Q
เครื่องยนต์ของ Honda Jazz มีขนาดเท่าไหร่?
Honda Jazz ในตลาดไทยมีการให้บริการขนาดเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันตามรุ่นและปี โดยตอนนี้รุ่นที่วางขายส่วนใหญ่จะติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบแบบธรรมดา ขนาดจริง 1498cc พร้อมเทคโนโลยี i-VTEC ของฮอนด้า ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันและให้กำลังที่ดี เหมาะสำหรับสภาพถนนในเขตเมืองไทยและความต้องการในการเดินทางในชีวิตประจำวัน ที่น่าสังเกตคือ การปรับแต่งเครื่องยนต์ของ Jazz ในไทย เน้นไปที่ความสามารถในการสร้างแรงบิดที่ต่ำ ซึ่งสามารถให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นในสภาพการจราจรที่ชุกชุมในกรุงเทพฯ สำหรับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ผู้บริโภคในไทยมีความกังวล เครื่องยนต์นี้มีโครงสร้างที่พัฒนาอย่างลงตัว ดูแลรักษาง่าย และฮอนด้ามีเครือข่ายบริการที่หนาแน่นในไทย มีการจัดเก็บอะไหล่ให้เพียงพอ สำหรับในกลุ่มรุ่นเดียวกัน เครื่องยนต์ของ Jazz มีชื่อเสียงในด้านความเชื่อถือได้ ความราบรื่นและความทนทานได้รับการพิสูจน์จากสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ซึ่งแชร์เทคโนโลยีบางส่วนจากระบบขับเคลื่อนกับซิตี้ที่ผลิตในประเทศไทย ทำให้มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี หากพิจารณาตลาดรถมือสอง รุ่นปี 2012-2014 รุ่นแรกใช้เครื่องยนต์ 1.3 ลิตร (1339cc) ซึ่งเมื่อซื้อจะต้องใส่ใจเกี่ยวกับความแตกต่างของปีรุ่น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ข้อเสียของ Honda Jazz คืออะไร
Honda Jazz ในฐานะรถยนต์แฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมในตลาดไทยนั้น จุดด้อยหลัก ๆ อยู่ที่พื้นที่ภายในและสมรรถนะของเครื่องยนต์ แม้ว่า Jazz จะมีการออกแบบที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน Magic Seat แต่ในสภาพอากาศร้อนของไทย พื้นที่ขาเบาะหลังอาจรู้สึกคับแคบสำหรับผู้โดยสารที่สูงโดยเฉพาะเมื่อเดินทางไกล นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ เมื่อใช้งานในเส้นทางภูเขาหรือเมื่อต้องบรรทุกเต็มที่ การเร่งความเร็วอาจรู้สึกไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเวลาที่เปิดแอร์เต็มกำลังจะเห็นการลดทอนของพละกำลังและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องการเก็บเสียงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางจะค่อนข้างเด่น ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคที่เน้นความเงียบสงบรู้สึกไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเรื่องที่พิจารณาในบริบทของการจัดวางตำแหน่งรถยนต์รุ่นนี้ โดยเมื่อพิจารณาถึงความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและความประหยัดน้ำมัน รวมถึงสภาพการจราจรที่หนาแน่นในไทย Jazz ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งานในเมือง ผู้บริโภคในไทยสามารถชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียตามความต้องการส่วนตัว หากต้องการรถที่เหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวหรือสมรรถนะที่แรงขึ้น อาจพิจารณารถรุ่นอื่นในระดับเดียวกันเป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้
Q
Honda Jazz อยู่ในกลุ่มตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก
Honda Jazz ในตลาดรถยนต์ของประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่ม B-Segment หรือที่เรียกว่ารถยนต์ขนาดเล็ก (Subcompact Car) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เน้นการใช้งานในเมืองและครอบครัวในชีวิตประจำวัน โดยมีจุดเด่นที่ขนาดตัวถังกะทัดรัด ประหยัดน้ำมัน และออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว Honda Jazz มีฟังก์ชัน Magic Seat ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการจัดเก็บสัมภาระ เหมาะอย่างยิ่งกับการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่การจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ ขณะที่เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนที่นุ่มนวลและเหมาะสมกับสภาพถนนของไทย กลุ่ม B-Segment ในไทยยังมีคู่แข่งที่ได้รับความนิยมอย่าง Toyota Yaris และ Mazda2 ซึ่งเน้นความประหยัดและใช้งานได้จริง ผู้บริโภคจึงมักเลือกตามความชอบในแบรนด์ ฟีเจอร์ และบริการหลังการขาย ความต้องการรถยนต์ขนาดเล็กในไทยยังคงสูงเนื่องจากราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำ และเหมาะกับถนนที่ค่อนข้างแคบ Honda Jazz จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในกลุ่มนี้ด้วยความน่าเชื่อถือและอัตราการเก็บมูลค่าที่ดี
Q
มูลค่าการขายต่อของ Honda Jazz คืออะไร
ในตลาดประเทศไทย Honda Jazz ถือเป็นรถมือสองที่มีอัตราการคงมูลค่อนข้างดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือคุณภาพที่เชื่อถือได้ ความประหยัดน้ำมัน และภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ Honda ในประเทศไทย จากข้อมูลในอุตสาหกรรมพบว่า Jazz ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปีมักมีอัตราการคงมูลอยู่ที่ประมาณ 60% - 70% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระดับอุปกรณ์ และประวัติการบำรุงรักษา สำหรับประเทศไทยซึ่งมีถนนในเมืองที่แออัดและราคาน้ำมันสูง รถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานอย่าง Jazz จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่ Honda มีฐานการผลิตในประเทศ ทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่หาได้ง่ายและค่าบำรุงรักษาไม่สูง จึงช่วยเพิ่มมูลค่าของรถมือสองได้อีกทาง หนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือ Jazz รุ่นไฮบริดเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในไทย ซึ่งมักมีมูลค่าขายต่อสูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบธรรมดา แนะนำให้เจ้าของรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอและเก็บเอกสารประวัติการบำรุงรักษาไว้ให้ครบถ้วน เพราะสามารถช่วยเพิ่มราคาขายต่อได้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยมักนิยมรถสีโทนกลางอย่างสีขาวหรือสีเงิน ซึ่งขายต่อได้ง่ายกว่า หากต้องการทราบราคาประเมินที่แม่นยำมากขึ้น ควรอ้างอิงจากคู่มือราคารถมือสองของสมาคมรถยนต์ในประเทศไทย หรือปรึกษากับตัวแทนจำหน่ายรถมือสองที่เชื่อถือได้ในพื้นที่
Q
ฮอนด้า แจ๊ส มีกี่ซีซี
Honda Jazz ที่วางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยส่วนใหญ่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบดูดอากาศธรรมดาขนาด 1.5 ลิตร มีปริมาตรกระบอกสูบ 1497 ซีซี โดยเครื่องยนต์รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพสูงและความประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรในเมืองที่มีการหยุด-เคลื่อนบ่อยครั้งในประเทศไทย อีกทั้งยังจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ช่วยให้การขับขี่ลื่นไหลยิ่งขึ้น Jazz ถือเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่คุ้มค่าและได้รับความนิยมอย่างมากในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถสำหรับใช้งานในครอบครัวหรือเดินทางในเมือง จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ขนาดตัวรถที่คล่องตัวแต่ภายในกว้างขวาง นอกจากนี้ผู้บริโภคยังควรพิจารณาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เพิ่มเติม เช่น ระบบ i-VTEC ของ Honda ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลังและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ทั้งนี้มาตรฐานมลพิษในไทย เช่น Euro 5 ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบ รวมถึงต้นทุนการใช้งานในระยะยาว ซึ่งมีผลต่อประสบการณ์การขับขี่และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถยนต์
Q
เครื่องยนต์ใน Honda Jazz คืออะไร
Honda Jazz ในตลาดประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC แบบดูดอากาศธรรมดา มาพร้อมเทคโนโลยี VTEC อันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda ให้กำลังสูงสุดประมาณ 120 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน เหมาะอย่างยิ่งกับการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ รุ่น RS ที่วางจำหน่ายในไทยยังได้รับการจูนให้ตอบสนองเร็วขึ้นแต่ยังคงประหยัดน้ำมันที่ประมาณ 5.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร สำหรับสภาพอากาศร้อนในไทย เครื่องยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงโดยเฉพาะ และระบบปรับอากาศที่ปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเขตร้อน ช่วยให้การขับขี่ในระยะทางไกลมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จุดเด่นอีกอย่างคือห้องเครื่องของ Jazz ออกแบบให้กะทัดรัดเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับความกว้างขวางภายในรถ ซึ่งสะท้อนแนวคิด MM หรือ “Man-Maximum, Machine-Minimum” ของ Honda ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าในอนาคตอาจมีการแนะนำรุ่น e:HEV ไฮบริดตามนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย แต่ในปัจจุบัน รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ยังคงเป็นทางเลือกหลักที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยความทนทานและค่าบำรุงรักษาต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางในเมือง
Q
ประเภทระบบเกียร์ของ Honda Jazz คืออะไร
ประเภทระบบเกียร์ของ Honda Jazz ในตลาดประเทศไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและปีที่ผลิต โดยทั่วไปแล้วรุ่นที่พบได้บ่อยที่สุดคือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งมีจุดเด่นด้านความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์และความประหยัดน้ำมัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพการจราจรที่แออัดในเมืองของไทย นอกจากนี้ยังมีบางรุ่นเก่าที่ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ซึ่งตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความรู้สึกในการควบคุมรถ ระบบเกียร์ CVT ทำงานด้วยหลักการส่งกำลังแบบไร้ขั้นตอน ช่วยลดอาการกระตุกของเกียร์แบบเดิม และเมื่อรวมกับเทคโนโลยี Earth Dreams ของ Honda ก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยและการขับขี่แบบหยุด–ไปบ่อย ๆ อีกทั้งยังได้รับการปรับจูนให้ส่งแรงบิดได้ดีที่รอบต่ำ รองรับการใช้งานบนถนนแคบหรือทางลาดชันได้ดี การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ CVT อย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการขับขี่ที่ใช้โหลดหนักต่อเนื่องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบเกียร์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นของประเทศไทย
Q
PCD ขนาดเท่าไรของ Honda Jazz
สำหรับรถฮอนด้า แจ๊ส ในตลาดไทยจะมีขนาด PCD (ระยะวงกลมรูสลักล้อ) แบบ 4x100 หมายความว่าจากรูสลักล้อ 4 รู โดยจุดศูนย์กลางของรูแต่ละรูจะอยู่บนเส้นรอบวงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ซึ่งสเปคนี้ใช้ร่วมกับรถยนต์ประเภทเอкономี่คาร์และคอมแพคต์คาร์หลายรุ่นในไทย ทำให้เวลาจะเปลี่ยนหรืออัพเกรดล้อ เจ้าของรถมีตัวเลือกที่เข้ากันได้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในไทยเราจะพบผู้ผลิตล้อท้องถิ่นและร้านแต่งรถหลายแห่งที่รองรับล้อแบบ 4x100 PCD โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพหรือเชียงใหม่ หาล้อที่เหมาะกับแจ๊สได้ไม่ยาก นอกจาก PCD แล้ว เวลาเลือกล้อต้องดูเรื่องขนาดรูกลางล้อ (CB) และระยะออฟเซ็ต (ET) ด้วย เพื่อให้ล้อที่ติดตั้งแล้วทำงานได้สมบูรณ์กับระบบช่วงล่างและโครงสร้างตัวรถ ป้องกันปัญหาเวลาขับอย่างการสั่นหรือสึกหรอเร็ว ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกวัสดุล้อที่ทั้งเบาและระบายความร้อนดี เช่น อลูมิเนียม จะช่วยประหยัดน้ำมันและช่วยระบายความร้อนให้เบรกได้ดีขึ้น
Q
รถฮอนด้า แจ๊ส มี Apple CarPlay หรือไม่
สำหรับรถฮอนด้า Jazz รุ่นล่าสุดที่วางขายในตลาดไทย (บางตลาดอาจเรียกว่า Fit) แบบรุ่นท็อปนั้นมีการติดตั้งระบบ Apple CarPlay มาให้ด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย เพราะช่วยให้เชื่อมต่อกับ iPhone ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งระบบนำทาง ฟังเพลง หรือโทรศัพท์ แต่ต้องระวังว่ารุ่นและปีการผลิตที่ต่างกันอาจมีสเปกไม่เหมือนกัน แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดกับโชว์รูมฮอนด้าในไทยก่อนซื้อจริง สำหรับคนไทยแล้ว Apple CarPlay ถือเป็นตัวช่วยชั้นดี โดยเฉพาะในเมืองติดรถติดอย่างกรุงเทพฯ ที่สามารถใช้เสียงสั่งงานผ่าน Siri ลดการเสียสมาธิขณะขับรถได้ ถ้าหากรุ่นของคุณไม่มี CarPlay ติดตั้งมาแต่แรก ในไทยก็มีอู่ติดตั้งรถยนต์มาตรฐานที่สามารถเพิ่มเติมระบบนี้ได้ แต่ควรเลือกอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานกฎหมายการขนส่งไทยเพื่อความปลอดภัย นอกจาก CarPlay แล้ว รถใหม่ๆ ในตลาดไทยตอนนี้หลายรุ่นยังรองรับ Android Auto ด้วย ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ iPhone และ Android โดยฟังก์เจอร์เชื่อมต่อสมาร์ทเหล่านี้กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนรุ่นใหม่ในไทยใช้ตัดสินใจเลือกซื้อรถเลยทีเดียว
Q
ยี่ห้อยางรถยนต์ของ Honda Jazz คืออะไร
ยางติดรถจากโรงงานของ Honda Jazz ในตลาดประเทศไทยจะแตกต่างกันตามปีรุ่นและระดับการตกแต่ง โดยทั่วไปจะใช้ยี่ห้อญี่ปุ่นที่พบได้บ่อย เช่น Bridgestone Dunlop หรือ Yokohama ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความนิยมสูงในไทยและเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศ เช่น ยางซีรีส์ ECOPIA ของ Bridgestone ที่เน้นความประหยัดน้ำมันและทนทาน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ผู้ใช้รถในไทยควรพิจารณาสภาพอากาศที่มีฝนตกบ่อย โดยแนะนำให้ตรวจสอบค่าการยึดเกาะบนถนนเปียก เช่น ระดับ Traction จากมาตรฐาน UTQG และเนื่องจากสภาพถนนในไทยมีความหลากหลาย จึงควรเลือกยางที่มีความแข็งแรงของแก้มยางที่เหมาะสม หากต้องการเปลี่ยนยางที่ไม่ใช่ของเดิมจากโรงงาน แนะนำให้ตรวจสอบสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน TISI จากกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้มั่นใจว่ายางนั้นปลอดภัยต่อการใช้งานในประเทศไทย ยางแบรนด์ระดับสากล เช่น Michelin ที่มีการผลิตในไทยก็เป็นทางเลือกที่ดี ทั้งในด้านความคุ้มค่าและการบริการหลังการขาย
Q
รถฮอนด้า แจ๊ซ เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
รถฮอนด้า แจ๊ส เป็นรถขนาดเล็กที่ขายดีในตลาดไทย ด้วยขนาดตัวรถที่คล่องตัวเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC ประหยัดน้ำมันเหมาะกับราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงในไทย แถมยังใช้แนวคิด MM (ย่อมากสุด ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด) ทำให้มีพื้นที่เก็บของเยอะกว่าเพื่อนร่วมรุ่น โดยเฉพาะระบบเก้าอี้แบบ Magic Seat ที่ปรับได้ตามต้องการสำหรับของชิ้นใหญ่ ข้อเสียคือเวลาขับเร็วเสียงรบกวนค่อนข้างได้ยินชัด และเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรุ่นอาจขาดฟีเจอร์เทคโนโลยีไปบ้าง สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระบบแอร์เป็นประจำเพื่อประสิทธิภาพการทำความเย็น และเนื่องจากถนนไทยค่อนข้างหลากหลายควรระวังเรื่องการป้องกันช่วงล่าง ส่วนเรื่องค่าขายต่อรถฮอนด้าแจ๊สถือว่าคงตัวดี มีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ สำหรับครอบครัวที่มีงบประมาณประมาณ 6-8 แสนบาทนับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ก่อนซื้อแนะนำให้ลองเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกันและลองทดลองขับดูให้เหมาะกับความต้องการจริงๆ ของคุณ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ABS Rubber คืออะไร?
ABS rubber (Acrylonitrile Butadiene Styrene) เป็นวัสดุพลาสติกที่ทนทานและแข็งแรง สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี มันเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด (อะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน และ สไตรีน) ที่ทำให้ ABS มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความทนต่อการกัดกร่อน ความทนต่อความร้อน และสามารถขึ้นรูปหรือผลิตเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา นิยมใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น
พลาสติก ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมเทอร์โมพลาสติกที่เกิดจากการโคพอลิเมอไรเซชันของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูง ทนการกระแทกได้ดี และสามารถแปรรูปได้ง่าย คุณสมบัติทางกายภาพโดยรวม ได้แก่ ความต้านทานต่อสารเคมี ทนความร้อนได้ (ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม -40℃ ถึง 100℃) และพื้นผิวที่เหมาะสำหรับการชุบโลหะหรือทาสี
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ABS นิยมใช้ในชิ้นส่วนต่างๆ เช่น พวงมาลัย แผงหน้าปัด และกันชน เป็นต้น โดยผ่านเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณสมบัติ (เช่น การผสมกับวัสดุ PC หรือ PA) สามารถเพิ่มความทนความร้อนและความแข็งแรงทางกลได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของชิ้นส่วนต่างๆ
วัสดุนี้มีความหนาแน่นประมาณ 1.05 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ดูดซึมน้ำน้อย แต่ต้องอบแห้งก่อนการแปรรูปเพื่อป้องกันข้อบกพร่อง มีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและคุ้มค่าต้นทุน แต่ต้องป้องกันรังสียูวีเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพเมื่อใช้กลางแจ้ง
อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการฉีดขึ้นรูป ABS คือ 200-240℃ และอุณหภูมิแม่พิมพ์ 50-80℃ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่ดี นอกจากนี้ การปรับปรุงให้ทนไฟและป้องกันไฟฟ้าสถิตยังช่วยขยายการใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย
Q
อะไรดีกว่า: ABS หรือ CBS?
ABS และ CBS เป็นระบบเบรกสองระบบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละระบบมีสถานการณ์ใช้งานและข้อได้เปรียบที่เหมาะสมด้วยกัน
ABS (ระบบเบรกป้องกันล้อจับตาย) ทำงานโดยการตรวจสอบความเร็วล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อเบรกฉุกเฉินจะปรับแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อป้องกันล้อจับตาย จึงทำให้รถยึดตัวได้และลดระยะทางเบรกลง โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับขี่ความเร็วสูงหรือถนนชื้น
CBS (ระบบเบรกเชื่อมโยง) ทำงานโดยวิธีกลหรือไฮดรอลิกเพื่อแจกแจงแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อปรับปรุงสมดุลเบรกในขณะความเร็วต่ำ แต่ไม่สามารถป้องกันล้อจับตายได้ มากกว่าเหมาะสำหรับการขับขี่ทางเมืองความเร็วต่ำหรือรถรุ่นงบประมาณจำกัด
จากด้านความปลอดภัย ABS มีประสิทธิภาพดีกว่าในถนนซับซ้อน แต่ค่าใช้จ่ายสูง ปกติปรากฏในรถรุ่นกลางและสูงขนาดใหญ่ CBS มีโครงสร้างง่าย ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาต่ำ มักพบในรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องเล็กหรือรถประหยัด
ถ้าคุณมักขับรถทางไกลหรือสภาพแวดล้อมการขับขี่แปรผัน แนะนำให้เลือก ABS เป็นอันดับแรก ถ้าต้องการใช้สำหรับขับขี่ทางสั้นและความเร็วต่ำ CBS ก็สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้แล้ว
ต้องระวังว่า ทั้งสองระบบไม่ได้ขัดแย้งกัน บางรุ่นรถจะติดตั้งทั้งสองระบบเพื่อครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ เมื่อซื้อรถควรพิจารณาจากความต้องการใช้รถจริงและงบประมาณอย่างครอบคลุม
Q
วัสดุ ABS ดีหรือไม่?
ABS เป็นพลาสติกวิศวกรรมประสิทธิภาพสูงที่เกิดจากการพอลิเมอไรเซชันร่วมของอะคริโลไนไตรล์ บิวทาไดอีน และสไตรีน มีคุณสมบัติเด่นคือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อสารเคมีได้ดี และขึ้นรูปได้ง่าย มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง สามารถคงความเหนียวได้แม้ที่อุณหภูมิ -40°C ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตแผงหน้าปัดรถยนต์ กันชน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต้องทนต่อแรงภายนอก ABS มีความมันเงาสูง ทำให้สามารถตกแต่งพื้นผิวได้หลากหลายด้วยการชุบด้วยไฟฟ้าและการพ่นสี นอกจากนี้ยังมีความคงตัวของขนาดที่ดีและดูดซับน้ำได้น้อย ทำให้เหมาะสำหรับการฉีดขึ้นรูปที่มีความแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม ABS มีความทนทานต่อสภาพอากาศต่ำ การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเหลืองและเปราะแตกได้ จึงต้องเติมสารป้องกันรังสียูวี ความทนทานต่อความร้อนก็มีจำกัด อุณหภูมิสูงอาจทำให้เกิดการเสียรูป ซึ่งโดยทั่วไปจะแก้ไขได้โดยการเติมสารทนความร้อนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทนได้ถึงประมาณ 100°C ยิ่งไปกว่านั้น ABS ยังไวต่อตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คีโตนและไฮโดรคาร์บอนคลอริเนต ทำให้เกิดการแตกร้าวจากความเค้นได้ง่าย ในแง่ของต้นทุน ABS มีราคาแพงกว่าโพลีโพรพีลีน แต่ถูกกว่าพลาสติกประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่ จึงถือว่าคุ้มค่า เทคนิคการดัดแปลงในปัจจุบันสามารถปรับปรุงคุณสมบัติการหน่วงไฟ (เช่น การได้ระดับ V-0) และการนำไฟฟ้า (โดยการเติมเส้นใยกราไฟต์) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยขยายการใช้งานในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และสาขาอื่นๆ โดยรวมแล้ว ABS ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพที่สมดุลและข้อได้เปรียบในการแปรรูป แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานเฉพาะ
Q
ระบบเบรก ABS จำเป็นสำหรับรถจักรยานยนต์หรือไม่?
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถจักรยานยนต์ ความสามารถหลักของมันคือการตรวจสอบความเร็วของล้อแบบเรียลไทม์ผ่านหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อเบรกกะทันหันจะปรับแรงเบรกแบบไดนามิกด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ล้อล็อกสนิท
กลไกนี้สามารถทำให้รถจักรยานยนต์รักษาอัตราการลื่นไถล (slip rate) ประมาณ 20% บนพื้นถนนลื่นหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ไม่เพียงช่วยลดระยะเบรก (บนถนนแห้งประมาณ 10%-15% และบนถนนที่มีน้ำแข็งหรือหิมะสามารถลดได้ถึง 30%) แต่ยังรักษาความสามารถในการบังคับเลี้ยวได้ประมาณ 85% และลดความเสี่ยงของการลื่นไถลด้านข้างหรือการหมุนเสียหลัก (tailspin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบ ABS ในยุคปัจจุบันมักรวมฟังก์ชันการกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เข้าไว้ด้วย และปรับปรุงการกระจายแรงเบรกผ่านการควบคุมแบบสี่ช่องทางอิสระ ตัวอย่างเช่น รุ่นระดับกลางและสูงของฮอนด้าและยี่ห้ออื่นๆ ได้ติดตั้งระบบนี้เป็นมาตรฐาน
ควรทราบว่าแม้ระบบ ABS อาจทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นในสภาพถนนที่ยากลำบาก เช่น ถนนโคลนหรือน้ำแข็ง แต่จะยังคงรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เสมอ ในการบำรุงรักษาปกติ ต้องทำความสะอาดเซนเซอร์วัดความเร็วล้อเป็นประจำและตรวจสอบสภาพของเหลวเบรก
จากมุมมองด้านความปลอดภัย รถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระบบ ABS สามารถลดโอกาสการเสียการควบคุมทิศทางขณะเบรกกะทันหันได้ถึง 83% ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ABS ในรถหมายถึงอะไร?
ABS หรือ Anti-lock Braking System (ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก) เป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกและเกิดการลื่นไถลขณะเบรกกะทันหัน หรือในสถานการณ์ที่ถนนลื่น โดยระบบนี้จะควบคุมแรงดันของเบรกในแต่ละล้อ เพื่อให้รถสามารถควบคุมทิศทางได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบเบรกป้องกันล็อกวงล้อ (ABS) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญของรถยนต์สมัยใหม่ โดยใช้เซ็นเซอร์ความเร็ววงล้อตรวจจับความเร็วของแต่ละวงล้อแบบเรียลไทม์ เมื่อหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ตรวจพบว่าวงล้อกำลังจะล็อกขึ้น จะปรับความดันเบรกด้วยความถี่สูง 60-120 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้วงล้ออยู่ในสภาพอุดมคติที่มีอัตราการไถล 15%-20% ซึ่งไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการล็อกทั้งหมด แต่ยังรักษาความยึดเกาะสูงสุดได้อีกด้วย
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาความสามารถในการควบคุมทิศทางได้เมื่อเบรกฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงของการลื่นด้านมากกว่า 40% บนถนนที่ชื้นลื่น และป้องกันการไถลของยางเพื่อปกป้องผิวยางได้ในเวลาเดียวกัน
ส่วนประกอบหลักของระบบ ได้แก่เซ็นเซอร์อิสระทั้งสี่วงล้อ หน่วยประมวลผล ECU 32 บิต และโมดูลปรับไฮดรอลิก การสั่นของปุ่มเบรกและเสียงมอเตอร์ในขณะทำงานเป็นการตอบสนองปกติ
สิ่งที่ต้องระวังคือ บนถนนที่มีความยึดเกาะต่ำ เช่น ทะเลทรายหรือหิมะ อาจทำให้ระยะทางเบรกยาวขึ้น ถ้าไฟแจ้งข้อผิดพลาด ABS ติดต่อเนื่องก็ต้องตรวจซ่อมทันที
ปัจจุบันระบบนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มาพร้อมมาตรฐานในรถยนต์ผู้โดยสาร การใช้งานอย่างถูกต้องสามารถเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงอันตรายในสภาพถนนซับซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะขับขี่ประจำวันควรหลีกเลี่ยงการเบรกแบบจุดจุ่มด้วยมือที่จะรบกวนการปรับอัตโนมัติของระบบ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

จาก Jazz สู่ City Hatchback: การพลิกโฉมอย่างงดงามของ Honda Hatchback
LienJun 4, 2024

เรื่องราวอดีตของวงการยานยนต์: Honda Jazz (Fit) รุ่นไหนเป็นรุ่นที่คุณโปรดปรานที่สุด?
LienMay 21, 2024

Honda Thailand ประกาศว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาในทุกรุ่นจนถึงวันที่ 6 เมษายน
สุรเดชFeb 9, 2026

Honda Zero Series SUV เปิดเกมใหม่ EV ฮอนด้า กับแพลตฟอร์ม “บาง เบา และฉลาด”
ณัฐวุฒิJan 28, 2026

ฮอนด้า HRC วางแผนเทคโนโลยีสนามแข่ง F1 ให้กับรถยนต์พลเรือน
พงศธรJan 27, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย