Q

Nissan Leaf สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร

Nissan Leaf เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย โดยระยะทางการขับขี่จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ รุ่นมาตรฐานที่ใช้แบตเตอรี่ 40kWh สามารถวิ่งได้ประมาณ 322 กิโลเมตร (หรือประมาณ 200 ไมล์) ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่นระยะไกลที่ใช้แบตเตอรี่ 62kWh จะวิ่งได้ไกลถึง 458 กิโลเมตร (285 ไมล์) อย่างไรก็ตาม ระยะทางจริงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนในไทย การใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยๆ และการจราจรติดขัดในเมือง สำหรับในไทย แนะนำให้ผู้ใช้บริการชาร์จไฟผ่านเครือข่ายที่ร่วมมือกับทาง Nissan โดยเฉพาะสถานีชาร์จเร็วแบบทางการที่สามารถชาร์จไฟได้ 80% ในเวลาเพียง 40 นาที นอกจากนี้ การดูแลระบบแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เช่น หลีกเลี่ยงการเก็บแบตเตอรี่ในสภาพเต็มประจุเป็นเวลานาน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ดี ที่สำคัญ รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้ต้นทุนการใช้รถอย่าง Leaf มีความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ สามารถวางแผนจุดชาร์จไฟล่วงหน้าผ่านระบบนำทางในรถ โดยในปัจจุบันสถานีชาร์จไฟในเมืองหลักและพื้นที่บริการบนทางด่วนของไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่วนการชาร์จไฟแบบช้าที่บ้านเหมาะสำหรับการชาร์จตอนกลางคืนเพื่อใช้ประโยชน์จากค่าไฟช่วงออฟพีค
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารถ Nissan Leaf แบตเตอรี่หมด?
ถ้า Nissan Leaf หมดแบตเตอรี่ขณะขับขี่ในไทย รถจะค่อยๆ ลดความเร็วลงจนหยุดสนิท ในกรณีนี้ต้องเรียกบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนหรือใช้บริการชาร์จเคลื่อนที่ ที่ไทยมีศูนย์บริการรับรองจากนิสสันในเมืองหลักอย่างกรุงเทพหรือเชียงใหม่ที่ให้บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แนะนำให้เจ้าของรถดาวน์โหลดแอป NissanConnect EV ไว้ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ สภาพอากาศร้อนที่ไทยทำให้แอร์กินไฟเร็ว ถ้าเดินทางไกลแนะนำให้แวะชาร์จไฟที่สถานีชาร์จเร็วแบบ CHAdeMO ตามปั๊ม PTT ในจุดพักรถ ส่วนระบบนำทางของ Leaf จะแสดงตำแหน่งสถานีชาร์จและคำนวณไฟที่เหลือให้ด้วย ถ้าต้องใช้รถในพื้นที่ห่างไกลบ่อยๆ อาจพกเครื่องชาร์จแบบพกพาติดรถไว้ ไฟฟ้าในไทยเป็น 220V ซึ่งใช้กับ Leaf ได้ แต่การชาร์จกับปลั๊กบ้านจะช้ามาก (ชาร์จได้แค่ 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) การใช้งานประจำวันแนะนำให้รักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 20% ขึ้นไปเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ส่วนช่วงฤดูฝนต้องระวังระดับน้ำสูงไม่เกิน 30 ซม. เพื่อความปลอดภัยของแบตเตอรี่
Q
“รถ Nissan Leaf มีแบตเตอรี่สองก้อนไหม?”
รถยนต์ Nissan Leaf จริงๆ แล้วมีแบตเตอรี่สองชุด แบตเตอรี่หลักคือชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าและให้พลังงานที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ ในสภาพอากาศร้อนของไทย แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติเพื่อความมั่นคง นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่แรงดันต่ำ 12V สำหรับสตาร์ทรถและจ่ายไฟให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถ การออกแบบแบตเตอรี่คู่นี้เป็นเรื่องปกติในรถยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับผู้ใช้ในไทย ต้องระวังเรื่องแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพหากจอดรถไว้นานเกินไป แนะนำให้ตรวจสอบเป็นประจำ ส่วนเครือข่ายสถานีชาร์จในบางจังหวัดของไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ฟังก์ชันชาร์จเร็วของ Leaf ใช้สะดวกในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ แบตเตอรี่ Leaf มีความจุต่างกันไปตามปีรุ่น รุ่นใหม่ๆ จะวิ่งได้ไกลกว่า เหมาะกับการเดินทางในเมืองของไทย นโยบายสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทยยังทำให้ Leaf มีความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น การรักษาระดับแบตเตอรี่ระหว่าง 20%-80% จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ ซึ่งเข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ระยะสั้นของคนไทยได้ดี
Q
ฉันสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่สำหรับ Nissan Leaf ได้ไหม?
ใช่แล้ว คุณสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้กับ Nissan Leaf ของคุณได้ ในประเทศไทยสามารถทำได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Nissan หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต โดยทั่วไปตัวแทนจำหน่าย Nissan ในประเทศไทยจะให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่แท้จากโรงงาน ซึ่งมั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะทำงานได้ดีกับรถของคุณและยังได้รับประกันจากทางบริษัทอีกด้วย ตอนนี้ในตลาดประเทศไทยมีแบตเตอรี่ Leaf ให้เลือกสองขนาดหลักๆ คือ 40kWh และ 62kWh ขึ้นอยู่กับว่ารถคุณเป็นรุ่นปีไหนและต้องการระยะทางขับขี่แบบไหน แต่อย่าลืมว่าอากาศร้อนของไทยอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถไฟฟ้า ทั้งสถานีชาร์จและจุดรับคืนแบตเตอรี่ใช้แล้ว ทำให้ในอนาคตการเปลี่ยนแบตเตอรี่และการรีไซเคิลจะสะดวกขึ้นมาก ถ้าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ แนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อสอบถามราคาล่าสุดและระยะเวลารอรับบริการ เพราะสต็อกแบตเตอรี่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการ และอย่าลืมถามเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือส่วนลดจากทางรัฐบาลที่อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ด้วย
Q
Nissan Leaf อัพเกรดแบตเตอรี่ในปีใด
Nissan Leaf ในปี 2018 ได้รับการอัปเกรดแบตเตอรี่ โดยรุ่นใหม่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 40kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่ใช้แบตเตอรี่ 30kWh ทำให้ระยะทางการขับขี่เพิ่มขึ้นจาก 250 กิโลเมตรเป็นประมาณ 300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้ในไทยเพราะอากาศร้อนแอร์ต้องใช้บ่อย แบตเตอรี่ความจุมากขึ้นจะช่วยให้ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมรถ EV เช่น ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้ Leaf ในตลาดไทยมีความคุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของ Leaf ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจไม่ประสิทธิภาพเท่าระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่ก็ยังใช้งานได้มั่นใจได้ในชีวิตประจำวัน ถ้าคุณกำลังมองหาซื้อ Leaf มือสอง แนะนำให้เลือกรุ่นปี 2018 เป็นต้นไปเพราะอายุแบตเตอรี่และระยะทางเมวะอย่างยิ่งกับสภาพถนนไทย โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จในไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในกรุงเทพฯ มีสถานีชาร์จค่อนข้างมาก และ โปรโตคอล CHADEMO Fast Charge ของ Leaf ยังพบได้ทั่วไปในประเทศไทยและสามารถชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายใน 30 นาทีซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง
Q
ข้อเสียของ Nissan Leaf คืออะไร?
รถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf เมื่อวางตลาดในไทยจะมีจุดอ่อนหลักๆ อยู่ที่ระยะขับขี่และสถานีชาร์จ โดยรุ่นมาตรฐานตามมาตรฐาน NEDC จะวิ่งได้ประมาณ 270 กิโลเมตร แต่เมื่อใช้จริงในเมืองอาจลดลงเหลือแค่ 200 กิโลเมตร ซึ่งไม่สะดวกสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดหรือผู้ใช้ที่ไม่มีจุดชาร์จที่บ้าน โดยเฉพาะสภาพอากาศร้อนของไทยที่ทำให้การใช้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% และปัจจุบันสถานีชาร์จเร็วในไทยยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ยังมีไม่ทั่วถึง นอกจากนี้พื้นที่ด้านหลังของรถยังค่อนข้างคับแคบ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานแบบนั่งหลายคนที่นิยมในไทย แบตเตอรี่ยังมีแนวโน้มเสื่อมสภาพเร็วกว่าในเขตอากาศอบอุ่นเนื่องจากความร้อนสูง แนะนำให้เจ้าของรถในไทยจอดรถในที่ร่มและหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วบ่อยๆเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับรถไฟฟ้า แต่ Leaf ในฐานะรถนำเข้ายังมีราคาสูกว่ารถยนต์น้ำมันระดับเดียวกันประมาณ 3-4 แสนบาท ต้องคำนวณดูว่าคุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่จากระยะทางใช้งานจริง ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานไทยแสดงว่า ค่าไฟต่อกิโลเมตรของรถไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 0.8 บาท ซึ่งเป็นเพียง 1/3 ของรถน้ำมัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอนาคตด้วย
Q
“รถยนต์ Nissan Leaf จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาหรือไม่?”
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf ที่ใช้งานในประเทศไทย ก็จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาตามระยะเหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแล้ว การดูแลรักษาง่ายกว่าเยอะ แค่เน้นไปที่การตรวจสอบระบบแบตเตอรี่ ระบบเบรก และระบบแอร์ก็พอ โดยสภาพอากาศร้อนๆ แบบประเทศไทย แนะนำให้ตรวจเช็คพื้นฐานทุก 1 หมื่นกิโลเมตรหรือทุก 12 เดือนครับ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ส่วนสภาพแวดล้อมที่ฝนตกบ่อยๆ ของไทย ก็ต้องคอยตรวจสอบระบบเบรกเป็นประจำเพื่อป้องกันความชื้นด้วย รถ EV ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือหัวเทียนเหมือนรถทั่วไป ทำให้ประหยัดค่าบำรุงไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังต้องคอยตรวจสอบสภาพยางรถและผ้าเบรกตามระยะอยู่ดี โชคดีที่ศูนย์บริการของนิสสันในไทยหลายๆ แห่งมีอุปกรณ์ตรวจเช็ครถ EV โดยเฉพาะ สามารถให้บริการตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ได้อย่างมืออาชีพ แนะนำให้เจ้าของรถทำตามคู่มือการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ตอนนี้รัฐบาลไทยก็มีมาตรการสนับสนุนรถ EV ทั้งลดภาษีและให้สิทธิพิเศษต่างๆ การมีประวัติการบำรุงรักษาที่ครบถ้วนยังช่วยให้รถมีมูลค่าสูงขึ้นเวลาขายมือสองด้วย ส่วนในชีวิตประจำวันก็ควรหลีกเลี่ยงการจอดตากแดดนานๆ หรือชาร์จไฟเร็วบ่อยเกินไป แค่นี้ก็ช่วยให้รถอยู่ในสภาพดีที่สุดแล้วล่ะ
Q
ประกันภัยของ Nissan Leaf มีราคาสูงไหม?
ในประเทศไทย Nissan Leaf ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100% มักจะมีค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถยนต์เชื้อเพลิงทั่วไปในระดับเดียวกัน สาเหตุหลักมาจากค่าแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าที่สูงกว่า และเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันจริงจะแตกต่างกันไปตามประวัติการขับขี่ของเจ้าของรถ พื้นที่ใช้งาน (เช่นในกรุงเทพอาจมีเบี้ยประกันสูงกว่าภูมิภาค) และนโยบายของบริษัทประกัน ดังนั้นก่อนซื้อรถควรสอบถามราคาจากหลายบริษัทเพื่อเปรียบเทียบ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์สนับสนุนรถไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลต่อกลยุทธ์การกำหนดราคาประกันทางอ้อม ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายประจำวันของรถไฟฟ้า เช่นค่าไฟและค่าบำรุงรักษามักจะถูกกว่ารถน้ำมัน เมื่อมองในระยะยาวสามารถชดเชยส่วนต่างค่าเบี้ยประกันได้บ้าง ตลาดรถไฟฟ้าในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา บริษัทประกันก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ในอนาคตอาจมีแผนประกันรถไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
Q
ทำไม Nissan ถึงหยุดผลิตรถยนต์รุ่น Leaf?
Nissan ตัดสินใจหยุดผลิต Leaf เพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เป็นหลัก โดย Leaf ในฐานะรถไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ผลิตจำนวนมากตั้งแต่เปิดตัวปี 2010 ได้สร้างชื่อเสียงในตลาดเช่นไทย แต่ด้วยเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้สมรรถนะการขับขี่และความเร็วในการชาร์จเริ่มล้าหลังเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Ariya ที่ Nissan เพิ่งเปิดตัว ซึ่งมาพร้อมแบตเตอรี่และแพลตฟอร์มที่ทันสมัยกว่า พร้อมระยะขับขี่เกิน 500 กิโลเมตร เหมาะกับความต้องการปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศร้อนอย่างไทยที่รถไฟฟ้าต้องการระบบจัดการความร้อนและความทนทานของแบตเตอรี่ที่สูงกว่า ซึ่งรุ่นใหม่ๆก็พัฒนาจุดนี้ได้ดีขึ้น การหยุดผลิต Leaf เป็นเรื่องปกติของวงการยานยนต์ที่เทคโนโลยีต้องอัพเกรดอยู่เสมอ อนาคต Nissan วางแผนจะเปิดตัวรถไฟฟ้าหลายรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดอาเซียน และด้วยที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่รุ่นใหม่ๆเหล่านี้จะถูกผลิตในไทย ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคไทยที่จะมีตัวเลือกมากขึ้น ขณะที่นโยบายอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยก็จะเร่งความนิยมของเทคโนโลยีใหม่
Q
คุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Nissan Leaf บ่อยแค่ไหน?
แบตเตอรี่ของ Nissan Leaf โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 8-10 ปี ระยะเวลาในการเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและสภาพอากาศในประเทศไทย ซึ่งอากาศที่ร้อนชื้นของไทยอาจส่งผลต่ออายุแบตเตอรี่บ้าง แต่ Leaf มีระบบจัดการความร้อนในแบตเตอรี่ที่ช่วยลดผลกระทบจากอุณหภูมิ extremes ได้ดี แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำที่ศูนย์บริการของ Nissan เมื่อความจุแบตเตอรี่ลดลงเหลือต่ำกว่า 70% ก็สามารถพิจารณาเปลี่ยน การใช้งานประจำวันควรหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วบ่อยครั้งและการใช้งานจนแบตเตอรี่หมดสนิท เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ ปัจจุบันรัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV ทั้งเพิ่มสถานีชาร์จและบริการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าของ Leaf ได้มาก อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังค่อนข้างสูง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ราคาแบตเตอรี่ก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ รวมถึงไทยยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้เจ้าของรถได้บ้าง
Q
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ Nissan Leaf รุ่นปี 2020 เท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถ Nissan Leaf รุ่นปี 2020 ในประเทศไทยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับวิธีการชาร์จและอัตราค่าไฟฟ้าในพื้นที่ หากใช้การชาร์จแบบช้าที่บ้าน (7kW) ค่าใช้จ่ายในการชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 40kWh ให้เต็มจะอยู่ที่ประมาณ 160-240 บาท (คิดตามอัตราค่าไฟฟ้าที่ 4-6 บาทต่อหน่วย) ส่วนสถานีชาร์จเร็วสาธารณะ (เช่น EA Anywhere หรือ EV Station Thailand) จะมีราคาสูงกว่านิดหน่อยประมาณ 200-300 บาท แต่สามารถชาร์จได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมให้คนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น โดยบางห้างสรรพสินค้าและสถานีชาร์จมีบริการชาร์จฟรี แนะนำให้เจ้าของรถใช้แอปพลิเคชันเช่น PlugShare เพื่อหาจุดชาร์จที่มีโปรโมชัน ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถไฟฟ้าจะถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 30%-40% แถมประเทศไทยยังมีการลดภาษีนำเข้าและภาษีถนนสำหรับรถพลังงานใหม่ ทำให้ใช้ไปยาวๆ แล้วคุ้มค่ากว่า นอกจากนี้ระบบ e-Pedal หรือระบบเหยียบแป้นเดียวของ Leaf ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงานเมื่อขับในเส้นทางติดขัดในกรุงเทพฯ ทำให้ระยะทางจริงที่วิ่งได้ใกล้เคียง 270 กิโลเมตร (จากมาตรฐาน NEDC ที่ 311 กิโลเมตร) เหมาะกับการขับขี่ในเมือง แนะนำให้ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วเป็นเวลานานในที่อุณหภูมิสูง เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ภายในรถกว้างขวาง
การขับขี่สบายและประหยัดค่าน้ำมัน เพราะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ค่าใช้จ่ายในการชาร์จต่ำกว่าการใช้น้ำมัน ต้นทุนการชาร์จหลังจากนั้นประมาณ 200 บาท
ไม่มีการปล่อยสารพัดผสม ไม่มีก๊าซไอเสีย ช่วยปรับปรุงคุณภาพแอร์ และคุณสามารถเปิดแอร์ในรถได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับก๊าซไอเสีย
ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูง รุ่นที่ขายในประเทศไทยมีพลังงานและโมเมนต์มากกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน ความสูงสุดคือ 110 กิโลวัตต์ (ประมาณ 150 แรงม้า) โมเมนต์สูงสุดคือ 320 นิวตันเมตร การเร่งรวดเร็วและคงที่ การแสดงผลของชาซีดี
มีเทคโนโลยี e-Pedal ที่สามารถควบคุมความเร็วและเบรกด้วยเพดาลแก๊สเดียว วงเลียบบังคับลักษณะเส้นfeatherweight การควบคุมง่าย
ราคาการบำรุงรักษาต่ำ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าขั้นต้นนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทันท่วงทีและระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม การลดอุปกรณ์ภายในลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

ข้อเสีย

รถภายในดูเก่าๆ ราคาสูง ราคาเริ่มต้นที่ 199 ล้านบาท
ไม่สามารถปรับระยะห่างภายในวงล้อ
ที่นั่งสูง วิธีปรับที่นั่งแถวหน้าจำกัด
จุดชาร์จในประเทศไทยไม่ค่อยแพร่หลาย การเดินทางระยะไกลไม่สะดวก ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
ไม่มีการสนับสนุนในศูนย์บริการหลังการขาย การบำรุงรักษาแตกต่างจากรถที่ใช้น้ำมันดั้งเดิม ไม่มีช่างซ่อมที่เชี่ยวชาญในประเทศไทย

Q&A ล่าสุด

Q
Offroading คือกิจกรรมที่ขับรถยนต์หรือยานพาหนะผ่านเส้นทางที่ไม่ได้ใช้สัญจรทั่วไป เช่น ทางลูกรัง ทางโคลน ทางทะเลทราย หรือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศขรุขระ รวมถึงป่าเขา ซึ่งไม่เหมาะกับการขับขี่บนถนนปกติ โดยกิจกรรมนี้มักจะต้องใช้ยานพาหนะที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย เช่น รถโฟร์วิลหรือรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
การขับขี่แบบออฟโรดเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ยานพาหนะเฉพาะทาง และในตลาดมีรถยนต์สมรรถนะสูงหลากหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศและความต้องการที่แตกต่างกัน Jeep Wrangler Rubicon 4xe ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ Rock-Trac และแรงบิดไฟฟ้าล้วน 470 Nm โดดเด่นในการปีนป่ายหินและภูมิประเทศสุดขั้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรดสุดขีด Toyota Land Cruiser 300 series มีชื่อเสียงในด้านเครื่องยนต์ V6 3.5T และเฟืองท้าย Torsen ถังน้ำมันขนาด 94 ลิตร และระยะทาง 1000 กม. ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า รุ่นไฮบริด Tank 300 Hi4-T มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 2.1 ลิตร/100 กม. พร้อมแรงบิดที่เพิ่มขึ้น 2.64 เท่าในโหมด 4L ทำให้ประหยัดน้ำมันและมีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่สมดุล Mercedes-Benz G-Class ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสุดยอด เครื่องยนต์ V8 4.0T และความสามารถในการลุยน้ำลึก 700 มม. ทำให้รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพสูง สำหรับการใช้งานออฟโรดที่ไม่หนักมากนัก Suzuki Jimny ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame และฐานล้อสั้น จึงสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมในพื้นที่แคบๆ นอกจากนี้ Beijing BJ40 Huanta Champion Edition ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part-time และระบบล็อกเฟืองท้ายสามจุด ยังเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่แข็งแกร่ง เมื่อเลือกซื้อรถออฟโรด ควรพิจารณาถึงงบประมาณ สถานการณ์การใช้งาน และคุณลักษณะของรถอย่างรอบด้าน ตัวอย่างเช่น Jeep Wrangler เหมาะสำหรับการปีนป่ายในสภาพสุดขั้ว Land Cruiser เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ในขณะที่รุ่นไฮบริดอย่าง Tank 300 Hi4-T เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวันและการขับขี่ออฟโรดในวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
OHV คืออะไร?
OHV เป็นชื่อย่อของ Overhead Valve หรือในภาษาไทยเรียกว่า วาล์วเหนือหัว ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดวางวาล์วของเครื่องยนต์ โดยมีลักษณะว่าวาล์วตั้งอยู่ที่ส่วนบนของกระบอกสูบ แต่จะถูกขับเคลื่อนโดยลูกเบี้ยวที่อยู่ด้านข้างกระบอกสูบผ่านก้านดันและคันโยก การออกแบบนี้ยังคงถูกใช้ในรถยนต์คลาสสิกและรถแต่งที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น มอเตอร์ไซค์ยามาฮา SR400 ที่ยังคงใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ซึ่งเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศของรุ่นนี้ใช้โครงสร้าง OHV ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ทนทาน และค่าบำรุงรักษาต่ำ เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ข้อดีของเครื่องยนต์ OHV คือให้แรงบิดสูงที่รอบต่ำ เหมาะกับสภาพถนนที่เป็นภูเขาและชนบทที่ซับซ้อนของประเทศไทย แต่ข้อเสียคือประสิทธิภาพที่รอบสูงต่ำกว่าและมีเสียงดังกับการสั่นสะเทือนมากกว่า ในเครื่องยนต์ดีเซล โครงสร้าง OHV มักถูกใช้ในเครื่องยนต์สูบเดียวหรือขนาดเล็กของรถกระบะและเครื่องจักรการเกษตร เช่น เครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวที่แต่งเพิ่มซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทย มักใช้การออกแบบนี้เนื่องจากทนทานและมีอะไหล่ใช้ร่วมกันได้ง่าย เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า รถยนต์โดยสารสมัยใหม่ส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบ DOHC (ลูกเบี้ยวคู่เหนือหัว) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ OHV ยังคงมีประโยชน์ในบางสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นความประหยัดและง่ายต่อการซ่อมบำรุง
Q
ความแตกต่างระหว่าง ATV กับ SxS คืออะไร?
ATV (รถจักรยานยนต์ทุกภูมิประเทศ) และ SxS (รถสองที่นั่งขนาน) เป็นรถออฟโรดที่พบบ่อยสองประเภท โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างการออกแบบและการใช้งาน ATV ใช้เบาะแบบรถจักรยานยนต์และมือถือพวงมาลัยในการควบคุมทิศทาง โดยปกติออกแบบสำหรับขับขี่คนเดียวหรือสองคนนั่งแบบหน้า-หลัง เหมาะสำหรับการขับขี่ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อนได้อย่างคล่องตัว เช่น ป่าไม้ หาดทราย เป็นต้น ตัวรถที่เบาและความคล่องตัวสูงทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการสำรวจกลางแจ้งและการขนส่งระยะสั้น SxS ใช้พวงมาลัยและโครงสร้างเบาะนั่งขนาน มีล้อ 4 ถึง 6 ล้อ ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นคงกว่าและพื้นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่กว้างขวางกว่า (ปกติสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2-6 คน) พร้อมทั้งมีความสามารถในการบรรทุกสินค้าที่ดีกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น การรับส่งในรีสอร์ท งานในฟาร์ม หรือภารกิจกู้ภัย จากมุมมองการใช้งานในตลาด ATV จะเน้นไปที่ความบันเทิงส่วนบุคคลมากกว่า (เช่น การแข่งรถ การล่าสัตว์) ในขณะที่ SxS เนื่องจากมีความหลากหลายในการใช้งาน ทำให้มีสัดส่วนในภาคธุรกิจสูงกว่า (58.27%) เช่น การดำเนินการในสถานที่ท่องเที่ยวหรือการขนส่งทางอุตสาหกรรม ในแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าปัจจุบัน ทั้งสองประเภทต่างมุ่งพัฒนาสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ SxS เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านพื้นที่ จึงสามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้ง่ายกว่า ในขณะที่ ATV จะเน้นการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา แบรนด์ชั้นนำเช่น Polaris, Honda และ Yamaha Motor ต่างมีรถทั้งสองประเภทนี้ ในด้านราคา SxS เนื่องจากมีระบบที่ซับซ้อนกว่า จึงมักมีราคาสูงกว่า ATV แต่การเลือกที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับรุ่นและวัตถุประสงค์การใช้งาน
Q
คำว่า "UTV" ย่อมาจากอะไร?
UTV เป็นคำย่อของ Utility Terrain Vehicle ซึ่งแปลว่า ยานพาหนะอเนกประสงค์สำหรับทุกสภาพภูมิประเทศ หรือ ยานพาหนะสำหรับเกษตรกร ปรัชญาการออกแบบหลักคือการสร้างสมดุลระหว่างความอเนกประสงค์และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับภูมิประเทศที่ซับซ้อน ยานพาหนะเหล่านี้มักมีตัวถังไฟเบอร์กลาส ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ (ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่) และการจัดวางเครื่องยนต์แบบแยกส่วน เพื่อให้มั่นใจถึงเสถียรภาพและความสะดวกสบายในการขับขี่ เพลาหลังรวมเอาเฟืองท้ายและกลไกการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและการบังคับเลี้ยว การใช้งานหลัก ได้แก่ การเกษตร (เช่น การขนส่งสินค้าและการฉีดพ่น) การพักผ่อนหย่อนใจ (การขับรถออฟโรดบนชายหาด การล่าสัตว์) การกู้ภัยฉุกเฉิน (การดับเพลิง การบรรเทาภัยพิบัติ) และงานเฉพาะทาง (การลาดตระเวนทางทหาร การขนส่งบนหิมะ) ในตลาดไทย UTV ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงสำหรับฟาร์มและสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากมีการออกแบบแบบโมดูลาร์ (เช่น กระบะบรรทุกด้านหลัง) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (รองรับการสลับระบบขับเคลื่อนสองล้อ/สี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์) ขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 800 ซีซี ถึง 1000 ซีซี สามารถตอบสนองความต้องการในการบรรทุกที่แตกต่างกันได้ ควรทราบว่าคำย่อ UTV มีความหมายแตกต่างกันในแต่ละสาขา เช่น ในแวดวงธุรกิจ "Utility, Technology, Value" หรือในชื่อองค์กร "Uninspected Towing Vessel" แต่ในแวดวงยานยนต์นั้น หมายถึงรถยนต์ออฟโรดโดยเฉพาะ
Q
ยานพาหนะ ATV คืออะไร?
ATV เป็นคำย่อของ All-Terrain Vehicle ซึ่งเป็นยานยนต์แบบเปิดประทุนที่มีที่นั่งเดียวหรือสองที่นั่ง ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับภูมิประเทศที่ซับซ้อน โดยทั่วไปจะมีล้อกว้างสามถึงสี่ล้อที่มีแรงดันต่ำเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะและความเสถียร เบาะนั่งแบบคร่อมและแฮนด์แบบมอเตอร์ไซค์นั้นได้มาจากโครงสร้างทางเทคนิคของรถจักรยานยนต์สองล้อ ยานพาหนะเหล่านี้ทำงานได้ดีเยี่ยมบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เช่น ทราย โคลน ทุ่งหิมะ และภูเขา โดยหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นรุ่นสปอร์ตที่เน้นความคล่องตัว (เช่น รุ่นแข่งขับเคลื่อนล้อหลัง) และรุ่นเกษตรกรรม/วิศวกรรมที่เน้นการใช้งานจริง (เช่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อหรือหกล้อสำหรับงานหนัก) รุ่นหลังนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการขนส่งทางการเกษตร การลาดตระเวนป่าไม้ และภารกิจกู้ภัย ในด้านความปลอดภัย แม้ว่า ATV จะมีโอกาสพลิกคว่ำน้อยกว่ารถจักรยานยนต์เนื่องจากมีล้อหลายล้อ แต่เนื่องจากน้ำหนักที่มากกว่าจึงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสูงกว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ในตลาดท้องถิ่น แบรนด์หลักๆ เช่น ฮอนด้าและยามาฮ่า มีรถเอทีวีให้เลือกหลายรุ่น ราคาประมาณ 150,000 ถึง 500,000 บาท การเลือกซื้อควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน (เช่น การพักผ่อนหย่อนใจหรืองานเกษตรกรรม) และสภาพภูมิประเทศ รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การต้องมีป้ายทะเบียนสำหรับบางรุ่นเพื่อให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย
ดูเพิ่มเติม