสถียรในระดับเพื่อให้ความมั่นใจและไม่รู้สึกว่ารถลอย ความสามารถในการเบรกมีลักษณะนุ่มนวล ช่วงต้นจะรู้สึกนิ่มแต่เพิ่มขึ้นในช่วงปลาย ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันง่ายต่อการควบคุม.

จุดเด่นของระบบไฮบริดคือการประหยัดน้ำมัน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามที่บริษัทระบุไว้ที่ 3.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร สำหรับการทดสอบขับในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางในเมืองและมีการเดินทางบนทางหลวงเพียงเล็กน้อย อัตราสิ้นเปลืองจริงอยู่ที่ประมาณ 3.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าใกล้เคียงมาก ทำให้ผู้ใช้ครอบครัวสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวได้เป็นอย่างดี ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน ขณะขับที่ความเร็วต่ำ การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แทบไม่มีเสียงเลย แต่เมื่อขับความเร็วสูงขึ้นจะมีเสียงลมและเสียงยางเข้ามาเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้และไม่มีผลกระทบต่อการสนทนาในรถ ระบบกู้พลังงานสามารถปรับได้สามระดับ เมื่อปรับสู่ระดับสูงสุด เพียงปล่อยคันเร่งก็สามารถรับรู้ถึงการลดความเร็วได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถขับขี่แบบใช้แป้นเหยียบเดียวได้และช่วยลดการใช้น้ำมันได้มากขึ้น.

ในส่วนของระบบความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของรถคันนี้ โดยมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (รวมถึงถุงลมนิรภัยหัวเข่า) ABS ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก และระบบควบคุมเสถียรภาพของรถยนต์ รวมถึงระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนการออกนอกเลน ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้า ในกลุ่มรถระดับเดียวกันถือว่าระบบความปลอดภัยครบครันและสามารถสร้างความมั่นใจให้คนขับได้เพียงพอ.

โดยสรุป Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV รุ่นปี 2024 มีจุดเด่นที่ชัดเจน ได้แก่ ระบบไฮบริดที่ใช้งานได้ราบรื่นและประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม และราคาที่คุ้มค่า (729,000 บาทไทย) เทียบกับ Toyota Yaris Cross Hybrid ในระดับเดียวกัน รถรุ่นนี้มีราคาที่ต่ำกว่าและมีอุปกรณ์ที่ครบครันกว่า และเมื่อเทียบกับ Honda City ในแบบซีดาน รุ่นแฮทช์แบ็คมีดีไซน์ที่ดูทันสมัยมากกว่าและพื้นที่เก็บสัมภาระที่ขยายได้ดีกว่า.

รถคันนี้เหมาะกับสองกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ใช้งานในครอบครัวที่ต้องการรถที่คุ้มค่าและประหยัดน้ำมัน ระบบไฮบริดสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ และยังมีพื้นที่และอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี และกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการรถที่มีดีไซน์ทันสมัย ควบคุมง่าย และเหมาะกับการเดินทางในช่วงการเดินทางกลับบ้านหรือที่ทำงาน หากคุณต้องการรถแฮทช์แบ็คสำหรับการใช้งานในครอบครัวที่มีการประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย และสะดวกต่อการขับขี่ รถคันนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ.

ข้อดี
ระบบไฮบริดมีกำลังแรง แม้เปิดแอร์เต็มที่ก็ไม่อืด ขับขี่ได้สนุก
ขับติดตามรถอื่นได้ราบรื่น โหมดไฟฟ้าล้วนเงียบและประหยัดน้ำมัน ขับขี่ในชีวิตประจำวันสบายใจ
ถังน้ำมันขนาด 40 ลิตรรถวิ่งได้ไกล เติมน้ำมันเพียงสัปดาห์ละครั้ง ค่าใช้จ่ายต่ำ
ข้อเสีย
การเร่งความเร็วแซงช้า จำเป็นต้องเติมคันเร่งล่วงหน้า
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 2 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.5 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.0 / 5
แสดงรีวิว 2 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายกรอง
เจ้าของ Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV 2024
นี่ระบบไฮบริดแรงจริง! ตอนรถติดตามรถคันหน้าได้ราบรื่นมาก แม้เปิดแอร์เต็มที่ก็ไม่อืด สุดยอด!
4 ดีเยี่ยม
สายเทรล
เจ้าของ Honda City Hatchback 1.5 Turbo e:HEV SV 2024
รถ City Hatchback Hybrid คันนี้เข้าใจไลฟ์สไตล์ประจำวันของเราสุดๆ! ช่วงเวลาเร่งด่วนในตอนเช้าที่รถติด โหมดไฟฟ้าทั้งเงียบและประหยัดน้ำมัน ถังน้ำมัน 40 ลิตรวิ่งได้ทั้งสัปดาห์โดยไม่ต้องเติม; เบาะหลังนั่งเพื่อนได้สามคนแบบไม่เบียด เสาร์–อาทิตย์พาครอบครัวไปเดินตลาดก็ขนของได้สบายๆ แต่เวลาแซงบนทางด่วนต้องเร่งเครื่องล่วงหน้า แต่ขับในเมืองแล้วสบายใจสุดๆ!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
1.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1498
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
98
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
127
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6400
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
5000
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน ไฮบริด
มอเตอร์และแบตเตอรี่
ประเภทมอเตอร์
มอเตอร์ซิงโครนัส ชนิดแม่เหล็กถาวร
กำลังมอเตอร์(PS)
109
กำลังมอเตอร์(kW)
80
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
253
จำนวนมอเตอร์
1
การจัดวางมอเตอร์
ข้างหน้า
ประเภทแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
11.2
อัตราสิ้นเปลือง
3.6
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
E-CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบเมคเฟอร์สันสตรัท
ขนาดยางหน้า
185 / 60 R16
ขนาดยางหลัง
185 / 60 R16
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
B-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4349
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1748
ความสูง(มิลลิเมตร)
1488
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2589
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

ข้อเสียของรถ Honda City Hatchback

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Honda City Hatchback 2021 คือเท่าไหร่?

Honda City Hatchback มีขนาดเครื่องยนต์เท่าไหร่