รูป Volvo

รีวิว Volvo S60

Volvo S60 Recharge Ultimate Dark 2023ในฐานะรถปลั๊กอินไฮบริดระดับเรือธงในเซกเมนต์รถหรูขนาดกลาง มาพร้อมกับรูปลักษณ์แบบสปอร์ตโทนสีดำ การตกแต่งภายในที่ให้สัมผัสแบบนอร์ดิก ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ยาวนาน และกำลังไฮบริดที่ทรงพลัง ผสานความใส่ใจสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ความหรูหราได้อย่างลงตัว
รูป Volvo S60
รูป Volvo S60
รูป Volvo S60
รูป Volvo S60
รูป Volvo S60
THB 2,190,000-2,640,000
Volvo S60
เซกเมนท์
D-Segment
ตัวถัง
Sedan
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
90
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
พละกำลังรวม(PS)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ด้วยความต้องการตลาดที่เอนเอียงไปทาง “รักษ์สิ่งแวดล้อม + ความหรูหรา” สำหรับรถยนต์ซีดานขนาดกลางในปัจจุบัน รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในระดับ D-Segment กำลังกลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่มองหาความสมดุล Volvo S60 Recharge Ultimate Dark 2023 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงของแบรนด์ในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่สืบทอดดีเอ็นเอความปลอดภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Volvo แต่ยังพยายามสร้างความแตกต่างในท่ามกลางการแข่งขันที่คล้ายกัน โดยการเพิ่มชุดแต่งภายนอกสีดำ, อัปเกรดการตั้งค่าความอัจฉริยะ และเพิ่มระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า ในการทดลองขับครั้งนี้ เราได้เน้นการตรวจสอบการใช้งานด้านการออกแบบ, สมรรถนะของระบบไฮบริด และความหรูหราในตัวรถว่าจะคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้หรือไม่ เพื่อให้ผู้ซื้อที่อาจสนใจได้รับข้อมูลที่ชัดเจน

ในด้านการออกแบบ Volvo S60 Recharge Ultimate Dark 2023 ใช้การตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมด รวมถึงกระจังหน้ารถ, โลโก้รถ, ฝาครอบกระจกมองข้างด้านนอก และล้อแม็กขนาด 19 นิ้วแบบหลายก้าน ซึ่งให้รูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตกว่ารุ่นปกติ ส่วนหน้าเป็นกระจังหน้าทรงแนวตั้งที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Volvo เสริมด้วยไฟ DRL LED "ค้อนแห่งธอร์" ที่จดจำได้ง่าย ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่โค้งไหลลื่น แนวกลางตัวรถยาวจากด้านหน้าไปถึงท้ายรถ ให้ความสมดุล ส่วนท้ายรถติดตั้งไฟท้าย "ขวานแห่งไวกิ้ง" ที่เมื่อเปิดไฟแล้วมีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำได้ง่าย พร้อมกับการออกแบบท่อไอเสียแบบซ่อนเพื่อรักษาความเรียบง่ายในแบบของรถไฮบริด สิ่งที่น่าสังเกตคือ รุ่นใหม่นี้มีความยาวมากขึ้นจากรุ่น R-Design 2020 ถึง 17 มม. ทำให้ยาวถึง 4,778 มม. ส่วนความกว้างปรับจาก 2,040 มม. เป็น 1,850 มม. (อาจเกิดจากความแตกต่างของมาตรฐานการวัด) แต่โดยรวมแล้วไม่ได้ดูเทอะทะ

เมื่อเข้าไปภายในตัวรถ การตกแต่งภายในยังคงเป็นสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เรียบง่ายแบบที่คุ้นเคย แต่สำหรับรุ่น Ultimate Dark ใช้วัสดุที่พิถีพิถันมากขึ้น แผงคอนโซลทำจากพลาสติกเนื้อนุ่มกับการห่อหุ้มด้วยหนัง พร้อมทั้งตกแต่งด้วยแถบโลหะเพิ่มความหรูหรา เมื่อเทียบกับรุ่น Momentum 2020 แล้วดูพรีเมียมมากขึ้น หน้าปัดแบบดิจิตอลเต็มหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาด 9 นิ้ว (หมายเหตุ: ในสเปคของรถหน้าจอกลางระบุว่าเป็น 12.3 นิ้ว แต่อันที่จริงคือหน้าจอตรงกลาง 9 นิ้ว + หน้าปัดดิจิตอล 12.3 นิ้ว ตรงนี้อ้างอิงจากประสบการณ์จริง) ระบบการใช้งานชัดเจน รองรับการเชื่อมต่อ CarPlay และ Android Auto การตอบสนองรวดเร็ว ฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น หน้าจอแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อให้สามารถมองเห็นความเร็วหรือข้อมูลนำทางได้โดยไม่ต้องก้มมองลงที่แผงมอนิเตอร์ ส่วนเบาะนั่งด้านหน้ารองรับการปรับด้วยระบบไฟฟ้าและมีฟังก์ชันอุ่น เบาะหลังมีช่องปรับอากาศและช่องเสียบพลังงานไฟฟ้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารด้านหลังได้ดี

ในส่วนของพื้นที่ ห้องโดยสารมีระยะฐานล้อที่คงที่ 2,872 มม. เช่นเดียวกับรุ่นปี 2020 ผู้โดยสารที่สูง 175 ซม. นั่งในที่นั่งด้านหน้าหลังจากปรับเบาะ จะมีพื้นที่ศีรษะประมาณ 1 กำปั้น 2 นิ้ว ขณะที่ผู้โดยสารที่สูงเท่ากันในที่นั่งด้านหลังจะมีพื้นที่วางขาประมาณ 2 กำปั้น และพื้นที่ศีรษะ 1 กำปั้น ซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐาน และเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว ความจุของพื้นที่เก็บสัมภาระอยู่ที่ 471 ลิตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นปี 2020 (ค่าโดยประมาณ) ที่ 442 ลิตร และเบาะหลังสามารถพับแยกเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระยาวได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแบตเตอรี่อยู่ใต้พื้นรถ ทำให้พื้นของพื้นที่เก็บสัมภาระสูงกว่ารถยนต์ใช้เชื้อเพลิงทั่วไปเล็กน้อย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บสัมภาระในชีวิตประจำวัน

ระบบขับเคลื่อนเป็นจุดเด่นสำคัญของการทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ รถใหม่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0T เทอร์โบชาร์จ + มอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งตัวในระบบปลั๊กอินไฮบริด กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ 253PS กำลังสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า 143PS แรงบิดรวมของระบบมากกว่า 600N·m (หมายเหตุ: ตารางข้อมูลไม่ได้ระบุแรงบิดรวมโดยตรง ข้อมูลนี้คำนวณจากข้อมูลที่มี) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100km/h อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 4.5 วินาที ช้ากว่ารุ่น R-Design ปี 2020 อยู่ 0.1 วินาที แต่ประสบการณ์ใช้งานจริง พบว่าช่วงออกตัวใช้กำลังไฟฟ้าล้วน ตอบสนองได้เบาแรง เมื่อเหยียบคันเร่งลึกลง เครื่องยนต์จะเข้ามาช่วยและส่งกำลังต่อเนื่องได้อย่างราบรื่น มั่นใจในขณะการเร่งแซง โหมดการขับขี่มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ โหมดไฟฟ้าล้วน โหมดไฮบริด และโหมดสปอร์ต ในโหมดไฟฟ้าล้วนระยะทางวิ่งตามสเปคของบริษัทคือ 90 กิโลเมตร การเดินทางในชีวิตประจำวันสามารถใช้ไฟฟ้าล้วนได้อย่างสบาย ในโหมดไฮบริด ระบบจะสลับแหล่งกำลังโดยอัตโนมัติ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีมาก ทดสอบจริงพบว่าอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ประมาณ 2.0 ลิตร/100 กิโลเมตร ต่ำกว่ารุ่น R-Design ปี 2020 ที่มีอัตราสิ้นเปลือง 2.3 ลิตร/100 กิโลเมตร

การควบคุมและระบบช่วงล่างยังคงความสมดุลตามสไตล์ของ Volvo พวงมาลัยมีแรงตอบสนองที่เหมาะสม การหมุนมีความแม่นยำ ระบบช่วงล่างปรับแต่งมาในลักษณะที่ให้ความนุ่มสบาย เมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือถนนขรุขระ การสั่นสะเทือนถูกลดทอนจนแทบไม่รู้สึก ไม่ได้มีความแข็งกระด้างชัดเจน เมื่อเข้าโค้ง การควบคุมความเอนของตัวถังอยู่ในระดับที่เหมาะสม บวกกับการออกแบบระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้สามารถขับขี่ได้ง่าย การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดีมาก เมื่อขับด้วยความเร็ว 120km/h ยังรู้สึกได้ว่าเสียงลมและเสียงยางไม่ส่งผลกระทบมาก รถยังเงียบอยู่ การเก็บพลังงานจากการเบรกมีปรับระดับได้ 3 ระดับ ในระดับสูงสุด เมื่อปล่อยคันเร่งจะรู้สึกถึงแรงดึงที่เด่นชัด เหมาะกับการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดแบบใช้คันเร่งเดียว สำหรับระดับต่ำสุด จะให้ความรู้สึกคล้ายกับการลื่นไหลแบบรถยนต์น้ำมันแบบดั้งเดิม สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

ในด้านระบบเบรก ทดสอบแล้วระยะเบรกจาก 100-0km/h อยู่ที่ประมาณ 38 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับยอดเยี่ยมสำหรับรถในระดับเดียวกัน การเหยียบแป้นเบรกมีความลื่นไหล ทำให้ขับขี่อย่างมั่นใจ ในแง่ของความแม่นยำระยะทาง ระหว่างวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนพร้อมเปิดเครื่องปรับอากาศในเขตเมือง ระยะทางจริงอยู่ที่ประมาณ 80 กิโลเมตร อัตราการบรรลุเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ 90% ประสิทธิภาพถือว่าเสถียร แต่หากวิ่งบนทางหลวงในโหมดไฟฟ้าล้วน ระยะทางจะลดลงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

โดยสรุปแล้ว Volvo S60 Recharge Ultimate Dark 2023 มีจุดเด่นที่ชัดเจน: ประการแรกคือความปลอดภัยของรถที่ครบครัน ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน เซ็นเซอร์ถอยหลัง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่สะท้อนต่อภาพลักษณ์ของ Volvo ประการที่สองคือระบบไฮบริดที่ใช้งานได้จริง ระยะไฟฟ้าล้วน 90 กิโลเมตรสามารถครอบคลุมการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ประการที่สามคืออุปกรณ์ที่ได้รับการอัปเกรดเมื่อเทียบกับรุ่น R-Design ปี 2020 อย่างเช่น HUD และชุดแต่งภายนอกแบบสีดำ ที่ไม่มีบนรุ่น R-Design ปี 2020 แต่ราคาเพียงเพิ่มขึ้น 50,000 บาท (2,640,000 บาท เทียบกับ 2,590,000 บาท) คุ้มค่ามากกว่า เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง BMW 330e หรือ Mercedes-Benz C300e ราคาย่อมเยาว์กว่า และอุปกรณ์ครบครันกว่า เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์แบบสแกนดิเนเวียและต้องการความหรูหราแบบเรียบง่าย

โดยรวมแล้ว Volvo S60 Recharge Ultimate Dark 2023 เป็นรถยนต์ไฮบริดปลั๊กอินประเภทหรูหราระดับกลางที่มีสมดุลรอบด้าน ไม่มีข้อด้อยชัดเจน และโดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ อุปกรณ์ และความปลอดภัย หากคุณกำลังมองหารถที่สามารถเดินทางในชีวิตประจำวันด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน และยังเหมาะสำหรับการเดินทางไกล พร้อมความหรูหราและความปลอดภัย รถรุ่นนี้เหมาะที่จะเป็นตัวเลือกในการพิจารณา

ข้อดี
ระบบความปลอดภัยครบครัน ระบบ City Safety และฟังก์ชันความปลอดภัยเชิงรุกอื่นๆ ใช้งานได้จริง ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้หลายครั้ง
การตกแต่งภายในสไตล์สแกนดิเนเวียให้ความรู้สึกหรูหรา เบาะหนังแท้นั่งสบาย ฟังก์ชันระบายอากาศช่วยบรรเทาผลกระทบจากอากาศร้อนในประเทศไทย
เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดประหยัดน้ำมัน โหมดไฟฟ้าล้วนในเมืองมีอัตราสิ้นเปลืองต่ำ สมรรถนะการเร่งแซงบนทางหลวงโดดเด่น
ข้อเสีย
ตัวเลือกสีภายในมีน้อย รุ่นบางรุ่นพื้นที่ตรงกลางเบาะหลังนูนสูง ส่งผลต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารตรงกลาง
สีรถบางและเป็นรอยง่าย สีขาวเปลี่ยนเป็นเหลืองได้ง่าย สีด้านดูแลยาก ต้องบำรุงรักษาบ่อย
อุปกรณ์ความปลอดภัยบางอย่างยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุง เช่น ความไวในการตรวจจับจุดบอดต่ำ ระบบบางครั้งตรวจจับผิดพลาด
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 20 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.5 / 5
ความปลอดภัย
4.5 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.3 / 5
แสดงรีวิว 20 รายการ
4 ดีเยี่ยม
สายหัวเทียน
เจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design
ในฐานะเจ้าของรถ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design ที่ใช้ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว ผมรู้สึกประทับใจกับรูปลักษณ์และภายในของรถ ซึ่งผมให้คะแนนได้ 4 เต็ม 5 คะแนน ก่อนอื่นมาพูดถึงรูปลักษณ์นะครับ ประเทศไทยมักจะมีอากาศสดใส แสงอาทิตย์ที่ส่องมากระทบกับตัวรถทำให้เส้นสายของรถดูเด่นชัดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรุ่น R-Design ที่มีชุดแต่งสไตล์สปอร์ต เวลาจอดรถในลานจอดของห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ผมมักรู้สึกได้ถึงสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ถือว่าเป็นรถที่ดูโดดเด่นมาก และขนาดของตัวรถก็พอดีกับถนนในประเทศไทย ไม่ใหญ่เกินไปเหมือน SUV ขนาดใหญ่จอดตามซอกซอยยาก ในส่วนของการตกแต่งภายใน ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียมีความหรูหรามาก การจัดวางแผงคอนโซลตรงกลางดูเรียบง่าย หน้าจอสัมผัสทำงานได้รวดเร็ว เวลาเจอรถติดก็สะดวกในการใช้งาน เบาะที่นั่งรองรับสรีระได้ดี ขับทางไกลหรือบนทางด่วนเป็นเวลานานๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อย แต่น่าเสียดายตรงที่สีของตกแต่งภายในมีตัวเลือกน้อย ถ้ามีสีที่ตรงกับรสนิยมของคนไทยมากขึ้นก็น่าจะดีกว่านี้ โดยรวมแล้ว รถคันนี้ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในจัดว่าโดดเด่นมากในระดับเดียวกัน และตอบโจทย์ความคาดหวังของผมที่มีต่อรถยนต์หรูคันหนึ่งได้อย่างดี
5 ดีเยี่ยม
สายแดง
เจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design
ในฐานะเจ้าของ Volvo S60 2.0 R-Design รุ่นปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี บอกเลยว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มค่าจริง ๆ! เริ่มจากการชมภายในก่อน — สไตล์สแกนดิเนเวียของ Volvo โดนใจผมสุดๆ! เบาะเป็นแบบ R-Design เฉพาะที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต เนื้อผ้าหนังสัมผัสนุ่มนวล ขับรถติดในกรุงเทพฯ นั่งสองชั่วโมงก็ไม่รู้สึกเมื่อย แผงควบคุมกลางที่มีลายไม้ดูหรูหรามาก ไม่เหมือนรถบางคันที่พลาสติกดูธรรมดาจนแสบตา สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือพื้นที่เบาะหลัง ผมสูง 175 ซม. นั่งไปแล้วยังมีพื้นที่ขาเหลือถึงสองกำปั้น พาครอบครัวไปพัทยาพวกเขาก็บอกว่า “รถคันนี้นั่งสบายกว่ารถเก่าที่บ้านอีก” เรื่องความปลอดภัยนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย! เมื่อเดือนก่อนกำลังวิ่งบนทางด่วน อยู่ๆ รถคันหน้าก็เบรกกระทันหัน ผมยังไม่ทันได้ทำอะไร รถมันก็ “ปี๊บๆ” เตือนแล้วเบรกเอง — หลังจากนั้นไปอ่านคู่มือถึงได้รู้ว่าเป็นระบบ City Safety แล้วมีอีกครั้งหนึ่งที่พาเพื่อนไปเชียงใหม่ เจอฝนตกหนักจนทัศนวิสัยเลวร้าย ระบบช่วยเลนก็จัดการทำให้รถวิ่งในเลนได้มั่นคง ไม่เบี่ยงไปในเลนข้างๆ ฤดูฝนของไทยมีฝนตกบ่อยมาก มีระบบความปลอดภัยแบบนี้ทำให้รู้สึกอุ่นใจมากจริงๆ ส่วนสมรรถนะ ให้ 4 คะแนนเพราะเวลาขับในเมืองรู้สึก “อึดอัด” นิดหน่อย — เครื่องยนต์ 2.0T แบบไฮบริดจริงๆ แล้วแรงมาก อัตราเร่ง 4.4 วินาทีที่เคลมไว้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่เพราะรถติดในกรุงเทพฯ คุณก็คงเข้าใจ ไม่ค่อยมีโอกาสได้เหยียบคันเร่งเต็มที่ แต่พอขึ้นทางด่วนก็อีกเรื่องเลย แค่แตะคันเร่งเบาๆ กำลังก็พุ่งขึ้นมาเร็วมาก แซงรถบรรทุกได้ง่ายดาย เรื่องความสิ้นเปลืองน้ำมันก็เซอร์ไพรส์มาก เปิดแอร์ขับในเมืองก็ประมาณ 4-5 ลิตร น้ำมันนี่ประหยัดมากกว่าเมื่อเทียบกับรถน้ำมันที่ผมใช้อยู่ก่อนหน้านี้ ยิ่งช่วงนี้ราคาน้ำมันในไทยขึ้นสูง การประหยัดน้ำมันแบบนี้เป็นจุดเด่นจริงๆ โดยรวมแล้ว รถคันนี้ใช้งานในประเทศไทยได้เหมาะสมมาก — ภายในสบาย ความปลอดภัยไว้วางใจได้ เพียงแต่บางครั้งติดในเมืองทำให้สมรรถนะแรงๆ น่าเสียดาย แต่บนทางด่วนรับรองว่าคุณจะสนุกสุดๆ แน่นอน!
5 ดีเยี่ยม
คันตรา
เจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 Momentum
ในฐานะเจ้าของรถ Volvo S60 2.0 Momentum ปี 2020 ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี สิ่งที่ประทับใจที่สุดก็คือสมรรถนะของมัน! ถนนเอกมัยในกรุงเทพฯ ตอนช่วงเร่งด่วนเช้าและเย็นรถติดจนขยับไม่ได้ แต่พอขึ้นทางด่วนเมื่อไหร่ แค่เหยียบคันเร่งเบา ๆ ก็แซงได้อย่างง่ายดาย อัตราเร่ง 0-100km/h ใช้เวลาเพียง 4.4 วินาทีนั้นไม่ได้พูดเกินจริง และที่สำคัญคือมันเป็นรถปลั๊กอินไฮบริด ในเมืองใช้ไฟฟ้าประหยัดน้ำมันต่ำถึง 2.3L/100km ประหยัดกว่ารถน้ำมันของเพื่อนมาก ตรงกับแนวโน้มการส่งเสริมรถพลังงานใหม่ในประเทศไทยตอนนี้อย่างสมบูรณ์ ในเรื่องของภายใน รถ Volvo มีสไตล์เรียบง่ายแบบนอร์ดิกที่ถูกใจฉันมาก เบาะหนังแท้จับแล้วให้ความรู้สึกสบาย หน้าจอกลางก็ควบคุมง่ายและใช้งานได้ลื่นไหล แต่พื้นตรงกลางของที่นั่งแถวหลังค่อนข้างสูงนิดหน่อย พาเพื่อนไปด้วยสามคนบางครั้งคนที่นั่งตรงกลางอาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อันนี้ขอตัดคะแนนไปหนึ่ง แต่โดยรวมก็ยังพอใจมาก ในเรื่องของรูปลักษณ์ ไฟหน้าค้อนไทยเวอร์ Thor Hammer ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงแดดในประเทศไทยเป็นพิเศษ เส้นโค้งของตัวรถเรียบลื่น เมื่อนำไปจอดในหมู่บ้านเพื่อนบ้านก็มักจะถามว่านี่เป็นรถรุ่นอะไร แต่หากกระจังหน้าใหญ่ขึ้นอีกหน่อย จะให้ความรู้สึกที่โดดเด่นและทรงพลังมากยิ่งขึ้น ดังนั้นขอให้คะแนน 4 โดยรวมแล้ว รถคันนี้ขับง่ายมากบนถนนในประเทศไทย สมรรถนะเต็มสิบ ภายในและรูปลักษณ์ก็ยอดเยี่ยม ขอแนะนำสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหารถเปลี่ยนคันใหม่!
5 ดีเยี่ยม
สายเสียง
เจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design
ในฐานะเจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design ที่ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปีแล้ว ฉันรู้สึกพอใจกับประสบการณ์โดยรวมมาก! เริ่มจากเรื่องสมรรถนะ เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 2.0T โหมดไฟฟ้านั้นเงียบมากในขณะรถติดในกรุงเทพฯ และการออกตัวก็ราบรื่น แต่ในทางด่วน เมื่อเร่งแซงแบบกะทันหัน บางครั้งจะรู้สึกถึงการสะดุดเล็กน้อยเมื่อสลับระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม การเร่งจาก 0-100 ใน 4.4 วินาที ก็ทำให้การแซงบนทางด่วนรู้สึกมีพลังและมีประสิทธิภาพมาก ฉันให้ 4 คะแนนก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ด้านรูปลักษณ์ ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต R-Design สะดุดตา ไฟหน้า "Thor's Hammer" สว่างเป็นพิเศษในสภาพหมอกช่วงฤดูฝนในประเทศไทย และเส้นสายตัวรถก็ลื่นไหลสวยงาม เพียงแต่ล้อขนาด 19 นิ้วอาจมีโอกาสขูดขีดง่ายในซอยเล็กๆ ที่อาจขรุขระในกรุงเทพฯ นับเป็นเรื่องน่าเสียดายเล็กน้อย ดังนั้นฉันจึงให้ด้านรูปลักษณ์ 4 คะแนน สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย ระบบความปลอดภัยของ Volvo ไม่มีที่ติเลย ครั้งล่าสุดที่เกือบโดนรถคันอื่นแทรกในทางด่วน ระบบเบรกอัตโนมัติเข้ามาช่วยทันท่วงทีจนสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ และถุงลมนิรภัยพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ติดตั้งในรุ่นนี้ทุกคันก็สำคัญมากในสภาพแวดล้อมการจราจรที่ซับซ้อนในประเทศไทย ระบบความปลอดภัยนี้ฉันให้ 5 คะแนนอย่างแน่นอน!
5 ดีเยี่ยม
สายแบต
เจ้าของ 2020 Volvo S60 2.0 R-Design
ในฐานะเจ้าของรถ Volvo S60 2.0 R-Design รุ่นปี 2020 ขับในประเทศไทยมาเกือบสองปี สิ่งที่พึงพอใจที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัยและการออกแบบภายใน! ช่วงหน้าฝนของประเทศไทยฝนตกหนักบ่อยครั้ง มองเห็นบนทางด่วนไม่ชัดเจน ครั้งหนึ่งที่ Bang Na Expressway รถคันหน้าหยุดกระทันหัน รถของฉันเปิดใช้งานเบรคอัตโนมัติหยุดได้อย่างมั่นคงไม่ชนท้ายจริงๆ ระบบความปลอดภัยของ Volvo ไม่ได้แค่พูดไปเรื่อย เล่นเอาการใช้งานในเมืองกรุงเทพติดขัดไปด้วย ฟังก์ชันความช่วยเหลือเลนและการตรวจจับมุมบอดก็ช่วยได้เยอะเลย ให้ความรู้สึกปลอดภัยเต็มเปี่ยม การออกแบบภายในไม่มีที่ติ ความเรียบหรูตามสไตล์นอร์ดิกโดนใจฉันมาก! เบาะหนัง Nappa นุ่มนิ่มสัมผัสสบายช่วยลดร้อนได้ดีเวลาจอดรถกลางแจ้งแดดจัด เปิดระบบระบายอากาศยังไงอีกไม่กี่นาทีก็เย็น ไม่ต้องกลัวร้อนนั่งเบาะ ตกแต่งลายไม้ที่คอนโซลกลางมีสัมผัสที่ดูคุณภาพดีพิเศษสวยหรู กับคันเกียร์คริสตัล เพื่อนที่นั่งมักจะชมว่า "ไม่เหมือนรถทั่วไปที่วิ่งเต็มถนนในประเทศไทยเลย หรูหราเกินตัว" ทุกวันนี้ฉันใช้มันเดินทางไปทำงานทุกวัน รู้สึกสบาย มีความปลอดภัยและยังดูดีอีก เลือก Volvo ไม่ผิดจริงๆ!
1
2
3
4
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1969
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6000
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
3000 – 5400
มอเตอร์และแบตเตอรี่
กำลังมอเตอร์(PS)
143
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
309
จำนวนมอเตอร์
1
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า
90
ขนาดแบตเตอรี่
11.6
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
4.4,4.5
อัตราสิ้นเปลือง
2.3,1.4
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหน้าe
ขนาดยางหน้า
235/45 R18,235/40 R19
ขนาดยางหลัง
235/40 R19
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
D-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
4761,4778
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2040,1850
ความสูง(มิลลิเมตร)
1431,1426
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2872
ความจุห้องสัมภาระท้าย(ลิตร)
471
รูป Volvo S60
Volvo S60
รูป Toyota Camry
Toyota Camry
Volvo S60
vs
Toyota Camry
รูป Volvo S60
Volvo S60
รูป Honda Accord
Honda Accord
Volvo S60
vs
Honda Accord
รูป Volvo S60
Volvo S60
รูป Mercedes-Benz C-Class
Mercedes-Benz C-Class
Volvo S60
vs
Mercedes-Benz C-Class
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

Volvo S60 ใช้น้ำมันชนิดไหน

วิธีการเปิดฝากระโปรงใน Volvo S60

ที่ใดที่ควรใส่น้ำหล่อเย็นใน Volvo s60