รีวิว Land Rover Range Rover Velar

ในตลาด SUV ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ผู้บริโภคหลายคนต้องการทั้งความหรูหราของแบรนด์ พร้อมกับความสมดุลระหว่างฟีเจอร์และราคา Land Rover Range Rover 2.0 Velar Base รุ่นปี 2020 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์นี้ ได้เข้าสู่ตลาดนี้ด้วยราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท จุดเด่นหลักคือการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ Land Rover พร้อมกับการนำเสนอฟีเจอร์ที่เพียงพอและความสามารถระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เป้าหมายหลักของการทดสอบในครั้งนี้คือการตรวจสอบว่ารุ่นเริ่มต้นนี้สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคต่อ SUV ระดับพรีเมียมได้หรือไม่ รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในส่วนของดีไซน์ภายนอก Velar Base รุ่นปี 2020 ยังคงความเรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้เอาไว้ เส้นสายโดยรวมดูเรียบง่ายและแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง หน้ารถมาพร้อมกระจังหน้าลายรังผึ้งที่จับคู่กับไฟหน้า LED ทรงเรียวยาวสองข้าง สร้างความโดดเด่นที่จดจำได้ง่าย ด้านข้างของตัวรถไม่มีเส้นสายตกแต่งที่เกินความจำเป็น หลังคาทรงลอยยิ่งเสริมสร้างลุคสปอร์ต ส่วนท้ายติดตั้งไฟท้าย LED ทรงยาวแบบเส้นที่เมื่อเปิดแล้วดูโดดเด่นและสอดคล้องกับสไตล์โดยรวม สำหรับระบบไฟ ไฟหน้าและท้ายแบบ LED เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานที่ติดตั้งมาในรุ่นนี้ ซึ่งเพียงพอสำหรับความต้องการทั่วไป
เมื่อเข้าสู่ภายใน ห้องโดยสารมาในโทนสีเข้ม ตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสนุ่ม ให้ความรู้สึกหรูหราสมกับระดับรถยนต์สำหรับผู้นำ แผงควบคุมกลางมีการจัดวางที่เรียบง่าย มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่รองรับฟังก์ชันมัลติมีเดียเบื้องต้นและการเชื่อมต่อ Bluetooth เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง เบาะหน้าสามารถปรับด้วยมือตามความสะดวก แม้ว่าจะไม่มีฟังก์ชันปรับไฟฟ้า แต่ความสะดวกสบายในการนั่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับอุปกรณ์พื้นฐาน ได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยส่วนศีรษะทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมระบบเตือนการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้ความสะดวกสบายและฐานะของความหรูหราในชีวิตประจำวันได้รับการตอบสนอง
ในด้านของพื้นที่ ห้องโดยสารมีขนาดความยาว ความกว้าง และความสูงของตัวรถที่ 4797 มม., 2041 มม., 1677 มม. ตามลำดับ และมีระยะฐานล้อที่ 2874 มม. ขนาดดังกล่าวช่วยให้ผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและหลังมีพื้นที่นั่งที่กว้างขวาง ผู้โดยสารด้านหน้ามีพื้นที่บริเวณศีรษะและขาอย่างพอเพียง ส่วนด้านหลัง เมื่อมีผู้โดยสารที่มีความสูง 1.8 เมตรนั่ง ยังเหลือพื้นที่วางขาถึงประมาณสองกำปั้น ในด้านความสามารถในการเก็บของ มีความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่ 834 ลิตร เพียงพอสำหรับการเดินทางของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของที่ออกแบบมาหลายจุด เช่น กล่องคอนโซลกลางและช่องเก็บของที่แผงประตู ซึ่งช่วยเสริมความสะดวกสบาย การติดตั้งช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารในตำแหน่งดังกล่าว
ทางด้านขุมพลัง Velar Base ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0T ที่มีกำลังสูงสุด 180 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430N·m พร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ในการขับขี่จริง การตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงเริ่มต้นเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อระบบเทอร์โบทำงาน สมรรถนะการเร่งตอบสนองก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมืองหรือการเดินทางบนทางหลวง สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างลงตัว โดยการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่จะทำให้การส่งกำลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในโหมดประหยัดพลังงาน การตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป ในขณะที่โหมดสปอร์ตจะให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่แรงและทันใจมากขึ้น ทำให้มั่นใจในการแซงยานพาหนะอื่น
ในด้านของการควบคุมและช่วงล่างสามารถถือว่าโดดเด่น พวงมาลัยมีความแม่นยำและช่องว่างที่น้อย ทำให้ผู้ขับสามารถสัมผัสถึงสถานะการเคลื่อนไหวของรถได้อย่างชัดเจน ระบบช่วงล่างถูกปรับแต่งเพื่อความสะดวกสบาย รองรับพื้นถนนที่มีความขรุขระในเมืองได้เป็นอย่างดี ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและให้ความมั่นคงของตัวรถ ในขณะที่เข้าโค้ง การโคลงของตัวรถอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและสมรรถนะการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดจับถนนได้ดีในพื้นที่เปียกลื่นหรือบนเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆ ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่
ในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 5.7 ลิตร/100 กม. ส่วนในระหว่างที่ทดสอบการขับขี่จริง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในเขตเมืองประมาณ 7.5 ลิตร/100 กม. และบนทางหลวงประมาณ 6.0 ลิตร/100 กม. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่สอดคล้องกับลักษณะของเครื่องยนต์ดีเซล ในด้านความสะดวกสบายตอนขับขี่ ตัวรถควบคุมเสียงรบกวนได้ดี ทั้งเสียงลมและเสียงยางขณะขับขี่บนความเร็วสูงไม่เด่นชัด ส่วนเบาะนั่งมีการหุ้มไว้อย่างพอเหมาะ ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหลังการนั่งเป็นเวลานาน
โดยรวมแล้ว จุดเด่นหลักของ Land Rover Range Rover 2.0 Velar Base รุ่นปี 2020 ได้แก่ สไตล์การออกแบบที่เรียบง่าย พื้นที่กว้างขวาง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอุปกรณ์หรูหราขั้นพื้นฐาน เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทไทยได้เปรียบในแง่ความคุ้มค่า โดยเฉพาะกับจุดที่สามารถหาความสมดุลระหว่างความหรูหราของแบรนด์และการใช้งานได้ รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ใส่ใจกับผลกระทบของแบรนด์ ต้องการพื้นที่ที่สะดวกสบายและความหรูหราขั้นพื้นฐาน หรือสำหรับผู้ที่ต้องการรถเพื่อรับมือกับการใช้งานแบบออฟโรดเบาๆ เป็นครั้งคราว
โดยสรุป แม้ว่า Velar Base รุ่นปี 2020 จะเป็นรุ่นเริ่มต้นของรถตระกูลนี้ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์หลักของ Land Rover เอาไว้ และตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคต่อรถ SUV หรูขั้นพื้นฐานได้ดี หากคุณมีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการเป็นเจ้าของ SUV จาก Land Rover และไม่ได้ต้องการอุปกรณ์ที่มากมาย รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
Land Rover Range Rover Velar เปรียบเทียบรถยนต์











