รีวิว Land Rover Range Rover Velar S

ตลาดรถ SUV ระดับผู้บริหารในประเทศไทยมีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะหลัง ผู้บริโภคไม่เพียงแสวงหาความหรูหราที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ของแบรนด์และความสามารถในการใช้งาน Land Rover Range Rover Velar S เป็นรถรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โดยถือเป็น "ผู้บุกเบิกด้านการออกแบบ" ในตระกูล Range Rover ที่มีชื่อเสียงด้านความงามแบบมินิมอล พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0T และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ การทดสอบขับครั้งนี้เน้นตรวจสอบว่าการออกแบบของรถรุ่นนี้ตรงกับความคาดหวังหรือไม่ ประสิทธิภาพการขับขี่เหมาะสมกับตำแหน่งรถระดับหรูหรือไม่ และความสามารถในการใช้งานประจำวันเป็นที่น่าพอใจหรือไม่
เมื่อมองภายนอกครั้งแรก Velar S สามารถดึงดูดความสนใจได้ ด้วยแนวทางการออกแบบแบบมินิมอล ไม่มีการใส่เส้นสายที่ไม่จำเป็น ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าแบบตาข่ายสีดำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover พร้อมไฟหน้า LED ที่มีดีไซน์เรียวยาว ภายในชุดไฟขับกลางวันมีการออกแบบเส้นโค้งคู่ที่มีความโดดเด่น ด้านข้างของรถ มีมือจับประตูแบบซ่อนที่จะยื่นออกมาเมื่อล็อครถและเก็บเข้าเมื่อปลดล็อค ซึ่งช่วยลดแรงต้านลมและเพิ่มความลื่นไหลให้กับด้านข้างของตัวรถ เส้นตัวรถลากจากซุ้มล้อหน้าจนถึงไฟท้าย พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ทำให้ด้านข้างดูเพรียวยาวและมั่นคง ด้านท้ายรถ ไฟท้ายแบบ LED พาดผ่านทั้งด้านหลังเป็นจุดเด่น เมื่อเปิดไฟจะมีดีไซน์แบบ "L คู่" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Range Rover พร้อมแผ่นกันชนล่างสีเงินที่ยังคงความหรูหรา พร้อมทั้งมีกลิ่นอายของ SUV ที่บึกบึน
เมื่อเข้าไปในรถ สไตล์การออกแบบภายในที่เรียบง่ายสอดคล้องกับภายนอก คอนโซลกลางได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนลอยตัว มีหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วสองจอที่ประกอบเป็น "ระบบสองหน้าจอ" — หน้าจอบนสำหรับระบบนำทางและมัลติมีเดีย ส่วนหน้าจอล่างสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศและการปรับเบาะ โดยเกือบจะไม่มีปุ่มควบคุมแบบกายภาพ ทำให้ดูสะอาดตา ด้านวัสดุ เบาะนั่งและแผ่นด้านในของประตูหุ้มด้วยหนังแท้ ส่วนคอนโซลด้านบนเป็นวัสดุพลาสติกอ่อน สัมผัสนุ่มมือ ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารมีให้เลือกหลายสี ที่เพิ่มความหรูหราในตอนกลางคืน ส่วนอุปกรณ์เสริม เบาะนั่งด้านหน้าให้การปรับไฟฟ้าและระบบอุ่น เบาะฝั่งคนขับมีฟังก์ชันจดจำตำแหน่ง ส่วนหลังคาพาโนรามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถเปิดให้ผู้โดยสารด้านหลังรู้สึกโปร่งโล่งขึ้น อย่างไรก็ตามหน้าจอสัมผัสด้านล่างอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว เพราะการใช้งานระหว่างขับอาจทำให้เสียสมาธิได้
ในด้านพื้นที่ใช้สอย Velar S มีระยะฐานล้อถึง 2,874 มม. พื้นที่นั่งด้านหน้ากว้างขวาง ผู้โดยสารที่สูง 180 ซม. จะมีพื้นที่ศีรษะและขาเหลือมากกว่ากำปั้นหนึ่งกำปั้น ส่วนพื้นที่นั่งด้านหลังก็เพียงพอ โดยมีพื้นที่ขาราวสองกำปั้น และพื้นที่ศีรษะหนึ่งกำปั้น พื้นกลางที่นั่งแถวหลังไม่สูงมากนัก ทำให้สามารถนั่งสามคนในระยะเดินทางสั้นได้โดยไม่อึดอัด ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังอยู่ที่ 834 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สามใบ โดยเบาะแถวหลังสามารถพับแยกได้ ทำให้ขยายความจุได้ถึง 1,731 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่ ในแง่ของรายละเอียดการจัดเก็บ กล่องคอนโซลกลางมีความจุขนาดใหญ่ ช่องเก็บของด้านข้างประตูสามารถใส่ขวดน้ำได้สองขวด และยังมีแผ่นชาร์จแบบไร้สายที่ด้านหน้า เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ด้านเครื่องยนต์ Velar S ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0T ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ในการขับขี่ปกติ เครื่องยนต์แสดงผลดีในช่วงแรงบิดต่ำ การออกตัวทำได้รวดเร็ว แม้บรรทุกผู้โดยสาร 4 คนเต็มพิกัด เมื่อเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์ตอบสนองได้รวดเร็ว การเร่งแซงในช่วงความเร็วกลางถึงสูง ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่น เมื่อเหยียบคันเร่งลึก ๆ จะสัมผัสแรงบิดที่ต่อเนื่องได้ชัดเจนโดยไม่มีความล่าช้า โหมดการขับขี่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปกติ สปอร์ต ประหยัด หรือโหมดหิมะ เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต คันเร่งจะมีการตอบสนองเร็วขึ้น และเกียร์มีการทำงานที่เน้นสมรรถภาพมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่อยากสนุกกับการขับขี่เป็นครั้งคราว
ด้านการควบคุมและแชสซี พวงมาลัยมีความแม่นยำสูงและมีช่วงว่างต่ำ เมื่อหมุนพวงมาลัยสามารถรู้สึกถึงแรงตอบสนองจากล้อได้อย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือนถูกปรับจูนให้มีความสบาย แต่ยังคงมีความสามารถในการรองรับที่ดี—เมื่อข้ามเนินชะลอความเร็วหรือถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ระบบกันสะเทือนสามารถกรองแรงสะเทือนได้ส่วนใหญ่ ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกกระด้าง ขณะขับขี่บนทางหลวง ตัวรถยังมีความมั่นคงสูง แม้ในสภาพลมด้านข้างก็ยังไม่ทำให้รถเสียอาการ ในฐานะที่เป็น SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Velar S ทำงานได้ดีในสภาพถนนเปียก การทดสอบขับก่อนหน้าที่เจอฝนตก เมื่อเข้าโค้งล้อไม่ลื่นไถลและการยึดเกาะถนนมั่นคงมาก หากต้องเดินทางไปส่วนชนบทที่ถนนไม่เรียบ การเผชิญหลุมและโคลนเล็กน้อยก็สามารถเอาอยู่
ในแง่ของการประหยัดน้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามข้อมูลของบริษัทคือ 5.6 ลิตร/100 กิโลเมตร แต่จากการทดลองขับจริง ในสภาพการจราจรในเมืองที่ค่อนข้างหนาแน่นอยู่ที่ราว 7.2 ลิตร/100 กิโลเมตร และในเส้นทางทางหลวงอยู่ที่ 5.8 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งโดยรวมถือว่าตรงตามที่คาดไว้ ในแง่ของความสะดวกสบายขณะขับขี่ การควบคุมเสียงรบกวนภายในรถทำได้ดีมาก ในขณะขับด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางแทบไม่ได้ยินเลย และเสียงเครื่องยนต์ดีเซลแทบไม่ได้มากวนใจในห้องโดยสาร เบาะที่นั่งมีความกระชับและรองรับได้ดี แม้ขับเป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า
โดยรวมแล้ว จุดเด่นหลักของ Velar S นั้นเห็นได้ชัดเจน: อย่างแรกคือการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ สไตล์มินิมอลที่โดดเด่นในกลุ่ม Executive SUV ระดับเดียวกัน อย่างที่สองคือความหรูหราภายในและฟีเจอร์ที่เพียงพอ ระบบหน้าจอคู่และการใช้วัสดุหนังแท้สามารถตอบสนองต่อความต้องการคุณภาพ และอย่างที่สามคือสมรรถนะและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ใช้งานได้จริง รองรับทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการลุยเบาๆ นอกสถานที่ เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง BMW X5 2.0T หรือ Mercedes-Benz GLE 2.0T Velar S มีราคาที่แข่งขันได้ (550 ล้านบาท) ในขณะที่ตัวแบรนด์ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน
กลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมกับรถรุ่นนี้ชัดเจน: อย่างแรกคือคนหนุ่มสาวที่ใส่ใจการออกแบบและแบรนด์ ภายนอกที่เรียบง่ายและภายในสุดหรูของ Velar S สามารถตอบโจทย์รสนิยมของพวกเขาได้ อย่างที่สองคือกลุ่มผู้ใช้ที่มีความต้องการในครอบครัว พื้นที่กว้างขวางและความสะดวกสบายที่ดี เหมาะสำหรับการเดินทางที่มีครอบครัว และอย่างสุดท้ายคือผู้บริโภคที่อาจต้องการลุยเส้นทางที่ไม่ปูพื้นในบางครั้ง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้ง่ายๆ
โดยสรุปแล้ว Range Rover Velar S เป็น SUV หรูที่มีความสมดุล—ไม่ใช่รถที่มีสมรรถนะที่สุด และไม่ได้มีพื้นที่มากที่สุด แต่การผสมผสานระหว่างการออกแบบ ความหรูหรา และความใช้งานจริงทำได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีและต้องการ SUV หรูที่ตอบโจทย์ทุกด้าน
Land Rover Range Rover Velar เปรียบเทียบรถยนต์












