Q
EQB มี 7 ที่นั่งหรือไม่?
เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQB เป็น SUV ไฟฟ้า 100% ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่งในตลาดไทย รุ่น 7 ที่นั่งมาจัดวางแบบ 2+3+2 เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่บรรจุผู้โดยสารมากขึ้น แต่ต้องบอกเลยว่าตรงแถวที่สามจะค่อนข้างแน่น เหมาะสำหรับเด็กหรือนั่งระยะสั้นๆ ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ ของไทย EQB ติดตั้งซันรูฟพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้าช่วยกันร้อนได้ดี แถมยังมีระบบแอร์อัตโนมัติ 2 โซนและช่องลมหลังเพื่อความสบายของผู้โดยสารอีกด้วย
สำหรับรถไฟฟ้าแบบ EQB นี้ในไทยจะได้สิทธิ์ลดภาษีบางส่วน แบตเตอรี่วิ่งได้ประมาณ 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ แต่ถ้าจะเดินทางไกลอาจต้องวางแผนหาจุดชาร์จให้ดี โชคดีที่ EQB รองรับระบบชาร์จเร็ว แค่ 30 นาทีก็ชาร์จได้ถึง 80% แล้วตอนนี้สถานีชาร์จในเมืองใหญ่ๆ ของไทยก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่เด็ดกว่านั้นคือ EQB มาพร้อมระบบ MBUX ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น ถ้าสนใจแนะนำให้ไปทดลองขับที่โชว์รูมเมอร์เซเดสในกรุงเทพฯ หรือพัทยา เพื่อลองสัมผัสพื้นที่ภายในและความรู้สึกของการขับรถไฟฟ้าโดยตรง แถมยังสามารถสอบถามโปรโมชั่นหรือสิทธิ์ลดภาษีล่าสุดได้ด้วยนะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
อันไหนใหญ่กว่ากัน EQB หรือ EQC 2023
ถ้าเทียบข้อมูลรุ่น EQB 2023 กับ Mercedes-Benz EQC จากข้อมูลที่ให้มา จะเห็นว่า EQC มีขนาดใหญ่กว่าชัดเจน รุ่น EQB 2023 ยาว 4,687 มม. กว้าง 1,834 มม. สูง 1,667 มม. ระยะฐานล้อ 2,829 มม. ส่วนรุ่น EQC ยาวถึง 4,774 มม. กว้าง 1,890 (1,923) มม. สูง 1,622 มม. ระยะฐานล้อ 2,873 มม. จะเห็นว่า EQC ด้านความยาวและระยะฐานล้อนั้นเหนือกว่า ส่วนความกว้างก็มากกว่าชัดเจน แปลว่าโดยทฤษฎีแล้ว EQC น่าจะมีพื้นที่ภายในกว้างขวางกว่า โดยเฉพาะช่วงขาหลังและพื้นที่ด้านข้างที่น่าจะดีกว่า นั่งแล้วสบายกว่า รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านยาวและความกว้างก็น่าจะใช้งานได้ดีกว่า แต่สุดท้ายความรู้สึกเรื่องพื้นที่ในรถก็ขึ้นอยู่กับดีไซน์และการจัดวางภายในด้วย แต่จากขนาดตัวรถเปรียบเทียบกันแบบนี้ ก็พอตัดสินได้ว่า EQC ให้พื้นที่ที่ดีกว่า
Q
เมอร์เซเดส EQB เป็นรถไฮบริดหรือไม่?
เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQB ไม่ใช่รถยนต์ระบบไฮบริด แต่เป็น SUV ไฟฟ้า 100% ที่อยู่ในซีรีส์ EQ ของเมอร์เซเดส ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมแรงดันสูง ให้ระยะขับขี่ประมาณ 419-516 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเหมาะมากกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางใกล้ๆ ในไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่รถติดบ่อย จะช่วยให้คุณได้เปรียบจากความเงียบและการไม่ปล่อยมลพิษของรถไฟฟ้า แม้ว่าตอนนี้ตลาดไทยยังเน้นรถไฮบริดและน้ำมันเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟฟ้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น ที่ชาร์จในห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานที่มีเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้การใช้รถไฟฟ้าแบบ EQB สะดวกขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนไทย ถ้าบ้านคุณมีจุดชาร์จและขับรถในระยะไม่เกิน 300 กิโลเมตรต่อวัน EQB ก็เป็นตัวเลือกที่ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่าย แถมยังมีเครือข่ายบริการหลังการขายของเมอร์เซเดสในไทยที่พร้อมซัพพอร์ตคุณอีกด้วย ข้อสำคัญ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์สำหรับรถไฟฟ้า ควรสอบถามดีลเลอร์ท้องถิ่นเพื่ออัปเดตโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
EQB มีกล้อง 360 องศาหรือไม่?
สำหรับรุ่น Mercedes-Benz EQB ในตลาดไทยนั้น จะมีระบบกล้องรอบคันหรือ 360 ดีกรี ให้เลือกตามระดับเครื่องแต่งรุ่น โดยในรุ่นท็อปส่วนใหญ่มักจะติดตั้งมาพร้อมระบบนี้เป็นมาตรฐาน หรืออาจเป็นอุปกรณ์เสริมให้เลือกเพิ่ม ซึ่งระบบนี้ใช้กล้องรอบคันสร้างมุมมองแบบ Bird’s Eye View ช่วยให้ขับรถในซอยแคบๆ แบบในกรุงเทพฯ หรือจอดในลานจอดห้างที่คับขันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนไทยจะชอบฟีเจอร์นี้เวลาต้องขับในหน้าฝนที่ถนนลื่น หรือเวลาจอดรถตอนกลางคืน แนะนำให้เช็ครายละเอียดเครื่องแต่งรุ่นล่าสุดในเว็บไซต์ Mercedes-Benz Thailand หรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นก่อนซื้อ อย่างไรก็ดี รุ่นปีต่างกันอาจมีสเปคไม่เหมือนกัน เช่น รุ่นปี 2023 บางตัวจะผสานระบบกล้องรอบคันกับฟังก์ชั่นจอดรถอัตโนมัติ ขณะที่บางรุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจใช้ระบบจากผู้ผลิตต่างกัน ทำให้การแสดงผลและรายละเอียดการใช้งานอาจแตกต่าง แนะนำให้ทดลองขับดูก่อน ส่วนใครที่งบน้อยอาจพิจารณาติดตั้งระบบกล้องรอบคันภายหลังได้ แต่ต้องระวังเรื่องการรับประกันจากศูนย์ที่อาจเป็นปัญหา ทางที่ดีควรเลือกอู่ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกไทย เพื่อความเข้ากันได้ของระบบที่ดีกว่า
Q
ความแตกต่างระหว่าง Mercedes EQ EQB และ Tesla 2023 คืออะไร
ความแตกต่างระหว่าง Mercedes-Benz EQ EQB และรถยนต์ Tesla รุ่นปี 2023 ในตลาดไทยนั้นเห็นได้ชัดในเรื่องของแบรนด์ เทคโนโลยี และการใช้งาน โดย EQ EQB จากเมอร์เซเดสที่เป็นรถไฟฟ้าจากแบรนด์หรั่ง傳統นั้นเน้นความหรูหราและความสบาย เป็นรถที่ใช้วัสดุภายในค่อนข้างดี เหมาะกับคนที่ชอบความรู้สึกในการขับขี่ระดับพรีเมียม นอกจากนี้ด้วยขนาดตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ ก็เหมาะกับการใช้งานในครอบครัว ทั้งในเมืองและบนทางไกลในไทย ส่วน Tesla รุ่นปี 2023 นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของเทคโนโลยีและสมรรถนะสูง พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติที่ล้ำสมัยและระยะทางที่ไกลกว่า เหมาะกับคนที่ชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเครือข่ายสถานีชาร์จของ Tesla ในเมืองหลักของไทยก็ค่อนข้างครอบคลุม สะดวกสบายมากกว่า ในแง่สภาพถนนไทย ระบบช่วงล่างของ EQ EQB นั้นปรับให้เหมาะกับสภาพถนนที่หลากหลาย ส่วน Tesla จะโดดเด่นในเรื่องความแรงและประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะ ราคาของทั้งสองคันก็แตกต่างกัน โดย EQ EQB นั้นเน้นกลุ่มลูกค้าระดับหรู ในขณะที่ Tesla จะเน้นไปที่กลุ่มคนรักเทคโนโลยี สำหรับคนไทยแล้ว การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการ ถ้าชอบแบรนด์ระดับพรีเมียมและความสบายก็เลือกเมอร์เซเดส แต่ถ้าอยากได้เทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะสูง Tesla ก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
Q
การชาร์จ EQB 2023 ใช้เวลานานเท่าไร
เวลาชาร์จไฟของ Mercedes-Benz EQB รุ่นปี 2023 นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการชาร์จที่ใช้ ในประเทศไทย หากชาร์จด้วย Wallbox แบบบ้านที่ความเร็ว 7.4kW จะใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมงในการชาร์จเต็ม แต่ถ้าใช้สถานีชาร์จเร็ว DC สาธารณะแบบ 50kW จะชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 40 นาที ส่วนถ้าใช้หัวชาร์จเร็วแบบ 100kW ที่รองรับสูงสุด ก็จะยิ่งเร็วขึ้นไปอีก เหลือเพียงประมาณ 30 นาทีเท่านั้น สภาพอากาศร้อนของไทยมีผลต่อประสิทธิภาพการชาร์จเร็วไม่มาก แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงกลางวันที่อุณหภูมิสูงเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
ที่น่าสนใจคือโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จในไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ ก็มีหัวชาร์จเร็วให้บริการแล้ว ส่วนสถานีบริการบนทางด่วนก็กำลังขยายเครือข่ายเพิ่มเติม เวลาชาร์จจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่เริ่มต้น อุณหภูมิแวดล้อม และกำลังไฟจริงของหัวชาร์จ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จแบบเรียลไทม์ผ่านแอป Mercedes ได้
สำหรับคนไทยที่วางแผนจะซื้อรถไฟฟ้า ควรพิจารณาเรื่องจุดชาร์จที่บ้านด้วย โดยผู้ที่อาศัยในคอนโดสามารถสอบถามการติดตั้ง Wallbox ส่วนตัวกับทางนิติบุคคลเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานรถไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ
Q
EQB 2023 มีช่วงระยะทางเท่าไร
รถไฟฟ้า Mercedes-Benz EQB รุ่นปี 2023 ที่วางขายในประเทศไทยมีระยะทางขับขี่ประมาณ 360-423 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และสภาพการขับขี่ โดยโมเดล SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการเดินทางในเมืองและการท่องเที่ยวระยะสั้นในไทย ระบบจัดการพลังงานของ EQB สามารถปรับการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ EQB ยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว ที่สามารถชาร์จไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ด้วยเครือข่ายสถานีชาร์จในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความได้เปรียบด้านความสะดวกเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน
จุดที่น่าสนใจคือ สภาพอากาศร้อนของประเทศไทยมีผลกระทบต่อระยะทางขับขี่ของ EQB น้อยมาก เนื่องจากรถรุ่นนี้มาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่ทันสมัย ซึ่งต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันที่มักสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นในสภาพอากาศร้อน ปัจจุบันรัฐบาลไทยมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้าผ่านการลดภาษี ทำให้ EQB ในฐานะรถไฟฟ้าระดับหรูได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ นอกจากนี้ การออกแบบภายในที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะยังตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวไทยเป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าราคาใกล้เคียงกันแล้ว EQB มีจุดเด่นทั้งในด้านความหรูหราและประโยชน์ใช้สอยที่ครบครันกว่า
Q
เมอร์เซเดส EQB 2023 ราคาเท่าไหร่
ราคาประจำปี 2023 ของ Mercedes-Benz EQB ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 2,990,000 บาท (ราคาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริมและโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย) สำหรับ EQB รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจากตระกูล EQ โดยในตลาดไทยมีให้เลือก 2 รุ่นคือ EQB 250+ และ EQB 300 4MATIC ที่ให้ระยะทางสูงสุด 423 กม. และ 419 กม. ตามมาตรฐาน WLTP เหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ผู้ซื้อในไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาล รวมถึงการลดภาษีนำเข้า และบางตัวแทนยังมีบริการติดตั้งสถานีชาร์จให้ด้วย
จุดเด่นของ EQB คือการออกแบบห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง (รุ่น 300 เป็นแบบ 5 ที่นั่ง) พร้อมระบบ MBUX ที่รองรับการควบคุมด้วยเสียงภาษาไทย เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นในระดับเดียวกัน EQB มีความเหนือชั้นในเรื่องแบรนด์และความหรู แต่การใช้งานอาจต้องพึ่งพาสถานีชาร์จของเครือข่ายในไทย แนะนำให้ผู้สนใจเช็คโปรโมชั่นล่าสุดผ่านเว็บไซต์ Mercedes-Benz Thailand และนัดทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบไฟฟ้า
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
วันนี้มีน้ำมันดีเซลกี่ประเภท?
ปัจจุบันน้ำมันดีเซลในตลาดไทยมีประเภทหลัก 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดีเซล B5, B7 และ B10 น้ำมันดีเซล B5 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 5% น้ำมันดีเซล B7 มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% ในขณะที่น้ำมันดีเซล B10 มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่าและมีประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า
ประเภทน้ำมันดีเซลต่างๆ เหมาะสำหรับความต้องการของยานพาหนะที่แตกต่างกัน เช่น น้ำมันดีเซล B10 มักใช้กับยานพาหนะขนาดเล็ก、มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น สามารถลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุของเครื่องยนต์;น้ำมันดีเซล B7 มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับการขนส่งน้ำหนักมากและยานพาหนะการค้าขนาดใหญ่;น้ำมันดีเซล B5 ก็เป็นตัวเลือกทั่วไปอีกชนิดหนึ่ง สามารถตอบสนองความต้องการในการทำงานพื้นฐานของรถดีเซลส่วนใหญ่
เมื่อเลือกน้ำมันดีเซล แนะนำให้พิจารณาตามรุ่นยานพาหนะ、สถานการณ์การใช้งาน และคำแนะนำจากผู้ผลิตเพื่อกำหนดประเภทที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจในสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของยานพาหนะและผลด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ เครื่องยนต์ดีเซลมีลักษณะที่ประหยัดมากขึ้นในสภาพอากาศร้อนและเส้นทางที่ซับซ้อนในท้องถิ่น เช่น รถยนต์รุ่น Tank 300、Tank 500 รุ่นดีเซล ได้รับความนิยมจากผู้ชอบขับรถออฟโรดและผู้ใช้งานที่ขับรถทางไกลในตลาดไทย เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ติดตั้งสามารถให้แรงบิดที่สูงและเข้ากับความต้องการในการใช้งานในท้องถิ่นได้
Q
"น้ำมัน E10 คือ"
E10 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ประกอบด้วยเอทานอล 10% และน้ำมันเบนซินทั่วไป 90% โดยเอทานอลส่วนใหญ่ได้มาจากวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถหมุนเวียนได้ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง การใช้เชื้อเพลิงประเภทนี้ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน ในตลาดท้องถิ่น มีการจัดจำหน่ายน้ำมัน E10 อย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น วันที่ 11 มีนาคม 2568 น้ำมัน E10 ยี่ห้อ Shell ราคาขายอยู่ที่ 34.78 บาทต่อลิตร สำหรับรถยนต์ที่เหมาะสม รถยนต์รุ่นใหม่ใช้วัสดุที่ทนทานต่อผลกระทบจากเอทานอล จึงสามารถใช้ E10 ได้ ในขณะที่รถยนต์รุ่นเก่าบางคันอาจต้องได้รับการปรับแต่งพิเศษหรือเลือกใช้เชื้อเพลิงที่มีปริมาณเอทานอลต่ำกว่า นอกจากนี้ E10 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานหนึ่งของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ร่วมกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์อัตราส่วนอื่นๆ เช่น E20 และ E85 ช่วยสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ การลดการปล่อยมลพิษ และการใช้พลังงานหมุนเวียน ส่งเสริมความหลากหลายทางพลังงานและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
Q
SoHol 95 เป็นน้ำมันเบนซินหรือดีเซล?
น้ำมันเบนซิน 95 เป็นน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่มีค่าออกเทนสูง เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ต้องการเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ช่วยลดการน็อคและเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบรรดาน้ำมันเบนซินทั่วไปในท้องตลาด น้ำมันเบนซิน 91, 95 และ E20 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล) เป็นที่นิยมมากที่สุด ในขณะที่ดีเซลมักจะมีป้ายกำกับว่า "B7" หรือ "B20" ซึ่งเป็นไบโอดีเซลผสม น้ำมันทั้งสองชนิดมีลักษณะการใช้งานและการออกแบบเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานรถยนต์อย่างเคร่งครัดเมื่อเลือกใช้เชื้อเพลิง การเติมดีเซลลงในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายอย่างร้ายแรง และในทางกลับกัน ขอแนะนำให้สังเกตหัวฉีดสีเขียว (น้ำมันเบนซิน) และหัวฉีดสีดำ (ดีเซล) ที่ปั๊มน้ำมัน นอกจากนี้ รถยนต์เทอร์โบชาร์จรุ่นใหม่โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทน 95 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่รถยนต์รุ่นเก่าบางรุ่นหรือรถยนต์ประหยัดน้ำมันสามารถใช้น้ำมันเบนซิน 91 ได้ การใช้งานที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อกำลังเครื่องยนต์หรือทำให้เกิดคราบคาร์บอนสะสมมากขึ้น หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับประเภทเชื้อเพลิงของรถยนต์ของคุณ โปรดตรวจสอบฉลากภายในฝาปิดช่องเติมเชื้อเพลิง หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้แน่ใจว่ารถของคุณได้รับเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่สุด
Q
“Honda City 2014 ใช้น้ำมันประเภทอะไร?”
รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ปี 2014 ใช้เชื้อเพลิงเบนซิน และต้องใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทน 92 ขึ้นไป รถซีดาน 5 ที่นั่งคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างกันไปตั้งแต่ 5.7 ลิตร/100 กม. ถึง 5.8 ลิตร/100 กม. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 40 ลิตร และความจุห้องเก็บสัมภาระอยู่ที่ 536 ลิตร ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และมีให้เลือกทั้งเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด โดยรวมแล้ว การกำหนดค่าต่างๆ เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
Q
น้ำมันดีเซล B7 หายไปไหน?
ดีเซล B7 เป็นประเภทดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% ซึ่งหมู่นี้มีการเปลี่ยนแปลงในการควบคุมการไหลเวียนอย่างเห็นได้ชัดในพื้นที่ชายแดนประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อต่อต้านกลุ่มอาชญากรและกดดันประเทศพม่า รัฐบาลไทยได้ตัดการจัดจำหน่ายดีเซลในบางพื้นที่ชายแดนและห้ามส่งออกดีเซล ดังนั้นดีเซล B7 ที่เดิมจะไหลไปยังชายแดนหรือส่งออกจึงถูกจำกัดอย่างเข้มงวด บุคคลบางคนพยายามลักลอบนำดีเซล B7 เข้าประเทศพม่าในเขตเมียวดีทางผิดกฎหมาย เช่น เติมดีเซลลงในถังแล้วขนส่งทางแม่น้ำหรือใช้รถกระบะขนย้าย แต่การกระทำดังกล่าวถูกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจับกุมหลายครั้ง และผู้เกี่ยวข้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย การควบคุมดังกล่าวทำให้ราคาขายปลีกดีเซลในเมืองพม่าที่ติดชายแดนไทยเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังคงดำเนินการลาดตระเวนและสกัดกั้นการขนส่งที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งดีเซลผิดกฎหมาย
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Nvidiaประกาศว่า Mercedes-Benz CLA จะเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ DRIVE AV
สุรเดชJan 6, 2026

ตารางผ่อน Mercedes-Benz GLC-Class Coupe ขั้นต่ำ 46,xxx บาท ต่องวด
วิรุฬห์Nov 25, 2025

ตารางผ่อนล่าสุด Mercedes-Benz C-Class Coupe ขั้นตํ่าเพียง 40,xxx บาทต่อเดืน
Kevin WongNov 25, 2025

ตารางผ่อนล่าสุด Mercedes-Benz GLC-Class ขั้นต่ำ 40,xxx บาทต่องวด
ณัฐวุฒิNov 25, 2025

ตารางผ่อนล่าสุด Mercedes-Benz C-Class ดาวน์เพียง 20% ขั้นต่ำ 35,xxx บาทต่องวด
สุรเดชNov 24, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย