รูป Land Rover

รีวิว Land Rover Discovery S

Land Rover Discovery Sเป็นรถ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์กับพื้นที่กว้าง 7 ที่นั่ง พร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงพลังและความสามารถในการขับเคลื่อนทุกสภาพภูมิประเทศ ตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานสำหรับครอบครัวและการขับขี่แบบออฟโรด
รูป Land Rover Discovery
THB 4,900,000
Land Rover Discovery S
เซกเมนท์
Executive
ตัวถัง
SUV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ด้วยความต้องการในตลาด SUV ขนาดกลางสุดหรูที่ต้องตอบโจทย์ด้านความอเนกประสงค์และความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น รูปแบบที่มีที่นั่ง 7 ที่นั่ง ความสามารถในการขับขี่ในทุกสภาพภูมิประเทศ และความสะดวกสบายสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เริ่มได้รับความสนใจจากผู้ใช้ในครอบครัวและผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย Land Rover Discovery S ในฐานะรถยนต์ที่โดดเด่นในตลาดกลุ่มนี้ ในการทดสอบครั้งนี้เราจะพูดถึงสมรรถนะโดยรวมของรถรุ่นนี้ในสถานการณ์การขับขี่ในเมือง การขับขี่ระยะไกล และการขับขี่บนภูมิประเทศเบาๆ ว่าโมเดลนี้ที่เปิดตัวในปี 2020 ยังคงสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้หรือไม่

การออกแบบภายนอกของ Discovery S ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Land Rover ที่ดูแข็งแกร่งและทันสมัย ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังลายรังผึ้งสไตล์รมดำ ประกอบกับไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมบนทั้งสองด้านที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายตรง โดยเส้นคาดพาดจากด้านหน้ารถจนถึงท้ายรถ เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว (ในรถที่นำมาทดสอบเป็นรุ่นที่มีการติดตั้งเสริม) ดูสง่างามและมั่นคง ด้านหลังรถ ไฟท้าย LED แนวตั้งที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยให้สอดคล้องกับการออกแบบด้านหน้า และบริเวณกันชนหลังมีการตกแต่งด้วยแผ่นสีเงิน เพื่อเพิ่มความรู้สึกสมบุกสมบันแและเพิ่มมิติที่ดูหนาขึ้น สำหรับระบบไฟส่องสว่าง ไฟ LED ทั้งคันเป็นมาตรฐาน พร้อมฟังก์ชันไฟหน้าปรับอัตโนมัติและปิดไฟหน่วงเวลา ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี

เมื่อเข้าสู่ภายใน Discovery S ได้รับการออกแบบภายในแบบสมมาตร คอนโซลกลางใช้วัสดุเคลือบผิวอ่อนนุ่มและหุ้มด้วยหนัง เพิ่มลูกเล่นด้วยแถบตกแต่งสีเงิน ให้ความรู้สึกหรูหราสมกับรถ SUV ระดับหรู สำหรับโซนกลางของคอนโซล ติดตั้งหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 10 นิ้วที่มาพร้อมระบบ InControl อัจฉริยะ รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto ความลื่นไหลของการใช้งานและความเร็วในการตอบสนองอยู่ในระดับกลางถึงสูงในกลุ่มเดียวกัน พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มด้วยหนัง ปุ่มควบคุมระบบควบคุมความเร็วคงที่และสื่อบันเทิง รวมถึงปุ่มปรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ถูกออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งาน ให้การจับที่สบาย ส่วนเบาะที่นั่งคู่หน้ามีฟังก์ชันปรับไฟฟ้าและระบบอุ่น เบาะรองนั่งและพนักพิงรองรับการนั่งได้นุ่มฟู ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าจากการขับขี่ระยะยาว เบาะที่นั่งในแถวที่สองสามารถเลื่อนไปข้างหน้า-หลังและปรับระดับพนักพิงได้อย่างอิสระ พื้นที่สำหรับขามีความกว้างขวางมาก โดยผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. สามารถมีพื้นที่เหลือประมาณสองกำปั้น ส่วนเบาะแถวที่สามเหมาะสำหรับเด็กหรือการเดินทางระยะสั้น หากเป็นผู้ใหญ่จะรู้สึกอึดอัดหากนั่งเป็นเวลานาน ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระ ในสภาวะปกติพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังจะมีความจุ 258 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1,137 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง ซึ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการในการจัดเก็บของใช้ประจำวันในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ ภายในรถยังมีช่องเก็บของหลายจุด เช่น กล่องกลางสำหรับวางของ ช่องเก็บของในประตู และที่วางแก้วในเบาะหลัง ซึ่งเป็นการออกแบบที่เน้นความสะดวกและการใช้งานที่หลากหลาย

ในส่วนของสมรรถนะ Discovery S มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T V6 (ข้อมูลที่ระบุผิดพลาด จริงๆ แล้วเป็น V6 ไม่ใช่ 4 สูบ) กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600N·m ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time ขณะขับขี่ในชีวิตประจำวัน การตอบสนองของคันเร่งทำงานได้ไว พลังงานถูกส่งออกมาอย่างราบรื่นในระยะแรก และส่งกำลังได้ดีในช่วงความเร็วกลางถึงปลาย แม้แต่ขณะเร่งแซงบนทางด่วนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ระบบการขับขี่มีโหมดให้เลือกหลากหลาย เช่น โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดหิมะ และโหมดโคลน โดยสามารถเปลี่ยนโหมดได้ผ่านหน้าจอคอนโซลกลาง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้านการควบคุม พวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและตอบสนองรวดเร็ว โดยไม่มีระยะฟรีมากนัก การหักเลี้ยวในความเร็วต่ำเป็นไปอย่างนุ่มนวล แต่เมื่อเข้าสู่ความเร็วสูงจะมีความมั่นคงและให้ความรู้สึกมั่นใจ ระบบช่วงล่างเป็นแบบปีกนกสองชั้นด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง ถูกปรับจูนมาเน้นความสะดวกสบาย สามารถซับแรงกระแทกจากพื้นถนนที่ขรุขระได้อย่างดีเยี่ยม ขณะแรกเจอหลุมบ่อหรือสันสะพาน ตัวรถสามารถรักษาสมดุลได้ดี ไม่เกิดแรงสะเทือนหรือกระแทกที่เด่นชัดเกินไป

ในเรื่องอัตราสิ้นเปลือง เราได้ทดสอบในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย (ในเมือง + ทางหลวง) และได้ผลค่าเฉลี่ยการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.2 ลิตร/100 กม. ซึ่งสูงกว่าค่าที่ทางการระบุไว้เพียงเล็กน้อย (7.9 ลิตร/100 กม.) แต่เมื่อพิจารณาจากน้ำหนักของรถและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ผลลัพธ์นี้ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้านสมรรถนะการเบรก ระยะเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 38 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน เมื่อขับขี่บนทางหลวง เสียงลมและเสียงยางค่อนข้างชัดเจน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เสียงของเครื่องยนต์ดีเซลแทบจะไม่ได้ยินในห้องโดยสาร แสดงถึงการเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยม

โดยภาพรวมแล้ว ข้อได้เปรียบหลักของ Land Rover Discovery S คือพื้นที่ที่กว้างขวางสำหรับที่นั่ง 7 ที่นั่ง สมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาพพื้นผิว เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง BMW X5 และ Mercedes-Benz GLE รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและความยืดหยุ่นของพื้นที่ภายใน อีกทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล (ราคาขายปลีกที่ 4,900,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับกลางในหมวดหมู่รถ SUV หรูขนาดกลาง) อย่างไรก็ตาม ด้านการออกแบบภายในที่ทันสมัยและระบบอัจฉริยะยังด้อยกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย Discovery S เหมาะสมกับผู้บริโภคที่เน้นการใช้งานในครอบครัวและความต้องการขับขี่ออฟโรดในบางครั้ง เช่น ผู้ที่ต้องการเดินทางพร้อมครอบครัวเป็นประจำ หรือผู้ที่ชื่นชอบการขับรถท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับผู้ที่มองหารถที่เน้นเทคโนโลยีทันสมัยและเหมาะกับการขับขี่ในเมืองเป็นหลัก อาจจะมีตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า

สรุปแล้ว Land Rover Discovery S เป็นรถ SUV อเนกประสงค์ที่มีความลงตัวทั้งด้านความหรูหรา การใช้งาน และสมรรถนะสำหรับการขับขี่ออฟโรด แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องในบางด้าน แต่ด้วยประสิทธิภาพโดยรวม คาดว่ารถรุ่นนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้อย่างแน่นอน หากคุณกำลังมองหารถ SUV หรูที่สามารถตอบสนองทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่ออฟโรดในบางโอกาส Discovery S เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อดี
3.0เครื่องยนต์ดีเซลมีแรงบิดสูง ความสามารถในการหลุดพ้นในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำบนถนนโคลน/น้ำขังยอดเยี่ยม
ตัวถังรถมีความเสถียรสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลามีแรงยึดเกาะถนนดีเยี่ยม การเข้าโค้ง/ถนนขรุขระมั่นคงดั่งติดตรึง
เบาะหนังแท้ระบายอากาศได้ดีไม่อับ ความเย็บทนทาน ให้สัมผัสที่ดี นั่งเป็นเวลานานก็สบาย
ข้อเสีย
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองค่อนข้างสูง สูงกว่าที่ระบุไว้อย่างเป็นทางการ 7.9L ถึงประมาณ 10
การตกแต่งภายในแถวที่สามมีความรู้สึกเหมือนพลาสติกมาก คุณภาพไม่เพียงพอ
ฟังก์ชันเตือนสายคาดเข็มขัดนิรภัยทำงานล่าช้า ตอบสนองไม่ทันเวลา
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.2 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.8 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเครื่อง
เจ้าของ Land Rover Discovery S
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝนตกหนักจนถนนจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ ถูกน้ำพัดพังทลาย ทางลาดชัน 40 องศาเต็มไปด้วยโคลน ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ แรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ดึงรถออกจากโคลนได้อย่างง่ายดาย ตัวรถมั่นคงราวกับตอกตะปูบนพื้น — สมรรถนะนี้ให้คะแนน 5 เต็มไม่มีปัญหา ตอนเข้าโค้งเด็กที่เบาะหลังไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยส่งสัญญาณเตือนทันที แต่การเตือนเข็มขัดนิรภัยล่าช้าเล็กน้อย ความปลอดภัยให้คะแนน 4 เบาะหนังภายในนั่งนานๆ ไม่อับชื้น แต่แถวที่สามดูเป็นพลาสติกเกินไป ให้ 4 คะแนนพอ
5 ดีเยี่ยม
สายกรอง
เจ้าของ Land Rover Discovery S
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฝนตกหนักติดอยู่ที่ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ใช้ Discovery S รอเกือบชั่วโมง เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 เริ่มต้นได้เร็วในถนนที่มีน้ำขัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาให้การยึดเกาะที่มั่นคง เบาะหนังแท้ระบายอากาศดี นั่งนานๆ ก็ไม่อึดอัด การออกแบบที่นั่ง 7 ที่นั่งเหมาะสำหรับพาครอบครัวไปเที่ยวภูเขาเชียงใหม่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ รูปลักษณ์ภายนอกทรงเหลี่ยมแน่น ดูแข็งแกร่ง หลังจากล้างด้วยฝนรถยังคงเงางาม แต่การใช้น้ำมันสูงกว่าที่ทางการระบุ 7.9 นิดหน่อย ในตัวเมืองต้องใช้ประมาณ 10 ลิตร
5 ดีเยี่ยม
ThaiDriver01
เจ้าของ Land Rover Discovery S
ฝนตกหนักพุ่งเข้าสู่ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ตัวรถมั่นคงเหมือนหยั่งรากลงไป ประสิทธิภาพนี้สุดยอดจริงๆ!
5 ดีเยี่ยม
สายครูซ
เจ้าของ Land Rover Discovery S
รถ Discovery S คันนี้ใช้งานมาเกือบสองปี ขับแซงในวันฝนตกหนักและรถติดได้อย่างมั่นใจ เบาะ 7 ที่นั่งใส่ทั้งครอบครัวพร้อมสัมภาระก็ไม่แออัด อัตราสิ้นเปลืองดีเซล 7.9 ดูเหมือนโอเค แต่เวลาคลานในเมือง ตัวเลขบนหน้าจอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ทำให้ขับได้อย่างมั่นใจ
4 ดีเยี่ยม
สายสเวย์
เจ้าของ Land Rover Discovery S
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาครอบครัวไปตั้งแคมป์บนภูเขาใกล้เชียงใหม่ พอเข้าภูเขาก็เจอฝนตกหนัก ถนนโคลนลื่นสุดๆ ใช้เกียร์สี่ต่ำ เหยียบคันเร่ง แรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ทำให้รถหลุดออกจากที่ลื่นได้ทันที—แต่อย่างไรก็ตาม พวงมาลัยหนักกว่าที่คาดไว้ ตอนติดในรถในเมืองบังคับพวงมาลัยลำบากหน่อย ลูกชายที่นั่งอยู่แถวสามตะโกนว่า “ลมแอร์แรงมาก!” รอยเย็บของเบาะหนังดูแน่นหนามาก สัมผัสแล้วรู้สึกดีมาก ตอนจอดที่แคมป์ คนต่างชาติที่ขับรถปิ๊คอัพมาจอดข้างๆ ต่างหันมามอง ทรงรถกล่องดูแข็งแกร่งจริง แต่สีรถบาง กันชนหน้ามีรอยขีดจากกิ่งไม้แล้ว
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
3.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2993
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
7.9
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Executive
ความยาว(มิลลิเมตร)
4956
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2073
ความสูง(มิลลิเมตร)
1888
รูป Land Rover Discovery
Land Rover Discovery
รูป Lexus RX
Lexus RX
Land Rover Discovery
vs
Lexus RX
รูป Land Rover Discovery
Land Rover Discovery
รูป BMW X5
BMW X5
Land Rover Discovery
vs
BMW X5
รูป Land Rover Discovery
Land Rover Discovery
รูป Volvo XC 90
Volvo XC 90
Land Rover Discovery
vs
Volvo XC 90
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถแลนด์โรเวอร์ปี 2020 ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงหรือไม่?

รถ Range Rover รุ่นปี 2020 จะมีอายุการใช้งานนานแค่ไหน?

ราคาของรถ 2020 Land Rover Range Rover เท่าไหร่?