รีวิว Nissan Urvan

ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยถือว่าเป็นสนามของผู้ใช้ที่เน้นการใช้ประโยชน์เป็นหลัก เจ้าของธุรกิจ กลุ่มรถบัสท่องเที่ยว และผู้ใช้ในครอบครัวใหญ่ล้วนมองหารถที่สามารถรองรับการใช้งาน ทั้งจำนวนผู้โดยสาร ความประหยัดเชื้อเพลิง และความน่าเชื่อถือได้ในคันเดียว—Nissan Urvan DIESEL MT 2023 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคืออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงจากรุ่นก่อนถึง 27% อีกทั้งยังยกระดับระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ไม่ค่อยมีในรถระดับเดียวกัน ครั้งนี้เราได้ทำการทดสอบขับเพื่อดูว่าในแง่ของการใช้งานเชิงพาณิชย์นั้น รถรุ่นนี้จะตอบโจทย์การบรรทุกผู้โดยสารและสินค้าในชีวิตประจำวันได้หรือไม่
ด้านรูปลักษณ์ภายนอก Urvan รุ่นปี 2023 ยังคงรักษาดีไซน์ทรงกล่องแบบคลาสสิคของรถเชิงพาณิชย์ ไม่มีการออกแบบที่ซับซ้อน ทุกอย่างเน้นการใช้งานเป็นหลัก ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่เคลือบโครเมียม ตรงกลางฝังโลโก้ทรงกลม Nissan ซึ่งให้การจดจำได้ดีอยู่พอควร ด้านข้างมาพร้อมไฟหน้าอัตโนมัติและไฟวิ่งกลางวันเป็นมาตรฐาน รวมถึงไฟตัดหมอกด้านหน้าที่เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศที่มีฝนตกบ่อยในประเทศไทย ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่เรียบง่าย ตัวรถมีความยาว 5230 มม. และความกว้าง 1880 มม. ซึ่งรับประกันถึงพื้นที่ภายในที่เพียงพอ ระยะต่ำสุดจากพื้น 195 มม. สามารถรองรับการขับในเส้นทางชนบทหรือทางที่ไม่ได้ลาดยางเล็กน้อยได้ ด้านท้ายของรถมีดีไซน์ที่เรียบง่าย พร้อมไฟท้ายแบบแนวตั้ง กันชนหลังมีเซ็นเซอร์ถอยจอดซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถขนาดใหญ่ โดยรวมแล้วรูปลักษณ์ภายนอกของ Urvan เป็นแบบ "รถเพื่อการใช้งาน" อย่างแท้จริง ทนทาน และเหมาะกับทุกสภาพแวดล้อมโดยไม่มีการตกแต่งที่ไม่จำเป็น
เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารจะพบว่าความรู้สึกของวัสดุพลาสติกค่อนข้างเด่นชัด แต่เมื่อพิจารณาถึงการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่เน้นการใช้งานก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แผงควบคุมกลางมีการจัดวางที่เข้าใจง่าย พวงมาลัยมีขนาดพอเหมาะ ด้านซ้ายของพวงมาลัยมีปุ่มควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ด้านขวามีแป้นแพดเดิลชิฟต์บนพวงมาลัย—แต่การจับคู่กับเกียร์ธรรมดานั้นค่อนข้างแปลกเล็กน้อย ในการใช้งานจริงแป้นดังกล่าวทำหน้าที่ช่วยทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นขึ้น หน้าปัดเป็นแบบเข็มธรรมดา มีมาตรวัดความเร็วรอบ มาตรวัดความเร็ว และแสดงระดับน้ำมันชัดเจน หน้าจอกลางมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ฟังก์ชันมัลติมีเดียพื้นฐานก็มีครบ ปุ่มฟิสิกส์ด้านล่างจัดเรียงอย่างเรียบร้อย สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมอง ส่วนที่นั่งเป็นวัสดุผ้า มีการรองรับร่างกายที่ดี นั่งขับขี่เป็นเวลานานก็ไม่เมื่อยล้า
ด้านอุปกรณ์เป็นจุดเด่นของรุ่นปี 2023 ระบบความปลอดภัยเชิงรุกมีการอัปเกรดมากจากรุ่นก่อนอย่างมาก: ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบช่วยเหลือการเปลี่ยนเลน, การเตือนการออกนอกเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, และระบบเตือนการชนด้านหน้าเป็นมาตรฐาน ซึ่งถือว่าไม่ค่อยพบในรถเพื่อการพาณิชย์ระดับเดียวกัน สำหรับผู้ใช้ที่มักจะขับไกล ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากเลยทีเดียว ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยสามารถกระจายความเย็นไปยังผู้โดยสารแถวที่สามและหลังสุดได้ ซึ่งถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทย พื้นที่เก็บของรอบๆ ที่นั่งคนขับมีช่องเก็บของเล็กๆ หลายจุดสำหรับโทรศัพท์ บิล และแก้วน้ำ รวมถึงที่เก็บของบริเวณแผงประตูที่สามารถใส่ของชิ้นเล็กๆ ได้ เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
พื้นที่ใช้สอยภายในเป็นจุดเด่นหลักของ Urvan ระยะฐานล้อยาว 2940 มม. รับประกันพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวาง การจัดที่นั่ง 14 ที่นั่งเป็นแบบ 2+3+3+3+3 (แถวสุดท้ายมี 3 ที่นั่ง) ผู้โดยสารหลังแถวที่สามอาจมีพื้นที่วางขาไม่กว้างขวางมากนัก แต่สามารถนั่งระยะสั้นได้สบายๆ ซึ่งหากเป็นการเดินทางระยะไกล อาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะ แต่ละที่นั่งมีเข็มขัดนิรภัย และยังมีจุดยึดที่นั่งสำหรับเด็ก ISO FIX มาตรฐาน ซึ่งเหมาะสมกับผู้ใช้ในครอบครัวหรือสถานการณ์รับส่งเด็ก พื้นที่เก็บของท้ายรถเมื่อบรรจุผู้โดยสารเต็ม 14 คน อาจมีจำกัด สามารถใส่กระเป๋าใบเล็กได้เพียงไม่กี่ใบ แต่หากพับที่นั่งแถวสุดท้าย ก็จะสามารถใส่สัมภาระได้มากขึ้น ซึ่งมีความยืดหยุ่นที่ดี ระยะต่ำสุดจากพื้น 195 มม. ทำให้การขึ้นลงรถไม่ยากเย็น แม้แต่ผู้สูงอายุก็สามารถขึ้นลงรถได้อย่างสะดวกสบาย
ในด้านขุมพลัง Nissan Urvan รุ่นปี 2023 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร กำลังสูงสุดขณะรอบเครื่องยนต์ 3200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจะมาที่รอบเครื่องยนต์ 2000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในการขับขี่จริง การออกตัวทำได้ค่อนข้างนุ่มนวล และกำลังแรงบิดที่รอบ 2000 รอบต่อนาที ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักผู้โดยสารเต็ม 14 คนได้โดยไม่รู้สึกหนักเครื่อง ขณะขับขึ้นเขาก็เพียงแค่เปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสม การตอบสนองกำลังเครื่องยนต์ทำได้ค่อนข้างทันใจ ส่วนการเร่งแซงต้องลดเกียร์ล่วงหน้า พอกดคันเร่งให้รอบขึ้นไปกว่า 3000 รอบต่อนาที กำลังจะเพิ่มมากขึ้น โหมดการขับขี่มี 2 แบบ คือ โหมดประหยัด และโหมดสปอร์ต ซึ่งในโหมดประหยัดการตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวลกว่า เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ส่วนโหมดสปอร์ตการตอบสนองคันเร่งจะไวกว่า เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว
ในด้านการควบคุมพวงมาลัยให้การตอบสนองค่อนข้างเบา แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่ แต่รัศมีวงเลี้ยวไม่ได้ใหญ่มากนัก ทำให้การกลับรถหรือจอดในเมืองทำได้ค่อนข้างคล่องตัว ระบบช่วงล่างเป็นแบบแหนบที่พบได้ในรถเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป ทำให้การกรองแรงสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระไม่ค่อยดีนัก แต่ในกรณีที่บรรทุกเต็มคันจะให้ความรู้สึกมั่นคงมากกว่า หากเป็นการวิ่งแบบไม่มีน้ำหนัก เมื่อผ่านลูกระนาดอาจรู้สึกกระเด้งเบา ๆ แป้นเบรกมีระยะการเหยียบที่พอเหมาะ กำลังเบรกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่บรรทุกเต็มคัน ระยะเบรกจะนานกว่าการขับแบบไม่มีน้ำหนักเล็กน้อย แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคง
ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน รุ่นปี 2023 ถือเป็นจุดเด่นที่สุด โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามสเป็กอยู่ที่ 6.9 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งลดลง 27% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 9.5 ลิตร/100 กิโลเมตร จากการทดลองขับจริงในระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางในเมือง 40% และทางหลวง 60% และบรรทุกผู้โดยสาร 10 คน อัตราสิ้นเปลืองที่ได้อยู่ที่ประมาณ 7.2 ลิตร/100 กิโลเมตร ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับสเป็ก อันที่จริงความจุถังน้ำมันที่ระบุไว้ในสเป็กว่า 14 ลิตรอาจจะเป็นข้อมูลที่ผิด เพราะรถเพื่อการพาณิชย์ปกติจะไม่มีถังน้ำมันที่จุได้เล็กขนาดนี้ ซึ่งความจุที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 65 ลิตร และหากเป็น 65 ลิตรจริง จะสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 900 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ซึ่งเหมาะสมสำหรับการเดินทางระยะไกล
ในแง่ของความสะดวกสบาย การเก็บเสียงยังอยู่ในเกณฑ์ทั่วไปของรถประเภทนี้ เสียงเครื่องยนต์ดีเซลจะได้ยินชัดเจนในขณะจอดเบา และเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว เสียงลมและเสียงยางจะเข้ามาในห้องโดยสาร แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ ระบบปรับอากาศหลังของรถทำความเย็นได้ดี แม้ว่าจะบรรทุกผู้โดยสารครบ 14 คน อุณหภูมิในรถยังสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็ว เบาะนั่งที่หุ้มด้วยผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ร้อนในช่วงฤดูร้อน แต่ในด้านการรองรับยังค่อนข้างธรรมดา หากนั่งนาน ๆ อาจทำให้รู้สึกเมื่อยล้า
โดยรวมแล้ว จุดเด่นของ Nissan Urvan DIESEL MT รุ่นปี 2023 คือ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน และพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับ Toyota HiAce ในเซกเมนต์เดียวกัน Urvan มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำกว่า และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน ในขณะที่ราคาก็ไม่ต่างกันมาก ทำให้ถือว่ามีความคุ้มค่าในระดับที่น่าพอใจ ส่วนการเปรียบเทียบกับ Isuzu Elf Passenger นั้น Urvan มีความสะดวกสบายที่ดีกว่า และระบบปรับอากาศหลังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
รถรุ่นนี้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานที่เจาะจง ได้แก่ 1) ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจ เช่น บริษัทท่องเที่ยว หรือรถรับส่งของโรงแรม โดยที่นั่ง 14 ที่นั่งและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน 2) ครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่มีเด็กหลายคนหรือมักต้องรับส่งญาติและเพื่อนฝูง ซึ่งระบบความปลอดภัยและระบบปรับอากาศด้านหลังจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง 3) บริษัทโลจิสติกส์ขนาดเล็ก ที่ต้องการใช้รถเพื่อบรรทุกคนหรือสิ่งของในบางครั้ง โดยความยืดหยุ่นในพื้นที่ใช้สอยของ Urvan สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี
หากคุณกำลังมองหารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้งานได้จริง มีความน่าเชื่อถือ และประหยัดน้ำมัน Nissan Urvan DIESEL MT รุ่นปี 2023 เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา — แม้จะไม่มีฟีเจอร์ที่หรูหราเกินจำเป็น แต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการหลักๆ เช่น การบรรทุกผู้โดยสาร การบรรทุกสินค้า และความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน ถือเป็นรถเครื่องมือที่คุ้มค่าเลยทีเดียว
Nissan Urvan เปรียบเทียบรถยนต์










